อยากให้ทุกคนได้สัมผัสกับ อนันตรา รสานันดา รีสอร์ทที่เป็นสวรรค์แห่งความลับบนเกาะพะงัน

อยากให้ทุกคนได้สัมผัสกับ Anantara Rasananda Koh Phangan Villas อนันตรา รสานันดา เกาะพะงัน วิลลา รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนหาดท้องนายปานน้อยบนเกาะพะงัน, สุราษฎร์ธานี, ประเทศไทย รีสอร์ทที่นี่มีความเป็นเป็นส่วนตัว

อนันตรา รสานันดา เกาะพงัน วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา

อนันตรา รสานันดา เกาะพะงัน วิลล่า รายล้อมไปด้วยทิวมะพร้าวบนชายหาดที่สวยงาม วิลลาหรูกลมกลืนไปกับธรรมชาติรายรอบกันตระการตา ที่ซึ่งชายหาดทรายขาวทอดตัวยาวจากหน้าวิลล่า

อนันตรา รสานันดา เกาะพงัน วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา

อนันตรา รสานันดา เกาะพงัน วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา : Anantara Rasananda Koh Phangan Villa Resort & Spa เกาะพงัน, สุราษฎร์ธานี

อนันตรา รสานันดา เกาะพงัน วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา

อนันตรา รสานันดา ห้องพักเปิดออกสู่ชานบ้าน ห้องพักปรับอากาศจำนวน 64 ห้องที่ อนันตรา รสานันดา เกาะพะงัน วิลล่า รีสอร์ทแอนด์สปา มีสระน้ำส่วนตัว และตู้นิรภัยที่เก็บแล็ปท็อปได้ เตียงมีที่นอน Pillowtop , ผ้าปูที่นอนฝ้ายอียิปต์ และ ผ้านวมขนเป็ด มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายฟรี ทีวีจอแบน 55 นิ้ว มีช่องรายการดาวเทียมพรีเมียม และเครื่องเล่นดีวีดี

ห้องน้ำมีฝักบัว พร้อมฝักบัวสายฝน, เสื้อคลุมอาบน้ำ, อุปกรณ์อาบน้ำแบรนด์หรู และไดร์เป่าผม มีตู้เย็น มินิบาร์ และเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซให้บริการในห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ได้แก่ เครื่องชงกาแฟ/ชา และรองเท้าสวมภายในห้อง มีบริการเทิร์นดาวน์ทุกคืน พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน

อนันตรา รสานันดา เกาะพงัน วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา

จุดเด่น

พูลสวีทและพูลวิลล่า 64 หลัง ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นปาล์มสูงตระหง่านและน้ำทะเลใสดุจคริสตัล สปาหรูในสวนป่ากลางเกาะ วิลล่าริมชายหาดบนชายหาดที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

พักที่อนันตรา รสานันดา เกาะพะงัน วิลล่า เพื่อรับประสบการณ์บนเกาะแห่งการพักผ่อนสุดหรูหรา โรงแรมของเราในเกาะพะงันเป็นแหล่งพักผ่อนอย่างแท้จริงที่รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมท้องถิ่น และปรับเข้ากับความสุขโดยรวม สัมผัสความหรูหราแบบเท้าเปล่าที่เพียบพร้อมไปด้วยทิวทัศน์ระยิบระยับของอ่าว การเดินทางบนเกาะ และความสุขอันล้ำลึก สถานที่แห่งความโรแมนติกตามความต้องการของท่าน

อนันตรา รสานันดา เกาะพงัน วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา
ห้องสวีท

ถ้าคุณอยากพักผ่อนในรีสอร์ตสุดหรู แต่มีบรรยากาศ และกลิ่นอายของควาามเป็นท้องถิ่น เราขอแนะนำกับ อนันตรา รสานันดา เกาะพะงัน วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่พักที่มีบรรยากาศของบ้านไม้ในวิถีของชาวเกาะ ภายในตกแต่งด้วยวัสดุจากท้องถิ่น โอบล้อมด้วยทิวมะพร้าว ท้องทะเลสีฟ้าของหาดท้องนายปานน้อย ส่วนใครอยากมาผ่อนคลายด้วยการนวดสปา และโยคะ ท่ามกลางความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ที่จะทำให้ร่างกายและจิตใจของคุณได้พักผ่อนอย่างเต้มที่

Anantara Rasananda Koh Phangan Villas

อนันตรา รสานันดา เกาะพงัน วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา

Visit Anantara Rasananda Koh Phangan Villa Resort & Spa Website

‘แอ๊ด คาราบาว’ เผย ลุงตู้ ผู้บุกเบิกกัญชารักษามะเร็ง เสียชีวิตแล้ว

แอ๊ด คาราบาว เผย”ลุงตู้” ผู้บุกเบิกการใช้กัญชารักษามะเร็ง ได้เสียชีวิตแล้ว โดยได้โพสเฟสบุ๊คส่วนตัว ” Add Carabao” ระบุว่า พี่น้องสายเขียวครับ ลุงตู้ของพวกเราได้จากไปแล้ว

แอ๊ด คาราบาว ได้โพสเฟสบุ๊คส่วนตัว ” Add Carabao” ระบุว่า พี่น้องสายเขียวครับ ลุงตู้ของพวกเราได้จากไปเมื่อตะกี้นี่เอง สาเหตุมาจากการที่ป่วยเรื้อรังด้วยโรคหัวใจ ประกอบกับการทุ่มเทตรากตรำทำงานหนักเพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยอนาถาที่วัดจอมทองพิษณุโลก เมื่อเช้ายังถามหาผมอยู่หลัดๆ ขอเเสดงความเสียใจกับครัอบครัวลุงตู้ด้วยครับ ได้ความคืบหน้าจะเเจ้งให้พี่น้องทราบอีกทีครับ

สำหรับ ลุงตู้ หรือ นายบัณฑูร นิยมาภา ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกรักษาโรคมะเร็งด้วยกัญชา เคยยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลส่งเสริมงานวิจัยกัญชาทางการแพทย์ รวมถึงแพทย์พื้นบ้าน และส่งเสริมการปลูกกัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ ลุงตู้ ได้อบรมให้ความรู้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องการใช้กัญชาเพื่อการรักษาด้วย

อ่านต้นฉบับ >

ขอพรจาก “พระตรีมูรติ” เทพเจ้าแห่งความรัก ธรรมเนียมปฏิบัติ ต้องขอในคืนวันพฤหัส

“พระตรีมูรติ” หลายๆคนคงจะนึกถึงท่านในฐานะของเทพแห่งความรัก ที่สามารถประทานพรให้ผู้ที่ไปกราบไหว้ได้สุขสมหวังกับคนที่เรารักได้ แต่นอกจากจะขอเรื่องความรักแล้ว หลายคนคงยังไม่รู้ว่าเราสามารถขอพรในเรื่องอื่นได้ด้วย เพราะ คำว่า “ตรี” หมายถึง 3 “มูรติ” หมายถึง รูปแบบ “พระตรีมูรติ” นั้นจึงหมายถึงเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมีศักดิ์สูงสุดในศาสนาพราหม์ เนื่องจากเป็นการรวมตัวกันของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ถึง 3 พระองค์ด้วยกันคือ พระพรหม์ (พระผู้สร้าง), พระวิษณุหรือพระนารายน์ (พระผู้รักษา) และ พระศิวะ (พระผู้ทำลาย) นั่นเอง ลำพังเฉพาะองค์เทพองค์ใดองค์หนึ่งก็มีอานุภาพมหาศาลในการบรรดาลทุกสิ่งอยู่แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ว่าพระตรีมูรตินั้นจะมีอานุภาพเป็นที่สุดในการบรรดาลพรต่างๆ

พระตรีมูรติ

ตามประวัติศาตร์การกำเนิด “พระตรีมูรติ” ก็มีเรื่องเล่ากล่าวไว้ และมักจะเข้าใจกันว่าพระตรีมูรติเป็นการรวมตัวของทั้งสามพระองค์ในร่างเดียวกัน หรือที่เรียกว่า ทัตตาเตรยะ (Dattatreya) คำว่า ‘ทัตตา (Datta)’ ซึ่งหมายถึง การมอบให้พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามพระองค์ ส่วนคำว่า ‘เตรยะ (treya)’ หมายถึง ผู้เป็นบุตรแห่งฤาษีอัตริหรือเตรยะ อันเป็นร่างอวตารของมหาเทพทั้งสามพระองค์ หรือบ้างก็กล่าวกันว่าเป็นองค์พระนารายณ์

