กราบสาธุ หลวงตาบุญชื่น ออกธุดงค์ด้วยเท้าเปล่ากว่าพันกิโล ล่าสุดถึง จ.สระบุรี

กราบสาธุ หลวงตาบุญชื่น ออกธุดงค์ด้วยเท้าเปล่ากว่าพันกิโล ไม่รับปัจจัย ล่าสุดถึง จ.สระบุรี ก่อนมุ่งหน้าปลายทาง จ.จันทบุรี

วันที่ 25 ต.ค. 63 เพจเฟซบุ๊ก “บิ๊กเกรียน” ได้มีการเผยเรื่องราวจากคุณ Terksak Suaynaka ที่บังเอิญพบ หลวงตาบุญชื่น พระธุดงค์ที่กำลังเดินเท้าด้วยเท้าเปล่าอยู่ในขณะนี้ โดยท่านได้ธุดงค์ผ่านหน้าบ้านของผู้โพสต์ ซึ่งตั้งอยู่ อ.วังม่วง จ.สระบุรี ซึ่งผู้โพสต์ถือว่าเป็นสิริมงคลเป็นอย่างมากในเช้าวันนี้

หลวงตาบุญชื่น

ทั้งนี้ ทางเพจเฟซบุ๊ก “บิ๊กเกรียน” ได้ระบุข้อความดังนี้ “หลวงตาบุญชื่น ธุดงค์ถึง วังม่วง สระบุรี แล้วจะเดินธุดงค์ผ่านนครนายก มุ่งหน้า จ.จันทบุรี ตามเส้นทางผ่าน ชาวบ้านพบเห็นหลวงตา นิมนต์ถวายน้ำ ท่านไม่รับปัจจัยพร้อมก้มกราบไหว้ อย่างสนิทใจ พระที่ไม่มีอภินิหาร หรือติดยึด ลาภ ยศ คำสรรเสริญ”

หลวงตาบุญชื่น

หลังจากที่เรื่องราวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ใช้งานโลกออนไลน์ต่างเข้ามาร่วมอนุโมทนาบุญเป็นจำนวนมาก พร้อมกับเป็นห่วงความปลอดภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในระหว่างที่ หลวงตาบุญชื่น ขณะกำลังเดินธุดงค์

หลวงตาบุญชื่น

หลวงตาบุญชื่น

ดูต้นฉบับ

หมั่นสวดมนต์อุทิศบุญให้เทวดาประจำตัว ให้ท่านเมตตาให้กำลัง ให้พรพาปลอดภัย ชีวิตจะดีจนถึงขั้นพลิกชีวิต!

เทวดาประจำตัวคือใคร ในยามที่เราพบวิกฤตชีวิต จนมืดแปดด้าน แล้วมีปาฏิหาริย์พาเราออกมาได้ หรือยามที่จะทำอะไรไม่ดี มีการเตือนให้หยุด ให้ยับยั้งไม่ทำชั่ว เมื่อมีการสร้างบุญได้อุทิศบุญ

เรารู้สึกปิติ สุขใจและเหมือนมีคนรอบข้าง ที่เราไม่เห็นได้ร่วมสร้างบุญและโมทนาบุญ ที่เราทำ….

เทวดาประจำตัวทุกคน คือ พ่อแม่ บรรพบุรุษ ญาติพี่น้องทั้งหลาย ที่มีบุญร่วมกัน และได้เปลี่ยนภพภูมิไปแล้ว แต่ยังเป็นห่วง คอยดูแลช่วยเหลือ หมั่นสร้างบุญ สวดมนต์ อุทิศบุญให้ท่าน ชีวิตเราจะมีแต่ความรุ่งเรือง ยามมีภัยจะรอดได้… ทำจิตให้นิ่งสว่างไสว

พ่อแม่

ตั้งนะโม ๓ จบ

อิติสุขะคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พรหมะเทวา ขะมามิหัง (สวดได้ตลอดทั้งวันยิ่งดีมาก) ด้วยอานุภาพของพระพุทธเจ้า ด้วยอานุภาพของพระธรรม ด้วยอานุภาพของพระสงฆ์ ด้วยอานุภาพของพระรัตนตรัยทั้ง ๓ ประการนี้ ขอจงดลบันดาลให้บุญที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาแล้วตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาตินี้

ขอผลบุญนี้ได้เป็นอาหารทิพย์ ยาทิพย์ เครื่องนุ่มหุ่มทิพย์ วิมานทิพย์ เป็นบุญอันยิ่งใหญ่และขออุทิศบุญนี้ให้แก่เทวดาที่รักษาตัวของข้าพเจ้า และเทวดาที่รักษาบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของข้าพเจ้า ให้แก่เทวดาที่รักษากิจการค้าขายของข้าพเจ้า เมื่อท่านได้รับผลบุญขอข้าพเจ้าแล้ว ขอโปรดเมตตาให้ซึ่งอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า และขอจงอนุโมทนาบุญกับข้าพเจ้า เมื่อท่านอนุโมทนาบุญกับข้าพเจ้าแล้ว

ขอโปรดเมตตาดูแลให้ข้าพเจ้าอยู่ในศีล ในธรรม ได้พบครูบาอาจารย์ กัลยาณมิตร กัลยาณธรรม ได้สร้างบุญร่วมกัน ชีวิตมีความสุขความเจริญ รุ่งเรืองและแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลาย มีสติปัญญา มีความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเงิน การติดต่อ การค้าขาย ขอให้ชนะศัตรูหมู่มารทั้งหลายด้วยความดี

ขอให้เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย และขอให้ข้าพเจ้าพบโชคลาภตามบุญที่ทำมา และสำเร็จดังที่ปรารถนาโดยเร็วพลันเทอญ

ไหว้พระ

ขอมูลโดย ธรรมทาน

แกงมัสมั่น ยังคงครองอันดับ 1 ในการถูกจัดให้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกในปีนี้

มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา…จากกรณีสำนักข่าวชื่อดังอย่าง CNN ได้มีการจัดอันดับอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกกว่า 50 เมนู ซึ่งในปี 2020 นี้ อาหารตัวแทนจากประเทศไทยอย่าง แกงมัสมั่น ยังคงครองอันดับ 1 ในการถูกจัดให้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกในปีนี้

ขณะเดียวกัน อาหารจากประเทศไทยที่ติด 50 อันดับ ยังมีอีก 2 เมนู ได้แก่ ต้มยำกุ้ง (อันดับ 8) และ ส้มตำ ถูกจัดให้เป็นอาหารอร่อยอันดับที่ 46 ของโลก ในปี 2020

ขณะเดียวกันทางด้าน CNN ให้เหตุผลว่า “แกงมัสมั่น” เป็นราชาแห่งแกงกะหรี่และเป็นอาจราชาของอาหารทั้งหมด โดยมีทั้งความเผ็ด มีมะพร้าว มีทั้งคาวและหวานในจานเดียว แม้แต่การใช้ซอสสำเร็จรูปที่ซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตก็สามารถทำให้คุณกลายเป็นเป็นเชฟระดับมิชลินได้ง่ายๆเลยทีเดียว

“แกงมัสมั่นไก่” สูตรแกงมัสมั่นไก่ ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยม

1. สะโพกไก่ 250 กรัม 2. พริกแกงมัสมั่น 120 กรัม 3. หัวกะทิ 200 กรัม

4. มันฝรั่ง 150 กรัม 5. หอมใหญ่ 50 กรัม 6. ใบกระวานและอบเชย (เล็กน้อย)

เครื่องปรุง

1. น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม 2. เกลือ ½ ช้อนชา 3. น้ำมะขามเปียก 4. น้ำปลา

วิธีทํา

1. นำสะโพกไก่ มาล้างให้สะอาด 2. นำมันฝรั่งมาปอกเปลือก แล้วนำไปล้างให้สะอาด หั่นมันฝรั่งเป็นชิ้นใหญ่พอคำ ปอกเปลือกและหั่นหอมใหญ่เตรียมไว้ 3. นำหม้อตั้งบนเตาไฟ ใช้ไฟอ่อน ใส่หัวกะทิลงไปเคี่ยว ให้แตกมัน แล้วใส่พริกแกงมัสมั่นที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากันจนหอม

4. ใส่เครื่องปรุงน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก เกลือ คนให้เข้ากัน ใส่ใบกระวานและอบเชยเพิ่มความหอม 5. ใส่เนื้อไก่ลงไป คลุกเคล้าจนเข้าเนื้อ 6. เคี่ยวกะทิ จนเนื้อไก่เปื่อย ใช้ไฟเบา –ไฟปานกลาง

7. เมื่อความร้อนในหม้อแกงเริ่มระอุเดือด ใส่หัวหอมและมันฝรั่งลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน เคี่ยวจนสุก 8. ชิมรสชาติให้มีรสหวานนำ เปรี้ยว และเค็มตาม ออกรสกลมกล่อม

เปิดตัว Iphone12 ปรับโฉมใหม่พร้อมสเปคกล้องขั้นเทพ รองรับ 5G ชิป A14 Bionic ด้านหน้า Ceramic Shield

“แอปเปิล” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ Iphone12 iPhone 12 Pro / Pro Max และHomePod mini

เริ่มแรกApple เปิดตัว HomePod mini ถือเป็นลำโพงอัจฉริยะ มีรูปร่างขนาดเล็ก ใช้งานควบคู่กับมือไอโฟนHomePod mini จะทำให้ siri ทำงานได้อย่างฉลาดมากยิ่งขึ้น โดยจะเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว และมาพร้อมชิป Apple S5

 HomePod mini

ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 99 $ มีสองสีให้เลือก ขาวและสีเทาสเปรย์เกย์ เปิดวางขายวันที่ 6 พ.ย

แอปเปิ้ล ฤกษ์เปิดตัว Iphone12 รุ่นใหม่ล่าสุดรองรับสัญญาณ 5G ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว ใช้หน้าจอ Super Retina XDR Display OLED มีขนาดบางกว่า iPhone 11 ถึง 15% ความสว่างสูงสุด 1,200 nits และทางแอปเปิ้ลการันตีว่าใช้กระจก Ceramic Shield ซึ่งเป็นกระจกที่ทนและแข็งแรงกว่ากระจกสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในตลาด ณ ตอนนี้ ใช้ชิบ A14 Bionic และCPU 6 Core เร็วขึ้น 50% ถือเป็นชิบที่เร็วที่สุดในโลกในตลาดสมาร์ทโฟน GPU มา 4 Core

iPhone 12

สเปคกล้องหลังของ iPhone 12 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (f/1.6)กล้องคู่เป็นเลนส์ Wide กับ Ultra Wide โดยปรับปรุงคุณภาพผลภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้นและประมวลผลให้เร็วขึ้นและเลนส์อีกตัว Ultra-wide ชัดขึ้น สามารถถ่าย Night Mode และสามารถถ่ายวีดีโอได้คมชัดมากยิ่งขึ้น

ชาร์จไร้สาย

โดย Apple จะมีการใส่แม่เหล็กติดกับหลังมือถือ iPhone ทำให้สามารถชาร์จไร้สายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ส่วนอีกรุ่นคือ iPhone 12 mini รองรับ 5G ขนาดหน้าจอ 5.4 นิ้ว สเปคจะใกลเดคียงกับ Iphone12 แตกต่างตรงที่ขนาดและแบตเตอร์รี่ ที่ให้มากับตัวเครื่อง ราคา เปิดตัวอยู่ที่ iPhone 12 mini $699 และ iPhone 12 $799

