ไขปริศนาธรรม “ธงกฐิน” ๔ ความเชื่อ จระเข้ นางมัจฉา ตะขาบ เต่า

ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วได้ชั่วแน่นอน การทำบุญ อย่าหวังสิ่งตอบแทน ทำด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ ด้วยพลังแห่งศรัทธา จะนำมาซึ่งปาฏิหาริย์ เชื่อไม่เชื่อห้ามลบหลู่เด็ดขาด

ทอดกฐิน

ด้วยมีศรัทธา เชื่อกันว่าใครที่ได้มาบูชานั้น เงินทองจะไหลมาเทมา โชคลาภจะไหลบ่าไม่ขาดสาย เปรียบเทียบไม่ต่างกับกระแสแรงศรัทธาของผู้คนที่ต่างมุ่งหน้ามางานทอดกฐินที่จะมากันเป็นประจำทุกปี เอาข้าวของ เครื่องใช้ต่างๆมาถวายวัด เอาเงินทองมาร่วมทำบุญ

กฐิน เป็นชื่อเรียกผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ ๓ เดือนแล้วสามารถรับมานุ่งห่มได้ คำว่า ทอดกฐิน หรือ การกรานกฐิน เป็นสังฆกรรมประเภทหนึ่งตามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา หรือเรียกกันว่า กฐินกาล

ทอดกฐิน

หมายถึงว่า พระสงฆ์ สามารถกระทำสังฆกรรมนี้ได้กำหนดระยะเวลาเพียง ๑ เดือน นับตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑ ไปจนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เท่านั้น

วัตถุประสงค์สำคัญ คือ สร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ อนุเคราะห์ ภิกษุผู้ทรงคุณที่มีจีวรชำรุด การได้มาของผ้าไตรจีวรพระพุทธองค์ไม่ทรงห้ามการรับผ้าจากผู้ศรัทธาเพื่อนำมากรานกฐินจึงทำให้เกิดทาน พิธีการถวายผ้ากฐินหรือการทอดกฐินขึ้น จัดเป็นสังฆทานคือถวายแก่คณะสงฆ์โดยไม่เจาะลงภิกษุรูปหนึ่งรูปใด

ธงกฐิน

ในเรื่องของ ธงกฐิน หลายคนเห็นธงมานาน แต่อาจยังไม่รู้จักและไม่เข้าใจความหมายของธง ๔ อันนี้ หมายถึงโลภ โกรธ หลง สติ อยากให้ช่วยกันอนุรักษ์ และฟื้นฟูให้ทุกคนได้มีความเข้าใจ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะสูญหายไปได้

ธงกฐิน เป็น ครื่องหมายแสดงให้รู้ว่าวัดนี้ได้รับผ้ากฐินแล้ว มี ๔ แบบแฝงด้วยความรู้เกี่ยวกับธรรมะ คติธรรม ประกอบด้วย

ธงกฐิน

๑. ธงเต่า 🐢 สัตว์ที่มีกระดองแข็งคอยคุ้มกันป้องกันภัย หมายถึง สติ ที่คอยระวังรักษา อายตนะทั้ง ๖ (ซึ่งสะท้อนถึงเต่าที่มีกระดองแข็งคอยคุ้มกันป้องกันภัยเมื่อรู้ว่ามีภัยก็จะหดอวัยวะ ซ่อนในกระดองทันที) ใช้ประดับเพื่อแจ้งว่า วัดปักธงเต่าวัดนี้ทอดกฐินเรียบร้อยแล้ว จะปลดลงในวันเพ็ญเดือน ๑๒

๒. ธงนางมัจฉา 🐟 หมายถึง ความหลง (ความหลง ซึ่งสะท้อนถึงเสน่ห์แห่งความงาม ที่ชวนให้หลงใหล ให้เคลิบเคลิ้ม ตัวแทนหญิงสาว) ใช้ประดับ งานพิธีถวายผ้ากฐิน เป็นตัวแทนหญิงสาว ตามความเชื่อว่า อานิสงส์จากการถวายผ้าแก่ภิกษุสงฆ์จะส่งผลบุญให้มีรูปงาม

๓. ธงจระเข้ 🐊 เปรียบถึง ความโลภ (ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพ สัตว์ปากใหญ่กินไม่รู้จักอิ่ม) มีตำนานว่าเศรษฐีเกิดเป็นจระเข้ว่ายน้ำตามขบวนกฐินจนขาดใจตาย ใช้ประดับวัดที่ทอดกฐินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ญาติโยมที่เดินผ่านไปมาเห็นเข้าก็จะยกมือไหว้อนุโมทนาสาธุ

๔. ธงตะขาบ หมายถึง ความโกรธ (ซึ่งสะท้อนให้เห็นสภาพสัตว์มีพิษ พิษที่เผ็ดร้อน เหมือนความโกรธ ที่แผดเผาจิตใจคน) ใช้ประดับเพื่อแจ้งว่า วัดนี้มีคนมาจองกฐินแล้ว ให้ผู้จะมาปวารณาทอดกฐินผ่านไปวัดอื่นเลย ไม่ต้องเสียเวลามาถาม

ในปัจจุบัน จะเห็นเพียง ธงจระเข้ และ นางมัจฉา ที่จะปรากฎ ในงานกฐิน ส่วนธงตะขาบ และเต่า พบเห็นได้น้อย จะมีเป็นบางวัด ที่ยังคงรักษา ธรรมเนียมเก่าอยู่…..

เคล็ดขอขมา และขออโหสิกรรมจากพ่อแม่ ที่เคยทำให้ท่านเสียใจ ไม่ต้องรอถึงวันเกิด

ตั้งแต่เล็กจนโต.. เราอาจะล่วงเกินพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว หรือแม้กระทั่งทำให้พ่อแม่เป็นทุกข์ใจ ร้องไห้ เสียใจ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นการสร้างกรรมหนัก

ทำให้ชีวิตจะไม่เจริญ ทำอะไรก็มักจะติดๆขัด ไม่ประสบความสำเร็จ ล้างเท้าพ่อแม่ วิธิขอขมาพ่อแม่ไว้ ขออโหสิกรรมจากพ่อแม่ที่เคยทำให้ท่านเสียใจไม่ต้องรอถึงวันเกิด

– การขออโหสิกรรมและล้างเท้าพ่อแม่

พรจากพ่อแม่

มีคนมากมายยังไม่รู้ว่ากรรมที่เราเคยทำกับพ่อแม่ให้ท่านเสียใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ ยิ่งทำให้ท่านทุกข์ใจมากจนต้องเสียน้ำตา เสียทรัพย์สิน

กรรมนั้นหนักมากและปิดทางความเจริญ ซึ่งก็หมายความว่า ชาตินี้อยากจะมีเงินทองนั้นหมดโอกาสไปเลยและที่เห็นบางคนที่ทำร้ายจิตใจพ่อแม่แล้วยังมีเงินทองโก้หนูนั้น ไม่นานหรอกเมื่อบุญเก่าหมดไปก็จะพบกับกรรมหนักที่ทำมาอย่างแน่นอน

การแก้ไขในเรื่องนี้ให้ร้ายกลับกลายเป็นดีนั้นง่ายมาก ให้รีบล้างเท้าพ่อแม่ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

และเรื่องนี้คนที่เป็นลูกควรทำเป็นอย่างยิ่ง เป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณของผุ้มีพระคุณทั้งสอง ผู้เป็นพระอรหันต์ของลูก หลายคนวิ่งหาพรอันศักดิ์สิทธิ์จากผู้อื่น โดยที่ไม่รู้เลยว่า พรศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่นั้นนั่งหรือนอนอยู่ที่บ้านนี่เอง

