#ทุ่งใหญ่ สาวกระบี่ ถูกสามีฟันหัวอาการสาหัส ก่อนอุ้มลูกสาววัย 3 ขวบ หนีหายเข้าป่ายาง

ทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช – สาวกระบี่ ถูกสามีฟันหัวอาการสาหัส ญาติได้รีบนำตัวส่งมารักษาต่อที่ โรงพยาบาลทุ่งใหญ่ ส่วนสามีที่ก่อเหตุ ได้อุ้มลูกสาววัย 3 ขวบ หนีหายเข้าป่า

(23 มกราคม 2564) ช่วง 22.00 น. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ได้เดินทางไปตรวจสอบเหตุ คนถูกทำร้ายร่างกายสาหัส ที่โรงพยาบาลทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ กำลังนำตัว นางสาวปราวีย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี เข้าห้องฉุกเฉิน สภาพใบหน้า ถูกของมีคมฟันลึกถึงกะโหลก โดยมีญาติๆ มารอติดตามอาการด้วยความตกใจ เบื้องต้นแพทย์ได้ ทำการสแกนสมอง ก่อนทำการรักษาต่อไป

สอบถาม ญาติคนเจ็บ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บ มีเสียงทะเลาะกันกับสามี อายุ 30 ปี ต่อมาได้ยินเสียงกรีดร้องของคนเจ็บ ขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด เพื่อนบ้านก็รีบวิ่งไปดู พบร่าง นางสาวปราวีย์ ถูกของมีคมฟันที่ใบหน้าเลือดอาบ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนสามีของคนเจ็บ หลังทำร้ายเมีย ก็หลบหนีเข้าในป่ายางพารา พร้อม อุ้มลูกสาววัย 3 ขวบไปด้วย ทั้งนี้ญาติๆ กำลังออกติดตาม เพื่อเอาตัวเด็กออกมาก่อน เนื่องจากเกรงว่า จะได้รับอันตราย

เครดิตแหล่งข้อมูล : ข่าวช่อง8

หวิดมือขาด! คนงานส่งสินค้าถูกลิฟท์ขนของหนีบมือติดคาลิฟท์ โชคดีเพื่อนกดปุ่มหยุดทัน

20 กรกฎาคม 2563 ร.ต.อ.สมโภช เลิศวิชญถาวร รอง สวป.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งมีเหตุคนถูกลิฟท์ส่งของหนีบมือติดคาลิฟท์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงประสานหน่วยกู้ภัยใต้เต๊กตึ๊งพร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง เดินทางไปตรวจสอบให้ความช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุภายในโกดังสินค้า ร้านค้าส่ง “ เจ๊พรซูเปอร์ “ ริมถนนทุ่งสง หมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ ตรวจสอบหลังร้านบริเวณลิฟท์ส่งของบนชั้น 3 พบร่างนายภานุมาศ บุญทวี อายุ 19 ปี ได้รับบาดเจ็บ ถูกขอบบนของลิฟท์หนีบบริเวณมือขวาติดอยู่กับผนังตึก สภาพกระดูกแตก และคนเจ็บอ่อนล้า หน้าและมือซีด จึงประสานรถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต น้ำเกลือ และอ็อกซิเจน เข้าช่วยผู้บาดเจ็บ

จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งใช้อุปกรณ์ตัด ถ่าง งัดประตูลิฟท์ให้อ้าออก เพื่อดึงมือคนเจ็บออก แต่ค่อนข้างลำบากเพราะลิฟท์ มีโครงสร้างเป็นเหล็กหนามีความแข็งแรง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ พบกระดูกมือข้างขวาแตก จึงรีบส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ช่วยเหลือ ล่าสุดแพทย์ช่วยเหลืออาการปลอดภัยแล้ว

สอบถามทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมเพื่อนกำลังส่งสินค้าให้ร้านค้าส่งที่เกิดเหตุ หลังนำสินค้าขึ้นไว้ชั้น 4 เสร็จเรียบร้อย ขาลงกลับมาด้านล่างผู้ได้รับบาดเจ็บ เอื้อมมือจับขอบพื้นชั้น 4 ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับลิฟท์กำลังเลื่อนลงอยู่ระหว่างชั้น 3 กับชั้น 4 และดึงมือกลับไม่ทัน จึงถูกลิฟท์หนีบมือติดกับขอบพื้นปูน โชคดีที่เพื่อนที่ลงลิฟท์ด้วย กดปุ่มหยุดลิท์ทัน ก่อนจะถูกหนีบจนขาด

