ชีวิตสุดรันทด!!โซเชียลโพสต์ขอบริจาครองเท้าให้ 4 พี่น้องครอบครัวยากจนที่กระบี่

กระบี่ – ชีวิตสุดรันทด โซเชียลโพสต์ขอบริจาครองเท้าให้ 4 พี่น้อง ครอบครัวประสบปัญหามีรายได้ไม่เพียงพอ บ้านทรุดโทรม ขณะที่ทาง ผวจ.กระบี่ หลังทราบข่าวเร่งให้ความช่วยเหลือ

จากกรณีมีการโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ระบุว่า โพสต์นี้มาขอความช่วยเหลือค่ะ ขอเล่าความก่อนว่าครอบครัวนี้เป็นลูกค้าของทางร้าน มีสมาชิก 6 คน พ่อ แม่ ลูก 4 คน พักอาศัยอยู่ฟรีในพื้นที่ผู้ใจดี เสียเพียงค่าน้ำค่าไฟ มีอาชีพเก็บของเก่าขาย วันนี้เข้ามาในร้านมาขอความช่วยเหลือชีวิตประสบปัญหาเพราะความจน เด็ก 4 คน มีรองเท้าแค่ 1 คู่ และเล็กกว่าเท้ามาก ได้เงินไปโรงรียนวันละ 5 บาท ชีวิตยังขาดอยู่มาก ตอนนี้ขาดรายได้เพราะสามล้อที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินเสียและเก่าเกินซ่อมจึงต้องยืมสามล้อดิฉันบรรทุกของเก่าไปขาย

เจ้าของโพสต์ยังระบุว่า ถามว่าต้องการให้ช่วยอะไร เขาบอกต้องการรองเท้าให้ลูกไปโรงเรียน ต้องการที่ปกปิดห้องน้ำและบ้านเพราะมีสภาพทรุดโทรม ใครมีรองเท้าที่พอจะแบ่งให้น้องติดต่อมาได้ค่ะ รองเท้า นร. ผู้หญิงเบอร์ 39 รองเท้า นร. ผู้ชายสีดำเบอร์ 32, 34 หรือนำไปฝากไว้ที่ร้าน “ทิพวันค้าข้าว” หรือส่งมาที่คุณทิพวัน เริงสมุทร 387/9 ม.1 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ถ้าใครต้องการบริจาคเป็นเงินหรือต้องการติดต่อเจ้าตัวโดยตรงทักแชตขอเบอร์เขาได้ค่ะ

ปล. ดิฉันขออนุญาตทางแม่เขาแล้วจริงๆ เขาให้เปิดเผยหน้าได้เเต่เราคิดว่าแล้วเด็ก 4 คนนี้ล่ะต้องการแบบไหน ในขณะที่เขายังไม่สามารถบอกถึงความต้องการของเขาได้เราจึงขออนุญาตไม่เปิดเผยหน้าครอบครัวนี้ #ขอคนที่เชื่อใจและสบายใจที่จะช่วยเหลือนะคะ ขอบคุณค่ะ

ภายหลังมีการโพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ จึงได้มอบหมายให้นางชณิสา หาญภักดีปฎิมา รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ นายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกระบี่ นายสุมิตร รักโอ่ กำนัน ต.หนองทะเล ออกเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือครอบครัวตามโพสต์ ทราบชื่อคือ น.ส.จีรนันท์ ลำพาย อายุ 29 ปี มีสภาพความเป็นอยู่ยากลำบาก ประกอบอาชีพเก็บของเก่ากับสามีขาย มีบุตร จำนวน 4 คน เดิม น.ส.จีรนันท์ เป็นคนจังหวัดกาฬสินธุ์ และนายไพรี ขิลี สามีเป็นชาวจังหวัดบึงกาฬ และได้มาทำงานอาศัยอยู่ที่จังหวัดกระบี่ เป็นเวลา 3 ปีแล้ว โดยอาศัยสร้างเพิงพักในที่ดินของผู้ใหญ่ใจบุญ ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ โดยในเบื้องต้นได้มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 3,000 บาท ถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค และผ้าห่ม

นายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ กล่าวถึงกรณีที่มีการโพสต์ขอบริจาครองเท้าให้แก่ลูกของนางจีรนันท์ ทั้ง 4 คน ใส่ไปโรงเรียน พบว่ามีผู้ใจบุญได้นำไปมอบให้ก่อนนี้แล้ว สร้างรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ ทั้ง 4 คน พร้อมกันนี้ ตนยังได้มอบพันธุ์ผักสวนครัวให้แก่ครอบครัวนำไปปลูกบริโภคในครัวเรือน ลดค่าใช้จ่าย และทางนายสุมิตร รักโอ่ กำนัน ต.หนองทะเล ได้ให้ความช่วยเหลือหางานให้แก่หัวหน้าครอบครัวทำ เพื่อนำเงินมาเลี้ยงครอบครัว ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ขณะที่ น.ส.จีรนันท์ ได้กล่าวขอบคุณผู้ใจบุญและหน่วยงานของทางราชการที่เข้ามาช่วยเหลือและที่นำรองเท้ามามอบให้ลูกๆ พร้อมเงินและสิ่งของต่างๆ อีกมากมาย ส่วนเงินที่ได้รับบริจาคจะนำไปซื้อรถซาเล้งเพื่อมาแทนคันเก่าที่พังเสียหายเพื่อจะได้นำไปเก็บของเก่าขายต่อไป