ล้างเท้าให้พ่อแม่

การล้างเท้าพ่อแม่นั้น ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า นอกจากจะเป็นกรรมดีได้บุญเพิ่มแล้ว การไปขออโหสิกรรมท่านนั้น จะช่วยคลายวิบากกรรมไม่ดีได้ด้วย

เพราะการให้อโหสิกรรมของท่าน จะลบล้างกรรมไม่ดีที่เราเคยทำต่อท่าน ตั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามให้ยุติการส่งผลลง ตอนนี้แหละสิ่งที่ท่านควรจะได้ก็จะได้ตามปรารถนา

น้ำล้างเท้าพ่อแม่ ศักดิ์สิทธิ์กว่าน้ำมนต์วัดไหนๆ

เคล็ดบูชา พระสังกัจจายน์ ให้สมปรารถนาตามคำขอ

“ พระสังกัจจายน์ ” พระอรหันต์ผู้บันดาลโชคลาภ ปัญญา และเมตตามหานิยม พระมหากัจจายนะ เกิดในตระกูลพราหมณ์ตระกูลหนึ่งในกรุงอุชเชนี ได้ศึกษาพระเวทตามอย่างตระกูลพราหมณ์ทั้งหลาย

พระสังกัจจายน์

ท่านเป็นศิษย์ของอสิตดาบสแห่งเขาวินธัย (ผู้ทำนายว่าเจ้าชายสิทธิตถะจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหรือพระพุทธเจ้าในอนาคต) พระมหากัจจายนะพร้อมด้วยมิตรอีก ๗ คนได้อาราธนาพระพุทธเจ้าให้ทรงแสดงธรรมเทศนา และได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในระหว่างฟังธรรมนั้นเอง

หลังจากนั้นท่านจึงทูลขออุปสมบทต่อพระพุทธเจ้า และได้เผยแผ่ศาสนาพุทธอยู่ในแคว้นอวันตีจนมีผู้เข้ามาเป็นสาวกในพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก

เคล็ดลับวิธีการบูชาพระสังกัจจายน์

ผู้ใดบูชาพระสังกัจจายน์ ย่อมเป็นมหามงคลอุดมด้วย ลาภ ยศ ความเจริญรุ่งเรืองดีนักแล

พระสังกัจจายน์

๑. โชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ พระสังกัจจายน์ได้รับการยกย่องให้เป็นพระผู้อุดมด้วยโภคทรัพย์ และลาภสักการะเสมอด้วยพระสิวลี

๒. สติปัญญา เนื่องเพราะพระสังกัจจายน์ได้รับการยกย่องจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าเป็นเลิศในทางอธิบายความพุทธภาษิต ท่านเป็นอรหันต์ผู้มีปฎิภาณเฉียบแหลม

๓. ความงามและความมีเสน่ห์ เนื่องจากเพราะก่อนที่ท่านจะอธิษฐานจิตให้รูปร่างเปลี่ยนแปลง พระสังกัจจายน์มีผิวดั่งทองคำและมีรูปงามละม้ายเหมือนพระพุทธเจ้า จนแม้แต่เทพยดา พรหม มนุษย์ทั้งปวงพากันรักใคร่ชื่นชม

วิธีบูชาด้วยธูป ๓ ดอก พร้อมดอกไม้สีขาวมีกลิ่นหอมต่างๆ หรือดอกบัว ไม่ว่าจะบูชาด้วยดอกใดให้ใช้ ๗ ดอก ถวายน้ำสะอาด ๑ แก้ว หมั่นทำทาน และสร้างกรรมดีละเว้นความชั่วทั้งปวง

พระสังกัจจายน์

คาถาบูชาพระสังกัจจายน์

(ตั้งนะโม ๓ จบ)

กัจจานะจะมหาเถโร พุทโธ พุทธานัง พุทธะตัง พุทธัญจะ พุทธะสุภา สิตัง พุทธะตังสะมะนุปปัตโต พุทธะโชตัง นะมามิหัง ปิโยเทวะ มะนุสสานัง ปิโยพรหม นะมุตตะโม ปิโยนาคะ สุปันนานัง ปิยินทะริยัง นะมามิหัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ปุริโสชะนา อิถีชะนา ราชาภาคินิ จิตตัง อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะ ฯ

อานิสงส์บุญใหญ่พลิกชีวิตได้ด้วย การทอดกฐิน

กฐิน ชื่อเรียกผ้าไตรจีวร ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ ๓ เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้ โดยคำว่าการทอดกฐิน หรือการกรานกฐิน

จัดเป็นสังฆกรรมประเภทหนึ่งตามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา คือพระสงฆ์สามารถกระทำสังฆกรรมนี้ได้นับแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ไปจนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เท่านั้น

ทอดกฐิน

โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ และอนุเคราะห์ภิกษุผู้ทรงคุณที่มีจีวรชำรุด ดังนั้นกฐินจึงจัดเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังฆกรรมของพระสงฆ์โดยจำเพาะ

การทอดกฐินนั้นถือว่าเป็นการสร้างบุญใหญ่ที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งหากเกิดเป็นคนในชาตินี้ ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งเมตตาบอกเคล็ดไว้ว่า หากอยากให้มีวาสนาดี เงินทองคล่องมือ ไม่มีวันตกต่ำขอให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน ผ้าป่าติดต่อกันอย่างน้อย ๓ ปีติดกัน

การร่วมเป็นเจ้าภาพนั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นถึงประธานหรือกรรมการที่สมัยนี้มีการกำหนดกันว่าต้องบริจาคเงินเท่านั้น เท่านี้ แต่การร่วมเป็นเจ้าภาพนั้นหมายถึง เป็นกฐินสามัคคีที่ทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพได้ จะร่วมเป็นเจ้าภาพใส่ซองหนึ่งบาทหรือพันบาท ก็ถือว่าร่วมเป็นเจ้าภาพได้บุญทั้งสิ้น

ทอดกฐิน

แต่ใครจะได้บุญมากหรือน้อยต้องดูที่ปัจจัยหลายอย่างในเรื่องของเงินบริสุทธิ์ เจตนาและความพยายาม ซึ่งก็แล้วแต่บุญและกรรมของคนที่ทำ ในพุทธกาลมีตัวอย่างมากมายหลายเรื่องที่คนทำบุญด้วยเงินน้อยแต่ได้ผลบุญที่ออกดอกออกผลมหาศาล

พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ว่า… คนที่ทอดกฐินด้วยใจบริสุทธิ์ หรือว่าร่วมในการทอดกฐินครั้งหนึ่งก็ดี จะปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าก็ได้ จะปรารถนาเป็นพระอัครสาวกก็ได้ จะปรารถนาเป็นพระอรหันต์ก็ได้ เมื่อบุญน้อยลงมาจะเป็น พระมหากษัตริย์ ๕๐๐ ชาติ เป็นมหาเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ เป็นอนุเศรษฐีอีก ๕๐๐ ชาติ เป็นคหบดีอีก ๕๐๐ ชาติ ตามลำดับ