Apple ออกมายืนยันแล้วว่า iPhone 12 จะไม่แถมอะแดปเตอร์และหูฟัง EarPods ให้อีกแล้ว เนื่องจากต้องการลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

iPhone 12 Pro / Pro Max

อีกรุ่นที่แอปเปิ้ลเปิดตัวคือ iPhone 12 Pro / Pro Max มาพร้อมกับ 4 สี ทอง ดำ ขาว และเปิดตัวสีใหม่คือ สีน้ำเงิน

iPhone 12 Pro Max หน้าจอใหญ่ 6.7 หน้าจอ Super Retina XDR (OLED) ถือเป็นหน้าจอที่ให้ความละเอียดสูงที่สุด กล้อง Telephoto ซูมได้ถึง 2.5 เท่า และ Sensor ใหม่และมีขนาดใหญ่กว่าเดิม 47% มาพร้อมระบบกันสั่นแบบใหม่ที่กันสั่นได้ดีกว่าเดิมและสามารถปรับแสงได้แบบ HDR โดย iPhone 12 Pro จะมี LiDAR Scanner สามารถสแกนพื้นที่ต่างๆ ความลึกและความตื้น สามารถใช้ AR ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น iPhone 12 Pro จะมาพร้อมกับ Lidar ตัวแสกนระยะโฟกัสช่วยให้โฟกัสได้รวดเร็วขึ้น

สรุปราคาเปิดตัว iPhone 12 Pro อยู่ที่ $999 และ iPhone 12 Pro Max $1,099 วางขายวัน 23 ต.ค. ที่อเมริกา

ราคา  iPhone 12

ดูต้นฉบับ

เลื่อมใสศรัทธา! “หลวงตาบุญชื่น” อายุ 72 ปี มีปฏิปทาสูง เดินธุดงค์เท้าเปล่า หลังออกพรรษา

พบพระภิกษุ วัย 72 ปี มีพระปฏิปทาสูง ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ออกธุดงค์จากอีสานแถบแม่น้ำโขง มุ่งหน้าภาคกลาง เข้าสู่ภาคตะวันออก ก่อนวกลงมาอีสานใต้ ญาติโยมที่ทราบข่าวต่างอนุโมทนาสาธุ พร้อมมาคอยใส่บาตรตอนเช้าที่ธุดงค์ผ่าน โดยไม่รับปัจจัยใดๆ

ที่ข้างถนนสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ บริเวณบ้านหนองผ้าอ้อม ตำบลหนองแวง อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ พบพระภิกษุสงฆ์สูงอายุ สะพายย่างและบาตร กำลังเดินออกจาก จ.สกลนคร มุ่งหน้าไปทาง จ.กาฬสินธุ์ จึงเข้าไปสอบถามทราบว่าเป็นพระกำลังเดินธุดงค์

จากการสอบถามหลวงตาบุญชื่น ทราบว่า ได้บรรพชาฉลอง 80 พรรษาในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว ซึ้งในรสพระธรรมจึงไม่ลาสิกขา เคยมาจำพรรษา อยู่บ้านนาผาง ต.กกปลาชิว อ.ภูพาน จ.สกลนคร ได้ 4 พรรษา และอุปสมบทได้ 7 พรรษาแล้ว ในพรรษาที่ผ่านมาจำพรรษาที่ที่พักสงฆ์บ้านเสาเล้า

หลวงตาบุญชื่น กล่าวว่า ก่อนออกธุดงค์ในปีนี้ ความตั้งใจในวัตรปฎิบัติที่เคยปฎิบัติมาทุกปี หลังออกพรรษาปีนี้ตรงกับวันที่ 2 ตุลาคม 2563 จึงเริ่มออกธุดงค์จากที่พักสงฆ์ถิ่นฐานบ้านเกิด ขาไปออกจากจังหวัดนครพนม, สกลนคร, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, ปราจีนบุรี ส่วนขากลับจะไปทางจังหวัดสระแก้ว, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, มุกดาหาร, สกลนคร, นครพนม

จากการสนทนาธรรมกับ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโฒ ทำให้ทราบว่าหลวงตาเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เดินธุดงค์เท้าเปล่าเพียงรูปเดียว ไม่มีกลดมีเพียงบาตรและย่ามซึ่งภายในมีของใช้ที่จำเป็น เมื่อฉันเช้าเสร็จก็จะนำน้ำปานะซึ่งญาติโยมเอามาถวายติดตัวไปแต่พอฉันเท่านั้น หลวงตาไม่ยึดติดของนอกกาย หลวงตา ไม่มีปัจจัยติดตัวเพราะไม่ต้องใช้ ได้เงินมามากก็ไม่รู้จะเอาไปทำไม

ส่วนการเดินธุดงค์นั้นต้องมีความอดทน และความตั้งใจ โดยกำหนดต้องเดินให้ได้วันละ 25-30 กม. ใช้เวลาเดินประมาณ 4 กม. ต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชนที่มีภูมิลำเนาที่หลวงตาบุญชื่น จะเดินธุดงค์ผ่าน ก็มารอใส่บาตรเพื่อเป็นบุญกุศล และขอให้ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ที่จะธุดงค์ผ่านตามเส้นทางที่กำหนด จัดเจ้าหน้าที่มาดูแลหลวงตาเพราะหลวงตาบุญชื่นอายุมากแล้ว เกรงว่าจะเกิดอันตรายระหว่างทาง

ดูต้นฉบับ

สิ้นแล้ว “หลวงพ่อใหญ่” เกจิดังโคราช มรณภาพด้วยโรคชรา สิริอายุ96ปี ศิษยานุศิษย์แห่อาลัย

“หลวงพ่อใหญ่” หรือพระสาสนโสภณ เจ้าอาวาสวัดสุทธจินดาวรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย มรณภาพที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา สิริอายุ 96 ปี

