“พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์” เทวดาเมืองคอน เทพเจ้าแดนทักษิณ เสกน้ำมนต์จนเกิดปาฏิหาริย์

พระครูพิศิษฐ์อรรถการ (คล้าย จนฺทสุวณฺโณ) เดิมชื่อ คล้าย สีนิล เกิดวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2417 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด จ.ศ.1238 ร.ศ.95 ที่บ้านโคกทือ ตำบลช้างกลาง กิ่งอำเภอ ช้างกลาง นครศรีธรรมราช

พ่อท่านคล้าย เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล มีพี่สาว 1 คน ชื่อนางเพ็ง มรณภาพด้วยโรคหืด เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2513 รวมอายุได้ 96 ปี เมื่อบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน จึงได้บรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ในวัดพระธาตุน้อยจนถึงปัจจุบัน

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

…..หากกล่าวถึง พ่อท่านคล้าย กิตติศัพท์ชื่อเสียงของท่านโด่งดังในหลาย ๆ ด้าน ด้านหนึ่งที่ประจักษ์เด่นชัด จนกลายเป็นฉายาต่อท้ายชื่อของท่าน ก็คือความเป็นผู้มีวาจาสิทธิ์เล่ากันว่าท่านกล่าวเช่นไรมักจะเป็นเช่นนั้น ชื่อเสียงของท่านดังไป 7 คาบสมุทรข้ามประเทศเลยก็ว่าได้

เห็นได้จากชาวพุทธในประเทศมาเลเซียยังเลื่อมใสศรัทธา ถึงกับนิมนต์ท่านให้เดินทางไปยังปีนัง อยู่บ่อยครั้ง หรือแม้กระทั่งพวกแขกต่างศาสนา ยังเกิดความเลื่อใสศรัทธา ช่วยกันบริจาคทรัพทย์สร้างปูชนียสถานคือ

พระพุทธไสยาสน์ไว้เป็นอนุสรณ์สถานที่ วัดชัยมังคลาราม หรือ “วัดปลุลอติกุด” ตามภาษามาเลย์ วัดนี้อยู่ที่ เกาะปีนัง

ท่านเมตตาต่อชนทุกหมู่เหล่าไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ถือปฏิบัติพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นธรรมข้อสำคัญในการดำรงชีวิต และยังได้ชื่อว่าเป็น “หมอเทวดา” สามารถรักษาอาการป่วยไข้ที่หมอทั่วไปรักษาไม่ได้ให้หายขาดได้อย่างน่าอัศจรรย์ท่านรักษาด้วยพลังจิต

โดยการอาบน้ำมนต์แผ่เมตตาให้ และใช้ยาสมุนไพรได้หายชงัด จนชาวบ้านทั่วไปยกย่องท่านเป็น “เทพเจ้าของชาวฉวาง” ไม่เพียงเท่านี้ พ่อท่านคล้ายยังเป็นพระนักพัฒนา

สามเณรวีระยุทธ สุดใจ บรรพชาที่วัดสามัคคีนุกูลก่อนจะย้ายมาอยู่ที่วัดสวนขัน โดยเจ้าอาวาสวัดสวนขันคือ “พระครูกิตติวิมล” มีศักดิ์เป็นตา ด้วยเหตุนี้เอง สามเณรวีระยุทธจึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรักษาความสะอาดเรียบร้อยภายในมณฑลปประดิษฐานรูปเหมือนของพระเดชพระคุณพ่อท่านคล้ายหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หอไตร”

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

ภายในหอไตรนั้น จะมีโอ่งน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่เบื้อหน้ารูปเหมือนของพ่อท่านคล้าย และทุกครั้งที่น้ำมนต์ในโอ่งหมดสามเฌรวีระยุทธจะเป็นผู้ขนน้ำใส่จนเต็ม จากนั้นจะห่อจีวรเข้าไปในหอไตร จัดการปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ก่อนจุดเทียน 9 เล่ม ที่ปากโอ่ง และจุดธูป 9 ดอก พร้อมตั้งจิตอธิษฐานภาวนาว่า “อิติปิโส พาหุง มหาการุณิโก” จนจบและกล่าวอธิษฐานถึงดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของพ่อท่านคล้ายว่า

“ขอให้พระเดชพระคุณพ่อท่านคล้ายจงช่วยปลุกเสกน้ำมนต์ในโอ่ง เพื่อญาติโยมผู้มีจิตเลื่อมใสในหลวงพ่อจะได้เอาไปใช้”

บุญฤทธิ์อภินิหาร พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ " ห้ามฝน "

ปากว่าไปพลางทั้งหลับตาปี๋ เมื่ออธิษฐานจบก็ลืมตาขึ้น สิ่งที่ไม่อยากเชื่อสายตาตนเองปรากฏอยู่ตรงหน้า คือเห็นพ่อท่านคล้ายยืนอยู่ข้างเตียงเก่าของท่านที่คงเก็บรักษาเอาไว้ภายในหอไตร ในครั้งแรกสามเณรวีระยุทธไม่เชื่อสายตาตนเอง จึงใช้มือขยี้ตาดูสองสามครั้ง แต่ภาพของพ่อท่านคล้ายก็คงปรากฏอยู่ตรงหน้า

ดังนั้นสามเณรวีระยุทธจึงคลานเข้าไปกราบที่เท้าของท่าน เมื่อเงยหน้าขึ้นมองพบว่า พระเดชพระคุณพ่อท่านคล้ายยิ้มให้อย่างเมตตา แล้วร่างของท่านก็ค่อย ๆ หายไปในที่สุด “นับเป็นครั้งแรกในชีวิตของข้าพเจ้าเลยก็ว่าได้ ที่ได้พบพระเดชพระคุณพ่อท่านคล้าย เพราะข้าพเจ้าเกิดไม่ทัน” สามเณรวีระยุทธกล่าว

เต ฌายิโน สาตติกา นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา ผุสนฺติ ธีรา นิพฺพานํ โยคกุเขมํ อนุตฺตรํ

ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ มีเพียรติดต่อ บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องพระนิพพานอันปลอดจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขันธ์ นครศรีธรรมราช

