เชิญร่วมสักการะ “พระบรมสารีริกธาตุ “พระอรหันตธาตุ ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล จ.กระบี่ 15–18 มี.ค.67

ขอเชิญพุทธศาสนิกชน เข้าสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันตธาตุของ พระสารีบุตร และโมคคัลนะ อัญเชิญประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 15 – 18 มีนาคม 2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา

พระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ

พระบรมสารีริกธาตุ

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ที่รัฐบาลอินเดียได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงนิวเดลี ขุดค้นพบเมื่อปีพุทธศักราช 2441 ที่กรุงกบิลพัสดุ์ (Kapilavastu) บนผอบมีคำจารึกว่าเป็น“พระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” มีลักษณะเป็นพระบรมอัฐิขนาดค่อนข้างใหญ่ประมาณ 1 นิ้วครึ่ง ถึง 2 นิ้ว

พระบรมสารีริกธาตุ

ต่อมารัฐบาลไทยได้สร้างบุษบกไม้สัก แกะสลักปิดทอง ส่วนยอดบุษบกทำจากทองคำหนัก 109 กรัม ประดับด้วยอัญมณี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และมอบให้เป็นของขวัญแก่รัฐบาลอินเดีย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2540

พระบรมสารีริกธาตุ

ซึ่งในประเทศไทย พระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบจากแหล่งดังกล่าว รัฐบาลอินเดียได้น้อมถวาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญขึ้นไปประดิษฐาน ณ บรมบรรพต ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้สักการะจวบจนปัจจุบัน

3 จุดเที่ยวชมวิวชิลๆ @กระบี่ – เที่ยวใต้ by ททท.

3 จุดเที่ยวชมวิวชิลๆ @กระบี่ 🦀🏞️🛶

1. อนุสาวรีย์ปูดำ หรือลานปูดำ ตั้งอยู่ที่ท่าเรือขนาบน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยอันดับต้นๆ ของเมืองกระบี่ก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะมีอนุสาวรีย์ปูดำขนาดใหญ่แล้ว เราจะสามารถเห็นเขาขนาบน้ำ ภูเขาสองลูกที่ตั้งงามตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำกระบี่ท่ามกลางต้นโกงกาง เป็นวิวที่สวยงาม เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก📸🦀

2. เที่ยวชมเขาขนาบน้ำ ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่อย่างหนึ่ง เขาขนาบน้ำเกิดจากเขาหินปูนสองลูก ตั้งตระหง่านขนาบแม่น้ำกระบี่ด้านหน้าตัวเมือง ซึ่งบริเวณ 2 ฟากฝั่งรายล้อมไปด้วยป่าโกงกางอันอุดมสมบูณ์ ที่เขาขนาบน้ำนักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวชมภายในถ้ำได้ ตื่นตากับหินงอกหินย้อย และเที่ยวชมประวัติศาสตร์ซึ่งเคยมีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณภายในถ้ำ 🏞️

3. ล่องเรือผจญภัยลอดอุโมงค์ป่าโกงกาง ป่าโกงเกงอันเขียวขจีตลอดสองฝั่งคลองปากน้ำกระบี่ นั่งเรือหัวโทงชมบรรยากาศป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์เขียวชอุ่ม ซึ่งจะสามารถเที่ยวได้ในช่วงเวลาน้ำขึ้น โดยจะขับเรือลัดเลาะลอดไปตามคลองน้ำในอุโมงค์ป่าโกงกาง เป็นภาพบรรยากาศที่สวยงามแปลกตา โดยนักท่องเที่ยวสามารถจ้างเหมาเรือชาวบ้านที่บริเวณท่าเรือขนาบน้ำหรือท่าเรือเจ้าฟ้า 🛶

📍🛶โดยการเดินทางท่องเที่ยวทั้ง 3 สถานที่นี้ สามารถขึ้นเรือที่ท่าเรือเจ้าฟ้าตั้งอยู่บนถนนอุตรกิจ เป็นท่าเทียบเรือขนาบน้ำ โดยคิดค่าบริการสามารถติดต่อสอบถามชาวบ้านที่ให้บริการที่บริเวณท่าเรือได้เลย

ที่มา – เที่ยวใต้ by ททท.