ทอดกฐิน

อานิสงส์ของการร่วมทำบุญทอดกฐินยังมีอีกมากมาย

๑. ทำให้เป็นผู้มั่งคั่งมีทรัพย์สินมาก และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้โดยง่าย
๒.ทำให้เป็นผู้มีจิตใจแช่มชื่น บริสุทธิ์และผ่องใสอยู่เสมอ
๓.ทำให้เป็นผู้มีจิตใจตั้งมั่น เป็นสมาธิและเข้าถึงธรรมได้โดยง่าย

ทอดกฐิน

๔.ได้ชื่อว่าเป็นผู้สามารถใช้ทรัพย์สมบัติให้เกิดเป็นบุญกุศลติดตัวไปในภพเบื้องหน้าได้อย่างเต็มที่
๕.ทำให้เป็นคนรูปงาม ผิวพรรณงาม เป็นที่รักของคนทั่วไป
๖.ทำให้เป็นผู้มีชื่อเสียง เกียรติคุณ น่ายกย่องสรรเสริญ เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาน่าเคารพนับถือ

ภาพนิมิต

ลองคิดดูเอาเองแล้วกันว่า ถ้าร่วมทอดกฐิน ๓ ปีติดต่อกันนั้น บุญนั้นจะมากเท่าใด ครูบาอาจารย์ท่านถึงได้เน้นในเรื่องนี้มากและมีตัวอย่างที่พิสูจน์มาแล้วมากมาย

ใครที่ขัดสนเรื่องเงินทอง มีแต่ปัญหาเรื่องเงิน บอกได้คำเดียวว่าต้องทำไม่ใช่แค่ควรทำเท่านั้น

ข้อควรระวังในการ สวดมนต์ เพื่อขอให้มีโชคลาภ ร่ำรวย

๑. ต้องพึงระวังตนเองอย่าได้สร้างกรรมชั่วคือการละเมิดศีล ๕ ให้ดีที่สุด หมั่นทำบุญกุศล ถวายแด่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทะเจ้า พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ พระอริยสงฆ์

อุทิศบุญไปให้ผู้มีพระคุณทั้งปวง ครูบาอาจารย์ท่านเจ้าของบทสวด พระคาถาถ้าไม่ทราบว่าท่านใดเป็นผู้แต่งบทสวดหรือคาถานั้น ให้ระบุชื่อบทสวดและคาถานั้นรวมถึงเจ้ากรรมนายเวรเพื่อขออโหสิกรรม

๒. ถ้าจะใช้บทสวดใด ทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มสวดต้องทำการเชื่อมบุญโดยการอุทิศบุญที่ได้ทำมาตั้งแต่อดีตชาติ ชาติปัจจุบันและบุญที่จะตั้งใจทำต่อไปในอนาคต

อุทิศเจาะจงท่านผู้เป็นเจ้าของบทสวดหรือคาถานั้นเอาเท่าที่ท่านรู้ เช่น คาถาเสริมทรัพย์ของหลวงพ่อปานก็ต้องเจาะจงอุทิศไปให้ท่านด้วย

๓.เลือกบทสวดมนต์ให้เหมาะสมกับตนเอง หากต้องการให้ประสบความสำเร็จทางใดก็เลือกบทสวดนั้นและที่สำคัญต้องสวดให้ถูกต้องแบบไม่ตกหล่น ไม่ข้ามวรรคข้ามขั้นตอน

ถ้ามีการระบุว่าให้สวดกี่จบก็ควรสวดไปตามนั้นระวังอย่าให้น้อยจบเกินไป แต่หากจะสวดให้เกินกว่าที่กำหนดนั้นสามารถทำได้ ยิ่งมากก็ยิ่งดี

สมาธิ

๔.เมื่อสวดมนต์เสร็จทุกครั้งให้นั่งสมาธิต่อตามที่ต้องการเมื่อนั่งสมาธิเสร็จแล้วให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร ขอบารมีและผลานุภาพและอานิสงส์บุญที่ได้สวดมนต์นี้ ให้ได้ตามที่เราปรารถนา

ขอในเรื่องที่ถูกต้องและเจาะจงเพียงอย่างเดียว อย่าอธิษฐานแบบครอบจักรวาล เพราะการระบุแบบเจาะจงจะทำให้เกิดผลตรงกับจุดมุ่งหมายมากที่สุด

๕.แผ่เมตตาให้กับตัวเองก่อน ถึงจะแผ่เมตตาให้ผู้อื่น และกรวดน้ำตามลำดับ

ไหว้พระ

ข้อพึงระวังที่สำคัญมากๆ ก็คือคาถาต่างๆ ของครูบาอาจารย์ทั้งหมดล้วนเป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ อย่าลบหลู่ดูหมิ่นโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากสวดไม่ได้ผลแล้ว ยังเป็นการปรามาสท่านเหล่านั้นผู้เป็นพระอริยบุคคล จะเป็นการสร้างกรรมหนักใส่ตัวเองโดยไม่รู้ตัวและยากที่จะเจริญได้

ถ้าตัวเรายังไม่เชื่อหรือยังไม่ศรัทธาขอให้ข้ามบทสวดนั้นไปอย่าไปคิด อย่าไปอ่านเข้าเพราะจะเป็นการสร้างกรรมทางใจขึ้น และอย่าสวดมนต์แบบล้อเลียน แกล้งเปลี่ยนคำเปลี่ยนทำนอง หรือเปลี่ยนน้ำหนักเสียงให้ดูตลกขบขันโดยเด็ดขาด

ข้อควรปฏิบัติเพื่อเพิ่มพลังบุญบารมี

ข้อควรปฏิบัติในการดำรงชีวิตในแต่ละวันเพื่อเพิ่มพลังบุญ

๑. ตั้งใจรักษาศีล ด้วยการสมาทานศีล

๒. สวดมนต์ด้วยบทสวดต่างๆ อย่างน้อยที่สุดให้ได้ ๑ บทสวด วันละครั้งก่อนนอน โดยเฉพาะบทสวดระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ (อิติปิโส ฯ…..)

ทำสมาธิ

๓. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ ๑๕ นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)

๔. แผ่เมตตา อุทิศบุญ ให้แก่เทพเทวดา เจ้ากรรมนายเวร บุคคลที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ

๕. อธิษฐานขอให้ผลบุญนี้ ไปเป็นพลังเพื่อความสำเร็จต่าง ๆ ดังที่เราปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นทางโลก หรือทางธรรม หรือทั้งทางโลกและทางธรรม

๖. ทำทาน ให้ได้ในแต่ละวัน ทุก ๆ วัน ตามกำลัง เช่น ใส่บาตร ถวายสังฆทาน หรืออื่น ๆ ตามความเหมาะสม หากไม่สะดวก ไม่มีโอกาสที่จะทำได้ทุกวัน ก็ให้นึกถึงเรื่องการให้ทานไว้ทุกวัน โดยตั้งจิตเจตนาไว้อยู่เสมอว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วจะไปทำทาน

ผู้หญิง

เช่น สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ทุก ๆ วันอาทิตย์ ควรตั้งสัจจะไว้ ไม่ควรคิดว่า เอาไว้เมื่อมีความพร้อม มีเวลา มีโอกาสแล้วจึงจะไปทำ เพราะถ้าคิดอย่างนั้นแล้ว ส่วนมากจะหาโอกาสได้ยาก กิเลสมักหาข้ออ้างได้เสมอ

๗. การอธิษฐานต่าง ๆ ให้ตั้งจิตมุ่งมั่นแน่วแน่ ปักลงไปในเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้มั่นใจในพลังบุญของเรา มองเห็นภาพความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างชัดเจนแน่นอน ไม่ลังเลสงสัย (ให้คิดบวกเสมอ) เมื่อผลสำเร็จยังไม่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งท้อแท้ นั่นเป็นเพราะองค์ประกอบของเหตุปัจจัยที่ทำลงไปยังไม่สมบูรณ์เพียงพอ