แม่แต่อิสลามก็ยังไหว้ ครั้งนั้นประมาณเดือนตุลาคม แต่วันที่เท่าไรจำไม่ถนัดนัก มีผู้หญิงคนหนึ่งนับถือศาสนาอิสลามได้เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นหัวคะแนนให้กับ อบต. ที่จังหวัดภูเก็ต และที่สำคัญสามารถหาคะแนนเสียงได้ดีเสียด้วย

เมื่อเป็นเช่นนั้น ฝ่ายตรงข้ามจึงจ้างวานมือปืนมาเล่นงาน หมายเด็ดหัวให้ดับดิ้นสิ้นชื่อเลยทีเดียว ตนก็พอจะทราบระแคะระคาย ครั้งตกดึกในคืนนั้น ตนได้พบเห็นร่างของพระภิกษุสงฆ์องค์หนึ่ง และพูดกับตนว่า

“ขอให้ลูกไปหาพ่อที่วัดสวนขัน นำดอกบัว ธูปเทียนไปด้วย แล้วลูกจะสิ้นทุกข์สิ้นภัย ไปถึงก็เข้าไปนั่งสมาธิในหอไตร”

เมื่อพูดจบร่างนั้นก็หายไป พอเช้าวันรุ่งขึ้น ตนนึกได้ว่ามีเพื่อนอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงเดินทางมาหาเพื่อนเพื่อให้พาไปยังวัดสวนขัน และได้พบกับสามเณรวีระยุทธ ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ศาลาอนุสรณ์ 120 ปี พ่อท่านคล้าย พอดี

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

สามเณรวีระยุทธกล่าวต่อว่า หญิงอิสลามคนดังกล่าว ได้จุดธูปเทียนนมัสการรูปเหมือนพระเดชพระคุณพ่อท่านคล้ายจากนั้นเข้าไปนั่งสมาธิในหอไตรอยู่นานพอสมควรเมื่อกลับออกมาข้าพเจ้าและโยมแม่ชีผู้อยู่ประจำศาลาได้เอ่ยถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง? รู้สึกดีขึ้นบ้างมั้ย? หญิงอิสลามก็ตอบว่า เห็นพ่อท่านคล้ายยิ้มและยังกล่าวว่า “สิ้นเคราะห์สิ้นภัยนะลูกนะ”

ขอบคุณที่มาข้อมูล พุทธาคม ปาฏิหาริย์อำนาจบุญ อริยะเหนือโลก

บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

เปิดประวัติ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

เทวดาเมืองคอน พระครูพิศิษฐ์อรรถการ (คล้าย จนฺทสุวณฺโณ) พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดสวนขัน และวัดพระธาตุน้อย เหรียญรุ่นแรก วัดสวนขัน อันโด่งดัง ๑ ใน ๕ เหรียญเบญจภาคีเมืองนคร ที่เป็นสุดยอดตำนานที่หายากยิ่ง

เหรียญพ่อท่านคล้าย รุ่นแรก

คาถาแคล้วคลาด : พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน

พุทธังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิ โส ภะคะวา
ธรรมมังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิ โส ภะคะวา
สังฆังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิโส ภะคะวา ฯ|

• คาถาบทนี้ เป็นคาถาที่พ่อท่านคล้าย ท่านใช้สวดภาวนาเวลาออกเดินทาง เดินธุดงค์ในป่า เดินบิณฑบาต หรือเมื่อจะเข้าผจญภัย เป็นคาถาแคล้วคลาดปลอดภัย ศักดิ์สิทธิ์นักแลฯ

๑. สถานะเดิม

พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เดิมชื่อ คล้าย สีนิล เกิดวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๔๑๙ ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีชวด จ.ศ.๑๒๓๘ ร.ศ.๙๕ ที่บ้านโคกทือ ตำบลช้างกลาง กิ่งอำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล มีพี่สาว ๑ คน ชื่อนางเพ็ง

ลักษณะนิสัย เป็นคนมีมานะอดทน ขยันหมั่นเพียร อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของบิดามารดาและครูอาจารย์อย่างเคร่งครัด สุภาพ เรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย นิสัยอ่อนโยนละมุนละไม จึงเป็นที่รักของบิดามารดา ครูอาจารย์และญาติมิตรเป็นอันมาก

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

เมื่ออายุ ๑๕ ปี ประสบอุบัติเหตุในการถางป่าทำไร่กระดูกปลายเท้า สามนิ้วแตกละเอียด รักษาไม่หาย ด้วยกำลังใจที่เด็ดเดี่ยว พ่อท่านคล้ายได้ใช้มีดตัดปลายเท้าออกด้วยตัวเอง และใช้ยาพอกจนหายเป็นปกติ

ขาของพ่อท่านคล้ายนั้นเสียข้างหนึ่ง คือ ขาด้านซ้ายขาดตั้งแต่ตาตุ่มลงไป (เสียตั้งแต่สมัยเด็กๆ โดนต้นไม้ทับที่บ้านญาติของท่านที่ จ.กระบี่ ขาเป็นหนองเลยต้องตัดทิ้ง โดยท่านใช้มีดปาดตาลตัดเอง) ท่านเลยต้องใส่กระบอกไม้ไผ่แทน

พ่อท่านคล้าย วัดธาตุน้อย

พ่อท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๓๘ (อายุ ๑๙ ปี) บรรพชาที่วัดจันดี ต.หลักช้าง บรรพชาโดยอาจารย์ พระอธิการจันเจ้าอาวาสวัดจันดี (ทุ่งปอน) และพ่อท่านสามารถท่อง พระปาฏิโมกข์จนได้แม่นยำ

เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ อุทกุกเขปสีมา หรือศาลาน้ำ ได้รับฉายาว่า จนฺทสุวณฺโณ โดยมีพระครูกราย คงคสุวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วได้ไปจำพรรษา อยู่ที่วัดทุ่งปอน หรือวัดจันดี