ตะลึง! พบแผ่นหินใน ‘น้ำตกโตนเกือก’ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ บางรอยมีลักษณะคล้ายพระเครื่องชื่อดัง

กระบี่ – 27 พ.ค.- “อะเมซิ่ง โตนเกือก” แผ่นหินใต้น้ำตกพื้นที่ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ บางรอยมีลักษณะคล้ายพระเครื่องชื่อดัง ร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว-เรียนรู้

นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร กรรมการที่ปรึกษานักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ทีมงานชมรมคนรักถ้ำกระบี่ ได้เดินทางสำรวจถ้ำ เพื่อจะหาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ในพื้นที่คลองเขาเขน บ้านศรีพระยา หมู่ 12 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ได้ไปพบกับน้ำตกธรรมชาติแห่งหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านจะเรียกกันว่า “โตนเกือก” สร้างความตื่นเต้นแก่ทีมงานที่ไปสำรวจเป็นอย่างมาก

นายนิวัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ตื่นตา คือ ร่องรอยการกัดเซาะบนแผ่นหินใต้น้ำตก ซึ่งพบว่ามีร่องรอยที่แปลกประหลาด รูปร่างคล้ายกับพิมพ์พระเครื่องหลากหลายรูปแบบ ทั้งคล้ายพระสมเด็จ พระซุ้มกอ พระนางพญา เรียงกันอยู่บนแผ่นหินจำนวนมาก แต่ละบล็อกมีขนาดกว้าง 20 ซม. ยาว 30 ซม. สลับกันไป บางรอยก็มีลักษณะคล้ายกับพระเครื่องชื่อดัง บางรอยมีรูปร่างคล้ายรอยพระพุทธบาท ยอมรับว่าอึ้งกับสิ่งที่เห็น และอะเมซิ่ง ที่สุด ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

สำหรับน้ำตกโตนเกือก เป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่ในพื้นที่ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก โดยกระแสน้ำจะไหลไปออกแม่น้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี การที่ทีมสำรวจไปพบรอยกัดเซาะในลำคลอง เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เพราะเป็นผลงานประติมากรรมจากธรรมชาติ ที่สร้างลวดลายขึ้นมาเหมือนกับพิมพ์พระเครื่องดังๆ บางรอยก็มีรูปร่างคล้ายรอยเท้าคน คล้ายรอยพระพุทธบาท ซึ่งเชื่อว่าชื่อของน้ำตกแห่งนี้น่าจะมาจากรอยที่พบบนแผ่นหินด้วย

สำหรับที่มาของคำว่าโตนเกือก ที่ชาวบ้านเรียกชื่อน้ำตกแห่งนี้ มาจากคำว่า โตน ซึ่งแปลว่าน้ำตกเล็ก ๆ ส่วนเกือก ภาษาใต้ แปลว่ารองเท้า คนในอดีตอาจเห็นร่องรอยคล้ายกับรองเท้า จึงเรียกชื่อว่าโตนเกือก ซึ่งรูปแบบลานหินที่เห็นนั้น เท่าที่ตนเคยสำรวจถ้ำมาหลายพื้นที่ ก็ยังไม่เคยพบเห็นมาก่อน ถือเป็นสิ่งแปลกตามาก ทำให้ทีมงานที่ไปพบพากันทึ่งกับสิ่งที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง หากเป็นไปได้ในอนาคต อยากให้หน่วยงานในพื้นที่ ลองเข้ามาสำรวจเพิ่มเติม แล้วผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อีกแห่งหนึ่ง

ด้านนายภาณุพงศ์ คงป่าน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 กล่าวว่า แผ่นหินรูปร่างต่างๆ ในคลองดังกล่าว เป็นสถานที่เก่าแก่สามารถเข้าไปชมได้แต่ห้ามลบหลู่หรือทำลาย มีตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาเรียนรู้ .

-สำนักข่าวไทย

กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ ประกาศปิด ‘อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา’ จังหวัดกระบี่

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช ประกาศปิด แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เข้าสู่หน้ามรสุม เพื่อระบบนิเวศทั้งบนฝั่งและใต้ทะเลได้ฟื้นตัว

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน ประจำปี พ.ศ.2565 เกาะรอกใน เกาะรอกนอก เกาะไหง หมู่เกาะห้า กองหินแดง หินม่วง ถ้ำไม้แก้ว ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ปิดตั้งแต่ 16 พฤษภาคม 2565 ถึง 14 ตุลาคม 2565 ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา แหลมโตนด ปิด ตั้งแต่ วันที่ 1-30 มิถุนายน 2565

เพื่อให้การบริหารจัดการการแหล่งท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาลและความสามารถในการรองรับได้ของทรัพยากร และให้ทรัพยากรธรรมชาติระบบนิเวศทั้งบนฝั่งและใต้ทะเลได้ฟื้นตัว รวมทั้งมีความปลอดภัยในการท่องเที่ยว ช่วงหน้ามรสุม

ตร.กระบี่ ล้อมบ้านหนุ่มคลั่ง!! อาละวาดหลังเสพยา ญาติช่วยกล่อมนานร่วม 2 ชม.