ตามตำนานมีอยู่ว่า ขณะที่ฤาษีนามว่า “อณิมาณฑวย” (อะ-นิ-มาน-ดับ-วยะ) กำลังบำเพ็ญสมาธิอยู่ ได้มีโจรกลุ่มหนึ่งกำลังหนีผ่านมาทางนั้นพอดี แต่เนื่องจากฤาษีตนนั้นกำลังอยู่ในฌานสมาธิ จึงไม่พูดสิ่งใดออกมา ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจผิดคิดว่าฤาษีเป็นโจร ฤาษีจึงถูกจับตัวมาลงโทษและถูกสั่งประหารชีวิต โดนเสียบตรีศูลไว้บนยอดเขาแห่งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เสียชีวิต


พระตรีมูรติ ภาพ – เสก ศิลปะไทย Sake Thai Art Gallery

ระหว่างนั้น นางศีลวตี ซึ่งเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ต่อ “อุครศรวัส” ผู้เป็นสามี กำลังแบกสามีของตนขึ้นขี่คอ และได้เดินทางผ่านมาเพื่อจะไปหานางอนุสูรยาซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน นางศีลวตีผ่านมายังเขาลูกนั้นพอดีในวันที่มีฝนตกหนัก ทำให้การเดินทางลำบากมากกว่าปกติ สามีของนางจึงกล่าวโทษโยนความผิดไปที่ฤาษี (อณิมาณฑวย) และหาว่าฤาษีเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดฝนตก เมื่อฤาษีได้ยินเข้า ก็เกิดไม่พอใจ และแม้ว่าฤาษีกำลังจะสิ้นใจลง แต่ก็ไม่วายที่จะทิ้งคำสาปแช่งให้ศีรษะของอุครศรวัสแตกเป็นเจ็ดเสี่ยงเมื่อยามที่พระอาทิตย์ขึ้น หลังจากที่นางศีลวตีได้ยินคำสาปแช่ง ก็ไม่ต้องการให้สามีผู้เป็นที่รักเป็นเช่นนั้น จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระอาทิตย์ไม่มีวันขึ้นอีกเลย และด้วยคำอธิษฐานของนาง

จึงส่งผลทำให้พระอาทิตย์ไม่ขึ้นตามปกติ เหตุการณ์นี้นำความเดือดร้อนวุ่นวายกันไปทั่วทั้งสามโลก แม้แต่พระพรหม พระศิวะ หรือพระนารายณ์ ก็ไม่อาจแก้ไขได้ เว้นแต่เพียงนางศีลวตีจะยอมถอนคำอธิษฐานนั้นเสีย ดังนั้น ทั้งสามพระองค์จึงได้เดินทางไปหานางอนุสูยา เพื่อให้นางช่วยบอกให้นางศีลวตีถอนคำอธิษฐานนั้นเสีย เมื่อไปถึงบ้านกลับพบว่าสามีของนางที่ชื่อว่า “อรตี” ไม่อยู่บ้าน ทั้งสามจึงทำทีเป็นขออาหารจากนางอนุสูยา แต่มีเงื่อนไขว่านางจะต้องจัดอาหารให้โดยปราศจากอาภรณ์ นางอนุสูยารู้ดีว่าหญิงใดที่เปลื้องเสื้อผ้าต่อหน้าผู้อื่นที่ไม่ใช่สามีของตน ย่อมได้ชื่อว่าเป็นหญิงผู้ไม่ซื่อสัตย์ นางอนุสูยา ไม่อยากผิดคำมั่นสัญญา อีกทั้งยังคิดว่าคำร้องขอนี้มีที่มาแปลกประหลาด บุคคลเหล่านี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

เมื่อได้เห็นเช่นนั้น นางอนุสูยาจึงนึกอธิษฐานเพื่อบอกสามีว่า สิ่งที่นางได้กระทำไปนั้น ไม่ได้เป็นการยั่วยวนหรือกามราคะใดๆ เมื่อทั้งสามพระองค์ร้องขอออกมาว่า “โอ้มาตา โปรดให้อาหารแก่เราเถอะ” นางอนุสูยาจึงตัดสินใจคิดเสียว่า ทั้งสามพระองค์คือ บุตรของนาง และเมื่อความเมตตาปรากฎขึ้น นางจึงเปลื้องอาภรณ์ออก และทันใดนั้นเอง พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามพระองค์ ก็กลายร่างเป็นทารกน้อยทั้งสาม นางอนุสูยาจึงอุ้มทารกน้อยทั้งสามไปให้น้ำนมและอาหารจนอิ่มหลับไป ครั้นเมื่อสามีของนางอนุสูยากลับมา ก็รับทราบเรื่องราวความจริงทั้งหมด ผู้เป็นสามีจึงรีบเข้าไปดูและปลุกเด็กทารกขึ้นมา แต่แล้วทารกน้อยก็เปลี่ยนกลับร่างกลายมาเป็นพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามดังเดิม ทั้งสามพระองค์ทรงสรรเสริญนางอนุสูยาที่มีความเมตตายิ่ง และร้องขอให้นางอนุสูยาช่วยให้นางศีลวตีถอนคำอธิษฐานนั้นเสีย พร้อมยื่นขอเสนอว่า หากยอมถอนคำดังเดิมแล้ว สามีของนางศีลวตีที่ชื่ออุครศรวัสก็จะไม่ตายตามที่ฤาษีเคยสาบแช่งไว้ เมื่อนางศีลวตีได้รับรู้เรื่องราว จึงยินยอมถอนคำอธิษฐานแต่โดยดี ทั้งสามพระองค์จึงตรัสถามนางอนุสูยาว่าต้องการขอพรสิ่งใดเป็นการตอบแทนหรือไม่ นางอนุสูยาจึงทูลขอให้พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามพระองค์ประทานบุตรให้นางในภายภาคหน้า ทั้งสามพระองค์ได้ทำตามสิ่งที่นางร้องขอ และทำให้นางให้กำเนิดบุตรสามคน อันได้แก่ พระทัตตาเตรยะจากพระนารายณ์ ทุรวาสัสจากพระศิวะ และพระจันทร์จากพระพรหม

ตามตำนานไม่ได้กล่าวไว้ว่าเหตุใด “พระตรีมูรติ” นั้นถึงได้ถูกขนานนามว่าเป็นเทพแห่งความรัก แต่เนื่องจากเป็นการรวมตัวของ3เทพผู้ยิ่งใหญ่ และความรักนั้นก็มีพลังอานุภาพที่สุดในบรรดาพรทั้งหลาย ทำให้มีการมาขอพรกับเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด จึงทำให้เป็นความเชื่อต่อกันมาปากต่อปากว่าเป็นเทพแห่งความรักนั่นเอง

หลักการในการกราบไหว้ “พระตรีมูรติ” นั้นมีดังนี้

1.ช่วงเวลาในการกราบไหว้

เวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสักการะบูชาพระตรีมูรตินั้น เป็นวันพฤหัสบดี เวลา 21.30 น.เพราะเชื่อกันว่า นั่นเป็นฤกษ์ยามที่มหาเทพจะเสด็จลงมาจากสวรรค์เพื่อรับคำอธิษฐาน คำขอพร ของผู้มากราบไหว้

2.เครื่องบูชาในการสักการะขอพรพระตรีมูรติในเรื่องของความรัก

– ดอกกุหลาบสีแดง 9 ดอก หรือพวงมาลัยดอกกุหลาบสีแดง 1 พวง เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือสัญลักษณ์ของโลกียะ

– ธูปสีแดงจำนวน 9 ดอก

– เทียนสีแดง 1 เล่ม หรือ 1คู่ (สำหรับผู้ที่ยังโสดให้ไหว้ด้วยเทียน 1 เล่ม เพื่อเป็นการขอพรให้พบคู่, ส่วนผู้ที่มีคู่อยู่แล้วให้ไหว้ด้วยเทียน 1คู่ โดยจะต้องประกบให้เทียนคู่แนบชิดกัน อันเป็นสัญลักษณ์ของคน 2 คนที่จะเคียงคู่รักกันตลอดไป)

– ของสักการะอื่นๆ แต่ต้องเน้นสีแดงเป็นหลัก

3.ขั้นตอนในการสักการะบูชา

เมื่อจุดธูปเทียนเสร็จแล้ว ให้นำเทียนไปปักวางไว้ในที่ที่จัดไว้ให้ นั่งลงอย่างนอบน้อมต่อหน้าเทวรูป พนมมือขึ้นพร้อมธูปทั้ง 9 และดอกกุหลาบทั้ง 9 ดอก หรือพวงมาลัย 1พวง ตั้งจิตอธิษฐานให้แน่วแน่ มีสมาธิ และท่องตามบทสวดด้านล่าง