ดูข่าวต้นฉบับ

กระบี่ – บนถนนสายลำทับ-ทุ่งใหญ่ ไฟโหมเก๋งกลางทางทั้งคัน

ลำทับ จังหวัดกระบี่ – ระทึกไฟไหม้รถเก๋งกลางทางวอดทั้งคัน เคราะห์ดีหญิงคนขับ พร้อมด้วยญาติและหลานชาย อายุ 2 ขวบเศษ รีบเปิดประตูลงจากรถหนีได้ทัน

ไฟไหม้รถเก๋ง

เปลวไฟกำลังโหมลุกไหม้รถเก๋ง หมวดป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ ที่จอดอยู่ข้างทางอย่างรวดเร็วจนวอดเสียหายทั้งคัน ก่อนที่รถดับเพลิงจะเดินทางมาถึง ท่ามกลางความตกใจของหญิงอายุ 50 ปี ซึ่งเป็นคนขับ และผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย

ไฟไหม้รถเก๋ง

เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (14 มิ.ย.) บนถนนสายลำทับ-ทุ่งใหญ่ ในพื้นที่อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ ขณะที่เธอกำลังขับรถจากหาดอ่าวนาง มุ่งหน้าไปยังอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

กระทั่งจู่ ๆ เมื่อรถวิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเครื่องยนต์มีอาการผิดปกติ คือสะดุดและกระตุกหลายครั้ง จากนั้นก็มีกลุ่มควันโขมงพวยพุ่งออกมาจากห้องเครื่องยนต์ และมีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อตั้งสติได้ เธอรีบจอดรถข้างทางและเก็บข้าวของมีค่าเปิดประตูลงจากรถ วิ่งหนีตายในทันที พร้อมด้วยญาติและหลานชายอายุ 2 ขวบเศษที่มาด้วยกัน

ล่าสุด ภายหลังเกิดเหตุการณ์ระทึกดังกล่าว ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงดังกล่าว โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากระบบเครื่องยนต์ขัดข้อง


เนื้อหาต้นฉบับ

‘ท้าวเวสสุวรรณ’ เข้าทรงช่างซ่อมรถสิบล้อ ที่เมืองคอน สั่งขุดต้นตะเคียนทองอายุกว่า100ปี

อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช – หนุ่มอาชีพช่างซ่อมรถสิบล้อ พร้อมด้วยเพื่อนบ้านรวม 30 คน ช่วยกันขุดต้นตะเคียนทองอายุกว่า 100 ปี ขนาดใหญ่ 2 คนโอบ ยาวประมาณ 3 เมตร ที่ฝังอยู่ชายคาหลังบ้าน เชื่อทำคนในบ้านล้มป่วย

ท้าวเวสสุวรรณ  สั่งขุดต้นตะเคียนทอง

วันที่ 7 มิถุนายน 2563 นายทรงวุฒิ พูลเกิด อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 205/1 หมู่ 7 บ้านควนลำภู ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช อาชีพช่างซ่อมรถสิบล้อ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยเพื่อนบ้านรวม 30 คน ช่วยกันขุดต้นตะเคียนทองอายุกว่า 100 ปี ขนาดใหญ่ 2 คน ยาวประมาณ 3 เมตร ที่ฝังอยู่ชายคาหลังบ้าน ก่อนหน้านั้นเมื่อ 20 วันที่ผ่านมา นางสุภาพ แก้วสาร อายุ 63 ปี แม่ยายของตนเกิดล้มป่วย แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และอาเจียนตลอดเวลา ตนและภรรยาจึงพาไปหาหมอ ที่คลินิกแห่งหนึ่งในตลาดจันดี อ.ฉวาง แต่ระหว่างทาง แม่ยาย เกิดอาการช็อกหมดสติ จึงรีบพาไปโรงพยาบาลพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช

ท้าวเวสสุวรรณ  สั่งขุดต้นตะเคียนทอง

เมื่อถึงโรงพยาบาลปรากฏว่าแม่ยายหมดสติ ชีพจรเต้นอ่อน แพทย์จึงส่งต่อโรงพยาบาลทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ที่มีเครื่องมือทางการแพทย์พร้อมกว่า ต่อมาแพทย์ทำการรักษาและให้นอนที่โรงพยาบาล รวม 5 วัน ขณะที่แม่ยายของตนเริ่มมีอาการบวมพอง แน่นหน้าอกและอาเจียน ซึ่งแพทย์ระบุว่า แม่ยายป่วยโรคไตขั้นร้ายแรง จำเป็นต้องฟอกไตตามที่แพทย์นัด จากนั้นแพทย์อนุญาตให้แม่ยายกลับมารักษาตัวที่บ้าน