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กของ น.ส.ทิพวรรณ เริงสมุทร ผู้ที่โพสต์เรื่องราวความทุกข์ยากครอบครัวดังกล่าว พบว่า มีผู้ใจบุญได้นำสิ่งของมาบริจาคให้แก่ครอบครัวดังกล่าวเป็นจำนวนมาก รวมถึงรองเท้าด้วย

「 ดูข่าวต้นฉบับ 」
ชีวิตสุดรันทด ขอบริจาครองเท้าให้ 4 พี่น้องครอบครัวยากจนที่กระบี่

สะเทือนใจ ทะเลกระบี่ พะยูน 2 วัน ตาย 3 ตัว ไม่พบเขี้ยว คาดเกิดจากฝีมือมนุษย์

สะเทือนใจ ทะเลกระบี่ 2 วัน พบ “พะยูน” ลอยตายติดกัน 3 ตัว โดยทั้ง 3 ตัว ไม่พบเขี้ยว คาดอาจจะเกิดจากฝีมือมนุษย์ที่ต้องการล่า ขณะที่ จนท.เตรียมนำซากไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 ม.ค.64 นายสมบูรณ์ เต็มชื่น นอภ.เกาะลันตา จ.กระบี่ รับแจ้งจากชาวประมงพื้นบ้านบนเกาะลันตา ว่าพบซากพะยูน ไม่ทราบเพศ ลอยตายอยู่กลางทะเล ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยชายหาดอยู่ที่บ้านหัวแหลม หมู่ 1 ต.เกาะลันตาใหญ่ โดยสภาพที่พบเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น ที่บริเวณส่วนท้องมีสภาพท้องแตกไส้ทะลักออกมา ความยาวประมาณ 1 เมตรเศษ ยังไม่ทราบเพศ คาดว่าน่าจะตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน โดยตามลำตัวไม่พบบาดแผลเพิ่มเติม จึงประสานไปยัง จนท.กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.ตรัง ให้มาตรวจสอบ และนำซากพะยูนตัวดังกล่าวไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย

นอกจากนี้เมื่อเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นายสมศักดิ์ เตบบุตร ผญบ.หมู่ 3 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบซากพะยูนขนาดใหญ่อีกตัว ลอยตายอยู่กลางทะเล ใกล้กับเกาะเหลากา ในหมู่เกาะห้อง เป็นซากพะยูนโตเต็มวัยขนาดใหญ่ เริ่มส่งกลิ่นเหม็น ยาวประมาณ 3.10 ม. ยังไม่ทราบเพศ ตรวจสอบไม่พบเขี้ยวพะยูน จึงประสาน จนท.อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ เข้าตรวจสอบ และนำซากขึ้นมาไว้ที่หาดเกาะกวาง ต.หนองทะเล รอ จนท.ศูนย์วิจัยฯ เดินทางมารับซากไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย

ทั้งนี้พะยูนตัวดังกล่าว ถือเป็นตัวที่ 3 ที่พบลอยตายในทะเลกระบี่ โดยก่อนนี้เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ชาวบ้านที่ ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ พบซากพะยูนเพศผู้ ลอยตายอยู่ใกล้กับเกาะทะลุ ซึ่งทาง จนท.ศูนย์วิจัยฯ นำซากไปผ่าพิสูจน์ที่ศูนย์วิจัยฯ จ.ตรัง โดยยังไม่ทราบสาเหตุการตายเช่นกัน ทำให้ จนท.เริ่มเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์การตายของพะยูนในทะเลกระบี่ เพราะเป็นการตายติดต่อกันถึง 2 วัน โดยซากพะยูนทั้ง 3 ตัวที่พบ ไม่พบเขี้ยวติดอยู่ทั้ง 3 ตัว จึงสงสัยว่าเกิดจากการล่าของมนุษย์หรือไม่.

「 บทความต้นฉบับ 」
กระบี่-สะเทือนทะเลกระบี่ 2 วัน พะยูนลอยตายติดกัน 3 ตัว

‘เฮีย’ หลุดมุดใต้เตียงคนไข้ คนแห่ส่องทะเบียนรถกู้ภัยฯกระบี่

มูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา จับตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่เตรียมปล่อยป่า แต่เชือกมัดหลุดเลยหนีไปซุดใต้เตียงคนไข้ในรถพยาบาล ต้องจอดเขย่าอยู่นาน ชาวเน็ตแห่ถามทะเบียนรถ

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก แฟนเพจ “มูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา” โพสต์คลิปวีดิโอความ 47 วินาที เป็นคลิปเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิ จอดรถพยาบาลข้างทาง ก่อนจะลากเตียงคนไข้ลงมาจากท้ายรถ เนื่องจากตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ ที่จับมาแล้วมัดไว้เพื่อเตรียมนำไปปล่อย แต่เชือกมัดขาหน้าหลุด เลยหนีเข้าไปซุกอยู่ใต้เตียงดังกล่าว

จากนั้น เจ้าหน้าที่พยายามเขย่าเพื่อให้ตัวเงินตัวทองนั้นหลุดลงมา ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่โพสต์คลิปดังกล่าวไป ก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาสอบถามทะเบียนรถพยาบาลคันดังกล่าวกันเป็นจำนวนมากเพื่อหวังจะนำไปเสี่ยงโชคในงวดนี้ กระทั่งมีผู้ใจดีนำทะเบียนรถมาโพสต์แจ้งให้ทราบในเวลาต่อมา.