ปักธูปลงในกระถาง แล้วจึงนำดอกไม้หรือพวงมาลัยไปวางในที่ที่จัดไว้ให้ เป็นอันเสร็จพิธี

4.บทสวดขอพรและสักการะ พระตรีมูรติ

สาธุ สาธุ สาธุ อุกาสะ ข้าแต่องค์พระตรีมูรติที่ยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้า นาย,นาง……(ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่) กราบเบื้องบาทแด่องค์ท่านแล้ว พระองค์เคยประทานพรแด่ทวยเทพทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติดี ผู้ปฏิบัติชอบทั้งหลาย บัดนี้ ข้าพเจ้ามากราบเบื้องบาทแด่พระองค์ท่านแล้ว จึงขอพรจากพระองค์ซึ่งประทานไว้ ณ บัดนี้ ……(ขอพร) เตสัง อัมหากัง พรใดอันประเสริฐจงมาบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ตุมหากัง และจงบังเกิดแด่ผู้คุ้มครองข้าพเจ้า ทีฆายุกา มหาเดชา มหาปัญญา มหาโภคา มหายะสา มหาลาภา ปัญจวีสติ ภยันจะ ทวิตติงสะ ฉันนะวุฒิติโรคัญจะ โสระสะ อุบัติ อันตรายยัญจะ อัยยัญติกะ อันตรายยัญจะ พาหิระ อันตรายยัญจะ วิระหิตะวา โหตุ ยาวะชีวัง พระวิสตีติ พระตรีมูรติ

5.เครื่องบรรณาการแสดงความขอบคุณเมื่อได้รับพรตามที่ขอแล้ว

เมื่อคำอธิษฐานที่ได้ขอพรไปนั้นสัมฤทธิ์ผลแล้ว ก็ต้องมีการถวายเครื่องบรรณาการเพื่อแสดงความขอบคุณแก่มหาเทพ โดยมากจะใช้มะพร้าว น้ำอ้อย นมสด หรืออาหารหวานชนิดอื่นก็ได้ แต่ห้ามไหว้ด้วยอาหารคาวเด็ดขาด

เมื่อทราบถึงประวัติ ความเป็นมาและวิธีการกราบไหว้ขอพร “พระตรีมูรติ” ที่ถูกต้องแล้วนั้น หวังว่าสาวกหรือผู้ที่นับถือ พร้อมทั้งผู้ที่ต้องการไปกราบไหว้ขอพร จะปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามประเพณีที่สืบต่อกันมา นอกจากจะขอพรเรื่องความรักแล้วนั้น ท่านสามารถขอพรเรื่องอื่นๆได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการงาน การเงิน หรือครอบครัว ขอให้ทุกท่านมีศรัทธาและประพฤติปฏิบัติตนให้ดี ให้ถูกต้องเหมาะสม แล้ว “พระตรีมูรติ” ก็จะเป็นองค์เทพที่จะคอยช่วยเหลือ ประทานพร ให้ท่านได้สมหวังดังตั้งใจแน่นอน

อ่านต้นฉบับ >

ดูดวงราศีเกิด ในเดือนกันยายน 63 นี้ คนทั้ง 12 ราศี จะมีเรื่องดี หรือโชคดีในเรื่องใดเข้ามาในชีวิต

การทำนายครั้งนี้ อาจารย์ตั้งใจทำนายเพื่อให้กำลังใจคน 12 ราศี เรามาลุ้นกันค่ะ ว่าในเดือนกันยายนนี้ คน 12 ราศี จะมีเรื่องดี หรือโชคดีในเรื่องใดเข้ามาในชีวิตคุณให้ชื่นใจบ้างค่ะ

ราศีมังกร ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๔ ม.ค.- ๑๒ ก.พ.

ความโชคดีของชาวมังกรในเดือนนี้ คุณจะได้พักผ่อน บางคนอาจจะลาพักผ่อนได้หลายวัน ได้ท่องเที่ยวอย่างที่ใจตัวเองต้องการ ในบางคนอาจจะมีการเริ่มต้นงานใหม่ ได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ได้เริ่มต้นเรียนในสาขาใหม่ หรือได้เริ่มต้นทำธุรกิจเสริมใหม่ เลยก็ได้ซึ่งการเริ่มต้นใหม่ๆนี้ดีเสมอ

ราศีกุมภ์ ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๓ ก.พ.- ๑๒ มี.ค.

ความโชคดีของชาวราศีกุมภ์ในเดือนนี้ คือคุณจะสามารถรอดพ้นอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต อาจจะเป็นในเรื่องของอุบัติเหตุ ฟืนไฟความร้อน สามารถที่จะรอดพ้นได้อย่างหวุดหวิด และจากความทุ่มเทของคุณ จะทำให้คุณได้รับเงินแบบที่คุณต้องการ รายได้ต่างๆ คุณจะได้รับมันอย่างเหมาะสม การเรียนการงานสมองโล่งปลอดโปร่ง ในเดือนนี้คุณสามารถเรียนได้อย่างดี และมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ราศีมีน ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๓ มี.ค.- ๑๒ เม.ย.

ความโชคดีของชาวราศีมีนในเดือนนี้ คุณจะได้มีการเริ่มต้นการเรียนสาขาใหม่ การเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ ธุรกิจใหม่ ธุรกิจเสริม หรือทำงานประจำใหม่ คุณจะได้เดินทาง และการเดินทางนั้นจะทำให้คุณได้รับรายได้ด้วย ถ้าคุณประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเงิน จะมีคนมาช่วยอุปถัมภ์ในเรื่องเงินของคุณ ซึ่งจะเป็นเพศหญิง

ราศีเมษ ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๓ เม.ย.- ๑๔ พ.ค.

ความโชคดีของชาวราศีเมษในเดือนนี้ คุณจะได้รับโชคลาภจากเด็ก ลูกๆ หลานๆ หรือจากคนท้องใกล้ๆตัวคุณ จะเป็นโชคลาภจากการเสี่ยงโชคที่ดีเลยทีเดียว และถึงแม้ว่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเงิน หรือการงานที่มีความเครียด แต่คุณก็ยังมีคนคอยช่วยเหลือคุณอยู่ อาจจะเป็นคนเพศเดียวกันหรือคนต่างเพศก็ได้ คุณยังมีกัลยาณมิตรที่ดีอยู่

ราศีพฤษภ ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๕ พ.ค.- ๑๕ มิ.ย.

ความโชคดีของชาวราศีพฤษภในเดือนนี้ คือคุณจะได้รับการยอมรับ งานที่เกี่ยวกับการให้คำปรึกษา งานที่เกี่ยวกับการสอน คุณจะทำได้ดีมากๆ งานที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง คุณจะสามารถทำได้ดีมาก การเจรจา งานการพูด เป็นที่ยอมรับ หรืองานที่เกี่ยวกับการเป็นตัวแทนของผู้คนจำนวนมาก คุณจะสามารถทํามันได้ดี หลายคนอาจจะมีการทำธุรกิจเสริม และบางคนมีเรื่องของความรักที่มีคนเข้ามาให้เลือกพร้อมกันมากกว่า 1 คน

ราศีเมถุน ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๖ มิ.ย.- ๑๕ ก.ค.

ความโชคดีของชาวราศีมิถุนในเดือนนี้ สำหรับคนที่กำลังจะหางานใหม่ จะมีงานที่เข้ามาให้คุณเลือก มากกว่า 1 งาน ในเรื่องของการเรียนการทำงานจะทำได้ดีมากๆ ในเดือนนี้ตัวคุณเองก็จะนิ่งได้ดีขึ้น และในเรื่องความรักก็จะมีคนเข้ามาให้คุณเลือกจนหัวบันไดไม่แห้ง

ราศีกรกฎ ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๖ ก.ค.- ๑๕ ส.ค.

ความโชคดีของชาวราศีกรกฎในเดือนนี้ คือคุณยังสามารถทำงานได้ดี คุณเป็นคนเก่งและสามารถจัดการกับอุปสรรคที่เข้ามาในเรื่องของการทำงานได้ดี และจะได้การได้รับการยอมรับในเรื่องของการทำงาน หรือการเรียนจากคนรอบข้างด้วย ในบางคนอาจจะได้มีการกลับไปคืนดีกับคนเก่าในเรื่องของความรัก
ในเดือนนี้พาสชั่นหรือความรักในการทำงานของคุณจะกลับมาอีกครั้ง

ราศีสิงห์ ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๖ ส.ค.- ๑๖ ก.ย.