เพราะในแต่ละคนก็มีไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน ให้ปฏิบัติต่อเนื่องต่อไป ช้าเร็วอย่างไรก็ต้องสำเร็จแน่นอน ยังไงก็ต้องได้เห็น บางทีความสำเร็จอาจมาโดยคาดไม่ถึงเสียด้วยซ้ำไป

เศร้า

และเมื่อสำเร็จแล้ว ก็ให้ทำต่อไป จะเป็นการเพิ่มพลังบุญของเราไปเรื่อยๆ หากยังต้องเวียน ว่าย ตายเกิด อยู่ในวัฏสังสารนี้ พลังบุญที่เราสะสมไว้นี้ ก็จะเป็นทุนรอนในภพชาติหน้าต่อไป

ในเรื่องนี้ทุกท่านได้รู้แล้วว่า วิธีการเพิ่มพลังบุยแบบเร่งด่วนนั้นทำอย่างไร ในบทต่อไปจะพูดถึงการไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอบุญหรือพึ่งบุญของท่านมาช่วยเราอีกทางหนึ่ง

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์แก้ “ดวงตก” โดย ชำนาญ การวิเศษ

มนต์วิเศษของ เจ้าแม่กวนอิม ถ้ารู้เคล็ดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้

พระโพธิสัตว์กวนอิม เทพผู้ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย หรืออีกนามหนึ่งที่เรารู้จักกันดีคือ “เจ้าแม่กวนอิม” เป็นพระโพธิสัตว์ที่ถือว่ามีคนนับถือกันมาก

มักให้คุณในเรื่องของการทำจิตใจให้เป็นสุข ไม่หวั่นไหวไปกับเรื่องของทางโลก รวมทั้งการของบุตร นอกจากนั้นยังทำให้ครอบครัวอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากหมู่มารมาคอยผจญ

 เจ้าแม่กวนอิม

การจัดวางพระโพธิสัตว์กวนอิมควรวางให้สูง แล้วหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อเป็นการเพิ่มฤทธานุภาพให้สามารถคุ้มครองครอบครัวได้ การตั้งไม่ควรให้อยู่ใกล้ห้องน้ำหรือของสกปรก

และอย่าให้หันหน้าเขาหาประตูเด็ดขาด หากว่าตั้งไว้ในห้องโถง ห้องอาหารหรือห้องรับแขกจะดีมาก แต่ข้อควรระวังหากตั้งในห้องอาหาร อย่าให้หันหน้าไปทางโต๊ะทานข้าว ยกเว้นว่าทานเจกันทั้งครอบครัว

 เจ้าแม่กวนอิม

ของที่นำมาถวายพระโพธิสัตว์กวนอิมควรเป็น ผัก ผลไม้หรือของหวาน แต่อย่าถวายเนื้อสัตว์เป็นอันขาด การบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ อาจใช้น้ำชา ๕ ถ้วยหรือน้ำเปล่า ๕ ถ้วยก็ได้ หากต้องการเพิ่มเติมก็ให้ส้มซัก ๕ ลูก ดอกบัว ๓ ดอกหรือกระดาษเงิน กระดาษก็ได้ นั่นก็ถือว่าเป็นการเคารพ ศรัทธาต่อท่านแล้ว

บางคนที่เป็นไข้ขึ้นสูงหรือเจ็บปวดมานานไม่หายซักที เชื่อว่าการขอพรจากพระโพธิสัตว์กวนอิมช่วยให้หายจากอาการเจ็บป่วยได้ เพียงแค่ถวายดอกบัวหลวง ๓ ดอก

แล้วอธิษฐานของให้ดอกบัวที่นำมาถวายนั้นเป็นยา หลังจากนั้นจึงนำดอกบัวนั้นไปต้มในน้ำสะอาดแล้วนำมาดื่มก็จะหายเป็นปกติ ในเร็ววัน

 เจ้าแม่กวนอิม

อีกทั้งผู้ที่ต้องการขอพรก็สามารถทำได้โดยการ สวดบูชาคำว่า

นำ มอ กวง สื่อ อิม ผ่อ สัก

๓ จบ หรือ ๙ จบ ถ้าจะให้ดีต้องครบ ๑๐๘ จบ แล้วอธิษฐานขอพร แต่สิ่งที่ขอนั้นต้องเป็นสิ่งดีไม่ผิดศีลธรรม และทำร้ายผู้อื่น

#ชีวิตต้องสู้ สู้กันต่อไป เพื่อชีวิตของเราเอง เมื่อใจเป็นสุข ก็ชนะทุกที่

⦿ ชีวิตนี้ มันต้องสู้ ให้รู้แน่
ไม่อ่อนแอ แม้เหนื่อยล้า อย่าสิ้นหวัง
ถึงเรี่ยวแรง จะโรยรา ถอยกำลัง
ชีวิตยัง คงมีอยู่ จงสู้ไป

ทุกคนล้วนมีปัญหาและอุปสรรค เราจะชนะจะผ่านพ้นสิ่งเหล่านี้ไปได้ ใจเราต้องเข้มแข็ง ยอมรับความจริง ไม่หนีปัญหา

ทุกคนล้วนมีปัญหาเข้ามาในชีวิตต่าง ๆ มากมาย และอุปสรรคเหล่านี้จะผ่านพ้นไปได้ ถ้าหากใจเราเข้มแข็ง ยอมรับความจริง เปิดใจยอมรับ ไม่ยึดติดกับความทุกข์ อย่ากลัวที่จะแก้ไข

เพราะความกลัวจะเป็นตัวฉุดให้เราไม่กล้าที่จะลุกขึ้น เราต้องตั้งมั่นที่จะแก้ไข เพราะสิ่งที่ผิดพลาดทุกคนล้วนมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ทุกคนล้วนต้องเคยทำผิดพลาดกัน

ผู้หญิง

ความผิดพลาด ความล้มเหลวในอดีตจะทำให้เราเข้มแข็ง และเราสามารถเปลี่ยนแปลงมันให้ดีขึ้นได้ บางทีเราอาจต้องเรียนรู้ด้วยตนเองจากความผิดพลาด

เพราะความผิดพลาดอาจทำให้เราเป็นคนเข้มแข็ง ไม่อ่อนไหว และไม่ท้อถอยง่าย เพราะปัญหาเป็นเพียงเครื่องพิสูจน์ ของชีวิต ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อาจต้องพบเจอความสุข ความทุกข์ปะปนกันไป.