๒. การศึกษา

การศึกษาเบื้องต้น พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เริ่มศึกษาเบื้องต้นที่บ้าน โดยบิดาเป็นผู้สอน เรียนวิชาคำนวณ และวิชาอักษรโบราณ จนสามารถอ่านออกเขียนชำนาญ ทั้งหนังสือไทยและหนังสือขอม ต่อมาศึกษาต่อในสำนักนายขำ ที่วัดทุ่งปอน บ้านโคกทือ จนจบหลักสูตร ต่อมาได้ไปฝึกหัดเล่นหนังตะลุงกับนายทองสาก

ประกอบกับพ่อท่านคล้ายมีหน้าตาดี น้ำเสียงไพเราะ จึงมีคนติดใจการเล่นหนังตะลุงของท่านมากการศึกษาสมัยอุปสมบท เมื่อบวชเป็นพระสงฆ์ได้ศึกษาพระธรรมวินัย ศึกษาภาษาบาลี (มูลกัจจายนะ) ณ สำนักวัดหน้าพระบรมธาตุฯ

โดยมีพระครูกาแก้ว (ศรี) เป็นอาจารย์ ต่อมาได้ศึกษาทางวิปัสสนากัมมัฎฐานที่สำนักวัดสามพัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีอาจารย์หนูเจ้าอาวาสเป็นผู้สอน

ผลงานและเกียรติคุณ

สมณศักดิ์

ได้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูพิศิษฐ์อรรถการในปี พ.ศ.๒๔๙๘ ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นพิเศษในนามสมณศักดิ์เดิม แต่ประชาชนทั่วไปเรียกท่านตามชื่อเดิมว่า พ่อท่านคล้าย

ตำแหน่ง

– ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขัน ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๔๕ จนมรณภาพ

– เป็นเจ้าอาวาสวัดธาตุน้อย ใน พ.ศ.๒๕๐๐ เนื่องจากมีการสร้างถนนผ่านกลางวัดจันดีหรือวัดทุ่งปอน ทำให้วัดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ประชาชนได้ประชุมตกลงสร้างวัดใหม่ในเนื้อที่ที่แยกออกไป เรียกว่า วัดพระธาตุน้อย และแต่งตั้งให้พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นเจ้าอาวาส เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว วัดนี้ก็เป็นที่ประดิษฐานสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ " เทวดาเมืองคอน

๓. ผลงานที่สำคัญ

๓.๑. งานด้านศาสนา

พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นผู้นำในการสร้างวัดพระเจดีย์ พระพุทธรูป และร่วมกันในการปฏิสังขรณ์บูรณะศาสนสถานเป็นจำนวนมาก ผลงานสำคัญ ดังเช่น

สร้างวัด พ่อท่านคล้ายเห็นความสำคัญของปูชนียสถาน จึงได้สร้างวัดขึ้นหลายแห่ง ได้แก่ วัดมะปรางงาม ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๙๐ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๐ ทายาทอึ่งค่ายท่าย ถวายที่ดินใกล้ตลาดนาบอน จึงสร้างวัดขึ้นเรียกชื่อตามสมณศักดิ์ว่า วัดพิศิษฐ์อรรถการาม

และวัดที่สำคัญที่สุดคือวัดพระธาตุน้อย หรือคนทั่วไปเรียกว่า วัดพ่อท่านคล้าย พระครูพิศิษฐ์อรรถการได้สร้างขึ้นใหม่ และสร้างเจดีย์องค์ใหญ่ไว้เป็นอนุสรณ์ โดยยึดรูปแบบมาจากวัดพระมหาธาตุทั้งหมด การก่อสร้างสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๓

สร้างพระเจดีย์ พ่อท่านคล้ายได้สร้างพระเจดีย์ไว้หลายองค์ ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขัน เจดีย์บ้านควรสวรรค์ ตำบลนาแว อำเภอฉวาง เจดีย์วัดยางค้อม อำเภอพิปูน และที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขันอำเภอพระแสง และเจดีย์หน้าถ้ำขมิ้น บนภูเขาอำเภอนาสาร

๓.๒ งานด้านพัฒนาท้องถิ่น

พ่อท่านคล้าย จัดได้ว่าเป็นนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ตลอดชีวิต ทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ได้เดินทางไปพัฒนาในที่ต่าง ๆ มากมาย สร้างถนน สะพานมากมาย ด้วยเมตตาบารมีและความเคารพศรัทธาของศิษย์และประชาชน ดังเช่น

สร้างถนนเข้าวัดจันดี

ถนนจากตำบลละอายไปพิปูน

ถนนจากวัดสวนขันไปยังสถานีรถไฟคลองจันดี

ถนนจากตำบลละอายไปนาแว

ถนนระหว่างหมู่บ้านในตำบลละอาย

สะพานข้ามคลองคุดด้วนเข้าวัดสวนขัน

สะพานข้ามแม่น้ำตาปีจากตลาดทานพอไปนาแว

สะพานข้ามคลองเสหลา หน้าวัดมะปรางงาม

สะพานข้ามคลองจันดี เป็นต้น

หลวงพ่อคล้าย วาจาสิทธิ์

๓.๓ ด้านความมีเมตตาและวาจาสิทธิ์

ศิษย์ยานุศิษย์และประชาชนที่เคารพนับถือ ศรัทธาพ่อท่านคล้ายได้เชื่อถือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา พูดอย่างไรเป็นอย่างนั้น พ่อท่านคล้ายจะพูดจากับทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและแจ่มใสอารมณ์เยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา

ท่านมักจะให้พรกับทุกคน “ขอให้เป็นสุข เป็นสุข” ผู้ที่เคารพนับถือท่านต่างพากันกลัวคำตำหนิ เพราะผู้ที่ถูกตำหนิทุกรายล้วนแต่พบความวิบัติ คนส่วนมากจึงหวังที่จะได้รับคำอวยพร เพราะคำเหล่านั้นเป็นการพยากรณ์ที่แม่นยำทั้งในทางดีและทางเสื่อมเสีย

คนที่ไปนมัสการหวังที่จะได้วัตถุมงคล บ้างขอน้ำมนต์ ชานหมาก แหวน ผ้ายันต์ เหรียญ รูปหล่อ รูปพิมพ์ ซึ่งพ่อท่านคล้ายก็ได้มีเมตตาให้กับทุกคน ยิ่งชานหมากของท่านหากใครได้รับจากมือท่านเป็นต้องหวงแหนอย่างที่สุด