ขณะที่ญาติๆ เชิญหมอไสยศาสตร์ เพื่อประกอบพิธีรักษาตามความเชื่อ โดยหมอไสยศาสตร์ระบุว่า บริเวณหลังบ้านมีต้นไม้ใหญ่ฝังดินอยู่ และให้โทษคนในครอบครัว จะเกิดล้มป่วยไข้ไม่สบาย แต่ทางญาติยังไม่เชื่อ

ต่อมาวันที่ 6 มิ.ย.63 มีร่างทรงท้าวเวชสุวรรณ ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของนายทรงวุฒิ ที่เคารพนับถือตามความเชื่อมาประทับร่างทรง พร้อมบอกว่าให้ขุดแม่ตะเคียนทองที่ฝังอยู่ในดินใต้ชายคาหลังบ้าน เพราะแม่ตะเคียนทองต้องการขึ้นจากใต้ดิน ที่สำคัญบริเวณที่ต้นตะเคียนถูกฝัง เจ้าของบ้านนำสุนัขมาผูกไว้ และสุนัขอุจจาระ ปัสสาวะใส่ต้นตะเคียนทอง เป็นการลบลู่เจ้าแม่ตะเคียนทอง ทำให้คนในครอบครัวล้มป่วย

ท้าวเวสสุวรรณ  สั่งขุดต้นตะเคียนทอง

ต่อมานายทรงวุฒิ และคนในครอบครัว นำสุนัขไปผูกเลี้ยงไว้บริเวณหน้าบ้าน พร้อมกับนิมนต์พระสงฆ์ ประกอบพิธีขอขมาตามความเชื่อ และติดต่อรถแบ็คโฮ เพื่อขุดต้นตะเคียนทองขึ้นมา แต่ปรากฏว่าไม่มีรถใครกล้าขุด จึงมีการระดมกำลังเพื่อนบ้านช่วยกันขุด โดยใช้เวลา 4 ชั่วโมง จึงสามารถนำต้นตะเคียนขึ้นมาได้สำเร็จ

เมื่อสอบถามพระสงฆ์ เพื่อต้องการนำต้นตะเคียนไปไว้ที่วัด แต่ทางพระสงฆ์บอกว่า ไว้ต้นตะเคียนที่บ้านก็ได้ แต่ต้องตั้งไว้ที่สูง อย่างไรก็ตามหลังขุดต้นตะเตียนขึ้นมาแล้ว ปรากฏว่าแม่ยาย ที่ป่วยหนัก อาการดีขึ้นตามลำดับ จึงเชื่อว่าเจ้าแม่ตะเคียนทอง คงปลดปล่อยความเจ็บป่วยคนในครอบครัว

ท้าวเวสสุวรรณ  สั่งขุดต้นตะเคียนทอง

นายริน แก้วสาร อายุ 66 ปี สามีผู้ป่วย เผยว่า ปกติแล้วตนไม่เชื่อเรื่องลี้ลับแบบนี้ แต่ครั้งนี้ยอมรับและเชื่อสุดตัว เนื่องจากระหว่างที่ภรรยาเข้าโรงพยาบาล ส่วนตนนอนอยู่ที่บ้าน ตกดึกจะมีมือใครปริศนาดึงบริเวณเท้าจนตกใจตื่นทุกคืน ที่สำคัญภรรยาของตนอาการป่วยดีขึ้นตามลำดับ

ยายไสว วิมล อายุ 87 ปี เปิดเผยว่า ตนเคยเห็นต้นตะเคียนทองต้นนี้ล้มนอนอยู่บริเวณดังกล่าวตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น ต่อมาต้นตะเคียนทองถูกทับถมจนจมดินหายไป และมาพบอีกครั้งเมื่อมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น

ท้าวเวสสุวรรณ  สั่งขุดต้นตะเคียนทอง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังชาวบ้านทราบข่าว โดยเฉพาะบรรดาคอหวย ไม่พลาดที่จะแห่มาขอเลขเด็ด พร้อมนำดอกไม้ธูป เทียน และแป้งฝุ่น เพื่อลูบ ถู ต้นตะเคียนหาเด็ดไปเสี่ยงโชค อย่างไรก็ตามมีการตกลงกันว่าจะนำต้นตะเคียนทองที่ขุดขึ้นมา ไปเก็บรักษาไว้ที่วัดควนอุโบสถ หมู่ 3 ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ

กู้ระทึก!! ระดมช่วย 2 ชีวิตสลบก้นบ่อซีเมนต์ 8 เมตร สุดยื้อไม่ทันดับ 1

บ่อน้ำมรณะ ลงบ่อวัดขาดอากาศหายใจดับ เพื่อนลงช่วยสาหัสอีกราย
ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช – หนุ่มรับจ้างลงขุดบ่อให้วัดสระเภา อ.ทุ่งใหญ่ เมืองคอน ขาดอากาศหายใจฟุบจมน้ำ เสียชีวิต เพื่อนลงไปช่วยสลบอีกราย

2 ชีวิตสลบก้นบ่อซีเมนต์ 8 เมตร

วันที่ 19 พ.ค. ร.ต.อ.อนันต์ พานิชกุล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุชายขาดอากาศหายใจสลบอยู่ก้นบ่อน้ำ ภายในวัดควนสระเภา หมู่ 1 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จึงรุดไปตรวสอบพร้อม พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิต่างๆในพื้นที่ระดมกำลังพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตรีบเข้าช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุเป็นบ่อปูนซีเมนต์ซึ่งมีความลึกกว่า 8 เมตร มีอุปกรณ์ขุดลอกวางอยู่บนพื้นปากบ่อ ส่วนภายในบ่อมองเห็นร่างชาย 2 คนนอนแน่นิ่งหมดสติทับกันอยู่ ทีมหน่วยกู้ภัยต้องรีบใช้พัดลมไฟฟ้าเป่าลงในบ่อเพื่อให้อากาศถ่ายเท ก่อนใช้เชือกมัดตัวหย่อนตัวลงไปนำร่างของทั้ง 2 คนขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

2 ชีวิตสลบก้นบ่อซีเมนต์ 8 เมตร

ท่ามกลางการเอาช่วยของชาวบ้านที่ขอให้ทั้งคู่รอดชีวิต จากนั้นรีบทำซีพีอาร์ปั๊มหัวใจ ทราบชื่อต่อมาคือ นายนพพร ยี่สุน อายุ50 ปี และ นายพนัส จันทร์เจริญ อายุ 45 ปี ก่อนรีบเคลื่อนย้ายส่งรพ.ทุ่งสง แต่ปรากฎว่านายนพพร เสียชีวิตไปก่อนแล้ว

2 ชีวิตสลบก้นบ่อซีเมนต์ 8 เมตร

พ.ต.อ.โชคดี เปิดเผยว่า จากการสอบถามญาติทั้ง 2 คนระบุว่า วัดควนสระเภา ได้ว่าจ้างให้คู่ให้ขุดลอกบ่อน้ำในวัด ก่อนเกิดเหตุนายนพพร ลงไปในบ่อคนแรกเพื่อเตรียมอุปกรณ์ขุดลอก แต่พอลงไปได้ไม่นานก็เกิดสติอยู่ก้นบ่อ ทำให้นายพนัส รีบลงไปช่วยแต่ก็หมดสติไปอีกคนจนชาวบ้านมาเจอจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

| อ่านข่าวต้นฉบับ

ส่อคดีพลิก !! สาววัย 16 พูดแล้ว หลังถูกกล่าวหา ลวงเด็กชายวัย 13ไปค้างที่บ้าน (คลิปเปิดใจ)

นครศรีธรรมราช – วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 จากนางน้อย นามสมมุติ อายุ 40 ปี ชาว อ.ทุ่งใหญ่ แจ้งความว่า เมื่อค่ำของวันที่ 10 ที่ผ่านมา ได้มีนางสาว วา นามสมมุติ อายุ 16 ปี มาขอนอนอาศัยที่บ้านของตนโดยจะนอนกับลูกชายชื่อ ด.ช.เอ นามสมมุติ อายุ 13 ปี ตนจึงว่ากล่าวตักเตือนไปว่าเป็นผู้หญิงมานอนบ้านผู้ชายมันไม่ดีไม่เหมาะสมและไม่ให้นอน หลังจากนั้นนางสาว วา ได้ชวนลูกชายของตนขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ ที่ นางสาววา ยืมเพื่อนบ้านมาอีกที โดยอ้างว่าเดี๋ยวจะมาส่ง หลังจากนั้นได้ขับรถ จยย.พาลูกชายของตนออกไปอย่างรวดเร็ว