ชมคลิป

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก “มูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา”

「 บทความต้นฉบับ 」

‘เฮีย’หลุดมุดใต้เตียงคนไข้ คนแห่ส่องทะเบียนรถกู้ภัยฯ

สาวใหญ่เมืองกระบี่ กลับจากขายน้ำยาง ถูกคนร้ายดักชิงทอง 2 บาท แถมทำร้ายทุบตีจนน่วม

สาวใหญ่ ถูกคนร้ายดักชิงทอง 2 บาท ถูกทำร้ายจนน่วม คาดว่าคนร้ายต้องการชิงทรัพย์ และทำร้ายทุบตีน่าจะต้องการให้เสียชีวิต เพราะทุบตีหลายสิบครั้งจนไม้ยางหัก ก่อนหนีไป

สาวใหญ่ถูกคนร้ายดักชิงทองทุบยับสาหัส เบื้องต้นสงสัยคนใกล้ชิด เหตุการณ์นี้เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ย.63 ร.ต.อ.วีระ ทองอินทร์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ลำทับ จ.กระบี่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพอัมรินทร์ใต้กระบี่ เข้าตรวจสอบคนถูกทำร้ายร่างกายที่ริมถนนสายทรายขาว-ลำทับ หมู่ 2 บ้านทรายขาว อ.ลำทับ โดยที่เกิดเหตุพบคนเจ็บถูกทำร้ายร่างกายด้วยการทุบตีจนมีบาดแผลฉกรรจ์ที่กกหูขวา เลือดไหลนอง และตามร่างกายช้ำ นอนร้องครวญครางอยู่ เจ้าหน้าที่ก้ภัยได้รีบปฐมพยาบาลจากนั้นนำส่ง รพ.ลำทับ โดยทราบชื่อต่อมาคือนางจิรา สุขมีชัย อายุ 51 ปี ที่อยู่ หมู่ 1 ต.ลำทับ นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุพบกิ่งไม้ยางพาราขนาดเท่าข้อมือตกอยู่มีเลือดติดอยู่ คาดเป็นไม้ที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนที่ริมถนนพบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า ดรีม รุ่นเก่าของผู้บาดเจ็บจอดอยู่

จากการสอบถามลูกสาวของผู้บาดเจ็บที่เดินทางมาบอกว่า แม่ได้ออกมาขายน้ำยางกำลังจะกลับบ้าน คาดว่าถูกคนร้ายเรียกให้จอดแล้วลากลงไปในสวนยางริมถนนก่อนจะใช้ไม้ทุบตีหลายครั้งจนฟกช้ำตามร่างกายและมีบาดแผลขนาดใหญ่ที่กกหู แพทย์เย็บ 9 เข็ม และได้ส่ง ต่อ รพ.กระบี่แล้ว เนื่องจากสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักถูกทุบตีหลายครั้งด้วย ส่วนทรัพย์สินที่หายไปเป็นสร้อยคอทองคำประมาณ 2 บาท เงินสดอีกจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าจำนวนเท่าใด

ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบถามชาวบ้านเบื้องต้นนี้ คาดว่าคนร้ายต้องการชิงทรัพย์ และทำร้ายทุบตีน่าจะต้องการให้เสียชีวิต เพราะทุบตีหลายสิบครั้งจนไม้ยางหัก ก่อนหนีไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคนที่รู้จักกับผู้บาดเจ็บ เพราะรถจอดอยู่ไม่ล้ม คงมีการพูดคุยกันก่อนด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้บาดเจ็บ ที่ยังไม่สามารถให้การได้ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

สาวใหญ่เมืองกระบี่ ถูกคนร้ายดักชิงทอง 2 บาท แถมทำร้ายจนน่วม

ต้นฉบับ

ตร.กระบี่ เตรียมรวบ ‘สิงห์เหล้าขาว’ แทงสาวสองดับ แค้นถูกห้ามนำเหล้าขาวมาดื่มในโอเกะ

เตรียมออกหมายจับ มือแทงสาวประเภทสองร้านคาราโอเกะดับ พบเป็นอดีตนักโทษคดียาเสพติด ถือขวดเหล้าขาวมาตั้งในร้านก่อนถูกไล่ ขี่รถหายไปก่อนกลับมาไล่แทง คาดโกรธถูกห้ามไม่ให้นำเหล้าขาวมาดื่ม

จากกรณีคนร้ายใช้มีดแทง นายบรรพต หรือ มะตูม คำกันหา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 หมู่ 3 ต.กุดจับ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี สาวประเภทสอง และเป็นพนักงานของร้านคาราโอเกะกุสุมา คาราโอเกะ เลขที่ 7/101 บริเวณหน้า บขส.กระบี่ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ เหตุเกิดเมื่อคืนที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่เกิดเหตุ สอบถามชาวบ้านทราบว่า มือแทงเคยเห็นหน้า เคยขับรถมาจุดดังกล่าวบ่อยครั้ง แต่ไม่ได้สนใจ เพราะเป็นคนเมา จนกระทั่งมาก่อเหตุแทงพนักงานร้านดังกล่าวจนเสียชีวิตเมื่อคืน พร้อมทั้งนำผู้สื่อข่าวเข้าไปดูวงจรปิด ตอนที่เกิดเหตุ