ความโชคดีของชาวราศีสิงห์ในเดือนนี้ คือผู้หลักผู้ใหญ่เอ็นดูคุณมาก โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิง จะให้ความเอ็นดูช่วยเหลือในเรื่องการเงิน คุณจะได้รับเงินเป็นกอบเป็นกำ ทั้งในเรื่องของงานเสริม ธุรกิจเสริม และงานประจำ ในเรื่องของการเรียน คุณก็จะสามารถเรียนได้ดีมากๆ เข้าใจอะไรได้โดยง่ายในช่วงเดือนนี้

ราศีกันย์ ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๗ ก.ย.- ๑๗ ต.ค.

ความโชคดีของชาวราศีกันย์ในเดือนนี้ คือตัวคุณเองจะมีพลังงานในการสู้ชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น คุณมีลางสังหรณ์ที่แม่นยำมากๆ งานที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน งานที่เกี่ยวกับการให้ความรู้ผู้คน เกี่ยวกับจิตวิญญาณของผู้คน หรือการวางแผนงานล่วงหน้า คุณสามารถทำได้ดีมากโดยที่ไม่ต้องอาศัยการช่วยเหลือจากใคร คุณสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวคุณเอง และจัดการปัญหาอุปสรรคต่างๆที่เข้ามาได้ดีมากๆ

ราศีตุลย์ ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๘ ต.ค.- ๑๕ พ.ย.

ความโชคดีของชาวราศีตุลย์ในเดือนนี้ คือคุณสามารถจัดการปัญหาในเรื่องงานได้อย่างดี เงินคุณยังได้เรื่อยๆ และมีความมั่นคงมากๆในเดือนนี้ รวมถึงการเรียนด้วยที่คุณจะสามารถมองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และเข้าใจในเรื่องของการเรียนรู้เพิ่มเติมหรือการเรียนได้อย่างดี

ราศีพิจิก ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๖ พ.ย.- ๑๕ ธ.ค.

ความโชคดีของชาวราศีพิจิกในเดือนนี้ คุณจะได้มีวันพักผ่อน วันลาพักร้อน และได้ท่องเที่ยวตามที่ใจคุณต้องการในเดือนนี้ คุณอาจจะได้เงินเพิ่มเติมหรือโบนัสเพิ่มเติมจากผู้หลักผู้ใหญ่ หรือหัวหน้างานหของคุณ และในเดือนนี้คุณค่อนข้างมีความสุข เติมเต็มความสุขในชีวิตได้ด้วยตัวคุณเอง โดยที่ไม่ต้องหวังพึ่งพาความสุขจากคนอื่น

ราศีธนู ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๖ ธ.ค.- ๑๓ ม.ค.

ความโชคดีของชาวราศีธนูในเดือนนี้ คือตัวคุณเองจะรักตัวเองค่อนข้างมาก และมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ช่วยอุปถัมภ์เอ็นดูรักใคร่คุณมาก รวมถึงมีคนช่วยเหลือทางด้านการเงินคุณอยู่ด้วย ซึ่งเป็นคนที่อายุมากมากกว่าคุณ

ต้นฉบับ > อ.ส้ม วินตรา WitchWintraMagic

ปลดล็อกเปิดดวง ไหว้กลางแจ้ง ปลดจากความทุกข์ ไปสู่ความรุ่งเรือง

ชีวิตดีขึ้นทันตา!! #ปลดล็อกเปิดดวง การไหว้กลางแจ้ง‼️ ก่อน 9:00 น.

พวงมาลัยพวงใหญ่ๆ 1 พวง​ น้ำ 1 ขวด ธูป 16 ดอก (ไหว้กลางแจ้ง เงยหน้าขึ้นฟ้าจะต้องไม่เจอสายไฟและกิ่งไม้ ให้นั่งกับพื้นดินห้ามนั่งบนรองเท้า เอาน้ำวางตรงหน้า เปิดฝาขวดด้วย ถือพวงมาลัยไว้)

วันนี้ข้าพเจ้าชื่อ…….นามสกุล……..มาขอเทวดาทุกๆชั้นฟ้าทุกๆชั้นดิน เทพเทวดาทุกๆพระองค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆพระองค์ ที่อยู่บนโลกใบนี้ วันนี้ ข้าพเจ้า ตั้งใจมาสักการะ กราบไหว้พวกท่าน ขอพวกท่าน จงช่วยเปิดทาง ให้ชีวิตของข้าพเจ้า ปลดจากความทุกข์ ไปสู่ความรุ่งเรือง จากกรรมที่ข้าพเจ้าได้ก่อ ปลดจากเคราะห์​อุบัติเหตุ ที่ข้าพเจ้าจะต้องเจอ ให้ชีวิตของข้าพเจ้า เจริญรุ่งเรืองมีเงินมีทอง ข้าพเจ้าจะนำปัจจัย จะนำความดีไปส่งต่อผู้อื่นจะนำปัจจัยไปเลี้ยงดูพ่อแม่ครอบครัวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้า จะยึดมั่นในกรรมดี และจะหมั่นสร้างกรรมดี

จากนั้น เอาธูปปักกลางแจ้ง พวงมาลัยเอาไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไหนก็ได้แล้วบอกรุกขเทวดาว่า “ข้าพเจ้าขอฝากพวงมาลัยพวงนี้ ไว้กับรุกขเทวดาที่อยู่กับต้นไม้ต้นนี้ช่วยให้พรที่ลูกขอกลางแจ้งสำเร็จทุกประการ” (ธูปต้องติดหมดทุกดอก)

หลังจากนั้นนำน้ำมารดใต้ต้นไม้ให้หมด กรวดน้ำข้าพเจ้า ชื่อ…….. นามสกุล…….. ขอส่งบุญทั้งหมด ที่ข้าพเจ้าเคยทำมา ไปกับพญานาคราชทั้งหลาย พระแม่คงคา พระแม่ธรณี รุกขเทวดาอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ช่วยนำไปส่งให้ถึงกับตัวของลูก ชื่อ นามสกุลเจ้ากรรมนายเวรของลูกทุกภพทุกชาติเทวดาที่รักษาตัวข้าพเจ้าสิ่ง(ศักดิ์สิทธิ์ที่เราบูชา)​เมื่อพวกท่านได้รับบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้มอบให้ในวันนี้ก็ขอให้เปิดทางให้ข้าพเจ้าทำมาหากิน เจริญรุ่งเรือง อย่ามีสิ่งใดมาขัดโชคขัดลาภ ถ้ามีดวงในด้านโชคลาภก็ขอให้เข้ามา แบบไม่มีผลเสีย ไม่มีผิด ไม่มีพลาด ถ้าดวงไม่เข้ากับโชคลาภ ก็ขอให้ทำมาค้าขึ้นเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป..

‼️‼️‼️#กดแชร์ต่อบอกบุญ100คนจะเห็นผลทันตา‼️‼️

cr: นโม ยันต์อักขระล้านนา

เปิดดวง 2 ราศี โดนราหูย้ายเข้ารับผลกระทบกระทันหัน ระวังอุบัติเหตุ สุขภาพ ย้ายบ้าน หรือเปลี่ยนงาน

เปิดดวง 2 ราศี โดยอาจารย์ออย เผยในเพจเฟซบุ๊ก ดวง 12 ราศี ถึงดาวราหู ย้ายเข้าลัคนาราศีพฤษภ เล็งลัคนาราศีพิจิก ในวันที่ 10 ก.ย. 2563

ดาวราหูย้ายเข้า ได้รับผลกระทบแบบกระทันหันทั้งเรื่องอุบัติเหตุ สุขภาพ มีโอกาสได้ย้ายบ้าน หรือเปลี่ยนงาน รวมทั้งจะมีปัญหาเกี่ยวกับงาน จะเหนื่อย แต่ปัญหาต่างๆ จะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น

ราศีพฤษภ ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๕ พ.ค.- ๑๕ มิ.ย.ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๕ พ.ค.- ๑๕ มิ.ย.

ย้ายเข้าลัคนาราศีพฤษภ ทำให้จะได้ผลกระทบจากดาวราหู จะเกิดเหตุการณ์แบบเฉียบพลัน ให้ระวังเรื่องของอุบัติเหตุ สุขภาพ มีโอกาสได้ย้ายบ้าน หรือเปลี่ยนงาน มีความคิดที่อยากจะทำอะไรใหม่ๆ ให้ระวังงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสารจะเกิดข้อผิดพลาด

ราศีพิจิก ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๖ พ.ย.- ๑๕ ธ.ค.ผู้ที่เกิดวันที่ ๑๖ พ.ย.- ๑๕ ธ.ค.