สุดบอบช้ำ

พ่อแม่ของลูกชายจึงขับรถมอเตอร์ไซค์ ออกตามหา แต่ใกล้เวลาเคอร์ฟิว และรถสภาพไม่ดี ลูกปืนล้อหน้าแตก จึงแค่นขับกลับบ้านมาก่อนติด พรก.ฉุกเฉิน ต่อมาได้มีเพื่อนบ้านอีกรายมาแจ้งตนว่า รถ จยย.ที่ นางสาว วา ขับพาไปนั้นเป็นรถของเพื่อนบ้านอีกที เจ้าของรถจึงได้ไปแจ้งความรถหาย ที่ สภ.ทุ่งใหญ่

ตลอดทั้งคืนผู้เป็นแม่ร้องให้ตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วงลูกชาย และได้ติดต่อไปที่บ้านของนางสาววา ที่อยู่ในตำบลเดียวกัน พบว่านางสาว วา อาศัยอยู่กับยาย พ่อ แม่ แยกทางไปอยู่ทางภาคเหนือ นานแล้ว ยายของนางสาววา ช่วยได้เพียงว่าให้ไปแจ้งความ เพราะยายก็ไม่ทราบว่านางสาว วา ไปไหน ไม่ได้อยู่ที่บ้าน

รุ่งเช้าของวันนี้มีพลเมืองดีแจ้งมาว่าได้พบรถมอเตอร์ไซค์คันที่ นางสาววาขับไป ถูกจอดทิ้งไว้ข้างทางในหมู่บ้านอยู่ในสภาพน้ำมันหมด ตะกร้าหน้ารถพัง เจ้าของจึงเดินทางไปเอารถกลับ และมาถอนแจ้งความเพราะได้รถกลับแล้ว ถึงจะเสียหายบ้างก็ยังดีที่ได้รถคืน

สุดบอบช้ำ

ส่วนแม่ของเด็กชายเอ ได้ทราบข่าวจากเพื่อนของลูกว่า พบ ด.ช.เอ นั่งรอแม่อยู่ที่โรงเรียนบ้านไร่มุสลิม ด้วยอาการอิดโรย แม่จึงเดินทางไปรับและสอบถามพบว่าตามร่างกาย ลำคอ หน้าอก มีรอยช้ำเป็นจ้ำแดงหลายจุด ด.ช.เอ เปิดเผยว่า นางสาววาพาตนไปนอนที่บ้านเพื่อนของเขา และนางสาว วา ได้กระทำชำเราตนจนสำเร็จ โดยที่ตนไม่ยอมแต่สุดท้ายก็ไม่รอด แม่ของ ด.ช.เอ จึงพาลูกมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน ว่าลูกชายของตนถูกฝ่ายผู้หญิงพาตัวไปเอง โดยที่ฝ่ายชายถูกหลอกไป และจะนำใบแจ้งความไปพบแพทย์ เพื่อขอตรวจร่างกายเพราะช่วงนี้มีโรคร้ายหลายอย่างที่น่ากลัว

สอบถาม ด.ช.เอ ทราบว่า รู้จักกับ นางสาว วา ประมาณ 1 เดือน โดยนางสาววา ทักจีบตน มาทางเฟสบุ๊ค แต่ไม่คิดว่านางสาววา จะกล้ามาหลอกพาตนไปกระทำมิดีมิร้ายเช่นนี้