โดยก่อนหน้านั้นพบว่าคนแทงได้ขับรถผ่านไปมาหลายรอบ ก่อนที่จะเดินเข้าไปร้านนำขวดเหล้าขาวเข้าไปตั้งแต่ถูกด่าให้ออกจากร้าน แล้วจากนั้นได้ขี่รถหายไปก่อนที่จะย้อนกลับมาก่อเหตุ โดยลักษณะการก่อเหตุเข้าจ้วงแทงก่อนขับหนีไป ซึ่งผู้ตายยังไม่ทราบว่าถูกแทงจนล้มลงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้าน พ.ต.ท.สัญญา ธรรมรัตน์ สว.สส.สภ.เมืองกระบี่ ระบุว่า คนร้ายนั้นทราบชื่อแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัว ส่วนสาเหตุ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น่าจะไม่พอใจกลุ่มคนตายที่ไม่ยอมให้นำเหล้าขาวเข้าไปดื่มในร้าน โดยคนก่อเหตุคือ นายอนิรุทธิ์ ช่างคำ อายุ 47 ปี บ้านอยู่ หมู่ 1 ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ เคยมีประวัติถูกจับกุมในคดียาเสพติด ซึ่งตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมออกหมายจับ

ต้นฉบับ ภาพ – ช่องวัน

หมาจรจัด ขย้ำหนูน้อย 7 ขวบ ขาเหวอะขณะลงเล่นน้ำริมหาดที่กระบี่

กระบี่ – หมาจรจัด รุมขย้ำหนูน้อย 7 ขวบ ขาเหวอะริมหาดที่กระบี่ คนสวนโรงแรมใกล้จุดเกิดเหตุเข้าช่วย เลือดท่วมตัว ก่อนประสานกู้ภัยอบต.อ่าวนาง ส่งต่อรพ.กระบี่

เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ ( 23 ต.ค.) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ได้รับแจ้งว่ามี สุนัขจรจัดกัดเด็ก ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ บริเวณชายหาดนพรัตน์ธารา หรือหาดคลองแห้ง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ จึงได้ไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ อบต.อ่าวนาง เมื่อไปถึงพบพลเมืองดีกำลังอุ้มเด็กชาย อายุ 7 ขวบ สภาพมีบาดแผลเหวอะหวะ ที่บริเวณ โคนขาซ้าย ต้นขาซ้าย และหลังเท้าซ้าย เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.อ่าวนาง จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลกระบี่ แพทย์ฉีดยาทำการรักษาบาดแผล ฉีดป้องกันบาดทะยักและ เชื้อพิษสุนัขบ้า ล่าสุดอาการปลอดภัย

นายประยูร พงศ์พันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า ในเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เด็กที่ถูกสุนักจรจัดไล่กัดได้ลงไปเล่นน้ำที่บริเวณชายหาด โดยมีแม่เด็กนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ริมชายหาด ขณะนั้นได้มีสุนัขตัวหนึ่งวิ่งข้ามถนนตรงมาที่ชายหาด แม่ของเด็กจึงได้ตะโกนเรียกลูกชายให้รีบขึ้นมา แต่สุนัขตัวดังกล่าว ได้วิ่งไปขย้ำเด็กชายดังกล่าว จนบาดแผลเหวะหวะ เด็กร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ขณะที่แม่เด็กพยายามไล่สุนัขตัวดังกล่าว แต่มันไม่ยอมไป จนกระทั่งพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เข้าไปไล่สุนัขออกไป และช่วยอุ้มเด็กชายคนดังกล่าวขึ้นจากชายหาด ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะนำตัวส่งรพ.

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวอีกว่า สุนัขที่กัดเด็กชาย7ขวบได้รับบาดเจ็บ ทราบว่าปกติจะอาศัยอยู่ตามป่าริมเขา และ ออกมาหาเศษอาหารตามกองขยะเป็นบางครั้ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีอยู่หลายตัว หลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งปศุสัตว์จังหวัด และ อบต.อ่าวนาง มาหารือร่วมกันเพื่อหาทางแก้ปัญหาสุนัขจรจัดตามชายหาดแหล่งท่องเที่ยว เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์สุนัขจรจัดกัดเด็ก เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยมีฝูงสุนัขจรจัดที่บริเวณชายหาดอ่าวนาง ห่างจากหาดนพรัตน์ธาราประมาณ3 กิโลเมตร รุมขย้ำเด็กอายุ 7 ขวบชาวต่างชาติ ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว ก่อนที่จะเกิดเหตุอีกครั้งในวันนี้

ดูต้นฉบับ

ไปไม่รอด..! รวบแล้ว 1 นักโทษ นักโทษแหกคุกกระบี่ หลบเข้ามาซ่อนตัวในขนำบ่อกุ้ง จ.ตรัง ล่าตัวอีก 1

จู่โจมจับ นักโทษแหกคุกกระบี่ หลบเข้ามาซ่อนตัวในขนำบ่อกุ้ง จ.ตรัง เร่งล่าตัวอีก 1 นักโทษที่ยังหลบหนี

จากกรณีนักโทษชายคดี #ยาเสพติด จำนวน 2 คน หลบหนีจากเรือนจำ จ.กระบี่ คืนวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย นักโทษชายอานนท์ เด็นหมาด อายุ 32 ปี ชาว ต.คลองลุ อ.กันตัง จ.ตรัง และ นักโทษชายมลฑล ขันสมาน อายุ 47 ปี ชาว อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ซึ่งหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ จัดชุดติดตามไล่ล่าไปตามภูมิลำเนา บ้านญาติ พี่น้อง รวมทั้งเพื่อนฝูง ที่คิดว่านักโทษทั้ง 2 คน จะหลบหนีไปขอความช่วยเหลือ พร้อมตั้งค่าหัวรางวัลนำจับรายละ 50,000 บาท