เล็งลัคนาราศีพิจิก ปกติแล้วถ้าโดนราหู เล็งจะไม่ดี แต่พิจิกดีเพราะเป็นกีฎะเกณฑ์ จะมีปัญหาเกี่ยวกับงาน จะเหนื่อย แต่ปัญหาต่างๆ จะคลี่คลายแล้วดีขึ้น จะได้พบอะไรใหม่ๆ การเงินได้ครึ่งเสียครึ่ง

ราศีที่ดวงขึ้นสุดๆ

สุราษฎร์ฯ | ปรับโฉมงานประเพณีชักพระ ประจำปี 2563 ‘New Normal’ ครั้งแรกในรอบ 100 ปี

จ.สุราษฎร์ธานี – ประเพณีชักพระ – ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว ประจำปี 2563 29 ก.ย. – 7 ต.ค.63 ครั้งแรกในรอบ 100 ปี สุราษฎร์ธานี ปรับโฉมงานประเพณีชักพระ แบบนิวนอร์มอล โควิด-19 ลดขบวนแห่เรือพนมพระทางบก 25 ลำ

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า การจัดงานประเพณีชักพระ – ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว ประจำปี 2563 วันที่ 29 ก.ย. – 7 ต.ค.63 ปีนี้งดแข่งเรือยาว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19แต่กิจกรรมหลักยังมีการจัดเรือพนมพระทางบกและการจัดพุ่มผ้าป่า วันที่ 3 ต.ค.63 จะมีการชักพุ่มเมือง พุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน และมีขบวนแห่เรือพนมพระทางบก 25 ลำจากหน้าศาลากลางจังหวัดไปยังบริเวณสะพานนริศ ริมแม่น้ำตาปี

“ทั้ง 9 วันมีกิจกรรมครบถ้วนและเน้นย้ำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในทุกกิจกรรมมีผู้รับผิดชอบประจำรถพนมพระอย่างน้อยคันละ 1 คนดูแลให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด พร้อมให้จัดพื้นที่รถพนมพระแต่ละคันมีระยะห่างไม่น้อยกว่า 2 เมตร มีทางเข้าทางออกทางเดียวและมีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค” นายวิชวุทย์ กล่าว

สำหรับงานประเพณีชักพระ– ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว ของ จ.สุราษฎร์ธานี มีการปฏิบัติสืบทอดมากว่า 100 ปีแต่ละปีมีขบวนเรือพนมพระทางบกมากถึง 150 วัดตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม มีประชาชนร่วมขบวนแห่ปีละกว่า 1 แสนคน ซึ่งเป็นปีแรกที่ต้องลดขบวนแห่เหลือเพียง 25 วัดจากสถานการณ์โควิด-19

อ่านต้นฉบับ > ภาพ – ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า สุราษฎร์ธานี

แห่งเดียวในประเทศไทย “พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์” อายุกว่าพันปี

จ.ตรัง – ประวัติ พระพุทธไสยาสน์ฯ วัดภูเขาทอง จ.ตรัง แห่งเดียวในประเทศไทย “วัดภูเขาทอง” ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง นับเป็นวัดที่มีอายุมายาวนานนับพันปีแล้ว วัดแห่งนี้มี “พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์” แห่งเดียวในประเทศไทย หากมองย้อนไปดูประวัติกันจริงๆ แล้ว “พระพุทธไสยาสน์ฯ” องค์นี้ ถือได้ว่ามีมาก่อนที่จะตั้งวัดขึ้นเสียอีก

พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ วัดภูเขาทอง ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง ตามประวัติที่เล่าสืบกันมาในท้องถิ่น มีตำนานเก่าแก่ที่เล่าขานกันมานานว่า วัดแห่งนี้ตั้งขึ้นมาได้จากอดีตเจ้าเมืองพัทลุง ที่ชื่อว่า “ขุนศรีศรัทธา” (เจ้าหน่อ) และพระชายาผู้มีนามว่า พระนางเลือดขาว โดยเมื่อ พ.ศ.๑๔๙๓ ทั้ง ๒ องค์ได้รับข่าวว่า พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชที่ ๒ เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เตรียมบูรณะองค์พระบรมธาตุ เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อให้เป็นไปตามอย่างที่ประเทศศรีลังกาสร้างเอาไว้

ในอดีตเจ้าเมือง พัทลุง พยายามช่วยเหลือการบูรณะครั้งนี้ ด้วยการนำทรัพย์สินเงินทองไปร่วมถวายเป็นพุทธบูชา แต่เนื่องจากมีระยะทางยาวไกลมาก จำเป็นที่จะต้องพักค้างแรมยังสถานที่ต่างๆ ดังนั้น การบูรณะองค์พระบรมธาตุ เสร็จสิ้นลงเสียก่อน จึงตัดสินใจนำทรัพย์สินเงินทองทั้งหลายบรรจุไว้ในถ้ำเขาชุมทอง (วัดภูเขาทอง) และถ้ำเขาหลักจันทร์ (เขาโหรง)

พร้อมทั้งยังอธิษฐาน ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยพิทักษ์รักษา เพื่อจะได้นำทรัพย์สินเงินทองที่เก็บไว้นี้ ไปสร้างวัดวาอารามตามความตั้งใจเดิม หลังจากนั้น ได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ ไว้หน้าปากถ้ำ แล้วผูก ๒ คำกลอนปริศนาธรรมตามแบบฉบับครูมโนราห์ไว้เพื่อคุ้มครองว่า “ลำแตนมีแลนครอบศพ ผู้ใดแก้จบ ทำกินไม่รู้สิ้น” และมีอีกบทหนึ่งว่า “หนองหัดมีพัดเสมา มีทุ่งหญ้าคา มีป่าเรียง”

ต่อมาได้มีชาวต่างชาติ ที่มาทำเหมืองแร่ในบริเวณใกล้เคียง สามารถไขปริศนาธรรมที่ถ้ำเขาหลักจันทร์ จึงได้นำสมบัติต่างๆ กลับไปยังบ้านเมืองของตนอย่างไรก็ตาม ในช่วงที่อดีตเจ้าเมืองพัทลุง เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้นำทรัพย์สินเงินทองส่วนหนึ่งไปสร้างวัดต่างๆ โดยเฉพาะที่จังหวัดตรัง ก็มีถึง ๗ วัดด้วยกัน คือ วัดพระนอน, วัดพระงาม, วัดพระพุทธสิหิงค์, วัดกรุยยืด, วัดพระบรรทม, วัดถ้ำพระพุทธ และวัดภูเขาทอง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และเพื่อใช้เป็นที่พักในระหว่างเดินทาง ซึ่งพระพุทธรูปที่นางสร้างขึ้นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นทรงเทริดมโนราห์

พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ ที่วัดภูเขาทอง นับเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่มากองค์หนึ่ง กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับสาเหตุที่ได้มีการสร้างพระพุทธรูป เป็นพระนอนทรงเทริดมโนราห์ สันนิษฐานว่า มาจากบริเวณปากถ้ำที่มีลักษณะกว้าง จึงจำเป็นต้องสร้างเป็นพระนอนเพื่อปิดเอาไว้ โดยเชื่อว่าภายในถ้ำน่าจะมีสมบัติของมีค่าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทองคำ

ทั้ง นี้ เมื่อถึงวันสงกรานต์ของทุกปี หรือตอน ๘ ค่ำ เดือน ๕ จะต้องมีคณะมโนราห์ มารำถวายต่อหน้าองค์พระนอนเป็นประจำ ถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยจะต้องมีการรำด้วยท่วงท่าของมโนราห์ชั้นสูงเท่านั้น ถือเป็นการรำไหว้ครูของครูหมอมโนราห์ชื่อดังในแต่คณะ

แต่คณะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา คือ คณะหลานมโนราห์เติม อดีตมโนราห์ชื่อดังของปักษ์ใต้ พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ แต่เดิมสร้างด้วยไม้ แต่ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานทำให้เกิดการผุพังไปมาก ดังนั้น จึงต้องบูรณะด้วยการสร้างรูปใหม่ทับรูปเก่า

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ ภาคใต้ อาณาจักรศรีวิชัย

ผัดไทย อาหารประจำชาติไทย เผยเคล็ดลับวิธีทำผัดไทยให้อร่อย เปิดร้านขายได้เลย

ปัจจุบันผัดไทยได้กลายเป็นหนึ่งในอาหารประจำชาติไทย ผัดไทยเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน เดิมเรียกอาหารชนิดนี้ว่า “ก๋วยเตี๋ยวผัด” และได้รับการเปลี่ยนแปลงด้านรสชาติใหม่ตามอย่างอาหารไทยมากขึ้นในเวลาต่อมา