มรณภาพ

หลวงพ่อคล้าย วาจาสิทธิ์

พ่อท่านคล้ายมรณภาพด้วยโรคหืด เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ..ศ. ๒๕๑๓ รวมอายุได้ ๙๖ ปี เมื่อบำเพ็ญกุศลครบ ๑๐๐ วัน จึงได้บรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ในวัดพระธาตุน้อยจนถึงปัจจุบัน

ตามประวัติ พ่อท่านคล้าย ท่านมีความเคารพนับถือ พระเกจิอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งแม้จะไม่เคยพบเห็นหน้าตากันมาก่อนเลยก็ตาม พระเกจิอาจารย์ท่านนั้นคือ หลวงพ่อเฟื่อง วัดคงคาเลียบ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ตอนที่ หลวงพ่อเฟื่อง มรณภาพ ก็ได้ พ่อท่านคล้าย นี้แหละ เป็นผู้นำอัฐิของ หลวงพ่อเฟื่อง ขึ้นไปบรรจุไว้บน เจดีย์วัดคงคาเลียบ ที่ตั้งตระหง่านสูงเด่นอย่างสวยงามอยู่ริมถนนสายเอเซีย หาดใหญ่-พัทลุง ตราบเท่าทุกวันนี้

ธรรมสัจจะแห่ง พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน เทพเจ้าแห่งแดนใต้

ไม่มีใครไม่มีมาร
แต่มารมันเกิดแล้วมันก็ดับ
ไม่มีมารใดถาวร ตายหมด
มีมารก็ตาย ไม่มีมารก็ตาย
แต่ว่ามารมันไม่ได้ขึ้นบนที่สูง

พ่อท่านคล้าย

เวลาตาย เวลาเราจะทำดีมารมาขวาง
เวลาเราตายไป มันไม่ได้ขึ้นสูงเหมือนเรา
มันเป็นมารกรรมเก่า มารภพภูมิ
มันอยู่ที่จะตามเราทันตอนไหน

พ่อท่านคล้าย

เป็นมนุษย์ต้องหูหนัก อย่าหูเบา ถ้าหูเบาเราก็เป็นมารตามมัน
พระพุทธเจ้ายังมีมาร แล้วสูเป็นใคร ไม่มีใครที่ไม่มีมาร
และไม่มีใครไม่พบทุกข์ หลักธรรมดา
ที่จริงหลักธรรมะคือหลักธรรมดา

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน เทพเจ้าแห่งแดนใต้

แต่ว่าเราเข้าใจธรรมดาไหม
ถ้าเราเข้าใจธรรมดา แสดงว่าเข้าใจธรรมะ
ก็ธรรมะมันเกิดจากสิ่งที่มันเกิดอยู่แล้ว

กราบสาธุ : พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ (คล้าย จนฺทสุวณฺโณ) พระครูพิศิษฐ์อรรถการ

“ฉันจะสร้างเจดีย์องค์ใหญ่สักองค์ ให้เหมือนพระธาตุเมืองคอน”

วันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๕ ตรงกับวันอาทิตย์ขึ้น ๙ ค่ำ เดือนยี่ ปีฉลู พ่อท่านคล้ายวางศิลาฤกษ์สร้างพระเจดีย์ “ธาตุน้อย” บนที่ดินของผู้ใหญ่กลับ งามพร้อม ซึ่งได้ถวายพ่อท่านคล้ายตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๘๗ โดยพ่อท่านคล้ายเป็นประธานสงฆ์ประกอบพิธี, พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดชเป็นประธานฝ่ายฆราวาส, และหลวงพ่อครื้นเป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง แนวคิดในการสร้างพระเจดีย์ธาตุน้อยนั้น พ่อท่านคล้ายได้กล่าวไว้ก่อนที่จะสร้างว่า “ฉันจะสร้างเจดีย์องค์ใหญ่สักองค์ ให้เหมือนพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช แต่ไม่ให้ใหญ่กว่า เพราะพระบรมธาตุนั้นเจ้าเค้าสร้าง

พระเจดีย์ธาตุน้อย

ในปีพ.ศ.๒๕๑๓ พระเจดีย์ธาตุน้อยได้สร้างเสร็จโดยพระเจดีย์ธาตุน้อยนี้พ่อท่านคล้ายได้เริ่มต้นวางศิลาฤกษ์มาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๐๕ ส่วนเสนาสนะอื่นๆรอบๆพระเจดีย์ธาตุน้อยยังสร้างไม่เสร็จ โดยมีเรื่องเล่ากันว่าพ่อท่านคล้ายสร้างสิ่งใดจะสร้างไม่ให้เสร็จ หากสร้างสิ่งใดเสร็จ เทวดาจะมารับท่านไป หรือหากพ่อท่านคล้ายสร้างพระเจดีย์ธาตุน้อยเสร็จเมื่อใด พ่อท่านจะต้องดับขันธ์ โดยนายเฉลิม จิณาญาติ ได้เล่าให้ผู้เขียนและคณะฟังว่าเคยได้ยินพ่อท่านคล้ายพูดไว้ ก่อนที่พระเจดีย์ธาตุน้อยจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ว่า “เทวดายื่นบันไดแก้วให้ขึ้นสวรรค์ พ่อท่านไม่ขึ้นต้องสร้างเจดีย์ให้เสร็จก่อน”

วันหนึ่งที่วัดธาตุน้อยมีผู้อาวุโสคนหนึ่งมาจากพัทลุงมาเยี่ยมพ่อท่านคล้าย และบอกกับพ่อท่านว่า “  เจดีย์พ่อท่านยอดทองคำช่างงดงาม เหลือเกิน สร้างเสร็จแล้วสวยงามมากครับ”  ตอนนั้นศิษย์และผู้คนอยู่กันหลายคน พ่อท่านตอบว่า ถ้าเสร็จ แล้วฉานก็ไม่อยู่แล้ว ลูกศิษย์ที่นั่งฟังโมโหชายผู้นี้มาก ที่พูดแบบ นี้เพราะได้ถือเคล็ดนี้มาตลอด แต่เขาผู้นี้ไม่รู้ จะไปโทษเขามิได้