ผู้หญิง

ยิ่งเราหันมาศึกษากฎแห่งการกระทำ ที่เรียกว่า กฎแห่งกรรม ในพระพุทธศาสนาด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีความเข้าใจและจะพบว่ามนุษย์ทุกคน ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่คนเดียว

เพราะ เราเคยคิดพูดและกระทำ ที่ต่างกัน ก็ส่งผลให้ได้สิ่งที่ไม่เหมือนกัน ทั้งความคิด คำพูด และการกระทำ นั่นเอง

ผู้หญิง

แต่สิ่งที่จะแก้ไขได้ดีที่สุด คงจะเป็นเรื่องที่ว่า ทำอย่างไร เราจะไม่ก่อเวรเพิ่มขึ้นอีก ทำดีให้มากที่สุด พยายามแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง นี่แหละกำไรชีวิตที่แท้จริง

เพราะเมื่อเราต้องจากโลกนี้ไปแล้ว ไม่มีอะไรที่เราจะนำติดตัวไปได้ นอกจากความดี (บุญ) และความชั่ว (บาป) เท่านั้น

by ต้นไม้ใกล้ฝั่ง

เคล็ดเฮงเสริมรวย จัดบ้านถูกหลักฮวงจุ้ย รับสิ่งมงคลตลอดปี

ในเรื่องของโชคลาภตามหลักวิชาฮวงจุ้ย มีหลักการว่า “น้ำหมายถึงเงิน หมายถึงโชคลาภ” ถ้าหากมีแหล่งน้ำที่ใหญ่ มีน้ำมาก และน้ำยิ่งลึก โชคลาภเงินทองก็จะเข้ามามาก และต่อเนื่องยาวนานแต่ในสังคมยุคสมัยใหม่นี้ เรียกได้ว่า ได้ห่างไกลจากแหล่งน้ำไปเสียจนห่างไกล

ไม่เหมือนสมัยโบราณทำให้ผู้คนยุคนี้ปากกัดตีนถีบ หากเงินกันอย่างบ้าคลั่ง และนอกจากนี้ หลักของฮวงจุ้ยก็ถือว่า”ถนนและประตู” หรือทางเดิน

ก็คือ ประตูของโชคลาภที่จะเข้ามา และถนนจะเป็นตัวเคลื่อนไหวของชี่ ประตูก็คือการ เก็บชี่เข้ามา นี่คือจุดสำคัญที่จะก่อเกิดโชคลาภเข้ามาในบ้าน และสิ่งที่ควรระวังในเรืองฮวงจุ้ยที่จะส่งผลกระทบต่อ โชคลาภภายในบ้านมีดังนี้

บ้าน

๑. บ้านที่เก็บเงินไม่อยู่

บ้านที่เก็บเงินไม่อยู่นั้น หมายความว่าบ้านของคุณอาจจะอยู่โดดเดี่ยวโล่งกว้างทั้ง ๔ มุมของบ้าน ไม่มีสิ่งก่อสร้างหรือต้นไม้มาบดบัง บ้านแบบนี้ฮวงจุ้ยเรียกว่า “บ้านกระจายลม ๘ ทิศ “หรือเรียกว่า” ลมผ่านท้องพระโรง” หรือหากมีที่โล่งกว้างรอบบ้านเพียง ๓ ทิศก็ถือว่าเป็นเช่นเดียวกัน

ลักษณะบ้านเช่นนี้จะโดนลมกระทบมาจากทั้ง ๘ ทิศ ทำให้เก็บกักชี่เอาไว้ไม่อยู่ ทำให้ยากจนลำบากมาก เก็บเงินทองไม่อยู่ พอมีเงินก็ต้องมีเรื่องที่ต้องใช้จ่ายเงินนั้นออกไปก็คือ เก็บเงินเอาไว้ไม่อยู่ ยากจนตลอดชีวิต

และห้องชุดในอาคารสูงๆก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน หรือเป็นห้องๆเดี่ยวทั้งชั้น มีที่ว่างรอบด้านทั้ง 4ทิศไม่มีอาคารหรือตึกสูงมาช่วยบัง และต้องโดนลมกระทบถูกทั้ง ๘ ทิศ ส่วนบ้านที่อยู่อาศัยที่ชอบเปิดประตูหน้าต่างทิ้งเอาไว้ตลอดเวลา หรือทำให้ห้องมีลมทะลุผ่านอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้นว่าจะไม่ทำให้ยากจนแต่ก็ทำให้เงินไม่พอใช้ มีเงินเข้าผ่านมือแล้วก็ออกไป เก็บเงินไม่อยู่

นอกจากนี้ก็ไม่ควรเปิดประตูหน้าต่างชนกัน หรือเปิดตรงกับประตูหน้าต่างอีกฝั่งหนึ่ง ก็จะทำให้ห้องที่เราอยู่กลายเป็นทางเดินของลมก็จะทำให้เก็บเงินไม่อยู่

บ้าน

วิธีแก้ไข

บ้านที่มีลักษณะข้างต้นที่ เปิดโล่งกว้างทั้ง ๔ ทิศ ก็ควรปลูกต้นไม้มาช่วยปิดบัง โดยเฉพาะไม้ยืนต้นที่เติบโตมั่นงคง มีรากแก้ว ช่วยปิดบัง เอาไว้สัก ๒-๓ ด้านจะช่วยได้มากและก็ต้องระวังไม่ให้ต้นไม่บังแสงแดด หรือทำให้บ้านมืดครึ้มมากจนเกินไป

๒. ห้องรับแขกในบ้านเล็กจนเกินไป

ห้อง รับแขกในบ้าน ตามหลักฮวยจุ้ยเรียกว่า “หมิงถัง” หรือ”เหม่งตึ๊ง” หรือ ท้องพระโรง ซึ่งทำหน้าที่เก็บกักชี่ภายในบ้านและถ้าหากว่าห้องรับแขกของบ้านคุณมีขนาด เล็กมากจนเกินไปเก็บกักขี่เอาไว้ไม่อยู่ โชคลาภก็จะไม่เพิ่มพูน แต่ถ้าหากว่าห้องรับแขกมีขนาดใหญ่ แต่ถูกสิ่งของที่จัดวางเอาไว้ไม่เป็นระเบียบ อึดอัด คับแคบก็จะส่งผลเสียเช่นเดียวกัน

ห้องรับแขก

3. ห้องรับแขก มืดอับและแสงสว่างไม่เพียงพอ

ดังที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่าห้องรับแขกมีผลต่อโชคลาภในบ้านมากเพียงใด และถ้าหากห้องรับแขกของคุณมีแสงน้อย หรือมืดอับ ทำให้เกิดพลังหยินเข้าครอบคลุม กดดันพลังหยาง ทำให้อับโชค โชคลาภไม่เข้ามา ควรจะได้รับการแก้ไขโดยการ เพิ่มช่องแสง หรือเปิดหน้าต่าง หรืออาจจะใช้หลอดไฟช่วยเพิ่มความสว่างด้วยก็จะดี

4.ห้องหับภายในบ้านสกปรกรกรุงรัง

บ้านไหน มีสิ่งของสกปรกรกรุงรัง นานปีไม่เคยเก็บกวาดทำความสะอาด ก็จะเป็นที่อยู่อาศัยของชี่ที่ไม่ดี หรือเรียกว่า “ฮุ่ยชี่” สิ่งนี้ก็จะทำลายโชคลาภของคนในบ้านเพราะที่ที่สกปรกรกรุงรัง จะไม่สามารถเก็บกักชี่ที่เป็นมงคลได้

ปลา

5.การเลี้ยงปลา ปลูกต้นไม้ อย่างไม่ถูกหลักฮวงจุ้ย

หลายๆ คนเคยได้ยินมาว่าการเลี้ยงปลาและปลูกต้นไม้ประดับภายในบ้านจะช่วยเสริมฮวง จุ้ยโชคลาภก็เลยพากันเลี้ยงปลา หาตู้ปลามาจัดวางกันใหญ่ หรือไม่ก็นำกระถางต้นไม้ มาประดับจนเปรอะไปหมด