กระบี่ – นาที! ตร.ล้อมบ้านชายคลั่งอาละวาดหลังเสพยา ญาติช่วยกล่อมนานร่วม 2 ชม. จนยอมให้คุมตัวไปรักษา

วันที่ 25 ม.ค.65 ตำรวจสภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่าเมื่อเวลา 18.00น.วันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมามีชายอายุประมาณ 25 ปี เสพยาจนมีอาการคุ้มคลั่ง อาละวาดในญาติ ๆ ก่อนจะเข้าไปหลบอยู่ในบ้านเลขที่ 3 ถ.อุตางกูร ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ทำให้เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน เกิดความหวาดกลัว ให้ตำรวจช่วยมาจับตัวชายคนดังกล่าวไปส่ง รพ.กระบี่ หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.พนมธรรม เชื้อช่วย รอง สวป.สภ.เมืองกระบี่ จึงนำกำลังตำรวจสายตรวจร่วม 10 นาย

พร้อมกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา เดินทางไปยังบ้านเกิดเหตุ ที่บ้านเกิดเหตุเป็นบ้านแบบห้องแถว เมื่อตำรวจไปถึง พบว่าเจ้าตัวล๊อคกุญแจบ้านไว้จากภายในบ้าน ทั้งประตูหน้าและประตูหลัง ทำให้ไม่สามารถเข้าไปควบคุมตัวได้

จนท.จึงพยายามเจรจาให้ชายคนดังกล่าวยอมเปิดประตูออกมาพูดอคุยกัน แต่ตัวของชายดังกล่าวไม่ยอมเปิดประตู และตะโกนออกมาด่าว่า จนท.ตำรวจ อยู่ตลอดเวลา ตำรวจพยายามเจรจาอยู่นานร่วม 2 ชม. ก็ยังไม่เป็นผล สุดท้ายต้องไปพูดคุยกับแม่ และญาติของชายคนนี้ ซึ่งมีบ้านอยู่ไม่ไกลกัน ให้มาช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อม ทั้งแม่ และญาติ ต่างช่วยกันพูดคุยเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิดประตูออกมา โดยญาติเกรงว่าหากปล่อยไว้ในบ้านเพียงคนเดียว กลัวจะฟุ้งซ่านแล้วก่อเหตุร้ายขึ้นมาได้

จึงยอมให้ จนท.เตรียมนำเครื่องตัดถ่างเพื่อมาเปิดประตู ทันทีที่รู้ว่าตำรวจจะตัดประตูเข้าไปคุมตัว ชายคนดังกล่าวก็มีท่าทีอ่อนลง จนยอมเปิดประตูออกมาจากบ้านแต่โดยดี ก่อนจะขึ้นรถของกู้ภัย นำตัวไปส่งรับการบำบัดอาการเสพยาที่ รพ.กระบี่.

บทความต้นฉบับ

กระบี่-นาที ตร.ล้อมบ้านชายคลั่งอาละวาดหลังเสพยา ญาติช่วยกล่อมนานร่วม 2 ชม.(มีคลิป)

กระบี่ – ราคาปาล์มพุ่งสูง ใกล้แตะ 12 บาท/กก. – หวั่นโจรลักผลปาล์ม

กระบี่ – ปีทองของชาวสวนปาล์ม เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันสุดดีใจ หลังราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอดปีนี้ โดยขณะนี้ราคาปาล์มพุ่งสูง ใกล้แตะ 12 บาท/กก. ชาวสวนปาล์มเพิ่มความถี่ลาดตระเวน หวั่นโจรลักผลปาล์ม

นายวิชัย มากศรี เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ตำบลเขาเขา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ต้องเพิ่มความถี่การลาดตระเวน เฝ้าระวังคนร้ายเข้าขโมยตัดผลปาล์มภายในสวน เพิ่มขึ้น จาก 2 – 3 วันต่อครั้ง เป็นวันละ 1 – 2 ครั้ง

หลังจากถูกคนร้ายขโมยปาล์มบ่อยครั้งในระยะนี้ แต่มีจำนวนไม่มาก ครั้งละ 3 – 4 ทะลาย เนื่องจากราคาเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด กิโลกรัมละ 11.80 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ของปาล์มน้ำมัน โดยสังเกตทางปาล์มน้ำมันหากพบถูกตัดร่วงล่นลงมา มีคนร้ายขโมยตัดผลปาล์มออกไป

ขณะที่ ผู้ประกอบการลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ปฏิบัติตาม คำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามโครงการลานเทสะเทือน งดรับซื้อของโจร ทำการบันทึกชื่อสกุล ทะเบียนรถ ผู้นำผลปาล์มน้ำมันมาขาย ติดตั้งกล้องวงจรปิดในสถานประกอบการลานเท