ผัดไทยกุ้งสด สูตรเด็ด รสเข้มข้น

ส่วนผสมผัดไทยกุ้งสด (สำหรับรับประทาน 1-2 คน) 1. น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ / 2. ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันทร์สด 150 กรัม / 3. กุยช่ายหั่นท่อน (ขนาด 1 ½ นิ้ว) 3 ต้น / 4. ถั่วงอก 1 ถ้วย / 5. เต้าหู้ขาวแข็งหั่นเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็ก 2-3 ช้อนโต๊ะ / 6. หัวไชโป๊เค็มสับเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ช้อนโต๊ะ / 7. กุ้งแชบ๊วยสดแกะเปลือกเด็ดหัว ผ่าหลังเอาเส้นดำออก 7-8 ตัว / 8. กุ้งแห้งเนื้อ 2 ช้อนโต๊ะ / 9. ไข่ไก่ 1 ฟอง / 10. หอมแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ / 11. น้ำซอสผัดไทย 1/3 ถ้วย / 12. น้ำ ½ ถ้วย / 13. พริกป่น 1 ช้อนชา / 14. ถั่วลิสงคั่วบด 2 ช้อนโต๊ะ

**ผักเคียงผัดสด เช่น ถั่วงอก หัวปลี กุยช่าย ใบบัวบก เป็นต้น
**เครื่องปรุงรส มี: น้ำตาล น้ำปลา พริกป่น และมะนาวหั่นชิ้น

ส่วนผสมน้ำซอสผัดไทย 1. น้ำมะขามเปียก ¾ ช้อนโต๊ะ / 2. น้ำตาลปี๊บ 1 ¼ ถ้วย / 3. น้ำปลา ½ ถ้วย + 1 ช้อนโต๊ะ / 4. น้ำส้มสายชู ¼ ถ้วย

วิธีทำน้ำซอสผัดไทย

เคี่ยวน้ำตาล น้ำมะขามเปียก และน้ำส้มสายชู เข้าด้วยกันในหม้อด้วยไฟกลางๆ…พอเริ่มร้อนให้ใส่น้ำปลาลงไป…ตั้งไฟไปจนเดือดปุ๊บปิดไฟ น้ำซอสผัดไทยที่ได้จะข้นเหนียว…ชิมรสให้ออกเปรี้ยวเค็มหวาน ยกลงได้เลยครับ พักไว้

วิธีทำผัดไทยกุ้งสด

1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชบนไฟกลางพอร้อน แล้วจึงใส่เต้าหู้ลงไปผัดพอใกล้เหลือง ใส่หอมแดงลงไปผัดให้พอมีกลิ่นหอม

2. จากนั้นใส่หัวไชโป๊และกุ้งแห้งลงไปผัดให้เข้ากัน

3. แล้วใส่กุ้งสดลงไปผัดเอาพอเกือบสุก ตักกุ้งแยกออกมาพักไว้…กุ้งจะได้กรอบอร่อยไม่แห้งแข็ง

4. จากนั้นใส่ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันทร์และน้ำ ½ ถ้วย (ถ้ากรณีน้ำน้อยเกินไปให้เติมน้ำเพิ่มอีกเล็กน้อย)…หลังจากเติมน้ำแล้วให้ผัดๆไปประมาณ 2 นาที ผัดให้เส้นก๋วยเตี๋ยวกระจาย (อย่าให้ติดจับกันเป็นก้อนนะครับ)… ผัดจนเส้นสุกนิ่ม

5. แล้วจึงตามด้วยใส่น้ำซอสผัดไทยและพริกป่นลงไป ผัดคลุกเคล้าให้ส่วนผสมต่างๆเข้ากันดีผัดพอทั่ว ตามด้วยใส่กุ้งสุกที่เตรียมไว้ลงไป… แล้วเกลี่ยเส้นไว้ข้างกระทะ

6. ใส่น้ำมันพืชลงไป ½ ช้อนโต๊ะ ต่อยไข่ใส่ ใช้ตะหลิวเขี่ยไข่แดงให้แตก พอไข่สุกเกลี่ยเส้นมากลบไข่

7. แล้วจึงใส่ถั่วงอกและกุยช่ายลงไปผัดพอให้เข้ากัน ปิดไฟทันที

8. ตักใส่จาน โรยถั่วลิสงคั่วบด เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องปรุงรสและผักสด

* การผัดหากใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นสดทั้งเส้นเล็กและเส้นจันทร์ ให้ใส่ลงในกระทะแล้วจึงใส่น้ำลงไปทันที ผัดให้เส้นนิ่มก่อนแล้วจึงค่อยใส่เครื่องปรุงรสหรือน้ำซอสผัดไทย หากใส่ไปขณะที่เส้นยังแข็งอยู่เครื่องปรุงจะไปรัดเส้น ทำให้เส้นแข็งกระด้าง

* ข้อดีของการผัดเส้นสดโดยที่ไม่เอาเส้นไปแช่น้ำหรือลวก คือเส้นก๋วยเตี๋ยวจะมียางจากแป้งออกมาทำให้มีความเหนียวนุ่ม่ กลิ่นจะหอม อร่อย หากเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวที่แช่น้ำหรือลวก เส้นจะเหนียวน้อยกว่า ยางจากเส้นก๋วยเตี๋ยวมีน้อย ทำให้เส้นแข็งกระด้างขาดความฉ่ำนุ่ม

* เคล็ดลับการทำผัดไทยให้เร็ว ควรเคี่ยวน้ำซอสผัดไทยไว้ก่อน เอาไว้ใส่ตอนผัด แต่หากทำกินที่บ้านจะปรุงซอสกระทะต่อกระทะก็ได้ตามถนัด แล้วจึงนำน้ำซอสผัดไทยมาผัดกับเส้น จากนั้นจึงนำมาผัดรวมกับเต้าหู้ หัวไชโป๊ กุ้งแห้ง กุ้งหรือหมู ไข่ และถั่วงอกทีหลัง ก็จะได้ผัดไทยร้อนๆพร้อมเสิร์ฟ และรสชาติก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากเดิมอีกด้วย

* น้ำมะขามเปียก ช่วยให้ผัดไทยมีสีน้ำตาลเหลืองสวย และมีรสเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อม ให้เลือกมะขามเปียกใหม่ๆ สีออกน้ำตาลแดง ไม่ดำ นำมาคั้นกับน้ำอุ่นให้ได้น้ำมะขามข้นๆ กรองด้วยกระชอนเอากากออก

* ถ้าผัดด้วยเส้นผัดไทย หรือผัดด้วยก๋วยเตี๋ยวเส้นจันทร์ ที่เป็นเส้นแห้ง เมื่อผัดแล้วเส้นที่ได้จะมีลักษณะเหนียวนุ่มกว่าและไม่เละ…ส่วนถ้าผัดด้วยก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กสด เมื่อผัดแล้วเส้นจะนุ่มและเละเละง่ายกว่าก๋วยเตี๋ยวเส้นจันทร์ เหมาะสำหรับคนที่ชอบผัดไทยแบบเส้นนุ่ม ไม่เหนียวมาก ควรเลือกใช้เส้นอย่างดีเพราะจะเหนียวนุ่มกว่าเส้นเล็กธรรมดาที่ใช้ทำก๋วยเตี๋ยวน้ำ

* กระทะที่ใช้ทำผัดไทย ใช้ได้ทั้งกระทะอะลูมิเนียม กระทะแสตนเลส กระทะเหล็ก และกระทะหอยทอด แต่จะมีข้อดีแตกต่างกันคือ สำหรับกระทะอะลูมิเนียมและกระทะแสตนเลส ข้อดีคือเมื่อผัดแล้วผัดไทยจะมีสีสวย ไม่ดำคล้ำ แต่ข้อเสียคือเส้นจะติดกระทะง่ายระหว่างที่ผัด ส่วนกระทะเหล็กข้อดีคือร้อนเร็ว ผัดแล้วไม่ค่อยติดกระทะ แต่จะทำให้ผัดไทยมีสีออกคล้ำ และส่วนกระทะหอยทอดนั้นจะผัดง่าย เพราะพื้นที่หน้ากว้างมากและสามารถผัดได้ครั้งละมากๆ หากจะทำผัดไทยขายอย่างเดียวควรใช้กระทะก้นลึก เพราะใช้ง่ายและสะดวกกว่า

* ผัดไทยกุ้งสดเลือกใช้เป็นกุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ เมื่อสุกเนื้อจะไม่หดมาก และกรอบหวานเป็นพิเศษ และกุ้งสดนั้นสามารถปรุงสุกได้ง่าย เมื่อสุกแล้วจะมีสีส้มสวย ดังนั้นจึงไม่ต้องผัดนาน เพราะกุ้งจะสุกจนแห้งแข็งเกินไป