ก่อนอื่นเราก็ต้องควรรู้ว่าการ จัดวางตู้ปลา หรือ วางไม้ประดับเพื่อเสริมฮวงจุ้ยโชคลาภนั้นมีเงื่อนไขอยู่หลายๆประการ ไม่ใช่ว่าจะเอาไปวางตรงไหนก็ได้ สิ่งที่สำคัญในการจัดวางตู้ปลาและต้นไม้ให้เสริมโชคลาภนั้น

จัดวางตู้ปลา

๑.จะต้องมีขนาดให้เหมาะสมกับบ้านที่อยู่อาศัย

๒.อยู่ในตำแหน่งที่อากาศถ่ายเทสะดวก มีแสงสว่างส่องถึง ๓.จะต้องวางเอาไว้ในตำแหน่งที่เป็นมงคลของบ้านถ้าหากไม่อยู่ในเงื่อนไข

๓ ข้อข้างต้น การจัดวางตู้ปลา และต้นไม้ ไม่อาจจะนำโชคลาภมาสู่บ้านได้ และอาจะทำให้คนในบ้านสูญเสียโชคลาภได้อีกด้วย

เคล็ดเฮงเสริมรวยจากการจัดฮวงจุ้ย โดย ธ. ธรรมรักษ์

เคล็ด วิธีเลือกเครื่องสังเวย ของเซ่นไหว้ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ในบางครั้งเราก็ต้องพึ่งพาขอบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ในยุคปัญหาเศรษฐกิจแบบนี้ การมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้บูชาก็ถือว่าเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เป็นกำลังใจให้ต่อสู้กันไป

สิ่งของที่นำมาบูชา ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาว หวาน หรือ มังสวิรัติ นั้นถือเป็น “อามิสบูชา” ที่สามารถกระทำได้โดยไม่เลือกว่าจะมีราคาถูก ราคาเพียงมากน้อยเท่าใด

  ของเซ่นไหว้

แต่หลักใหญ่ใจความสำคัญอยู่ที่จิตเจตนาอันบริสุทธิ์ของผู้บูชาต่อพรหมเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นสำคัญ แม้แต่ธูปเทียน ดอกไม้ บางคนที่มีจิตที่กล้าแกร่งและศรัทธาแน่วแน่ก็อาจไม่ต้องใช้เลยก็ได้

ในความเชื่อทางด้านไสยศาสตร์นั้น เชื่อกันว่า การที่จะบูชาอาหารคาวหรือหวานนั้น เพราะเป็นการแสดงความเคารพยอมรับเหมือนเราไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ส่วนมากมักจะมีอะไรติดไม้ติดมือไปฝาก และของที่ฝากก็มักจะเป็นของที่ท่านชอบ ยิ่งประณีตหรือตั้งใจทำ หรือตั้งใจหามามากเท่าใดก็จะยิ่งดี เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติทั่วไป

และอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า เราจะต้องดูไปถึง นิสัยดั้งเดิมของ เทพ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราไปทำการขอพรหรือทำความเคารพ ซึ่งมีอยู่หลายระดับชั้นตั้งแต่องค์เทพชั้นสูง ซึ่งการขอพร และการให้พร หากบุญบารมีถึงท่านย่อมอำนวยให้โดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน เพราะถือว่า องค์เทพท่านได้สร้างบุญบารมีเพิ่ม

เครื่องสังเวย

ส่วนในลำดับเทพชั้นรอง ๆ ลงมานั้น ในระหว่างที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็จะดูว่า องค์เทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านชอบสิ่งใด บางองค์ นิยมเนื้อสด ก็จะมีเนื้อสด บางองค์นิยมไข่ก็จะมีไข่ต้มไว้บูชา หรือแม้แต่เหล้าแดง ของหวาน ทั้งหลายเป็นต้น

การที่ต้องมีอาหารคาวหวานจำนวนมากมายนั้นในการบนบานหรือขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์บางแห่งก็เพราะ เป็นการเตรียมพร้อมไว้แบบ เผื่อเหลือเผื่อขาด เพราะว่า เราไม่อาจทราบได้ถึงนิสัยขององค์เทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ มาสถิตอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นรวมถึงบริวารของท่าน ที่ยังเป็นดวงจิตวิญญาณในระดับที่ไม่สูงนัก

อย่างไรก็ตามขอให้ดูกำลังเงิน ความเหมาะสมของตัวเองเป็นที่ตั้ง และสิ่งของเหล่านี้ถ้าเป็นของที่ไม่บริสุทธิ์คือ เป็นสิ่งของที่เบียดเบียนคนอื่นมา หรือเงินที่ซื้อมานั้นเป็นเงินที่มาจากการคดโกง สิ่งของเหล่านี้จะไม่มีค่าอันใดเลย และไม่เป็นที่พอใจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายแน่นอน

ถ้าไม่ไปแก้บนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

  ของเซ่นไหว้

คนที่บนแล้วไม่แก้บนในเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหมือนกับกรณีที่เรากล่าวคำสัญญาหรือคำสาบานว่าจะทำสิ่งใดเราก็จะต้องทำให้ได้ แต่หากว่าเราละเลย หรือหลงลืมไปก็อาจจะทำให้มีลางมาบอกเหตุกับเรา เป็นการกระตุ้นความทรงจำว่าเราติดค้างอะไรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่หรือไม่ ถึงจะลืมไปแล้วก็ตามที

หรือบางทีเป็นการพูดลอยๆ ลมๆ แล้งๆ แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายท่านย่อมรู้ตลอดเวลา สิ่งนั้นจะมาเตือน ดังนั้น รีบคิดดีๆ ว่าเมื่อเรา บนได้สมหวังแล้วแต่เรา แก้บนหรือยัง ก่อนที่ลางบอกเหตุนั้นจะกลายไปเป็นลางร้าย หากรอไปถึงเวลานั้นมันจะสายเกินไป

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

เพราะ หากบนแล้วไม่แก้ อย่างน้อยที่สุด จิตของเราก็จะตก ไม่ผ่องใสบริสุทธิ์ เป็นหนี้ติดตัวเหมือนกับเจ้าหนี้ หรือ เจ้ากรรมนายเวรคอยตามทวง ตามขัดลาภ ทำให้เกิดอุปสรรค ทำเป็นเหตุให้เราระลึกถึงขึ้นมาได้ว่า เรายังไม่ได้แก้บน

เมื่อมีการแก้บนไปแล้วเรื่องราวที่เป็นเรื่องร้าย ๆอาจจะหมดไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะหมดไปอย่างแท้จริง เพราะอาจเกิดจากการกระทำกรรมไม่ดี อื่น ๆของเราในอดีตที่เคยทำไว้มันส่งผลขึ้นมาในเวลานั้น

วิธีเลือกของสำหรับบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดย ธ. ธรรมรักษ์

เคล็ดลับ วิธีแก้บนด้วยตนเอง บนแล้วจำไม่ได้ (ทุกภพชาติ)

ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่คนเราทำมาช้านานและอยู่คู่กับสังคมไทยมานาน การบนบานศาลกล่าว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดา ถือเป็นพันธะสัญญาที่ต้องชดใช้

การที่คนเราจะได้สิ่งที่บนไว้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับวาสนาและกรรมเก่าของตนเองไม่ใช่ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทวดาไม่ช่วย แต่ว่าคนที่มีบุญวาสนาเมื่อถึงเวลาก็จะได้รับผลอย่างแน่นอน

บนแล้วจำไม่ได้

แต่คนที่ไม่เคยทำบุญเลย ก็ย่อมไม่มีวาสนาจะได้รับผลบุญนั้น เพราะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาก็ฝืนกฎแห่งกรรมไม่ได้ เมื่อบนแล้วถือเป็นพันธะสัญญา