เมื่อเวลา 11.49 น. วันที่ 9 ต.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระสาสนโสภณหรือหลวงพ่อใหญ่ (โกศล สิรินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดสุทธจินดาวรวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 (ธรรมยุต) พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏในพระราชทินนาม ได้มรณภาพด้วยอาการอาพาธโรคชราภาพอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา 76 พรรษา รวมสิริอายุ 96 ปี สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับชาวบ้านและศิษยานุศิษย์

สิ้นแล้ว หลวงพ่อใหญ่ เกจิดังโคราช

พระสาสนโสภณหรือหลวงพ่อใหญ่ เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีวัตรปฏิบัติงดงาม เรียบง่าย สมถะ เบื้องต้นบรรดาศิษยานุศิษย์ พระภิกษุ สามเณร ได้ช่วยกันทำความสะอาดและปรับปรุงพื้นที่ชั้น 2 บนศาลาการเปรียญของวัด เพื่อเตรียมตั้งบำเพ็ญกุศลศพตามประเพณี

สำหรับประวัติ พระสาสนโสภณ หรือหลวงพ่อใหญ่ นั้นมี นามเดิมว่า โกศล โพธิ์งาม ฉายา สิรินฺธโร ( 30 มิถุนายน พ.ศ. 2467) เกิดเมื่อวันจันทร์ แรม 14 ค่ำ เดือน 7 ปี ชวด ตรงกับวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2467 บิดาชื่อนายสอน โพธิ์งาม มารดาชื่อนางสงค์ โพธิ์งาม ที่บ้านระเวียง หมู่ที่ 14 ตำบลเบิด อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ บรรพชาที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2483 อายุ 15 ปี

โดยมีพระธรรมฐิติญาณ (สังข์ทอง นาควโร) เป็นอุปัชฌาย์ พระมหาดี ญาณาสโย เป็นผู้ให้สรณะและศีลในการบรรพชา อุปสมบทที่ วัดสุทธจินดา โดยมีพระโพธิวงศาจารย์ (สังข์ทอง นาควโร) เป็นอุปัชฌาย์ มีพระมหาดี ญาณาสโย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระศรีธรรมวงศาจารย์ (จันทร์ เกสโร) วัดสุปัฏนาราม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2489 ตรงกับวันพุธ แรม 14 ค่ำ เดือนอ้ายวันที่ 30 กรกฎาคม

ต่อมา เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ ฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานสถาปนาเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏในพระราชทินนามที่พระสาสนโสภณ

หลวงพ่อใหญ่ เกจิดังโคราช

ดูต้นฉบับ

คุณตา สร้างวัตถุทานมหากุศลครั้งใหญ่ บริจาคที่ดินเพื่อสร้างโรงพยาบาลให้ชุมชน

กราบอนุโมทนาสาธุ ในมหากุศลที่คุณตามา ทองรักษ์ บริจาคที่ดินผืนใหญ่ให้ใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาล

จ.พะเยา – เรื่องราวที่ทางเพจ พระนพดล สิริวํโส ได้โพสต์มาจาก พะเยาโพสต์ PhayaoPost กับมหากุศลอันยิ่งใหญ่ของคุณตาชาวจังหวัดพะเยา ที่ได้ใจบุญมอบที่ดินผืนใหญ่ให้ใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาล เพื่อให้นำไปพัฒนาส่งเสริมสุขภาพของชาวบ้านในชุมชนละแวกดังกล่าว และสร้างสาธารณะประโยชน์ต่อสังคมต่อไป จนสร้างเสียงชื่นชมของผู้ที่ได้รับรู้เรื่องราวตามมาอย่างมากมาย

คุณตา สร้างวัตถุทานมหากุศลครั้งใหญ่

ขอร่วมอนุโมทนาบุญกับคุณตา
ขอคุณตาและครอบครัวมีความสุขความเจริญสาธุๆ

คุณตา สร้างวัตถุทานมหากุศลครั้งใหญ่

“คุณตามา ทองรักษ์” ส่งมอบที่ดินให้สร้างโรงพยาบาล เพื่อประโยชน์กับชุมชนตำบลบ้านต๊ำ จังหวัดพะเยา
โดยการถวายที่ดินไว้ในบวรพุทธศาสนานั้นนับว่าเป็นการทำบุญในฝ่ายวัตถุทานที่มีอานิสงส์มาก
ร่วมอนุโมทนาบุญกับคุณตาด้วยครับ

คุณตา สร้างวัตถุทานมหากุศลครั้งใหญ่

ซึ่งในโลกออนไลน์ ก็มีการชื่นชมในมหากุศลที่คุณตามา ทองรักษ์ บริจาคที่ดินให้โรงพยาบาล กราบอนุโมทนาสาธุ กับคุณตามา ทองรักษ์ด้วย ขอให้คุณตามีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลานไปนานๆ

ขอบคุณ พะเยาโพสต์ PhayaoPost

พระนพดล สิริวํโส
ดูต้นฉบับ

“เฉลิมชัย” ลั่นทั่วโลกต้องรู้จัก “วัดติโลกอาราม” งดงามและยิ่งใหญ่กว่า ‘วัดร่องขุ่น’

“ถ้าไม่ช่วยก็อย่าขวาง ผมจะทำให้วัดติโลกอาราม ให้งดงามและยิ่งใหญ่กว่าวัดร่องขุ่น ให้โลกได้จดจำ ก่อนที่ผมจะลาจากโลกนี้ไป”

พะเยา – วันที่ 6 ตุลาคม ที่ห้องประชุมภูกามยาว ศาลากลางจังหวัดพะเยา ชั้น 5 นายกมล เชียงวงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม ) นายนคร พงษ์น้อย ผอ.การอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง ) นายเกื้อพงษ์ ชัยดรุณ นักวิชาการด้านประวัติิศาสตร์เมืองพะเยา และนายเจริญ มาบุตร จิตกรชำนาญการ กลุ่มจิตรกรรมสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ

ได้เปิดตัวคณะกรรมการพัฒนาและปรับปรุงวัดติโลกอาราม หรือวัดกลางกว๊านพะเยา ที่กำลังมีโครงการศึกษาความเป็นไปได้และเปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆว่าจะให้พัฒนาปรับปรุงหรือไม่ หรือปรับปรุงไปในทิศทางใด

ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัยกล่าวในบางช่วงบางตอนของการประชุมว่า โครงการทั้งหมดที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในส่วนของการพัฒนาปรับปรุงวัดติโลกอาราม นั้น ภาพที่วาดออกมานั้นเป็นภาพในจินตนาการ เป็นเพียงแบบร่างคร่าวๆว่าถ้าสร้างได้ สร้างสำเร็จก็จะออกมาประมาณนี้ ยังไม่ใช่การตกลงว่าจะสร้างหรือต้องสร้างยังต้องมีขั้นตอนการขอความเห็นชอบจากทุกภาคส่วนก่อนที่จะลงมือทำ ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้เท่านั้น

สำหรับการสร้างวัดติโลกอาราม นั้นตนไม่ได้ให้งดงามและยิ่งใหญ่เหมือนวัดร่องขุ่น แต่ตั้งใจจะฝากฝีไม้ลายมือให้มันยิ่งใหญ่ งดงาม ทรงคุณค่ายิ่งกว่าวัดร่องขุ่น ให้คนทั้งโลกจดจำด้วยการแต่งแต้มสีสันให้เข้ากับวิถีวัฒนธรรม ขนบประเพณีตลอดจนบรรยากาศของกว๊านพะเยา ไม่ใช่สีขาวโดดๆแบบวัดร่องขุ่นอย่างแน่นอน

“ถ้าไม่ช่วยก็อย่าขวาง ผมจะทำให้วัดติโลกอาราม ให้งดงามและยิ่งใหญ่กว่าวัดร่องขุ่น ให้โลกได้จดจำ ก่อนที่ผมจะลาจากโลกนี้ไป”ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายเจริญ มาบุตร จิตกรชำนาญการ กลุ่มจิตรกรรมสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรกล่าวว่า ตนเองถูกขอตัวมาช่วยราชการที่ จ.พะเยา เพราะเป็นคนพะเยา ภาพที่เขียนก็เขียนตามจินตนาการของอาจารย์เฉลิมชัย ที่ต้องการให้วัดติโลกอาราม เป็นตัวแทนของความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนาในอดีต ให้สะท้อนภาพปัจจุบัน พร้อมสร้างแลนด์มาร์คให้ผู้คนได้จดจำ ได้มาเที่ยวชม มาไหว้พระ มากิน และใช้เงินในพะเยา เพื่อสร้างฐานรากของเศรษฐกิจให้เข้มแข็งอันจะส่งผลให้เศรษฐกิจภาพรวมของคนพะเยาดีขึ้น

“ลังจากที่ออกแบบและเขียนภาพจำลองการสร้างวัดติโลกอารามเสร็จ ผมต้องกลับไปทำงานที่กรมศิลปกรเหมือนเดิม ส่วนจะมีการสร้าง พัฒนาหรือปรับปรุงวัดติโลกอารามหรือไม่ เป็นเรื่องที่ชาวพะเยาจะเป็นคนเลือก ผมก็แค่มาทำตามหน้าที่ทางราชการและในฐานะคนพะเยาคนหนึ่งเท่านั้น”นายเจริญ กล่าว

ดูต้นฉบับ

อนุโมทนา – พลังบุญอันยิ่งใหญ่ สาวใจบุญ ถอนเงินปึกใหญ่กว่า 2ล้าน ไถ่ชีวิตโค 106ตัว

ด้วยอานิสงส์ของการไถ่ชีวิตโคกระบือ จะทำให้เป็นผู้ที่มีอายุที่ยืนยาวปราศจากทุกข์โศกโรคภัย ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เรื่องคับแค้นใจจะคลายและหายไปเป็นที่เคารพเมตตาทั้งสามโลกเพราะโค กระบือ เป็นสัตว์ใหญ่ที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เช่นเดียวกับมนุษย์และอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ จึงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างแม่ลูก เหมือนดั่งมนุษย์

พลังบุญอันยิ่งใหญ่ เปิดเผยผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ค Suratchana Khunhan ที่ได้โพสต์เงินปึกใหญ่ก้อนโต จำนวนกว่า2ล้านบาท ที่เตรียมนำไปวัดเพื่อไถ่ชีวิตวัวจำนวนกว่า 106ตัว ในโครงการ “ปิดโรงเชือด เปิดคอกอภัยทาน” ของ พระอาจารย์น้ำ ฌานรตะ มุนีดาบส

ถอนเงินมาล่ะค่ะ 2,339,500 บาท
กำลังเดินทางไปจ่ายชำระโรงเชือด
เพื่อไถ่ชีวิตวัว ทั้ง 106 ตัว เป็นปฐมฤกษ์
ในโครงการ “ปิดโรงเชือด เปิดคอกอภัยทาน”

ของ พระอาจารย์น้ำ ฌานรตะ มุนีดาบส
มหากุศลครั้งนี้จะระบือทั่วสามแดนโลกธาตุ
มหาโมทนากับทุกท่าน ทุกคณะ ทุกสายบุญ
พรใดที่ประเสริฐจงบังเกิดกับทุกท่าน
จนกว่าจะเข้าสู่แดนพระนิพพานเทอญ

พระอาจารย์น้ำ ล้างอาถรรพ์อาวุธสังหาร
และเรียกเจ้ากรรมนายเวรวิญญาณเหยื่ออาวุธ
กลับสวนพระพุทธฯ ป่าเฉลิมพระเกียรติ
ไปรับบุญ ไปช่วยกันสร้างบารมีต่อไป…