หลังจากนั้นไม่นานพ่อท่านคล้ายจึงได้เรียกพระในวัดและลูกศิษย์ มาปรึกษาว่าเห็นที ต้องฉลองเจดีย์เสียแล้ว ลูกศิษย์บอกว่าเจดีย์ ยังไม่เสร็จ พ่อท่านจะฉลองทำไม พ่อท่านตอบว่า เสร็จแล้ว ของ ฉานเสร็จแล้ว(ท่านคงจะรู้วาระสุดท้าย) ตกลงงานฉลองเจดีย์ ก็ได้จัดทำขึ้นอย่างง่ายๆ พ่อท่านคล้ายบอกว่างานฉลองเจดีย์ “ฉานมีเงิน ฉลอง ๓ บาทนะ”  ไม่รู้มาจากไหน พ่อท่านไม่เคยพกเงิน แปลกมากคนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟัง งานฉลองเจดีย์จึงเสร็จลง เมื่อทำพิธีเสร็จพ่อท่านคล้ายได้ถวายปัจจัยแก่พระทุกรูปรูปละ ๑ บาท

พระเจดีย์ธาตุน้อย

ต่อมาไม่นานหลังจากนั้น พ่อท่านก็ได้ป่วยกะทันหัน ลูกศิษย์ จึงได้นิมนต์ขึ้นรถไฟไปรักษาตัวที่กรุงเทพ ร.พ พระมงกุฎและ ท่านได้มรณภาพในคืนวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๓ เวลา ๒๓.๐๕ น. สิริมายุได้ ๙๔ ปี ๙ เดือน ๘ วัน ๗๔ พรรษา บำเพ็ญกุศลศพที่วัดพระเชตุพล ๓ คืนแล้วนำสรีระกลับมาบำเพ็ญกุศลอีกครั้งที่วัดธาตุน้อย ครบ ๑๐๐ วันจึงเก็บไว้ในโลงแก้วทุกวันนี้

พ่อท่านคล้าย

พระเจดีย์ธาตุน้อยและวัดธาตุน้อยได้เป็นอนุสรณ์สถานของพ่อท่านคล้าย วัดนี้ได้อนุญาตให้สร้างตามหนังสือของอธิบดีกรมศาสนา เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๐ และได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดได้เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๐ โดยนายภิญโญ สาธร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผู้รับสนองพระบรมราชโองการให้ชื่อวัดว่า “วัดธาตุน้อย” (รองมาจากพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช) ในปีเดียวกันได้ขอพระราชทานวิสุงคามสีมาและได้รับพระบรมราชานุญาต เมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๒ (ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ ๖ กันยาน ๒๕๒๒)

ต่อมาศิษยานุศิษย์ของพ่อท่านคล้ายได้อาราธนานิมนต์พระราชพุทธิรังสีสมัยเมื่อเป็นพระครูพิบูลนวเขต เจ้าคณะอำเภอฉวางได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดธาตุน้อย โดยท่านพระราชพุทธิรังสี พุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ของพ่อท่านคล้าย ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างเสนาสนะต่างๆที่ยังค้างคาอยู่จนสมบูรณ์ทุกประการดังเห็นในปัจจุบัน และมีที่อยู่ของวัดธาตุน้อยคือ วัดธาตุน้อย ๒๘๑ หมู่ที่๑ ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ๘๐๒๕๐ (สมัยก่อนจุดนี้เป็นหมู่เดียวกันกับบ้านโคกทือ สถานที่เกิดของพ่อท่านคล้าย)

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

วาจาสิทธิ์! ก่อนละสังขาร “พ่อท่านคล้าย”กล่าวไว้ วันใดเบอร์ออกตองศูนย์ เมื่อนั้นจะสิ้นบุญ

ฟังแล้วขนลุก!! พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน รู้วันตายล่วงหน้า วันใดหวยออกศูนย์สามตัววันนั้นท่านจะมรณภาพ พ่อท่านคล้าย พระครูพิศิษฐ์อรรถการ

พ่อท่านคล้าย

ครั้นถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๓ ตรงกับแรม ๙ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีจอ คุณศรัทธา นิ่มมาณพ หัวหน้าหน่วยสร้างสะพานรถไฟได้บันทึกว่า พ่อท่านคล้ายจะเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์เนื่องในงานพุทธาภิเษกที่คณะพุทธบริษัทจังหวัดนั้นนิมนต์ไว้ ถึงเวลา ๑๖.๐๐ น. คุณศรัทธาพร้อมด้วยสารวัตรได้ไปที่พระเจดีย์ธาตุน้อยเพื่อรับพ่อท่านคล้ายขึ้นรถไฟ

พ่อท่านคล้าย

แต่ปรากฏว่า พ่อท่านคล้ายอาพาธกะทันหัน จับตัวท่านดูรู้สึกว่าตัวท่านร้อนมาก จึงได้นิมนต์ท่านขึ้นรถด่วน พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ทั้งพระและชาวบ้านคือ พระใบฎีกาครื้น, พระเจิม, โกหล่วน, คุณวิเชียร, คุณแจ้ง, คุณประดิษฐ์และคุณศรัทธา รุ่งเช้าอีกวันถึงกรุงเทพฯ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วันนั้นหมอได้จัดให้อยู่ที่ตึกสุทธิสารรณกร ห้องเบอร์ที่ ๔ และย้ายมาอยู่ที่ห้องเบอร์ที่๕ ในตึกเดียวกัน

พ่อท่านคล้าย

ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ หวยออกเลข ๐๐๐ ( ตองศูนย์ ) ตอนนั้นลุงหริ ( นายสิริ พาณิชย์กุล ) ตกใจมากที่หวยออกเลขนี้ และได้นึกถึงคำพูดของพ่อท่านที่เคยพูดว่า

“วันใดเบอร์ออกศูนย์สามตัว เมื่อนั้นฉันสิ้นบุญ”