หากมีบุคคลใช้ยานพาหนะ รถจักรยานยนต์ หรือรถจักรยานยนต์สามล้อมพ่วง นำผลปาล์มน้ำมันมาขาย ให้จดหมายเลขทะเบียนรถ ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน หากตรวจสอบพบภายหลังว่า เป็นคนร้าย จะเป็นหลักฐานจับกุมตัวมาดำเนินคดี

บทความต้นฉบับ

#กระบี่ ชาวบ้านผวา!! หนุ่มหลอนคลั่งจะจุดไฟเผาบ้านตัวเอง ต้องแจ้งดับเพลิง ตำรวจช่วย

กระบี่ ชาวบ้านผวา หนุ่มคลั่งจะจุดไฟเผาบ้านตัวเอง ต้องแจ้งดับเพลิง ตำรวจช่วย

เวลา 18.00 น. วันที่ 29 ธ.ค.64 ศูนย์วิทยุตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งจากชาวบ้านในซอยกระบี่ 24 ถ.กระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ ว่ามีผู้ชายมีอาการคุ้มคลั่ง ขว้างปาข้าวของในบ้านออกมาข้างนอก แล้วจุดไฟเผา ชาวบ้านเกรงว่าไฟจะติดตัวบ้าน แล้วลามไปติดบ้านชาวบ้าน จึงขอให้ตำรวจมาช่วยระงับเหตุ ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองกระบี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบบ้านเกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 40 สภาพบ้านเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น มีบริเวณบ้าน ที่ประตูรั้วบ้านถูกล่ามโซ่ล็อคเอาไว้ ภายในโรงจอดรถข้างบ้าน พบข้าวของเครื่องใช้ ทั้งทีวี พัดลม เตียงนอน ถูกขว้างออกมากระจัดกระจายเต็มพื้น และยังมีไฟกำลังลุกไหม้เตียงไม้ ควันฟุ้งกระจายไปทั่ว โดยชายคนดังกล่าวยังอยู่ภายในบ้าน ขว้างปาสิ่งของออกมาเป็นบางครั้ง พร้อมตะโกนโวยวาย แต่พอเห็นตำรวจ ก็เงียบและหายกลับไปในบ้าน

ตำรวจจึงประสานไปยังรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองกระบี่ ให้ช่วยมาฉีดน้ำดับไฟ เพราะเกรงจะลามติดตัวบ้าน ประกอบกับเป็นบ้านส่วนตัวจึงไม่กล้าบุกเข้าไป จนท.ดับเพลิงใช้น้ำฉีดจนไฟดับสนิท ก็ยังไม่พบความเคลื่อนไหวของชายคนดังกล่าว เบื้องต้นสอบถามชาวบ้านบริเวณดังกล่าว ทราบว่า ชายคนดังกล่าวเป็นลูกชายเจ้าของบ้านหลังเกิดเหตุ แต่น่าจะมีอาการหลอนจากการเสพยา จนเคยอาละวาดทำลายข้าวของในบ้าน ทำให้แม่ของชายคนนี้ พร้อมทั้งญาติ ๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวอยู่กันไม่ต้อง ต้องย้ายหนีไปอยู่กันที่อื่น

ส่วนชายคนนี้ก็ไปพักอาศัยที่อื่นเช่นกัน แต่จะกลับมาบ้านหลังนี้เป็นครั้งคราว บางครั้งคุ้มคลั่งก็เอาก้อนหินปาใส่หลังคาบ้านชาวบ้านหลายครั้งแล้ว ทำให้ชาวบ้านพากันหวาดกลัว ทางตำรวจจึงปล่อยให้สงบสติอยู่ภายในบ้าน พร้อมหาทางประสานไปยังแม่ของชายคนดังกล่าว เพื่อให้มาพบตำรวจ และให้มานำตัวลูกชายส่งไปรับการรักษาอาการหลอนต่อไป.

บทความต้นฉบับ

เผยภาพเรือนจำกระบี่ เสียหายยับหลัง นักโทษเผาทำลาย

กระบี่-เผยภาพเรือนจำกระบี่เสียหายยับหลัง นักโทษเผาทำลาย ขณะที่ตร.เร่งสอบปากคำ จนท.และนักโทษนับพันคนหาตัวคนทำผิด

วันที่ 26 ธค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์จลาจลภายในเรือนจำจ.กระบี่ มีการเผาทำลายอาคารเมื่อวันที่ 17 ธค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการควบคุมสถานการณ์และย้ายนักโทษทั้งหมดไปยังเรือนจำต่างๆในภาคใต้จำนวนกว่า 2,500 คน รวมทั้งนักโทษแกนนำจำนวน 31 คน ถูกส่งไปยังเรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง และทางตำรวจระดมพนักงานสอบสวนกว่าร้อยนาย สอบปากคำนักโทษ จนท.เรือนจำ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมาย

ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวเผยว่าได้มีภาพจองภายในเรือนจำกระบี่ ซึ่งเป็นภาพความเสียหายอย่างหนักทั้งจากการวางเพลิงเผาทำลายอาคาร ห้องต่างๆ ข้าวของกระจัดกระจายเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งยังไม่มีการเข้ารื้อออกเพราะยังอยู่ระหว่างคดีที่ต้องรวบรวมหลักฐาน รวมทั้งยังอยู่ระหว่างการอนุมัติงบซ่อมแซมของกรมราชทัณฑ์ด้วย

ขณะที่การดำเนินคดี ทาง พ.ต.อ.ณรงค์ ลักษณะวิมล ผกก.สภ.เมืองกระบี่ เผยว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนในหลายท้องที่ ที่นักโทษถูกนำไปขังไว้ตามเรือนจำต่างๆ กำลังทยอยสอบปากคำซึ่งมีจำนวนนับพันคน ซึ่งหลังสอบเสร็จพนักงานสอบสวนจากสภ.ต่างๆ จะส่งสำนวนการสอบสวนมาที่สภ.เมืองกระบี่ เพื่อพิจารณาหาตัวผู้กระทำความผิด ส่วนของสภ.เมืองกระบี่นั้น ขณะนี้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ พยานไปแล้ว 60 ปาก เหลืออีกประมาณ 20 ปาก ก็จะเสร็จ ซึ่งตนได้แจ้งเร่งรัดไปแล้วคาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความคืบหน้าไปพอสมควร แต่ทั้งนี้คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน จึงจะสอบทั้งหมดเสร็จ

ในส่วนของพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดภายในเรือนจำที่บันทึกภาพไว้นั้น ทางขุดสืบสวน ภ.จว.กระบี่ กำลงตรวจสอบ โดยพบว่าวันที่ 16 ธค. ภาพยังปรากฏชัด ส่วนวันที่ 17 ธค.กล้องบันทึกไว้ได้เพียงช่วงบ่าย ก่อนที่จะถูกดึงออกและเกิดการเผาทำลายขึ้น แต่ก็สามรรถระบุตัวได้ว่ามีใครบ้าง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนแยกตัวบุคคลที่กระทำก่อเหตุ และยังต้องให้ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำชี้ตัวจากภาพอีกด้วย

บทความต้นฉบับ

ครม.อนุมัติกองทุนน้ำมันกู้ 2 หมื่นล้านตรึงดีเซล ไม่เกิน 30 บาท/ลิตร

กระบี่ 16 พ.ย.- ครม.สัญจรกระบี่ อนุมัติกองทุนน้ำมันกู้เงิน 2 หมื่นล้านบาท ตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ช่วง 4 เดือน หลังแนวโน้มราคาโลกลดลง

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.) สัญจร ครั้งที่ 1/2564 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล) ณ จังหวัดกระบี่ โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ครม. ได้อนุมัติให้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกู้เงินจากตลาด วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท นำไปรักษาเสถียรภาพน้ำมันดีเซล ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ใช้ตรึงราคา 3,000 บาทต่อเดือน เพื่อดูแลระยะสั้นในช่วง 4 เดือน เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ ติดลบ จึงต้องกู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาลดภาระไม่ให้ต้นทุนสูง

จากแนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลก คาดว่าจะลดลง แต่ดีเซลก็ยังมีราคาเกิน 30 บาทต่อลิตร จึงต้องดูแล ยอมรับว่ารัฐบาลต้องดูแลทุกกลุ่ม จากการหารือผู้ประกอบการ ก็พอใจกับการดูแลราคาน้ำมันในระดับปัจจุบัน สำหรับกรณีการชุมนุมประท้วงของรถบรรทุก เรียกร้องให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ไม่เกิน 25 บาทต่อลิตรนั้น มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม จัดรถ บขส. หรือรถทหาร นำมาช่วยขนส่งสินค้าแทน จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมกัน อีกทั้งแนวโน้ม รัฐบาลต้องการส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้ได้มากกว่าร้อยละ 30 เพื่อลดการใช้น้ำมัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้เงินประกันรายได้การปลูกข้าวนาปี 64/65 กระทรวงการคลังกำลังหาแหล่งเงินมาเพิ่มเติมอีก 76,000 ล้านบาท รัฐบาลยังจำเป็นต้องหาแหล่งเงินมาช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ยืนยันทยอยหาเงินมาอุดหนุนให้ตามระยะเวลากำหนด และต้องหาแนวทางอื่นในการส่งเสริมการปลูกข้าว เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร.-สำนักข่าวไทย