สุดบอบช้ำ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ รายงานว่า นางสาววา นามสมมุติ อายุ 16 ปี ที่ถูกแม่ของเด็กผู้ชายอายุ 13 ปี เข้าแจ้งความว่าตนพาลูกชายของเขาหนี ที่ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จึงขอชี้แจงดังนี้ เราคบกันไม่ถึง 1 เดือน และคนที่จีบ คือ น้องอายุ 13 เป็นคนจีบตนก่อน ในวันที่เกิดเหตุตนไปที่บ้านของเด็ก 13 ปี จริง แต่เมื่อแม่ของเด็ก 13 ปี ไม่ให้นอนที่บ้านตนก็กลับด้วยรถของเพื่อน แต่ไม่ได้ขโมยรถ จยย.แต่เพียงแต่ยืมมา แต่ส่งคืนไม่ทัน ในขณะที่ตนกำลังขับรถ จยย.กลับบ้าน เด็กชายอายุ 13 ปี ขอไปด้วย และใช้ให้ตนขับรถหนีให้เร็ว เนื่องจากกลัวพ่อจะไล่ทัน และอาจจะโดนลงโทษ นางสาววา จึงพาหนีไปนอนที่บ้านญาติ 1 คืน ในคืนนั้นทั้งสองคนมีใจให้กันในการหลับนอนไม่ได้บังคับเด็กอายุ 13 ปี และที่ลำคอของตนก็มีรอยถูกเด็ก 13 ปี ดูดเป็นรอยช้ำเหมือนกัน ต่อมาเด็กชาย 13 ปี จะขออยู่ต่ออีก 3 สัปดาห์ ตนเห็นว่าไม่เหมาะสม พ่อแม่คงเป็นห่วง จึงใช้ให้น้อง 13 ปี กลับบ้านไป จึงขอให้สังคมเข้าใจฝ่ายนางสาววาด้วย

เสียงจากฝ่ายหญิงเปิดใจ

เรียบเรียงโดย ไพรวัลย์ อุบลกาญจน์ ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

หนุ่มใหญ่เมืองคอน ติดสาวออนไลน์ โอนไว เปย์จนหมดตัวกลับมาง้อเมียไม่สำเร็จ ชักมีดปักเลือดอาบ

เด็กมันยั่วเลยหลวมตัวไปหน่อย.. หนุ่มใหญ่เมืองคอน ดวดเบียร์ 2 ขวด ก่อนมาของ้อเมียให้กลับบ้านถูกปฏิเสธชักมีดปัก เมีย ลูก ผลักทัน โดนเฉียดหัวเลือดอาบ เผยผัวติดหญิงในเฟสบุ๊ค เปย์สาวจนหมดตัว

เวลา 07.30 น. เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2563 ร.ต.อ.ชำนาญ เพชรเกื้อ รอง สวป.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งมีเหตุทำร้ายร่างกายกันในตลาดสดเทศบาล หมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จึงไปตรวจสอบพร้อมสายตรวจรถยนต์ 191 และสายตรวจจักรยานยนต์ ที่เกิดเหตุเป็นวันตลาดนัดมีผู้คนพลุกพล่าน พบนาย เอ นามสมมุติ อายุ 64 ปี บ้านอยุ่ ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช กำลังเอะอะโวยวาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว ตรวจค้นที่เอวพกอาวุธมีด 1 เล่นยาว 5 นิ้ว จึงยึดเอาไว้พร้อมนำตัวไป สภ.เพื่อสอบสวน

หนุ่มใหญ่เมืองคอน ติดสาวออนไลน์

ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาได้ดื่มเบียร์ไป 2 ขวด เพื่อย้อมใจ หลังจากนั้นได้เดินทางมาง้อขอคืนดีภรรยาทราบชื่อนางบี นามสมมุติ อายุ 47 ปี ที่เป็นแม่ค้าขายของชำในตลาดนัด แต่ภรรยาไม่ยอมกลับบ้านจึงดึงมือ จนเสื้อขาด หลังจากนั้นผู้ต้องหาอ้างว่าตนได้ใช้มีดตีไปที่หัว 1 ครั้งจนเลือดอาบ ก่อนภรรยาวิ่งหนีไป

หนุ่มใหญ่เมืองคอน ติดสาวออนไลน์

ต่อมาฝ่ายภรรยาได้เดินทางมาที่ สภ.ทุ่งใหญ่ พร้อมทั้งแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าอยู่กินกันมากับสามีเป็นเวลา 20 ปี ก่อนเกิดเหตุเมื่อ 3 เดือนก่อน สามีของตนได้ไปเล่นเฟสบุ๊ค และไปคุยจีบผู้หญิงคนหนึ่ง จนหลงใหล ไปมาหาสู่กันจนถึงขั้นโอนเงินให้ฝ่ายหญิงใช้จ่ายนับแสนบาทจนหมดตัว แล้วจะกลับมาง้อขอคืนดีกับตน

แต่ตนไม่ขอคืนดีด้วยจึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น และสามีของตนใช้มีดจ้วงแทงตนในตลาดนัด แต่ลูกสาวเข้ามาปัดมีดออกจนทำให้ปลายมีดเฉียดหน้าผากของตนจนเลือดอาบ และจะขอดำเนินคดีกับสามีให้ถึงที่สุด ตามกฎหมาย ต่อไป