ขอบคุณ Suratchana Khunhan

ดูต้นฉบับ

ดีไซเนอร์ไทยแปลงโฉมรถเข็นซูเปอร์ฯ เป็นวีลแชร์ราคาประหยัด

‘Cart Wheel Chair’ โปรเจ็คพลิกไอเดียแปลงร่างวีลแชร์จากซากรถเข็นซุปเปอร์มาเก็ต เป็นผลงานไอเดียบรรเจิดของกลุ่มนักออกแบบ/คนโฆษณาไทยที่มีอุดมการณ์อยาก ‘ให้’ บางสิ่งบางอย่างคืนแก่สังคม นวัตกรรมไทยประดิษฐ์ซีรีย์นี้ดัดแปลงขึ้นจากรถเข็นซื้อของที่เราใช้กันทั่วไปในซูเปอร์มาร์เก็ต

โดยทีมดีไซเนอร์ได้นำรถเข็นที่ไม่ใช้แล้วมาตัด ต่อ แต่ง เติมใหม่ ให้มีคุณลักษณะที่เหมาะสมต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้พิการ ผู้ป่วย หรือผู้สูงวัยในสังคมไทย โดยมุ่งเป้าไปที่ครอบครัวซึ่งไม่มีกำลังทรัพย์พอจะซื้อรถวีลแชร์ราคาสูงๆ ในท้องตลาดได้

อภิชัย อินทัตสิงห์ แกนนำของกลุ่มเล่าว่าผลลัพธ์และพลังความร่วมมือจากสังคมภายใต้โครงการนี้ ได้รับฟีดแบคที่เกินความคาดหมายไปมาก หากมองย้อนกลับไปเมื่อราวปีเศษๆ จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดขึ้นจากไอเดียเล็กๆ ที่ทีมงานต่อยอดมาจากโจทย์งานโฆษณาอันหนึ่งของลูกค้าแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต

โดยในช่วงแรกเริ่มดีไซเนอร์ได้ลองนำรถเข็นเก่ามาสำรวจความเป็นไปได้ในสองรูปแบบ หนึ่งคือการพัฒนาเป็นรถเข็นแบบแมนนวลที่ผู้ใช้สามารถใช้งานเองได้ และสามารถช่วยเหลือตัวเองในการเคลื่อนที่โดยไม่ต้องมีคนช่วยเข็น จุดนี้จะทำให้ผู้ป่วยหรือคนชรารู้สึกดีขึ้นกับตัวเอง เพราะไม่ต้องคอยพึ่งพาคนอื่นตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

ส่วนแนวทางที่สองคือรถเข็นสำหรับการเคลื่อนย้ายที่ต้องอาศัยผู้ช่วยเข็น (ซึ่งก็น่าจะหมายถึงสมาชิกในครอบครัวนั่นเอง) โดยดีไซน์ในรูปแบบนี้ทีมงานมุ่งเน้นไปที่ความสะดวกในการเข็น และน้ำหนักตัวรถที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้

“พวกเราเชื่อว่าดีไซน์ประยุกต์เช่นนี้มันเหมาะกับผู้พิการ ผู้ป่วย หรือคนสูงอายุที่เขาเดือดร้อนจริงๆ เพราะมันไม่ต้องใช้ต้นทุนอะไรมากมาย ขั้นตอนการผลิตก็ไม่ได้ยุ่งยาก แรกเริ่มเดิมทีพวกเราลองทำขึ้นมาคันเดียวก่อน ออกทุนซื้อรถเข็นเก่ามาดัดแปลงลองผิดลองถูกกันเอง ดูว่าชิ้นส่วนไหนจะดัดแปลงไปเป็นอะไรได้บ้าง ใช้เวลาไม่นานก็สำเร็จเป็นวีลแชร์คันแรก” อภิชัยย้อนเล่าถึงแนวคิดตั้งต้น

จวบจนปัจจุบัน กระบวนการและขั้นตอนการผลิตวีลแชร์หนึ่งคันของทีมก็ได้พัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ มีการแต่งเติมอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อความสะดวกในการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ตะกร้าใส่ของ เบาะรองนั่ง และเบรคมือ เป็นต้น “ขั้นตอนทั้งหมดก็ไม่ยากครับ เริ่มจากติดต่อขอซื้อซากรถเข็นจากเซียงกงหรือโกดังของเก่า นำมาตัดต่อชิ้นส่วนต่างๆ กันในเวิร์คช็อป ทำที่พักเท้า ทำตระกร้าด้านหลัง ทำพับแขนด้านข้าง ติดเบรคมือ แล้วก็เก็บรายละเอียดงานสี ลบเหลี่ยมคมต่างๆ ให้เรียบร้อย สุดท้ายก็ติดเบาะรองนั่งและรองพักแขน เราทดสอบกันแล้วว่ารถแต่ละคันรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 150 กิโลกรัม”

อภิชัยบอกว่าต้นทุนในการผลิตรถเข็นหนึ่งคันนั้นอยู่ที่ประมาณ 600 – 1,200 บาท (แล้วแต่สภาพ) ซึ่งสมมติถ้าต้นทุนแรกอยู่ที่ 600 บาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการพัฒนาทั้งหมดแล้วก็จะตกไม่เกิน 800 บาทต่อคันเท่านั้น ซึ่งถือเป็นราคาที่ประหยัดมากหากเทียบกับราคารถเข็นผู้ป่วยในท้องตลาดที่ขายกันอยู่ราว 3,000 บาทขึ้นไป ทุกวันนี้ดีมานด์ของวีลแชร์ไทยประดิษฐ์นี้มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทางทีมงานจึงต้องจัดคิวรับออร์เดอร์ออนไลน์ให้เป็นระบบระเบียบ