บทความต้นฉบับ

ครม.อนุมัติกองทุนน้ำมันกู้ 2 หมื่นล้านตรึงดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร

โจรแสบ ย่องงัดบ้านหรูอดีตกำนันดัง จ.กระบี่ ขโมยสายไฟเกลี้ยง

กระบี่ 10 ต.ค.- โจรแสบย่องงัดบ้านหรูอดีตกำนันดังตำบลหนองทะเล จ.กระบี่ ตัดสายไฟฟ้าภายในบ้านเสียหายทั้งหลัง เผยโดนเป็นรอบที่ 2 แล้ว

ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ เข้าตรวจสอบ บ้านเลขที่ 17/1 ถนนมหาราช ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตึก 3 ชั้น ของนายบสมพร จันทร์อ่อน อดีตกำนัน ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ หลังมีคนร้ายเข้าไปขโมยตัดสายไฟเสียหายทังหลัง นายสมพร เจ้าของบ้านรออยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมบ่นว่าโดนมา 2 ครั้งแล้ว

ครั้งนี้หนักที่สุด พาไปดูจุดที่คนร้ายเข้ามาก่อเหตุ ขณะที่ภายในบ้าน ทรัพย์สินถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย พบว่าทรัพย์สินมีค่ารวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้โดนขโมย มีแต่สายไฟที่โดนตัดไป ส่วนใหญ่เป็นสายไฟเมน หรือสายไฟหลักของระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ เนื่องจากต้องประสานช่างไฟฟ้าเข้ามาตรวจสอบระบบสายไฟฟ้าในบ้านอีกครั้งว่าเสียหายทั้งระบบหรือไม่ ที่เกิดเหตุพบเพียงร่องรอยนิ้วมือแฝง และรอยเท้า

นายสมพรเล่าว่า บ้านหลังนี้ซื้อไว้นานแล้ว แต่ไม่ได้อยู่ตลอด เพราะตนเองมีบ้านอยู่แล้ว 1 หลัง ที่ตำบลหนองทะเล เมื่อ 1 เดือนก่อน ถูกขโมยสายไฟแล้วครั้งหนึ่ง โดยครั้งนั้นตัดเอาสายไฟหลักหรือสายเมน ที่เชื่อมต่อจากมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้าน เข้าสู่ระบบไฟของบ้านไป ยังไม่ได้ให้ช่างเข้ามาซ่อมแซม เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ก่อน ภายในบ้านก็ยังปกติดี กระทั่งมาวันนี้เข้ามาดูบ้านเพื่อตรวจความเรียบร้อย ปรากฎว่าภายในบ้านถูกรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย ตรวจสอบทรัพย์สินอื่นๆ ไม่สูญหาย ยกเว้นสายไฟ ถูกดึงออกหมด ทำให้ระบบไฟฟ้าในบ้านใช้การไม่ได้ กล้องวงจรปิดจึงไม่ทำงาน

คาดว่าคนร้ายเข้ามาเมื่อ 2-3 วันก่อน ตั้งใจมาขโมยสายไฟ เพื่อนำไปขายร้านรับซื้อของเก่า โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว.-สำนักข่าวไทย

บทความต้นฉบับ

งัดบ้านหรูอดีตกำนันดัง ขโมยสายไฟเกลี้ยง

#กระบี่ [10 ก.ย. 64] พบผู้ป่วยรายใหม่​ 90 ราย สั่งปิดเกาะพีพี 7 วัน

สถานการณ์จังหวัดกระบี่ ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 64 ตัดข้อมูลเวลา 23.00 น.
พบผู้ป่วยรายใหม่​ 90 ราย (พบในจังหวัด 89 ราย /จากนอกจังหวัด 1 ราย) ยอดสะสมรวม 2,286 ราย รักษาหายวันนี้ 44 ราย สะสม 1,587 ราย กำลังรักษา 696 ราย

โดยพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดมากที่สุดคือ อ.เมือง 38 ราย อ.อ่าวลึก 22 ราย และ อ.คลองท่อม 12 ราย

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่ ออกประกาศ ปิดการเข้า-ออกพื้นที่ เกาะพีพี หมู่7 ต.อ่าวนาง และ ม.8 บ้านแหลมตง ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เป็นเวลา 7 วัน เริ่่มตั้งแต่วันที่ 11-17 กันยายน ยกเว้น นักท่องเที่ยวผ่านโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ โดยผ่านเส้นทางเดินเรือของโครงการนี้

ตร.กระบี่ เร่งล่าตัวหนุ่มคลั่งยา บุกทุบกระจกร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะทำลายข้าวของเสียหาย