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2563 กำลังเจ้าหน้าที่หลายสิบนายร่วมกันปิดล้อมจับกุมตัวนักโทษชายอานนท์ เด็นหมาด อายุ 32 ปี ได้แล้ว ขณะนี้หลบหนีเข้ามาในพื้นที่บ้านเกิด จ.ตรัง หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดวางกำลังดักซุ่มในทุกจุดที่คาดว่าจะหลบหนีเข้ามาหลบซ่อนตัว ทั้งบ้านพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และแฟนสาว จนกระทั่งสืบทราบว่า นักโทษชายอานนท์ หลบหนีไปอยู่บ้านแฟนสาวที่ ต.วังมะปราง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง แต่ไหวตัวทันหลบหนีออกจากบ้านหลังดังกล่าว ก่อนที่กำลังเจ้าหน้าที่จะไปถึง

อย่างไรก็ตาม ท้ายสุดสามารถแกะรอยบุกไปจับกุมตัว นักโทษชายอานนท์ ได้ในที่สุด ภายในขนำแห่งหนึ่งพื้นที่ อ.สิเกา จ.ตรัง พร้อมกับเพื่อนชาย 1 คน คือ นายเอ็ม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับคดียาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปสอบสวนเพื่อขยายผล และควบคุมตัวไปแถลงข่าวถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้น ร่วมกับตัวแทนจากกรมราชทัณฑ์ ในวันพรุ่งนี้ (10 ต.ค.)

#ข่าวช่อง3

กระบี่-พบแล้ว! น้องวัย15 ปี เดินหายออกจากบ้าน พลเมืองดีพบปลอดภัย

กระบี่-โล่งอก พบแล้ว! น้องวัย 15 ปี เดินหายออกจากบ้าน พลเมืองดีพบก่อนแจ้งญาติรับตัวกลับบ้าน ปลอดภัย

จากกรณีใครพบเห็นเด็ก. ผู้หญิงคนนี้ติดต่อกลับมาหน่อยค่ะ น้องอายุ15 ปี น้องเดินออกจากบ้าน ตอนเดินออกจากบ้านใส่เสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีขาว สามารถ ติดต่อ 0829943979 น้องพึ่งมาอยู่กระบี่ น้องไม่รู้จักใครเลย #มีคนเห็นน้องล่าสุดที่เซเว่นช่องพลีค่ะ

คืบหน้าล่าสุด เวลา 09:30 น.วันที่ 20 กค.63 นางสาว สุกัลญา แยบเกษตรกร เป็นพี่สาวของน้องเนย ที่หายตัวไป เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้พบตัวแล้ว โดยได้รับการช่วยเหลือจากพลเมืองดีท่านหนึ่ง ได้พบน้องเดินอยู่ในพื้นที่บ้านช่องพลี ในคืนที่ผ่านมาก่อนประสานพี่สาวรับตัว ในขณะเดียวกันพงสฯสอบสวนสภ.อ่าวนางเชิญตัวเข้าให้ปากคำในเบื้องต้นก่อนอนุญาตให้กลับบ้าน

ส่วนสาเหตุเกิดจากน้องเนย ไม่พอใจพี่สาว โดยก่อนหน้าเดินออกจากบ้านหายไป ได้มีปากเสียงกันและได้เดินออกจากบ้านในพื้นที่ตำบลไสไทย ซึ่งหลังหายตัวไปพี่สาวพยายามออกตามหาตามบ้านเพื่อนๆและลงข่าวตามหาในกลุ่มไลน์ต่างๆ จนมีพลเมืองดีทราบข่าวและติดต่อรับตัวน้องกลับบ้าน ปลอดภัย

โดนเหตุการณ์สืบเนื่องจากในกลุ่มไลน์และสื่อโซเชียลฯได้มีการโพสต์ภาพข้อความเกี่ยวกับบุคคลสูญหายโดยระบุว่า สภ.อ่าวนางรับแจ้งความว่า

เมื่อเวลา 23.50 น.คืนวันที่19 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีนางสาว สุกัลญา แบบเกษตรกร ได้เข้าแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า น้องสาวของตน คือเด็กหญิง สุดารัตน์ แยบเกษตรกร หรือเนย อายุ15 ปี ได้ออกจากบ้านเมื่อเวลา 21.00 น. มีผู้พบเห็นล่าสุดที่เซเว่นบ้านช่องพลี เมื่อเวลา 22.00 น. หากผู้ใดพบเห็นประสานมายังศูนย์วิทยุ สภ.อ่าวนาง โทร075819885

(ข้อความจากญาติทีโฟสต์ตามหา)
ใครพบเห็นเด็ก. ผู้หญิงคนนี้ติดต่อกลับมาหน่อยค่ะ น้องอายุ15 ปี น้องเดินออกจากบ้าน ตอนเดินออกจากบ้านใส่เสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีขาว สามารถ ติดต่อ
0829943979 น้องพึ่งมาอยู่กระบี่ น้องไม่รู้จักใครเลย #มีคนเห็นน้องล่าสุดที่เซเว่นช่องพลีค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ

กระบี่ – นักเรียนผวา งูเห่ามุดโถส้วม ในโรงเรียนอ่าวลึก

กระบี่ – นักเรียนเข้าห้องน้ำถึงกับผงะ ไปเจองูเห่า กำลังมุดเข้าโถส้วม ต้องแจ้งครูและกู้ภัยให้ช่วยมาจัดการ

17 ก.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างอ่าวลึก เทศบาลตำบลอ่าวลึก อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ได้รับแจ้งว่ามีงูมุดอยู่ในโถส้วมของโรงเรียน จากนั้นจึงได้ไปตรวจสอบ ที่โรงเรียนอ่าวลึก ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก

โดยพบว่าภายในอาคารเรียน ซึ่งมีห้องน้ำอยู่ใต้อาคาร พบในโถส้วมมีงูขดตัวอยู่ พบเป็นงูเห่าจึงได้เข้าไปจับโดยใช่ไม้คล้องจับงูออกมาได้ เป็นงูเห่ายาวประมาณ 1 เมตรกว่า ท่ามกลางนักเรียนที่มามุงดูจำนวนมาก

จ้าหน้าที่ชุดจับบอกว่างูเห่าดังกล่าวนั้นทางนักเรียนได้ไปพบเห็นขณะอยู่ในโถส้วม ซึ่งโชคดีที่ไม่ได้นั่งทำธุระ เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ ทางนักเรียนจึงได้ไปแจ้งครูแล้วมาแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้ามาจับได้อย่างปลอดภัย เพื่อนำไปปล่อยป่าต่อไป

ชลบุรี-ประจวบฯ-ภูเก็ต-กระบี่-เพชรบุรี 5 จังหวัดยอดนิยมทางทะเลที่นักท่องเที่ยวไทยอยากไป

คนไทยเริ่มวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ หลังจากวิกฤตโควิด-19 คลี่คลายลง โดยเลือกแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ตามด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางภูเขา/น้ำตก และทำบุญไหว้พระ ชาวไทยชื่นชมท่องเที่ยวทางทะเล จากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง คนไทยเริ่มวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงที่เหล

คนไทยเริ่มวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ หลังจากวิกฤตโควิด-19 คลี่คลายลง โดยเลือกแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ตามด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางภูเขา/น้ำตก และทำบุญไหว้พระ

แจกเงินเที่ยว

จากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง คนไทยเริ่มวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้ กอปรกับรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. 2563 ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และหากไทยสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ไม่ให้กลับมาระบาดในประเทศเป็นรอบที่ 2 บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะค่อยๆ กลับมาฟื้นตัว

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 โดยจังหวัดยอดนิยมทางทะเล 5 อันดับแรก ได้แก่ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต กระบี่ และเพชรบุรี

ส่วนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวรองลงมา คือ แหล่งท่องเที่ยวทางภูเขา/น้ำตก (เช่น เชียงใหม่ เชียงราย น่าน นครราชสีมา) และการไปไหว้พระทำบุญ (เช่น พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี)

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางโดยการขับรถส่วนตัว เนื่องจากสะดวก ปลอดภัย และมีการเดินทางเป็นครอบครัว รองลงมา คือ การเดินทางโดยเครื่องบิน รถทัวร์/รถตู้ รถไฟ และการเช่ารถ

Cr : LineToday

โรงแรมที่กระบี่ เริ่มเปิดแล้ว ทำใจปีนี้จะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาพัก

จ.กระบี่ – โรงแรมเล็กๆ ใน จ.กระบี่ เริ่มกลับมาเปิดให้บริการ แต่โรงแรมใหญ่ยังไม่พร้อมเพราะค่าใช้จ่ายสูง นายกสมาคมโรงแรมกระบี่ รับปีนี้คงไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเข้าพัก ต้องเน้นเจาะกลุ่มคนไทยเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.63 น.ส.วิชุพรรณ ศรีสัญญา นายกสมาคมโรงแรม จ.กระบี่ กล่าวว่า ภายหลังภาครัฐเริ่มปลอดล็อกออกมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ จ.กระบี่ หลายแห่งเริ่มเปิดให้บริการบ้างแล้ว แม้จะมีความเสี่ยงเนื่องจากยังไม่มีกลุ่ม นทท.หรือลูกค้าที่จะเดินทางเข้ามาใช้บริการ แต่ส่วนใหญ่ที่เริ่มเปิดให้บริการ จะเป็นกลุ่มโรงแรมขนาดเล็ก

โรงแรมที่กระบี่ เริ่มเปิดแล้ว

ขณะที่กลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เนื่องจากหากเปิดจะต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งค่าจ้างแรงงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ปัญหาดังกล่าวทางสมาคมกำลังหารือกับทางสถาบันการเงิน เพื่อหาช่องทางช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมที่พักให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

เพื่อนำเงินทุนไปฟื้นฟูกิจการตัวเอง หลังผ่านภาวะวิกฤติ ทั้งนี้เนื่องจากผู้ประกอบการบางรายก็อาจจะมีประวัติทางการเงินกับสถาบันการเงินไม่ได้มาก่อน แต่จะพยายามเจรจาให้สถาบันการเงินให้โอกาสอีกครั้งเพื่อช่วยประคองธุรกิจไว้ไม่ให้ล้ม

วัดมหาธาตุวชิรมงคล (วัดบางโทง) ต.นาเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่

นายกสมาคมโรงแรม จ.กระบี่ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่คาดการณ์ว่าจะเข้ามา จ.กระบี่ นั้น ในช่วงนี้จนถึงปลายปี ทางกลุ่มผู้ประกอบการต่างยอมรับความเสี่ยงว่าอาจจะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากนัก เพราะนอกจากเมืองต่างๆ เพิ่งเริ่มเปิดแล้ว ความมั่นใจในเรื่องมาตรการความปลอดภัย ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ นทท.ยังไม่กล้าเสี่ยงที่จะเดินทาง ประกอบกับในช่วงนี้ของทุกปีจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น จึงตั้งเป้าไว้ว่ากลุ่ม นักท่องเที่ยวน่าจะเริ่มทยอยออกท่องเที่ยวกันในปีหน้าเป็นต้นไป

ชัตดาวน์กระบี่!