สำหรับผู้ที่ต้องการรับรถเข็นฟรี สามาถเข้าไปกรอกข้อมูลได้ที่
www.kzyagency24hr.com/cartwheelchair
ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook: Cart-Wheel-Chair-Donate

ดูต้นฉบับ

5 ที่เที่ยวพัทลุง สัมผัสธรรมชาติ ทั้งสายน้ำและป่าเขา ณ เมืองลุงแห่งนี้

พัทลุง (Phatthalung) : เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน จ.พัทลุง ชาวภาคใต้จะเรียกจังหวัดนี้ว่า “เมืองลุง” อีกจังหวัดของภาคใต้ที่แม้จะเป็นเมืองรอง แต่ก็มีที่เที่ยวสวยๆ รอให้ขาเที่ยวได้ไปสัมผัสกัน ด้วยธรรมชาติหลายหลากที่มีครบ ทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม ภูเขา ต้นไม้ต่างๆ ซึ่ง 5 ที่เที่ยวที่ได้รวบรวมมาก็ให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน รับรองว่ามาแล้วไม่มีเบื่อแน่นอน 5 ที่เที่ยวพัทลุง

ปากประ
ปากประ

แหล่งน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ปากแม่น้ำที่ไหลสู่ทะเล นอกจากจะได้ชมภาพของยอยักษ์ที่เรียงรายนับร้อยกลางทะเลในแหล่งปลาชุกชุมแห่งนี้แล้ว คุณยังจะได้ซึมซับวิถีของชาวประมงยกยออีกด้วย ถือเป็นเที่เที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ของพัทลุงเลยก็ว่าได้

ควนนกหว้า
ควนนกหว้า

ใครที่เป็นสายกางเต็นท์ สายแคมปิง รับรองว่าจะถูกใจที่นี่อย่างแน่นอน เพราะที่นี่ได้ทั้งขึ้นเขาลุยๆ ชมทะเลหมอก และเห็นวิวทิวเขาซ้อนทับกันสวยงาม ทั้งยังมีโฮมสเตย์ และลานกางเต็นท์ให้บริการด้วยนะ หากใครได้มากางเต็นท์พร้อมจิบกาแฟยามเช้า ชมวิวไปด้วย บอกเลยว่าฟินมากๆ

แกรนด์แคนยอนบ้านควนน้อย
แกรนด์แคนยอนบ้านควนน้อย

สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ชมวิวของบ่อน้ำสีมรกตที่รายล้อมไปด้วยสันดินทอดยาวสลับไปมา ที่ในบางวันอาจมีหมอกมาทักทาย บอกเลยว่าสวยงามมากจริงๆ จะถ่ายรูปชิคๆ หรือเดินเล่นชิลๆ ก็ได้เลือกตามสะดวกเลย

อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า
อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า

อุทยานแห่งชาติที่มีความสำคัญ มีเขาปู่ที่เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวพัทลุง ภายในมีกิจกรรมหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกทำกัน ทั้งเดินป่า ชมธรรมชาติ และเล่นน้ำตกที่มีอยู่เยอะมากๆ และยังมีบ้านพักและลานกางเต็นท์ให้บริการด้วย ไม่ว่าจะสายเดินป่า หรือสายแคมปิงกางเต็นท์ก็คงจะถูกใจกันไม่น้อย

บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน
บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน

บ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่มีอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าน้ำจากบ่อนี้เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ สามารถรักษาอาการทางผิวหนังได้

สำหรับนักท่องเที่ยวที่นี่ได้เปิดให้มาแช่บ่อน้ำร้อนกลางแจ้งได้โดยไม่คิดค่าบริการ ทั้งยังมีห้องแยกส่วนตัวให้บริการด้วยหากต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่หมดเท่านั้น ที่นี่ยังมีบริการนวดแผนไทยราคาย่อมเยาให้อีกด้วยนะ เป็นอีกสถานที่พักผ่อนที่ควรมาจริงๆ

ดูต้นฉบับ

เตรียมเป้เดินป่า! ไปพิชิต ‘ภูกระดึง’ ธรรมชาติงามสะพรั่ง พร้อมรับนักท่องเที่ยว 1 ต.ค.

จ.เลย – ภูกระดึง ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.13 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึงประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร

ด้วยความสูง บรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวปรารถนาที่หวังจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงสักครั้งหนึ่งในชีวิต

เมื่อวันที่ 10 กันยายน อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย เมื่อช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ได้เกิดไฟป่าไหม้ครั้งใหญ่บนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ทำให้ได้รับความเสียหายกว่า 3,400 ไร่ หลังจากไฟป่าได้ดับลง ทางอุทยานฯได้มีการประกาศปิดภูกระดึงตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน เพื่อให้ทำธรรมชาติกลับฟื้นฟูอีกครั้ง

หลังจากปิดมาอุทยานฯภูกระดึง 6 เดือน ธรรมชาติได้กลับมา ป่าสน เฟิร์น ทุ่งหญ้า ดอกไม้ รวมสัตว์ป่า ธรรมชาติบนอุทยานฯภูกระดึงได้อีกครั้งกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง และรอให้นักท่องเที่ยวขึ้นสัมผัสเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป

นายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดเผยว่า หลังจากที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้ปิดการท่องเที่ยวบนภูกระดึงมา 6 เดือน เพื่อจะให้ป่าสน เฟิร์น ทุ่งหญ้าได้กลับมาฟื้นฟู ตามธรรมชาติ หลังจากไฟไหม้เสียหายไป

ขณะนี้สภาพป่าที่ถูกไฟไหม้กลับมาฟื้นฟูตัวเองได้อีกครั้ง ต้นสนที่ถูกไฟไหม้ได้แตกกิ่ง แตกหน่อใหม่ ผลิใบอ่อน ต้นหญ้าอ่อนใบกลับมาเป็นทุ่งหญ้าที่สวยงาม ธรรมชาติได้กลับมาฟื้นฟูตัวเอง สภาพป่าบนอุทยานฯภูกระดึง ได้กลับมาสวยเหมือนเดิม และได้สมบูรณ์อีกครั้ง ทั้งป่าสน ทุ่งหญ้า ดอกไม้