ตำรวจกระบี่ เร่งล่าตัวหนุ่มคลั่งยา บุกทุบกระจกร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะทำลายข้าวของจนได้รับความเสียหาย

วงจรปิด จับภาพคนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อยืดสีดำ ใส่กางเกงยีนส์ สะพายกระเป๋าเป้ เดินเข้ามาที่หน้าร้านสะดวกซื้อ แล้วเอาเก้าอี้ไม้ จากร้านค้าใกล้กัน เข้ามาทุบที่กระจกประตูจนแตก และเดินเข้าไปภายในร้าน เข้าไปทุบข้างของเสียหาย และเดินวนเวียนอยู่ในร้าน ก่อนจะหยิบเอาสิ่งของออกไปด้วย

หลังเหตุเกิด ตำรวจ สภ.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เข้าตรวจสอบภายในร้านสะดวกซื้อ สาขาบ้านเขากลม หมู่ 7 ต.หนองทะเล อ.อ่าวนาง พบด้านหน้าร้านประตูกระจกแตกพังเสียหาย 2 บาน ข้าวของภายในร้านกระจัดกระจายเต็มพื้น นอกจากนี้ยังพบว่า จอที่เครื่องคิดเงินบริเวณเคาท์เตอร์ ถูกทุบ 3 จอ เครื่องแสกนบัตร โทรศัพท์มือถือ ตู้ไอศกรีม ถูกทุบเสียหาย

พันตำรวจโท สมพร ทิพย์อาภากุล รอง ผู้กำกับการ สภ.อ่าวนาง กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้ ชื่อ นายอุดม วุตรหลี อายุ 40 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อต้นเดือนเคยถูกภรรยามาแจ้งความทำร้ายร่างกายไว้ ซึ่งจากประวัติพบว่า ติดยาเสพติด และมักมีอาการหลอน คุ้มคลั่งบ่อยครั้ง จนญาติๆ ต้องการให้ตำรวจนำไปรักษา แต่ระหว่างติดตามตัว ก็มาก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งตอนนี้ชุดสืบสวนไปที่บ้านผู้ก่อเหตุ แต่ยังไม่พบตัว คาดน่าจะหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ป่าใกล้บ้าน

ข้อมูล : CH3 Plus

ฮือฮา! บองหลาเผือกโผล่อ่าวลึก จ.กระบี่ เชื่องูเจ้าที่ คอหวยแห่ตีเลขเด็ด

กระบี่ – ฮือฮา บองหลาเผือกตัวเขื่องยาว 4 เมตร หนักกว่า 10 โล โผล่ซุกใต้เตานึ่งเห็ดเก่า เหล่าชาวบ้านแห่ดูเชื่อเป็นงูเจ้าที่ ไม่พลาดคอหวยตีเลขเด็ดเสี่ยงโชค

วันที่ 29 มี.ค.64 นี่คือคลิปนาที หน่วยกู้ภัยสว่าง มูลนิธิการกุศลอ่าวลึก นำกำลังเข้าตรวจสอบงูจงอางขนาดใหญ่ เข้าไปหลบอยู่ใต้เตานึ่งเห็ดที่บ้านของนายสุริยะ นวลจิตร อายุ 55 ปี เลขที่ 186/2 ม.2 ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ตรวจสอบภายในเตาที่ความลึกประมาณ 50 ซม.พบงูจงอางขนาดใหญ่มีขาว ต่างจากงูจงอางตัวอื่นมักออกสีดำ หรือสีเทาเข้ม นอนขดตัว เมื่อเห็นกู้ภัยก็ชูคอแผ่แม้เบี้ยทัาทาย มีความฉลาดและรู้ทัน

เมื่อกู้ภัยใช้บ่วงคล้องก็จะหันหัวหลบบ่วงได้ทุกครั้ง กู้ภัยใช้เวลาหลอกล่ออยู่ประมาณ 10 นาที ก็สามารถคล้องคอได้สำเร็จ ค่อยๆ ลากออกมาจากเตา ก่อนใช้มือจับส่วนคอ วัดความยาวได้ 4 เมตร หนัก 10 กิโลกรัม นำใส่กระสอบปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ ขณะเจ้าของบ้านเชื่อเป็นงูเจ้าที่ เนื่องจากเป็นสีขาวต่างจากงูตัวอื่นๆ ที่เคยเจอ เชื่อคงมาให้โชค เตรียมเสี่ยงโชคเลขทะเบียนบ้าน