และได้คิดในใจว่าสงสัยพ่อท่านจะต้องมรณภาพแล้ว

หมอได้พยายามรักษาอย่างเต็มความสามารถเป็นเวลา ๑๔ วัน อาการของพ่อท่านก็มีแต่ทรงกับทรุด และได้มรณภาพในคืนวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๓ เวลา ๒๓.๐๕ น. ด้วยโรคหอบของคนแก่ ต่อหน้าหมอที่รักษาและศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย สิริมายุได้ ๙๔ ปี ๙ เดือน ๘ วัน ๗๔ พรรษาและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขัน ๖๕ ปี

พ่อท่านคล้าย

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

ตำนานการใบ้หวย “พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์”

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน และวัดพระธาตุน้อย พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย” เทวดาเมืองคอน

 พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

ตามปกติเมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่พ่อท่านจะไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับหวยหรือเลขเด็ดอะไรเลย แต่เมื่อลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากพยายามจะขอโชคลาภโดยถามเลขเด็ด เพื่อนำไปแทงหวยพ่อท่านคล้ายจึงพูดตัดบทว่าอย่าไปสนใจ ใสใจอะไรมากมายกับเรื่องหวยขอให้ตั้งใจขยันทำงานจะดีกว่า เรื่องหวยก็เปรียบได้กับ “เห็ดสามช่า

ซึ่งคำว่า “ช่า”หมายถึงภาชนะสำหรับใส่ข้าวของต่าง ๆ คล้ายกระบุง ปรากฏว่าลูกศิษย์ลูกหาเชื่อว่าพ่อท่านคล้ายใบหวยให้เลขเด็ดตัวตรง ๆ โดยได้นำไปผวนคำกลับจาก “เห็ดสามช่า” เป็น “ห้าสามเจ็ด

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

กลายเป็นข่าวแพร่กระจายกว้างขวางทั้งประเทศ จนมีการนำไปแทงหวยใต้ดินถูกกันทั่วหน้า จนกลายเป็นตำนานการใบ้หวยของพ่อท้ายคล้ายที่บรรดาคอหวยเล่าต่อ ๆ กันมา และที่ผ่านมาเลข 537 ได้เคยออกมา 3-4 ครั้งและชาวบ้านจะเรียกหวยที่ออก 537 ว่าหวย “เห็ดสามช่า” พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ มาจนถึงทุกวันนี้

ขอขอบคุณเจ้าของภาพและข้อมูลมา ณ ที่นี้

ท่องไว้ก่อนเดินทาง…!! คาถาแคล้วคลาด ‘พ่อท่านคล้าย’ สวดภาวนาเวลาเดินทางปลอดภัย ศักดิ์สิทธิ์นักแลฯ

ทุกครั้งที่เราต้องต้องเดินทางไกลหรืออยู่บนท้องถนน นั้นก็หมายถึงคุณกำลังเสี่ยง คาถาเดินทาง ‘พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์’ ที่จะช่วยให้คุณแคล้วคลาด ปลอดภัย ปกปักคุ้มครองตลอดเส้นทาง หมดห่วงเรื่องร้าย พบเจอแต่โชคลาภ!!! สามารถใช้ท่องได้ทุกการเดินทาง

คาถาแคล้วคลาด” พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ (พระครูพิศิษฐ์อรรถการ)  เทวดาเมืองคอน วัดสวนขัน นครศรีธรรมราช

พุทธังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิ โส ภะคะวา
ธัมมังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิ โส ภะคะวา
สังฆังแคล้วคลาด พระพุทธเจ้าย่างบาท อิติปิโส ภะคะวา ฯ

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ พระครูพิศิษฐ์อรรถการ

คาถาบทนี้ เป็นคาถาที่พ่อท่านคล้าย ท่านใช้สวดภาวนาเวลาออกเดินทาง เดินธุดงค์ในป่า เดินบิณฑบาต หรือเมื่อจะเข้าผจญภัย เป็นคาถาแคล้วคลาดปลอดภัย ศักดิ์สิทธิ์นักแลฯ

พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน (พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน และวัดพระธาตุน้อย พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย” เทวดาเมืองคอน)

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

คาถาบูชาพ่อท่านคล้าย  วาจาสิทธิ์ ท่องนะโม ๓ จบ แล้วกล่าวว่าคาถาบูชาพ่อท่านคล้าย ดังนี้ครับ.

พุทธัง อรหัง พุทโธ
ธัมมัง อรหัง พุทโธ
สังฆัง อรหัง พุทโธ
พิศิษฐ์อรรถกาโร นะโมพุทธายะ

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขันธ์ นครศรีธรรมราช

ขอบารมีพ่อท่านคุ้มครอง ทุกท่านมีสติ เดินทางปลอดภัย คลาดแคล้วภยันตรายต่างๆถึงจุดหมายปลายทางดั่งที่ตั้งใจ ขอให้มีความสุขกันทั่วทุกๆคนเทอญ.

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ พระอรหันต์แดนใต้

คาถาบูชาพ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ

“พุทธัง อรหัง พุทโธ
ธัมมัง อรหัง พุทโธ
สังฆัง อรหัง พุทโธ
พิศิษฐ์อรรถกาโรนะโมพุทธายะ”

พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ

พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ เป็นผู้มีวาจาสิทธิ์ ท่านกล่าวสิ่งใดเป็นจริงเสมอ แม้แต่คนงานพลัดตกลงมาจากเจดีย์เสียชีวิตไปชั่วครู่หนึ่งพอเอาน้ำมนต์พ่อท่านกรอกปาก กลับฟื้นชีวิตอย่างอัศจรรย์ ปาฎิหาริย์พ่อท่านมีมากมาย เป็นที่พึ่งแก่ชาวนครศรีธรรมราช และสาธุชนทั้งหลายจวบจนทุกวันนี้

สิ่งหนึ่งที่อาจพอสังเกตถึงสาเหตุของวาจาสิทธิ์ พ่อท่านนั้น วิเคราะห์ได้จากการที่พ่อท่านมีจิตใจที่แข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว ความอดทนสูงมากตั้งแต่วัยเยาว์ คราวอายุ 15 ปี ได้เกิดอุบัติเหตุ ท่อนไม้ได้ล้มลงมาทับเท้าพ่อท่านกระดูกแตก เมื่อพบว่ารักษาไม่หายจึงได้ตัดสินใจตัดเท้าทิ้งลงมาตั้งแต่บริเวณตาตุ่ม ด้วยมือของท่านเอง