น.ส.วิชุพรรณ กล่าวด้วยว่า ช่วงแรกจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทย ซึ่งผู้ประกอบการในกระบี่มีการปรับแพ็กเกจท่องเที่ยวไว้เป็นราคาที่ถูก เพื่อรองรับกลุ่มคนไทยโดยเฉพาะ ส่วนต่างชาตินั้น กำลังหารือกับทางจังหวัดว่าจะคัดกรองเอากลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ประกาศเป็นพื้นที่สีเขียวแล้ว

โดยเชื่อว่าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเอเชีย ส่วนนักท่องเที่ยวชาวจีน จะมีการคัดกรองอีกครั้งว่าจะเปิดรับจากเมืองไหนบ้าง โดยจะรับกลุ่มท่องเที่ยวจากเมืองที่ไม่มีความเสี่ยง ให้สามารถบินตรงเข้ามาได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้จะหารือในระดับคณะกรรมการของจังหวัดอีกครั้ง เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมรับมือได้.

ดูข่าวต้นฉบับ

กระบี่

สายนี้วิ่งฉิว!! กรมทางหลวงขยายถนน ‘นาเหนือ-บางคราม’ กระบี่เสร็จแล้ว-ท่องเที่ยวสะดวก

กรมทางหลวง ขยาย ทล.415 สาย พังงา – อ.บ้านตาขุน ตอน บ.นาเหนือ – บ.บางคราม จังหวัดกระบี่ แล้วเสร็จ

กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 415 สาย พังงา – อ.บ้านตาขุน ตอน บ.นาเหนือ – บ.บางคราม จาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร แล้วเสร็จ ในพื้นที่อำเภอปลายพระยา และอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เป็นเส้นทางที่เชื่อมการคมนาคมระหว่างจังหวัดกระบี่ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางและขนส่งสินค้าในพื้นที่

กรมทางหลวงขยายถนน ‘นาเหนือ-บางคราม’

ทางหลวงหมายเลข 415 สาย พังงา – อ.บ้านตาขุน ตอน บ.นาเหนือ – บ.บางคราม เดิมเป็นเส้นทางขนาด 2 ช่องจราจร ที่มีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเส้นทางนี้เป็นทางลัดที่เชื่อมระหว่างจังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน กรมทางหลวงจึงได้ดำเนินการขยายทางหลวงสายดังกล่าว

กรมทางหลวงขยายถนน ‘นาเหนือ-บางคราม’

โดยก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร ไป – กลับ ผิวจราจรแบบแอสฟัลท์คอนกรีต กว้างช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 2.5 เมตร แยกทิศทางการจราจรด้วยเกาะกลางแบบยก กว้าง 5.1 เมตร พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ไฟสัญญาณจราจร และไฟกระพริบบนทางหลวง ตอน 1 ระยะทาง 10 กิโลเมตร งบประมาณ 309 ล้านบาท และตอน 2 ระยะทาง 11.32 กิโลเมตร งบประมาณ 331 ล้านบาท

กรมทางหลวงขยายถนน ‘นาเหนือ-บางคราม’

การขยายเส้นทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการคมนาคมขนส่งและส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ให้มีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาการจราจรที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง สามารถสอบถามเส้นทางหรือแจ้งเหตุไม่ปลอดภัย ได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

กรมทางหลวงขยายถนน ‘นาเหนือ-บางคราม’

| อ่านข่าวต้นฉบับ

ชาวตำบลพรุเตียว อำเภอเขาพนม แห่เล่นน้ำคลายความร้อนในผืนป่าชุมชนทุ่งปรือ อย่างสนุกสนาน (คลิป)

สภาพอากาศในบ้านเรานั้นร้อนอบอ้าวมาก ชุมชนบ้านชาวตำบลพรุเตียว เขาพนม จ.กระบี่ เด็กเล่นสไลเดอร์น้าคลายร้อน เล่นมวยทะเล ในผืนป่าชุมชนทุ่งปรือ อย่างสนุกสนานและมีผู้ใหญ่มาช่วยดูแลความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 นาฬิกา นี้คือบรรยากาศความสุขและความสนุกสนานเพลิดเพลิน ของพี่น้องชาวบ้านในพื้นที่ 10 หมู่บ้าน ที่ในแต่ละวันไม่น้อยกว่า 200 คน ของตำบลพรุเตียว อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่

แห่เล่นน้ำคลายความร้อนในผืนป่าชุมชนทุ่งปรือ

ทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมถึงครอบครัวต่างหลังไหลแห่กันหนีความร้อนจากที่บ้าน มาพักผ่อนหย่อนใจในผืนป่าชุมชนประจำหมู่บ้านทุ่งปรือ หมูที่ 4 ตำบลพรุเตียว อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีเนื้อที่ 221 ไร่
โดยมีลำคลองสายหลักคือคลองทับเคียม ที่มีความยาวตามแนวผืนป่า 600 เมตร

ซึ่งทางชุมชนได้จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆสำหรับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำตำบลพรุเตียว เช่นโซนเส้นทางศึกษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพันธุ์ไม้นานาชนิด โซนสำรับการพักผ่อนหย่อนใจ โซนการออกกำลังกาย โซนสำหรับเล่นกีฬาพื้นบ้านมวยน้ำหรือมวยทะเล

มวยทะเล

โซนเล่นสไล่เดอร์ที่ชุมชนได้นำผ้ายางชนิดหนามาปูเหนือริมตลิ่งมีความลาดชั้น 45 องศา ให้เด็กๆได้สนุกสนาน และโซนสำหรับลงเล่นน้ำในลำคลองทับเคียม ที่มีความลึก 1 – 1.5 เมตร ลำคลองกว้าง 8 เมตรตลอดสายน้ำ และโซนจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย

ผืนป่าชุมชนทุ่งปรือ หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งปรือ ตำบลพรุเตียว อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เป็นผืนป่าพรุหรือผืนน้ำซับหรือผืนป่าน้ำผุด โดยมีน้ำไหลตลอดทั้งปีไม่ว่าจะเข้าหน้าแล้งขนาดไหนก็ตาม น้ำในลำคลองจะไม่ลด ด้วยเหตุนี้ที่ชาวบ้านทุ่งปรือได้ขอใช้ผืนป่าในหมู่บ้าน

ตั้งเป็นป่าชุมชนประจำหมู่บ้านขึ้นจนประสบความสำเร็จ โดยสำนักบริหารจัดการป่าไม้ที่ 12 สาขาจังหวัดกระบี่ ได้อนุมัติให้เป็นป่าชุมชนทุ่งปรือ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2562 หลังจากนั้นทางชุมชนได้ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาผืนป่าเรื่อยมา เพื่อให้ชาวตำบลพรุเตียวและตำบลใกล้เคียง ได้เข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกัน


ทันข่าว กระบี่ – รายงาน

กระบี่ลือ ผีกระอาละวาด’ลักไข่ไก่ กล้องวงจรปิดจับภาพได้ (คลิป)

ชาวบ้านสงสัยไข่ไก่หายบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ ย้อนดูกล้องวงจรปิดพบเห็นดวงไฟประหลาดถึงกับขนลุก เชื่อเป็นผีกระสือแอบมากินไข่ไก่ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพถ่าย ระบุอาจมีแมลงผ่านหน้ากล้องวงจรปิด ทำให้มองเห็นเป็นดวงไฟสีขาว

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้าน ของนายสมพงษ์ โดยประสม อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 241 ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ เพื่อพิสูจน์ความจริง หลังจากชาวบ้านร่ำลือกันว่า พบแสงไฟประหลาด โผล่ที่หน้าบ้าน และไข่ไก่ที่เลี้ยงไว้มักจะหายบ่อยครั้ง ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นผีกร หรือผีกระสือ แอบมากินไข่ไก่ ทั้งนี้ สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวบ้าน

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งไว้ บริเวณหน้าบ้าน พบว่า ย้อนหลังไปเมื่อเวลาประมาณ 5.30 น. ของวันที่ 20 ก.พ.63 ปรากฎดวงไฟสีขาวนวล เคลื่อนไปมาหลายรอบ ก่อนที่จะเคลื่อนที่ไปยังรังไข่ไก่แล้วเคลื่อนออกไปผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว ซึ่งนายสมพงษ์เชื่อว่า แสงประหลาดดังกล่าว น่าจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ไข่ไก่หายไป ก่อนหน้านี้

กระบี่ลือ ผีกระอาละวาด'ลักไข่ไก่

นายสมพงษ์เล่าว่า ตนเลี้ยงไก่บ้านไว้หลายตัว โดยทำรังให้ไก่ฟักไข่ไว้ที่หลังบ้าน 2 รัง ที่ผ่านมาไข่ไก่มักจะหายบ่อยครั้ง ครั้งละ 2-3 ฟอง บางวันก็หายยกรัง เป็นแบบนี้มานานเกือบปี คาดว่าตะกวด ที่อยู่ในป่าข้างบ้านแอบมากินไข่ไก่ของตน แต่ก็ไม่พบร่องรอยเปลือกไข่ไก่ให้เห็น จึงได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ 4 ตัว แต่หลังจากนั้นไข่ไก่ก็หายอีก เปิดดูกล้องวงจรปิดก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ

จึงได้เอารังไก่ทั้ง 2 รังมาวางไว้ข้างประตูหน้าบ้าน แต่หลังจากนั้นไข่ไก่ยังหายอีก จึงได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง ในเวลา 05.35 น.ของวันที่ 20 ก.พ.63 ปรากฏว่า มีดวงไฟ สีขาว ลอยวนเวียนบริเวณหน้าบ้าน จากนั้นก็โฉบไปที่รังไข่ไก่ แล้วหายไปจากหน้าจอ สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก โดยก่อนหน้านั้นไข่ไก่ มีอยู่ในทั้ง2 รัง รังหนึ่งมี 8 ฟอง อีกรังมี 6 ฟอง แต่หายไปรังละ 2 ฟอง

กระบี่ลือ ผีกระอาละวาด'ลักไข่ไก่

นายสมพงษ์เล่าอีกว่า หลังเห็นดวงไฟดังกล่าว จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามผู้ที่มีความรู้ด้านไสยศาสตร์ ให้นั่งทางในดู และบอกว่าเป็นผีกระหรือผีกระสือ ซึ่งอาจจะมีคนเลี้ยงไว้ ตนจึงเชื่อว่า สาเหตุที่ไข่ไก่หายไปก่อนหน้านี้เชื่อว่ามีจากดวงไฟเร้นลับดังกล่าวแน่นอน

อย่างไรผู้สื่อข่าว ได้นำคลิปวงจรปิดไปให้ผู้ที่มีความรู้ด้านภาพถ่าย ตรวจสอบ ปรากฏว่า ดวงไฟที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด อาจจะเกิดจากมีแมลงบางอย่าง คลานผ่านหน้ากล้อง ซึ่งในเวลากลางคืน กล้องวงจรปิดจะเปิดแสงอินฟาเรด เมื่อแมลงเข้ามาหน้ากล้องทำให้มองเห็นเป็นแสงสีขาว


ข่าว โกเมธ มากผล