นายสุริยะ นวลวิจิตร เจ้าของบ้าน เล่าว่า งูจงอางตัวดังกล่าว น่าจะมาอาศัยอยู่นานแล้ว โดยวันนี้ญาติเดินผ่านเตาเผาดังกล่าว ซึ่งถูกปล่อยทิ้งร้างนานแล้ว ด้วยความสงสัย ก็ไปก้มดูที่ตรงโพรงซึ่งเป็นฐานเตาเผา ถึงกับหงายหลัง เมื่อพบงูจงอางตัวใหญ่ นอนทอดตัวอยู่ จึงแจ้งให้ตนทราบประสานกู้ภัยมาจับ โดยก่อนหน้านี้สุนัขที่เลี้ยงไว้ก็เห่าอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่คิดอะไร นึกว่าหยอกเล่นกับไก่ที่เลี้ยงไว้ จนวันนี้มาทราบจากญาติว่า พบงูอยู่ตรงจุดดังกล่าว

ส่วนตัวเชื่อเป็นงูเจ้าที่ ตอนนี้อายุ ก็ 50 กว่าแล้วเพิ่งเห็นงูจงอางเผือกครั้งแรกในชีวิต เชื่อน่าจะมาให้โชค หลังจากนี้จะนำเลขทะเบียนบ้านไปเสี่ยงโชค

「 บทความต้นฉบับ 」

กระบี่-อึ้งพบเป็นงูจงอางเผือกโผล่ข้างบ้าน เชื่องูเจ้าที่มาให้โชค

พบอีก มุกเมโล ที่กระบี่ เจ้าของเผย แม่ให้เก็บไว้นาน30ปี ร้านขายมุกยัน ของแท้

พบอีก มุกเมโล ที่กระบี่ เจ้าของเผย แม่ให้เก็บไว้นาน30ปี หอยติดอวนมาจากเกาะลันตา ร้านขายมุก เครื่องประดับ ยันของแท้ น้ำหนัก9กะรัต

วันที่ 17 ก.พ.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.กระบี่ มีมุกหายากอยู่ 1 เม็ด ลักษณะสีเหลือง คล้ายกับมุกที่ชาวบ้านพบในจังหวัดชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพบเป็นร้านอาหารอิสลาม ชื่อร้าน ซือดะ ตั้งอยู่เลขที่ 54 มหาราช 10 ต.ปากน้ำ เมืองกระบี่ พบน.ส.อาภรณ์ จำเริญลาภ อายุ 48 ปี เจ้าของร้าน นำมุกดังกล่าวออกมาให้ดู เป็นเม็ดกลมๆ สีส้ม ผิวมันวาว คล้ายมุกเมโล

น.ส.อาภรณ์ เล่าว่า ตนได้มุกดังกล่าวมา เมื่อประมาณ 30 กว่าปีแล้ว โดยพี่ชายออกไปวางอวนหาปลาในทะเลที่เกาะลันตา แต่มีหอยโข่งติดอวนขึ้นมา จึงนำกลับมาบ้านมาให้แม่ต้มกินเป็นอาหารในครอบครัว แต่เมื่อแกะเนื้อหอยออกมาก็พบว่า มีเม็ดมุกดังกล่าวหลุดออกมาจากเนื้อหอยและหล่นลงใต้ถุนบ้าน แม่ของตนเห็นมีประกายแวววาวจึงเก็บเอาไว้ และมอบให้ตนเก็บรักษาเรื่อยมา

น.ส.อาภรณ์ เล่าต่อว่า ที่ผ่านมาเคยพาไปให้ร้านขายมุกดู ทางเจ้าของร้านบอกว่าเป็นของแท้ แต่ก็ไม่ได้ขาย เพราะไม่รู้ราคาที่แน่นอน จึงเก็บไว้อย่างนั้น จนกระทั่งเห็นข่าวมีคนพบมุกเมโลที่ชลบุรีมูลค่าราคาหลายล้านบาท

ขณะที่ น.ส.รักษณาลี เกิดสวัสดิ์ อายุ 27 ปี น้องน.ส.อาภรณ์ เล่าว่า เคยพาไปให้ร้านขายมุกและเครื่องประดับ ตรวจสอบแล้ว เขาก็บอกว่าเป็นไข่มุกเมโลเพิร์ล ของแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนัก 9 กะรัต ซึ่งทางเจ้าร้านของสนใจมาก แต่ไม่ได้ตั้งราคาไว้ จึงให้ตนตั้งราคาขาย ตนก็ไม่กล้าบอก เพราะไม่แน่ใจว่าราคาอยู่ที่ประมาณไหน อย่างไรก็ตาม หากมีคนเสนอราคาให้เป็นที่พอใจของ แม่และพี่สาว ก็พร้อมที่จะขายทันที

「 ดูข่าวต้นฉบับ 」
พบอีก มุกเมโล ที่กระบี่ เจ้าของเผย แม่ให้เก็บไว้นาน30ปี ร้านขายมุกยัน ของแท้