คนธรรมดาเป็นแผลนิดเดียวยังรู้ถึงความเจ็บ นี่ท่านตัดเท้าตัวเองจะทรมานขนาดไหน เมื่อตัดแล้วจึงพอกยาไว้ แผลก็หาย กอปรกับการที่พ่อท่านคล้ายเป็นผู้มีสติปัญญาอันแจ่มใส ดูได้จากการคล่องอักษรไทยและอักษรขอมได้ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และสวดพระปาฏิโมกข์ได้ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร อายุ 19 ปี อีกทั้งเรียนอะไรก็สำเร็จ ทำได้ดีไปเสียทุกอย่าง เช่น ผู้คนชื่นชอบการเล่นหนังตะลุงของท่าน เมื่อครั้งยังเป็นฆราวาสมาก

พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ

เมื่อบวชเป็นพระก็เรียนทั้งวิปัสสนา วิชาไสยศาสตร์ มูลกัจจายน์ บาลี ฯลฯ ทุกอย่างพ่อท่านทำได้ดีและสำเร็จ ปัจจัยทั้งหมดอาจรวมกัน แต่สิ่งสำคัญที่จะสามารถก่อให้เกิดวาจาสิทธิ์นั่นคือ การรักษาสัจจะ พูดสิ่งใดทำสิ่งนั้น ตั้งมั่นสิ่งใดก็ทำจนลุล่วง

เมื่อสะสมกันมากเข้าก็กลายเป็นความขลัง เป็น 1 ใน 10 ของบารมี ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ เรียกว่า “สัจจะบารมี” นอกเรื่องวาจาสิทธิ์แล้ว พ่อท่านก็เป็นผู้สำเร็จวิชาอาคมและวิปัสสนากรรมฐาน

ตัวอย่างจากเหตุการณ์ที่มีพระใหม่องค์หนึ่ง ชอบเซ้าซี้พ่อท่านคล้ายถึงเรื่อง ผีมีจริงไหม? พอพลบค่ำพ่อท่านจึงพาไปหน้าวัด ลับตาคนท่านจึงท่องมนต์ และจู่ ๆ ก็มีผีผุดขึ้นมาจากดิน ให้พระใหม่ได้หายสงสัยในบัดนั้นอย่างไม่ทันตั้งตัว หรือเหตุการณ์ที่พ่อท่านนั่งอยู่ในกุฏิ โยมอุปัฏฐากก็ดูอยู่ตลอด แต่กลับมีคนพบท่านยืนมองเจดีย์อยู่ ณ วัดซึ่งห่างออกไปหลายสิบกิโล

ชานหมากพ่อท่านคล้าย

พ่อท่านคล้ายละสังขารในปี 2513 แต่ความขลังความศักดิ์สิทธิ์ยังเหนียวแน่นแข็งแกร่ง คนนครศรีธรรมราชหลายคนนิยมพกชานหมากพ่อท่านคล้ายมาก เขาบอก “ขอได้ทุกอย่าง” ศิษย์ผู้ศรัทธาทั้งหลายจะหวงของที่ระลึกพ่อท่านชิ้นนี้กันมาก ห้อยคอจนลมหายใจสุดท้ายในโรงพยาบาล ก็ถือเป็นเรื่องปกติ

ยามคับขันจวนตัว หากนึกถึงพ่อท่านเหตุแคล้วคลาด ขจัดอุปัทวเหตุทั้งหลายก็มีนับไม่ถ้วน การเสกพระเครื่องของพ่อท่าน มีบันทึกว่า “ท่านเสกโดยโลกุตระ” นั่นคือช่วยได้ก็ดี หรือช่วยไม่ได้ก็ดี

นั่นคือความว่างเปล่า เป็นจิตของพระอรหันต์ อีกทั้งมีบันทึกว่า หลวงปู่สีวัดสะแก สามารถจับพลังพระเครื่องได้ แต่จับของพ่อท่านคล้าย จับอย่างไรก็ไม่ทราบว่าพ่อท่านใช้มนต์บทไหนเสก

สรีระสังขารพ่อท่านคล้าย วัดธาตุน้อย

ที่สุดจึงทราบว่า พ่อท่านเพียงอธิษฐาน “ขอให้วัตถุมงคลนี้ศักดิ์สิทธิ์” ปัจจุบันสรีระสังขารพ่อท่านยังคงอยู่ที่วัดธาตุน้อย บรรจุในโลงแก้ว ผู้คนไปขอพรพ่อท่าน เหมือนครั้งท่านยังดำรงสังขารอยู่ แล้วสมหวังกันเป็นจำนวนมาก

เหมือนครั้งที่คนชอบไปขอหวยท่าน แต่ท่านกลับตอบว่าไม่มี แต่ใบ้ให้เป็นนัย ถูกไม่ถูกก็แล้วแต่บุญผู้ขอ พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ เป็นสงฆ์แท้ เป็นพระอรหันต์ที่พึ่งของปวงชนโดยแท้

คติธรรม~คำสอน พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน

สาธุดังๆ!!! คติธรรม คำสอน ~ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์, พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ, พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย” เทวดาเมืองคอน

“ทุกคนเกิดมาในโลกนี้แล้ว มีโอกาสทำชั่วได้หมด
ก็ควรหาโอกาสเสริมสร้างความดีเอาไว้บ้าง
คนทำชั่ว นั้นก็เพราะ ไม่มีสติไม่มีปัญญา
จึงเป็นเหตุ ให้ไปก่อทุกข์ภัยมาสู่ตนเอง”

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

อันทุกคนที่เกิดมาบนโลกนี้ จะไม่เคยทำชั่วเลยนั้น คงจะไม่มีแม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอง ก่อนที่จะบรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ก็ทรงผิดพลาดมาแล้วเช่นกัน