– น้าเมศ / ทันข่าว กระบี่ รายงาน

“ชมความงานใต้พิภพ” จบชีวิต ‘ทะเลสองห้อง’ เมืองคอน ที่มีความงามติดอันดับโลก

“ชมความงานใต้พิภพ” จบชีวิตไปอีกรายสำหรับนักดำน้ำแบบท้าทายความตายใต้พิภพใน ‘ทะเลสองห้อง’ เมืองคอน ที่มีความงามติดอันดับโลก

ฝรั่งนักดำน้ำลงไปชมความงามในถ้ำใต้น้ำทะเลสองห้อง อ.ทุ่งใหญ่ เมืองคอน โผล่ขึ้นมาอีกทีกลายเป็นศพนอนกอดถังออกซิเจน คาดอากาศหมดขณะดำน้ำลึก ไม่มีที่สิ้นสุด

นักดำน้ำจมทะเลสองห้องดับ

เวลา 14.30 น. ร.ต.อ.พงษ์วุฒิ วุฒิพงษ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งมีชาวต่างชาติจมน้ำเสียชีวิต จึงไปตรวจสอบพร้อม ฝ่ายสืบสวน แพทย์เวร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุ ริมสระน้ำธรรมชาติ บ้านทะเลสองห้อง หมู่ 6 ต.กรุงหยัน พบศพชาวต่างชาติ นอนกอดถังออกซิเจน อยู่ในชุดประดาน้ำครบชุด เสียชีวิตอยู่ที่ริมสระ

ทราบชื่อนายโรเจอร์ อายุ 61 ปี เป็นคนประเทศอังกฤษ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ในเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายดำน้ำลึกเกินไปจนออ๊อกซิเจนในถังหมดจึงทำให้เสียชีวิตก่อนลอยขึ้นมา เจ้าหน้าที่จึงนำศพมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่ รพ.เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และสอบสวนเพื่อนของผู้ตายอีกคนที่มาร่วมดำน้ำในครั้งนี้

นักดำน้ำจมทะเลสองห้องดับ

… สอบถาม ทราบว่า ผู้ตายขับรถยนต์กระบะบรรทุกอุปกรณ์ดำน้ำ มาจอด แล้วสวมชุดลงไปดำน้ำ ก่อนจะพบว่า เสียชีวิตอยู่บริเวณชายฝั่ง ซึ่งทะเลสองห้อง ถือเป็นแหล่งดำน้ำชื่อดังของ จ.นครศรีธรรมราช มีฝรั่งนำลูกศิษย์มาฝึกดำน้ำอยู่เป็นประจำ

ฝรั่งนักดำน้ำ

ส่วนกรณีการเสียของชาวต่างชาติในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปถึงสาเหตุ แต่เป็นไปได้ว่าอาจเกิดอาการน็อกน้ำ หรือมาจากอาการป่วยเฉียบพลัน อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจะต้องรอการชันสูตรอีกครั้ง

ข่าวต้นฉบับ

เรื่องจริง “พ่อท่านนวล วัดไสหร้า” เทวดาอำเภอทุ่งใหญ่ นครศรีธรรมราช

 

ในปีที่ ‘พ่อหลวงนวล’ มีอายุราว ๒๙ ปี และเป็นช่วงที่ท่านได้รับความเห็นชอบจากทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาส ให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ปกครองสงฆ์ภายในวัดไสหร้าอย่างเต็มตัวได้ระยะหนึ่งแล้ว ได้มีโยมแม่ลูกคู่หนึ่งซึ่งเป็นชาวบ้านไสหร้า เดินทางเข้ามาในวัดเพื่อมากราบขอพึ่งบารมีท่านเจ้าอาวาสหนุ่ม เนื่องจากลูกชายวัย ๓-๕ ขวบนั้นเจ็บป่วยด้วยโรคที่ชาวบ้านทางใต้เรียกว่า ‘โรคหัวเปื่อย’ หรือ ‘โรคตานหัวเปื่อย’ (คือโรคตานขโมยที่เป็นในเด็ก)โดยจะมีอาการคือ ที่บริเวณศีรษะจะเป็นตุ่มน้ำหนองและพุพองคล้ายกับโรคสะเก็ดเงิน แต่จะเป็นเฉพาะบริเวณศีรษะ และรักษาหายยาก