แม้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาจะไม่เอาเรื่องเอาความ แต่เหล่าตีนโรงตีนศาลเหล่าบริวารที่เป็นวิญญาณพเนจรที่เป็นผู้รับเรื่องที่จะช่วย จะคอยติดตาม คอยทวงหนี้อย่างไม่ลดละ อันนี้จะทำให้เกิดหนี้กรรมใหม่ได้ โดยจะต้องแก้ไขด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

บนแล้วจำไม่ได้

๑. เริ่มจากการถือศีล ๘ สามวัน ห้าวัน เจ็ดวัน สิบวัน ตามศรัทธา แล้วปฏิบัติธรรมสวดมนต์ไหว้พระ พร้อมด้วยกาย วาจา ใจ ฝึกสติ – นั่งสมาธิ แผ่เมตตา เป็นการแก้บนด้วยกาย ปฏิบัติบูชา

๒. เมื่อปฏิบัติข้อ ๑ ถึงวันสุดท้าย ก็จัดเครื่องเซ่นบวงสรวง มีอาหารคาว หวาน น้ำ เหล้า ข้าวเปล่า ผลไม้ ดอกไม้เครื่องหอม และอื่นๆ (จัดได้ตามกำลังเงินที่มีมากน้อยตามแต่กำลัง)

๓. จัดวางเครื่องเซ่นบวงสรวงบนโต๊ะ (ปูผ้าขาว) กลางแจ้ง

๔. เริ่มด้วยการ กล่าวชุมนุมเทวดา แล้วอัญเชิญ เทพพรหมทุกชั้นฟ้า เทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา เจ้าเรือน ครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณ รวมทั้งเจ้ากรรมนายเวร ที่เราได้เคยบนบานไว้แล้ว สมหวังบ้าง ไม่สมหวังบ้าง จำได้ก็ดี จำไม่ได้ก็ดี

จงมารับเครื่องบวงสรวงสักการะเหล่านี้ และผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติดีแล้วนี้ ถวายแด่ท่าน… ขอให้ท่านทั้งหลายจงรับ และอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญฯ

บนแล้วจำไม่ได้

สุดท้ายจะขอพรด้วยก็ได้ ขอเฉยๆเท่านั้น ห้ามบนอีก จากนั้นก็ปักธูปลงบนอาหารทุกอย่าง ( ใช้ธูป ๓๖ ดอก ปักกระจายกันไปในอาหารแต่ละอย่าง ) เมื่อธูปหมดก็กล่าวลาได้ ว่า

“บัดนี้ ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ข้าพเจ้าขอลาเครื่องบวงสรวงเหล่านี้ เพื่อเป็นสิริมงคลของผู้บริโภคต่อไป”

เสร็จแล้วให้หากระทงใส่อาหารทุกอย่าง ๆ ละ เล็กละน้อย นำไปตั้งไว้ที่ทางสามแพร่งเพื่อให้เหล่าตีนโรงตีนศาล ผีพเนจรมารับไป แล้วนำอาหารส่วนที่เหลือแจกจ่ายเป็นทานให้คนอื่นๆไป อันเป็นการได้กุศลแผ่ไปถึงผู้รับบนบานศาลกล่าวทุกรูปทุกนามอีกต่อหนึ่งด้วย แล้วเราก็จะแบ่งอาหารส่วนหนึ่งไปรับประทานเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตได้

เคล็ดแก้บนในสิ่งที่จำไม่ได้ (ทุกภพชาติ) หรือบนไว้แล้วแต่ยังไม่ได้แก้ ทำอย่างไร – ธ. ธรรม รักษ์

การเดินทางของวิญญาณ…หลังความตาย

การเดินทางของวิญญาณหลังความตาย ขณะที่วิญญาณของผู้ตายออกจากร่าง ชีวิตหลังความตายก็เริ่มต้นเปิดฉากขึ้นในโลกที่ผู้ตายต้องเข้าไปเพียงลำพังเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดเลยที่สามารถเอาติดตัวจากโลกมนุษย์ได้ เว้นเสียแต่บาปกับบุญเท่านั้น

ตาย

ใน ๗ วันแรกที่ตาย ครูบาอาจารย์ ท่านบอกว่า ถ้าเป็นพวกที่คตินิมิตไม่แน่ชัดหรือยังไปในภพภูมิต่างๆ ไม่ได้ ก็จะวนเวียนในโลกมนุษย์อยู่ ๗ วัน ถ้าญาติทำบุญในช่วงนี้ก็จะได้รับบุญแล้วไปสู่สุคติ

แต่ถ้าไม่ได้บุญหรือนึกถึงบุญไม่ได้ ก็จะมีเจ้าหน้าที่มารับตัวไปยมโลกเพื่อตัดสินว่าจะไปไหน นี่เองจึงมีธรรมเนียมทำบุญงานศพ ๗ วัน

ตาย

ส่วนทำบุญ ๔๙ วันหรือ ๕๐ วัน ก็คือดวงวิญญาณถูกพาไปคอยที่ยมโลก รอคิวที่จะเข้าไปภายในประตู ถ้าญาติทำบุญให้ก็อาจได้รับไม่ต้องเข้าไปรับคำพิพากษา

ตาย

ส่วนวันที่ ๑๐๐ เป็นวันที่วิญญาณไปรับคำตัดสินที่หน้าบัลลังก์ เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะรับบุญเพื่อชิงไปสู่สุคติ ถ้าถูกส่งไปเกิดแล้วหากไปอยู่ในภพภูมิที่รับบุญไม่ได้ก็หมดสิทธิ์ที่ญาติจะช่วยเหลือใดได้อีก

ทั้งนี้ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ขอให้ทุกคนในขณะมีชีวิตอยู่นั้น เร่งสะสมความดีกันให้มากๆ นรก-สวรรค์นั้น ไม่ใช่สิ่งลวงโลก ตอนนี้ท่านอาจยังไม่เห็น แต่สักวันท่านก็ต้องเห็น กฏแห่งกรรมนั้นเป็นเรื่องจริง ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท

สังฆทานบุญใหญ่ ที่อานิสงส์มากหากทำถูกต้อง ๑๐ อันดับที่พระสงฆ์ท่านต้องการ

ในยุคปัจจุบันการทำสังฆทานนั้นเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในการสร้างบุญกุศลที่ง่ายและสะดวก สำหรับเครื่องประกอบสังฆทานที่ถือว่าได้บุญมากนั้น

ต้องความต้องการของพระสงฆ์ที่ตรงกับเรื่องการให้ทานที่ได้บุญมากคือ การให้ทานที่ผู้รับต้องการ ให้ทานทันเหตุ ให้ทานเกิดประโยชน์แห่งทานนั้น ซึ่ง ๑๐ อันดับที่พระสงฆ์ท่านต้องการมีดังนี้

๑. เครื่องเขียน สมุด ปากกา ดินสอ เนื่องจากพระสมัยนี้ต้องเรียนพระปริยัติธรรม และจดกำหนดนัดหมายต่างๆ ช่วยจำ บางรูปท่านเป็นเหรัญญิกดูแลค่าใช้จ่าย ยิ่งต้องใช้มาก แต่ไม่ค่อยมีใครถวายเครื่องเขียนเหล่านี้ พระท่านจึงต้องไปเดินหาซื้อเองเสมอ หากเราถวายไป พระท่านจะได้ใช้อย่างแน่นอน