เพียงแต่หากรู้ว่าผิดแล้ว ก็ควรทำให้ถูกเสีย แบบนี้จึงได้ชื่อว่าผู้มีปัญญา คนที่ทำความชั่วทุกคน ต่างก็เป็นเพราะขาดสติ เมื่อไม่มีสติ ปัญญาจึงหามีไม่

คำว่าปัญญาในทางพระพุทธศาสนานั้น ไม่ได้วัดกันที่ความรู้ทางด้านวิชาการ หรือความรู้ด้านไอคิว ซึ่งเป็นความรู้ทางโลก แต่ปัญญาทางพระพุทธศาสนานั้น เป็นความรู้ทางจิตใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จิตใจที่ถูกฝึกฝนขัดเกลามาดีแล้วนั้น ย่อมชื่อว่า เป็นผู้มีปัญญามาก

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

ที่กล่าวมานี้ใช่จะกล่าวว่า ความรู้ทางโลกนั้นไม่สำคัญเพียงแต่การที่มีความรู้ทางโลกเพียงอย่างเดียว ก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ ถึงจะมีความสุขก็เป็นความสุขจอมปลอม หรือเป็นความสุขที่ปรุงแต่งขึ้นมาเอง ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงตามหลักพระพุทธศาสนา

เวลามีความสุข ตอนนั้นจะยังไม่มีใครอยากทำความชั่ว แต่เมื่อชีวิตเริ่มเกิดปัญญา และมีอุปสรรคขึ้นมา ตอนนี้แหละที่จะ

เป็นเครื่องวัดว่า ใครจะใช้ปัญญาแก้ไขได้ดีกว่ากัน หากใช้ปัญญาทางโลกแก้ปัญหา มักจะเกิดข้อผิดพลาด เพราะเป็นการแก้ที่ภายนอก แก้ที่คนอื่นแก้ที่สิ่งรอบตัว

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

แต่ปัญญาทางธรรมนั้น สอนให้แก้ที่ในตัวและ ในจิตใจของตัวเองเป็นหลัก ผู้ที่ไม่มีสติจึงมักมองออกนอกตัวเมื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้นจะโยนไปให้คนอื่นตลอด โดยไม่ได้สนใจเลยว่าตัวเองทำผิดหรือไม่ สุดท้ายแล้วความชั่วที่โยนออกไปก็ไม่ได้ไปที่ไหน ก็อยู่ที่ใจคนโยนนั่นเอง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนว่า

เมื่อให้สิ่งใดกับใคร สิ่งนั้นก็จะอยู่กับเรา

ดังนั้นเมื่อเราให้ความชั่วแก่คนอื่น ความชั่วก็อยู่กับเรา แต่ถ้าเราให้
ความดีแก่คนอื่น ความดีก็จะอยู่กับเราเช่นกัน

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

ขอขอบคุณ : palungjit.org / บารมีพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

ธรรมทาน#แชร์เป็นธรรมทาน..

บุญฤทธิ์อภินิหาร พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ “ห้ามฝน”

บุญฤทธิ์อภินิหารพ่อท่านคล้าย!!! กิตติศัพท์ชื่อเสียงของ “พ่อท่านคล้าย” นั้น โด่งดังในหลาย ๆ ด้าน ด้านหนึ่งที่ประจักษ์เด่นชัด จนกลายเป็นฉายาต่อท้ายชื่อของท่าน ก็คือความเป็นผู้มีวาจาสิทธิ์ วาจาชัย เล่ากันว่าท่านกล่าวเช่นไรมักจะเป็นเช่นนั้น ราวกับว่าเป็นนักพยากรณ์ผู้อัจฉริยะ

บุญฤทธิ์อภินิหาร พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ " ห้ามฝน "

เรื่องมีอยู่ว่า… นางถนอม ชาวบ้านธรรมดาๆ เป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน ชื่อ นายทอง จงจิต ได้ซื้อสวนยางมา แปลง มีบ้านอยู่ด้วย ๑ หลัง ซึ่งบ้านหลังนี้ได้ปลูกอยู่บนจอมปลวกที่ถูกขุด ทำลายไปแล้ว ก่อนซื้อบ้านหลังนี้ นางถนอมไม่ทราบเรื่องมาก่อน แต่มาทราบในภายหลัง นางถนอมจึงได้ไหว้วานให้นายเจิม มณีมาส ปลัดอำเภอฉวาง ซึ่งเป็นญาติกัน ให้ไปนิมนต์พ่อท่านคล้ายไปเจริญพระพุทธมนต์ที่บ้านหลังนั้น และเมื่อถึงวันงานทางเจ้าภาพก็ได้ไปนิมนต์พระอธิการนาค เจ้าอาวาสวัดหลักช้าง และพระวัดจันดีไปด้วย

บุญฤทธิ์อภินิหาร พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ " ห้ามฝน "

เมื่อเจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว พระรูปอื่นได้กลับวัดไปก่อน ส่วนพ่อท่านคล้ายได้ถูกนิมนต์ให้จำวัดที่ใต้โคนต้นยางพาราในสวน ส่วนพระอธิการนาคก็กางมุ้งนอนข้างๆกับท่าน พอตกดึกฝนทำท่าว่าจะตก มีลมพัดแรง พ่อท่านคล้ายก็บอกว่า ฝนจะตกแล้ว พระอธิการนาคต้องเข้าไปนอนในบ้าน แต่ที่น่าแปลกตรงที่ว่า เตียงพ่อท่านคล้ายกลับไม่ถูกฝนแม้แต่น้อย

บุญฤทธิ์อภินิหาร พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ " ห้ามฝน "

บุญฤทธิ์อภินิหาร พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ " ห้ามฝน "

งานบุญครั้งหนึ่ง ที่จัดให้มีการสรงน้ำทำบุญท่านที่วัดสวนขัน พอพิธีจะเริ่มขึ้นฝนก็เริ่มจะตก พ่อท่านคล้ายบอกว่า ไม่เป็นอะไรหรอก ฝนมันตกเป็นโรงมโนราห์ ตกลงว่าวันนั้นฝนได้ตกรอบๆวัด แต่ในวัดไม่มีฝนตกลงมาเลยเป็นที่อัศจรรย์ใจยิ่งนัก