พ่อท่านนวล วัดไสหร้า

“ไปหาหมอมาหมดแล้ว แต่ไม่หาย เลยจะมาขอน้ำมนต์พ่อหลวง” แม่เด็กบอกกับท่านพ่อหลวงนวลได้เล่าถึงเหตุการณ์นี้ให้แก่หลวงบ่าวผู้เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของท่านฟังว่า ขณะนั้นด้วยความที่ท่านเป็นพระหนุ่มและไม่เคยศึกษาวิชาคาถาอาคมจากที่ไหน จะให้ท่านเสกว่าคาถา หรือทำน้ำมนต์เพื่อปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บใดๆ ท่านก็ไม่เคยทำมาก่อน ถึงขนาดว่าในตอนนั้นแม้แต่กำหญ้าคาสำหรับซัดประพรมน้ำมนต์ที่วัดไสหร้าก็ยังไม่มีเสียด้วยซ้ำแต่เมื่อเห็นสีหน้ากังวลใจด้วยความห่วงลูกของโยมผู้หญิง และสภาพ ของเด็กชายซึ่งขณะนั้นทั้งศีรษะเต็มไปด้วยแผลพุพองจนน้ำเหลืองไหลเยิ้มเป็นที่น่าเวทนานัก

ท่านจึงได้แต่นึกในใจว่า “เราเองก็ยังเสกอะไรไม่เป็น แต่ในเมื่อเขามาแล้วก็ต้องทำให้เขา” คิดดังนี้ ท่านจึงบอกให้โยมผู้หญิงคนนั้นไปตัดหญ้าคามากกำหนึ่งสำหรับซัดประพรมน้ำมนต์ ส่วนท่านก็เตรียมน้ำสะอาดใส่ขันใบใหญ่มาตั้งไว้ที่ตรงหน้าของตน แล้วก็มานึกครุ่นคิดว่า จะใช้พระคาถาบทใดหนอ…มาสวดภาวนาเพื่อทำน้ำมนต์ประพรมให้แก่เด็กชายผู้นี้

“เอ้า!…เอา อิติปิโส พาหุง นี่แหละ”

ว่าแล้วท่านเจ้าอาวาสหนุ่มผู้ยังไม่เคยสวดมนต์เพื่อประกอบพิธีกรรม ทำน้ำมนต์ด้วยตนเองมาก่อนเลยในชีวิต ก็น้อมจิตระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย มุ่งขออานุภาพแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ช่วยโปรดสรรพชีวิตผู้มาขอพึ่งพระบารมีธรรม จากนั้นก็ตั้งต้นสวดพระคาถาบท ‘ถวายพรพระ’

(อิติปิโสฯ) และ ‘ชัยมงคลคาถา’ (พาหุงฯ) ด้วยสมาธิจิตอันมั่นคง ครั้นสวด
ด้วยพุทธานุภาพแห่งพระคาถาบท ‘ถวายพรพระ’ (อิติปิโสฯ) และบท ‘ชัยมงคลคาถา’ (พาหุงฯ) ที่สวดโดย ‘พระสุปฏิปันโน’ อย่าง ‘พ่อท่านนวล ปริสุทฺโธ’ ผู้เปี่ยมเมตตาบารมีนี้เอง ก็ได้ก่อให้เกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้น

‘หลวงบ่าว’ เล่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่ได้รับฟังจากคำบอกเล่าของพ่อท่านนวลว่า “ปรากฏว่าหลังจากนั้น ๓ วัน เด็กหายป่วยจริงๆ เพราะ ‘อิติปิโส พาหุง’ นี่แหละ ทีนี้คนเขาก็เลยพากันมากราบท่าน มาขอให้ท่านพรมน้ำมนต์ ให้อีก…เรื่องนี้ท่านเล่าทีไร ท่านก็ยิ้มๆ นะ ท่านว่าไม่ได้มีคาถาอะไรเลย แค่รู้สึกว่าเมื่อเขามาขอให้ช่วย ก็ช่วยเท่าที่ทำได้เท่านั้นเอง”

พ่อท่านนวล วัดไสหร้า

สังขารพ่อท่านนวล (ร่างไม่เน่าไม่เปื่อย เทวดาอำเภอทุ่งใหญ่) เรื่องราวจริงพ่อท่านนวล วัดไสหร้า จังหวัดนครศรีธรรมราช

cr: fb พ่อท่านบ้านเรา ภาพจาก facebook เจเจ๊กะโกโก้ พวงเพชร ขอบคุณ ณ โอกาสนี้ด้วย