ใบมีดโกน

๒. ใบมีดโกนตราขนนก (Feather) หรือยี่ห้อ Gillette ยิลเลตต์เนื่องจากพระต้องโกนผมทุกวันโกน
แต่ใบมีดยี่ห้ออื่น พระใช้โกนผมแล้วเลือดออกกินหนังศีรษะของท่าน ท่านจึงใช้ได้แค่ ๒ ยี่ห้อนี้ หากท่านใดถวายใบมีด ก็ได้ชื่อว่า ช่วยไม่ให้พระต้องเสียเลือดเนื้อทุกวันโกน

๓ ผ้าไตรจีวร ที่มีความยาวพอที่จะนุ่งห่มได้ มีความหนาพอเหมาะสม เพราะผ้าที่ติดมากับถังเหลือง มันทั้งสั้น ทั้งเต่อ ทั้งบาง ทำให้พระท่านลำบากใจเวลาสวมใส่ขาดความมั่นใจ และเสียภาพลักษณ์ที่ดีของสงฆ์ ผู้ใดถวายผ้าไตรจีวร จึงได้อานิสงส์มากนัก

ถวายหนังสือธรรมะ

๔. หนังสือธรรมะ สารคดี นิตยสาร หรือที่ให้ความรู้ด้านอื่นๆ เนื่องจากพระสงฆ์ มีหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาจึงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ที่แตกฉาน ทั้งทางธรรม และรู้ทันข่าวสารบ้านเมือง เพื่อจะได้สาธิตยกตัวอย่างให้

ชาวบ้านเข้าใจได้แจ่มแจ้ง การถวายหนังสือเหล่านี้ จึงถือเป็นต้นทุนแห่งธรรมทาน ให้พระท่านได้นำไปต่อยอด กระจายสู่ผู้คนได้อีกมาก ทั้งยังถือเป็นการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง แถมได้ผลตอบแทนสูง น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง

๕. รองเท้า (ยกเว้นพระนิกายธรรมยุต) พระท่านต้องเดินบิณฑบาตร ธุดงค์ ไปเรียนหนังสือ ไปกิจนิมนต์ตามที่ต่างๆ บางรูปต้องทำงานที่ใช้แรงงานในวัด เช่น ก่อสร้าง ทำสวน สิ่งที่ต้องรับภาระหนักก็คือ รองเท้า ที่มักจะขาด เสียหาย อยู่บ่อยๆ นั่นเอง รองเท้าจึงถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างสูง

ยาหลัก

๖. ยาหลักๆ ที่จำเป็น ยาสามัญประจำบ้าน ยาแก้ปวดหัว ปวดท้อง ยาแก้ไอ แก้ไข้ ลดกรดในกระเพาะอาหารยาใส่แผลสด แผลเปื่อย แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลพุพอง เป็นหนอง ผิวหนังอักเสบ เป็นหนอง

๗. ผ้าขนหนูสีสุภาพ ไม่ต้องสีเหลืองก็ได้ เพราะผ้าขนหนูที่ติดมากับถังเหลืองมักหยาบ เล็ก
และคุณภาพต่ำ จนเอามาใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง

๘. ชุดคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต มือถือและอุปกรณ์เสริม ในยุคปัจจุบันการที่พระสงฆ์ท่านต้องตามข่าวสารเพื่อนำมาประยุกต์ใช้สั่งสอนและการค้นคว้าหาความรู้ทางอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์จึงเป็นอักสิ่งหนึ่งที่จำเป็น

น้ำยาเช็ดพื้น

๙. น้ำยาเช็ดพื้น น้ำยาทำความสะอาด เพื่อใช้ทำความสะอาดกุฏิ ศาลา อุโบสถ บางยี่ห้อยังช่วยฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในมูลนกพิราบ ฉี่หมา ฉี่แมว ฉี่หนู เห็บ หมัด ของหมาวัดได้อีกด้วย

๑๐. แชมพู ควรซื้อแชมพูไปถวายพระ เพราะท่านก็ยังมีความต้องการใช้บำรุงหนังศีรษะ

สังฆทานบุญใหญ่ที่อานิสงส์มากหากทำถูกต้อง – ธ. ธรรม รักษ์

หลักง่ายๆ ที่จะช่วยให้ทำการค้าขายดีขึ้น (ทันตาเห็น)

ชาตินี้ไม่มีวันจน ค้าขายให้ดีร่ำรวยเร็วๆ ทำอย่างไรดี มีหลายท่านที่ทำมาค้าขายแล้วอยากให้ขายดีมีเงินทองไหลนองเทมา

ซึ่งการที่จะรวยได้นั้นเราต้องเข้าใจหลักการง่ายๆ เสียก่อนขอร่วมอนุโมทนาในอาชีพที่คุณทำ เพราะเป็นการตระเตรียมความพร้อมให้กับคนที่จะสร้างบุญถือว่าเป็นต้นบุญประเภทหนึ่ง

ค้าขายดี

การที่จะทำให้ค้าขายดีนั้น ควรหมั่นพิจารณาตรวจทานสิ่งของที่เป็นสังฆทานนั้นด้วยความประณีต ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้เคล็ดลับสำคัญ ขอให้ร่วมบุญกับคนที่มาซื้อทุกครั้งเช่น

ของราคา ๑๐๐ บาทก็คิดราคา ๙๙ บาท เหลือ ๑ บาท ลดให้เขาเพื่อร่วมทำบุญจะลดเท่าไหร่ก็ตามใจท่าน แต่ถ้าลดราคาลงไปเราไม่เดือดร้อน เต็มใจสร้างบุญถือว่าเป็นการเชื่อมบุญกับลูกค้า
สายใยแห่งบุญจะทำให้ติดต่อซื้อขายกันอยู่ประจำไม่ขาดสาย

ค้าขายดี

และหากได้สร้างบุญเมื่อใดก็ตามให้อุทิศบุญให้เทวดาประจำตัว พระภูมิเจ้าที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ดูแลร้านค้า และลูกค้าลูกค้านั้นเราอาจจะไม่รู้ว่าใครให้อธิษฐานแบบนี้

อุทิศบุญให้กับผู้ที่เคยร่วมบุญกันมาก่อนในทุกๆ ชาติภพทั้งที่มาเกิดแล้วและยังไม่เกิด ขอให้ได้มาร่วมสร้างบุญสร้างกุศล สร้างคุณความดี อุดหนุนค้ำจุนกันอีกในชาตินี้ สำหรับลูกค้าเก่าที่รู้จักชื่อก็ระบุชื่อไปเลย…รวมถึงเอเย่นต์ต่างๆ ที่เราติดต่อค้าขาย

ค้าขายดี

สุดท้ายพยายามถือศีลข้อ ๔ ให้มั่น อย่าโกหกหลอกลวง ถ้าเราไม่อยากตอบว่าได้กำไรเท่าไหร่ก็บอกว่า พอเลี้ยงครอบครัวได้ เท่านั้นไม่ต้องไปบอกว่าได้แค่บาทแค่สลึง

เพราะจริงๆ เราอาจจะได้มากมีมากมายที่โกหกลูกค้าไปแบบนั้น เพราะกลัวลูกค้ารู้ตอนหลังก็ได้กำไรสลึง กำไรบาทหนึ่งจริงๆ เพราะปากตัวเองขอให้ค้าขายด้วยความรัก ค้าขายด้วยความชอบธรรม

ชาตินี้ไม่มีวันจน – ธ. ธรรม รักษ์