และในปีการท่องเที่ยว 2564 ที่จะถึงนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปท่องเที่ยว และพักแรมบนยอดภูกระดึง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป สำหรับผู้ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

สามารถสำรองการเข้าไปใช้บริการล่วงหน้าทั้งบ้านพัก เต็นท์ และพื้นที่กางเต็นท์ก่อนเดินทางได้ใน Website ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ nps.dnp.go.th หรือสำรองการเข้าไปใช้บริการได้โดยตรง ณ. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง หรือโทร 042-810833 E-mail : pkd_11@hotmail.co.th

ดูต้นฉบับ >

เมนูไข่ง่าย ๆ “ไข่เจียวเต้าหู้ดีปลี” อร่อยนุ่มรสเด็ดไม่น่าเบื่อ น่าลองทำตามจริง ๆ

พอเห็นเมนูไข่เจียวเต้าหู้ดีปลี ก็ดูน่ากิน เครื่องปรุงไม่มาก ปรุงรสตามชอบ อีกทั้งยังใส่เครื่องเคราอื่น ๆ เพิ่มได้ บอกเลยว่าน่าลองทำตามจริง ๆ นะ

ไข่เจียวเต้าหู้ เมนูไข่แบบเดิม ๆ ก็อร่อย แต่กินบ่อยก็แอบเบื่อ ลองใส่พริกสดเพิ่มเติมดีไหม เป็นอีกเมนูอาหารที่น่าลองทำที่บ้านกันนะคะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำไข่เจียวเต้าหู้ สูตรจาก Easy food good health by Andy ใส่ดีปลี และอาจใส่ชีสหรือส่วนผสมอื่น ๆ เพิ่มเติมตามชอบ ปรุงรสเค็มเพิ่มนิดหน่อย เอาไปทอดจนสุก มาชวนทำไข่เจียวเต้าหู้แบบเผ็ด ๆ พร้อมแล้วไปลงมือทำกันเลยค่ะ

ส่วนผสม ไข่เจียวเต้าหู้ดีปลี

ไข่ไก่ 2 ฟอง

เต้าหู้ไข่ 2 หลอด

ดีปลี 3-4 เม็ด (ปรับลด-เพิ่มได้เลยจ้า)

ซีอิ๊วขาว หรือซอสปรุงรส และ น้ำมันพืช

วิธีทำไข่เจียวเต้าหู้ดีปลี

☆ ตอกไข่ใส่ชาม ตีจนขึ้นฟู

☆ หั่นเต้าหู้ไข่ชิ้นหนาหรือบางตามชอบ

☆ ซอยพริกขี้หนูหนาบางตามสะดวก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวหรือซอสปรุงรส

☆ นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันพืชลงไป พอน้ำมันร้อนเทไข่ลงไป พอสุกพลิกกลับด้าน

☆ ทอดจนสุกทั้งสองด้าน ตักใส่จานกินกับข้าวสวยร้อน ๆ อิ่มอร่อยแบบจุก ๆ

ใครกำลังมองหาอาหารเช้า อยากให้ลองทำไข่เจียวเต้าหู้ไข่พริกสดกันดูค่ะ ส่วนผสมไม่เยอะ ใช้เวลาไม่นาน และอร่อยด้วยนะคะ

ขอบคุณข้อมูล สูตรจาก Easy food good health by Andy

ยะลา | สกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ.เบตง แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับอาเซียน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำคณะสื่อมวลชนสำรวจความคืบหน้าการก่อสร้าง”สกายวอล์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง” ซึ่งจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา

พบการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปมากกว่า 90% คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 20 กันยายนนี้ และสามารถเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้ในช่วงปลายปี 2563 แน่นอน

สกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

โดยนายอารีหนูชูสุก ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวงนำผู้สื่อข่าวขึ้นตัวอาคารเหล็กสูง 45 เมตรตั้งอยู่บนภูเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต ได้พบกับสะกายวอล์คที่มีทางเดินรวม63 เมตร

ส่วนปลายมีระเบียงกระจกพร้อมติดตั้งพื้นกระจกเพิ่มความตื่นเต้นให้นักท่องเที่ยวทำให้คนที่มาเยือนสามารถมองเห็นแสงแรกของวันใหม่ พร้อมกับทะเลหมอกได้ตลอดทั้งปีและชมวิวทิวทัศน์ได้แบบรอบทิศทาง 360 องศา

นายอารี หนูชูสุก เปิดเผยว่า ขณะนี้การก่อสร้างได้รุดหน้าตามลำดับ คาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยในวันที่ 20 กันยายนนี้ ด้วยงบประมารก่อสร้างกว่า 90 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งทาง อบต.อัยเยอร์เวงได้กำหนดยุทธศาสตร์ว่าในปี 2020 อัยเยอร์เวงจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับอาเซียน โดยคาดว่าจะมีการเปิดให้ท่องเที่ยวได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

สำหรับทางเดินชมวิวสกายวอล์คมีความยาวรวม 63 เมตร นับในส่วนที่ยื่นในอากาศนั้นจะนับจากเสาค้ำซึ่งนับได้ 33 เมตร ถือว่ามีความยาวมากกว่าสกายวอล์คของจีน 0.5เมตร และมีทางเดินที่ยื่นออกไปในอากาศยาวมากที่สุดในอาเซียน

เมื่อเปิดบริการนั้นจะให้บริการเป็นรอบๆละ 250 คน โดยจะบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนในพื้นที่ร่วมบริหารจัดการด้วยกัน

ดูต้นฉบับ >