ขอบคุณที่มาเรียบเรียงข้อมูลโดย: zabwer

สูตรก๋วยจั๊บญวณ จากประเทศเวียดนาม ทำกินได้ทำขายได้เลย

ก๋วยจั๊บญวน (เส้นข้าวเปียก) มีที่มาจากประเทศเวียดนาม ปัจจุบันเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เพราะเป็นเมนูที่ทำได้ง่าย มีทั้งความนุ่มจากซี่โครงหมูและเส้นก๋วยจั๊บ รวมถึงความหอมหวานจากน้ำซุป

ส่วนผสม 1. กระดูกหมูซุป หรือหมูบด หั่นชิ้นพอคำ , 2. เส้นก็วยจั๊บ ญวน (เส้นแห้ง หรือเส้นสดก็ได้) แช่น้ำ 1 ชม. , 3. เลือดหมู (เป็นก้อนแข็งกว่าเลือดไก่) , 4.หมูยอ , 5. เกลือ , 6. น้ำตาลทราย , 7. หอมเจียว ,กระเทียมเจียว , 8. ต้นหอม, ผักชี , 9. พริกไทยป่น , 10. พริกป่น, น้ำมัน , 11. ซีอิ้วขาว

วิธีทำ

1. เริ่มจากต้มกระดูกหมูซุป ไม่มีก็ใช้หมูบดแทนได้ ตั้งนานให้เดือด ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ตามด้วยรากผักชี และก็ กระดูกหมูไปตามระเบียบ ปล่อยให้น้ำเดือด กระดูกหมู เริ่มสุก ค่อยหรี่ไฟลง และช้อนฟองทีละน้อย

2. สังเกตุ กระดูกหมู เศษเนื้อ ค่อยๆ เปื่อยออก ปล่อยให้หม้อเดือดเล็กน้อย เพื่อไม่ให้น้ำซุปขุ่น เพิ่มความหวาน น้ำต้มกระดูก

3. เมื่อความหวานของน้ำต้มกระดูกพร้อมแล้ว ก็นำเลือดหมู หั่นชิ้น ลงไปต้ม ใครอยากใส่ไข่ตอกลงไปลวกก็ได้ หรืออยากจเพิ่มหมูสับให้น่าอร่อยยิ่งขึ้น แล้วปรุงรสด้วย เกลือ น้ำตาล ซีอิ้วขาว

4. ยกหม้อลง ตั้งไหม้อใหม่เพื่อต้มเส้นก๋วยจั๊บ ป้องกันเส้นก๋วยจับไม่สด หรือใช้เส้นแห้ง ให้แช่น้ำออกก่อน สัก 5 นาที พอน้ำเดือด ก็ใส่เส้น เส้นที่สุกแล้วจะลอยขึ้นมา ต้องพยายามคนต่อครั้ง เพื่อป้องกันเส้นติดก้นหม้อ แต่อย่าคนบ่อยเพราะเส้นจะขาดไม่สวยค้า

 ก๋วยจั๊บญวณ

5. นำเส้นใส่กระชอน แล้วตั้งหม้อน้ำซุปอีกครั้ง พอร้อนเท่านั้น ก็นำเส้นใส่ในหม้อน้ำซุปได้เลย

6. โรยด้วยต้นหอม ผักชีซอย และก็กระทียม หอมแห้งที่เจียวไว้ หรือซื้อสำเร็จ และก็ปิดท้ายด้วยหมูยอ หั่น

7. วิธีทำพริกป่นรับประทานกับก๋วยจั๊บ ก็นำน้ำมันเจียวกระเทียม ที่ร้อนจากเตา เทลงพริกป่น คั่วและทอดแต่ไม่ต้องตั้งเตา ก็จะได้พริกป่นรับประทานอร่อยเหมือนต้นตำรับเลย ค่ะ

ภาพประกอบจาก internet / MrFoodandTravel

ตายายไต้หวัน เจ้าของร้านซักรีด กลายเป็น ‘ดาวดัง’ โชว์แฟชั่นสุดเก๋ ”กระชากวัย” บนไอจี

หากดูจากทั้ง “อายุ” และ “อารมณ์” ฉาง หวัน-จิ วัย 83 และ ชู โช-อา วัย 84 สามีภรรยาเจ้าของร้านซักรีด “หวัน โช (Wan Sho)” ในเมืองไทจง ไต้หวัน ไม่เคยมีความคิดเลยว่า พวกเขาจะลุกขึ้นมา “แต่งตัวกระชากวัย” แบบนี้

แต่เป็นเพราะที่ผ่านมาหลายสิบปี มีเสื้อผ้าเยอะแยะที่ลูกค้านำมาส่งซักรีด แต่ไม่มารับกลับ ซึ่งตายายสามีภรรยาก็ “ตัดใจทิ้ง” ไม่ลง ที่กลับกลายเป็น “จุดเปลี่ยน” ทำให้ ผู้สูงวัยที่กำลังเริ่มรู้สึก “เฉา” กับสภาพการค้าที่ซบเซา และเบื่อกับความจำเจ รู้สึก “อ่อนวัย” ขึ้นมาอีกหลายสิบปี

เมื่อกลายเป็น “ดาวดัง” บนไอจี @wantshowasyoung ที่มีคนติดตามกว่า 6 แสนคนแล้ว เพราะติดใจ สไตล์การแต่งตัวของสองตายาย ที่นำเสื้อผ้าที่ลูกค้าไม่มารับกลับ นำมาแต่งตัวโพสต์ลงไอจี ให้ผู้คนในโลกโซเชียลได้ชมกัน

รีฟ ฉาง หลานชายวัย 31 เล่าให้เอเอฟพีฟังว่า หลังจากเขาเห็นวันๆ ตายายเอาแต่นั่งมองถนนที่ว่างเปล่า เขาจึงปิ๊งไอเดียนำเสื้อผ้าที่ลูกค้าไม่มารับกลับ มาเป็นสิ่ง “แก้เบื่อ” ให้ตายาย และเป็นคนเปิดไอจี @wantshowasyoung ขึ้นมา และเป็นคนคอยจัดการ ดูแลไอจีให้

“การได้ใส่เสื้อผ้าเหล่านี้แล้วถ่ายรูปมันทำให้ผมรู้สึกหนุ่มขึ้น 30 ปี มีหลายคนบอกผมว่า คุณดังแล้วนะตอนนี้ แล้วคุณก็ดูหนุ่มขึ้นด้วย” คุณตาฉางให้สัมภาษณ์เอเอฟพี

คุณยายชูก็รู้สึกแบบเดียวกับคุณสามี “ฉันแก่แค่อายุ แต่หัวใจฉันไม่แก่ ฉันชอบใส่เสื้อผ้าสวยๆ แล้วออกไปสนุก”

คุณยายที่ยังดูอ่อนวัยกว่าอายุจริง เล่าว่า ทุกวันนี้ เธอยังสนุกกับการนำเสื้อผ้าเก่าๆ ที่เธอเก็บไว้นานในตู้เสื้อผ้าจนลืม กลับมาใช้ใหม่ “ฉันยังเจอเสื้อผ้าที่ซื้อไว้เมื่อ 30 ปีแล้ว และฉันยังใส่ได้ มันเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่มีความสุข”

ทุกวันนี้ สองตายายมีแฟนจากทั่วโลก และได้หลานชายคอยแปลและอ่านข้อความให้ฟัง “เราประทับใจกับข้อความต่างๆ มาก มีหลายคนที่บอกว่า Wantshowasyoung เป็นข่าวแรกที่ทำให้พวกเขามีความสุขในช่วงเวลามืดมนเพราะโควิด-19 และปัญหามากมายที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ” คุณตาฉางเล่าอย่างมีความสุข

ชื่อเสียงของสองตายายยังทำให้มีลูกค้าบางคนที่ลืมเสื้อผ้า ย้อนกลับไปรับเสื้อผ้าคืน ขณะที่คนไต้หวันต่างถิ่น ก็เริ่มสนใจไปเที่ยว เพื่อจะไปดูร้านซักรีดของสองตายายที่แต่งงานกันมา 60 ปี และชื่อเสียงตอนนี้ ยังทำให้มีเรื่องราวลงนิตยสาร Vogue และ Marie Claire ของไต้หวัน

คุณตาบอกว่า “คนแก่ควรจะหาอะไรทำ และให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว ไม่งั้นเราจะแก่เร็ว เมื่อผมทำงาน มีอะไรให้ทำ ก็ไม่มีเวลาไปนั่งคิดกังวล” และว่า เขาไม่เคยนับว่า มีเสื้อผ้ากี่ชิ้นที่ลูกค้าไม่กลับมารับ แต่คาดว่าไม่น้อยกว่า 400 ชิ้น แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาและภรรยาได้นำเสื้อผ้าจำนวนไม่น้อยไปบริจาคให้แก่องค์กรการกุศลหลายแห่ง และครอบครัวยากจน

หลังจากเป็นที่รู้จักในโลกโซเชียล สองตายายก็หวังอยากใช้เป็นช่องทางโปรโมตไอเดีย แฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยหลานชายบอกกับเอเอฟพีว่า “แทนที่เราจะวิ่งไล่ตามแฟชั่น และซื้อเสื้อผ้าใหม่อยู่เรื่อย เราหวังผู้คนจะสามารถเห็นว่าเสื้อผ้ามือสอง ก็สามารถนำมาแต่งให้สวยได้ ถ้าคุณรู้จักมิกซ์ แอนด์ แมตช์ ให้ออกมาในรูปแบบใหม่ และนี่จะช่วยลดการทำลายโลกและสิ่งแวดล้อม”


ดูข่าวต้นฉบับ >

(ชมคลิป) ระวังจะไม่ถึงสุรินทร์! ชาวเน็ตขู่ ‘น้องช้าง’ ขาแดนซ์ที่ทั้งน่ารักและหวาดเสียว

ทะลุแสนวิวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับคลิป “น้องช้าง” ขาแดนซ์ ที่มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อว่า Sam Powerzatan Banrit ได้โพสต์คลิปวิดีโอช้าง 2 เชือก ในท้ายกระบะของรถบรรทุกคันหนึ่ง ส่ายงวงไปมาโยกไปตามจังหวะของรถที่เคลื่อนไป ทำเอารถโคลงเคลง ทั้งน่ารักแต่ก็หวาดเสียวไม่แพ้กัน

จนมีชาวเน็ตหลายคนมาคอมเมนต์บอกว่า “ถ้ายังไม่หยุดเต้น ระวังจะไปไม่ถึงสุรินทร์” “น้องไม่ได้เต้น..น้องทำไม่ให้เวียนหัว คนนั่งหันหลังยังเวียนหัวเลย..5555” “อารมณ์แบบไปเที่ยวแล้วยังไม่อยากกลับแต่เพื่อนลากกลับ เลยมาเปิดเพลงเต้นต่อบนรถ 555555” “น่ารักมาก” เป็นต้น

ซึ่งล่าสุดก็มีผู้เข้าชมคลิปดังกล่าวไปแล้วกว่า 1.4 แสนครั้ง และมียอดแชร์-กดไลก์ มากกว่า 3 พันครั้ง


ดูข่าวต้นฉบับ

การได้รับความรักจากใครสักคน “เชื่อเถอะว่าส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่คุณ เป็นตัวของตัวเอง”

เหตุผลที่คนเราเลือกรักใครสักคน ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่คุณ เป็นตัวของตัวเอง หรือไม่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกของแต่ละบุคคลที่มีข้อแตกต่างกันออกไป ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ การได้รับความรักจากใครคนใดคนหนึ่งนั้น ก็ยังคงถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ควรเกิดขึ้นในชีวิตให้ได้อยู่เสมอ

ผู้หญิง

คุณไม่ฝืนความเป็นตัวเอง

ยอมรับเถอะว่า บางทีการฝืนความเป็นตัวเองเพื่อให้ใครสักคนรู้สึกพึงพอใจ อาจไม่ใช่ทางออกหรือวิธีการที่ดีสักเท่าไรนัก เพราะนอกจากคุณจะไม่ได้ทำในสิ่งที่ต้องการ หรือเป็นตัวของตัวเองให้เขาเห็นแล้ว คุณอาจจะยังไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต เพราะความปลอมที่คุณสร้างขึ้นมาอีกด้วย

ดังนั้น การเป็นตัวเองในแบบธรรมชาติ โดยไร้ซึ่งการปรุงแต่งใดๆ มันจะเป็นสิ่งที่สามารถช่วยทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจจากคุณ และอาจเป็นส่วนสำคัญในการที่จะช่วยประคับประคองความสัมพันธ์ให้ยาวนานขึ้นได้ เพราะความที่คุณเป็นตัวของตัวเองให้เขาได้มองเห็น

คุณคือความสบายใจ

ในบางครั้ง ความสัมพันธ์ของคนสองคน ก็อาจจะไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่า “ ความสบายใจ ” หรอกเนอะ ว่าไหม …? เพราะความสำคัญของการมีคนคอยอยู่ข้างๆ คือการได้สัมผัสกับความสบายใจเมื่อได้อยู่ด้วยกันต่างหาก หากมีกันและกันแล้ว จะต้องเกิดแต่ความระแวดระวัง จนกลายเป็นความทุกข์ใจ นั่นอาจไม่ใช่ความรัก หรือความสัมพันธ์ที่ดีสักเท่าไร

และถ้าคุณสามารถสร้างความสบายใจให้เกิดขึ้นกับเขาได้แล้ว แน่นอนล่ะว่า ความสัมพันธ์ในครั้งนี้ก็ย่อมต้องเต็มไปด้วยความราบรื่น และไร้ซึ่งปัญหา หรือไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดการเลิกรากันไป

คุณสร้างรอยยิ้มได้มากกว่า

บางทีความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนก็อาจจะเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจเสียส่วนใหญ่ เพราะด้วยลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันออกไป ในบางคู่จึงเต็มไปด้วยการใช้แต่อารมณ์ มากกว่าที่จะปรับจูนเข้าหากันด้วยเหตุและผลที่ดีมากพอ

ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนที่ใช้เหตุผลให้มากกว่าความงี่เง่าที่มีอยู่ และสามารถสร้างรอยยิ้มให้เขาได้มากกว่าคราบน้ำตา เชื่อเถอะว่า เป็นใครก็ยังอยากที่จะอยู่ตรงนี้ เพราะอย่างน้อย เมื่อความไม่เข้าใจเกิดขึ้นอีกครั้ง เขาก็ยังคงกล้าที่จะมั่นใจในตัวคุณได้เสมอว่า คุณจะสามารถจบความไม่เข้าใจนี้ลงได้ด้วยรอยยิ้มแทนที่จะเป็นรอยน้ำตาอย่างแน่นอน


คุณทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีค่า

บ่อยครั้งที่คนเรามักเกิดความรู้สึกหมดศรัทธาในตัวเอง เพราะเริ่มที่จะท้อแท้ หรือแสดงความอ่อนแอให้กับสิ่งที่กำลังเผชิญหน้าอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะดีแค่ไหน ถ้าหากคุณคือคนที่เข้าไปเพิ่มพลัง และฉุดความศรัทธาที่เริ่มจะหมดลงในตัวของเขาให้ลุกขึ้นมาอีกครั้งได้ด้วยความรักจากคุณ ซึ่งมันก็เปรียบเสมือนกับการที่คุณเองก็ยังคงมองเห็นคุณค่าในตัวของเขา แม้ในวันที่เขานั้นลืมที่จะรักตัวเอง

ต้นฉบับ

‘หมอช้าง’ แนะพฤหัสย้ายมีผลต่อดวง ให้สวดมนต์ก่อนนอน

หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา ล่าสุดได้โพสต์อินสตาแกรม พูดถึงการย้ายราศีของดาวพฤหัส พร้อมทั้งนำคาถาบูชาดาวพรฤหัสมาฝากทุกคนด้วย เพราะว่าการย้ายของดวงดาวครั้งนี้ก็ส่งผลต่อดวงชะตาด้วย โดยมีข้อความว่า

ดาวพฤหัสจะโคจรพักร์องศาย้ายราศีใน วันที่ 17กรกฎาคม ถึงแม้จะไม่ใช่เป็นการย้ายครั้งใหญ่แต่ก็จะส่งผลให้ดวงชะตาของผู้ที่เกิดราศีเมถุนและราศีธนูเริ่มดีขึ้น แนะนำให้สวดมนต์บทบูชาดาวพฤหัสที่บ้าน เวลา 19.19 น.ในวันที่ 17 กรกฎาคม ถ้าไม่สะดวกสามารถสวดมนต์ก่อนนอนได้ครับ ผู้ที่เกิดราศีอื่นๆก็สวดมนต์ได้เช่นกันครับ #หมอช้าง

บทสวดบูชาดาวพฤหัส

(ตั้งนะโม 3 จบ) ปูเรนตัมโพธิสัมภาเร นิพพัตตัง โมระโยนิยัง

เยนะ สังวิหิตารักขัง มะหาสัตตัง วะเนจะรา

จิรัสสัง วายะมันตาปิ เนวะ สักขิงสุ คัณหิตุง

พรัหมะมันตันติ อักขาตัง ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

คาถาบูชาดาวพฤหัสบดี (สวด 19 จบ)

“ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ”

ขอบคุณภาพ : หมอช้าง