เคล็ดลับความสำเร็จ.. มี 2 ประโยค รักในสิ่งที่ทำ หรือ ทำในสิ่งที่รัก ?

มีประโยค 2 ประโยคที่พวกเราค่อนข้างสับสนนั่นก็คือ “รักในสิ่งที่ทำ (Love what you do)” กับ “ทำในสิ่งที่รัก (Do what you love)”

ผู้หญิง ความสำเร็จ

ทั้ง 2 ประโยคนี้มีความแตกต่างกันมากราวฟ้ากับดิน คุณเชื่อหรือไม่ว่าหากคุณเลือกประโยคใด ประโยคหนึ่งมาใช้กับชีวิตของคุณ ชะตาชีวิตของคุณก็จะเดินตามสิ่งที่คุณเลือกในทันที คำแนะนำของผมก็คือจงเลือกที่จะใช้ทั้ง 2 ประโยคกับชีวิตของคุณ อย่าตัดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปจากชีวิตของคุณโดยเด็ดขาด

จากสถิติพบว่า 80% ของคนทำงานส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าเขาเกลียดงานของเขา ไม่แปลกใจเลยที่มีคนที่ไม่มีความสุขมากมายเดินไปมาเต็มท้องถนน ถ้าคุณจำสิ่งที่ผมแนะนำได้ในข้อที่ผ่านมาจะรู้ว่า ความสุขนั้นอยู่ที่ใจของเรา เมื่อคุณไม่สามารถที่จะเลือกงานที่คุณทำได้เพราะไม่อยากตกงาน

ผู้หญิง

สิ่งที่คุณจะต้องเริ่มปลูกฝังก็คือ“จงรักในสิ่งที่ทำ” จงหาความสุขของงานของคุณทุกรูปแบบให้เจอให้ได้ หาเสน่ห์ของมันให้เจอ แล้วเข้าไปสัมผัสกับมันด้วยการลงมือทำอย่างเต็มที่ด้วยความมุ่งมั่นและไม่ท้อถอย

จงรักในสิ่งที่ตนมีอยู่ ขณะนี้ตนมีงานทำที่ดีอยู่แล้วแต่อาจเจออุปสรรคบ้างก็จะต้องอดทน และปรับใจของตนให้สนุกกับงานและมีความสุขที่ได้ทำงานให้จงได้ อัลเบิร์ต ชไวท์เซอร์ เอกบุรุษแห่งความเมตตากล่าวไว้น่าฟังว่า “ความสำเร็จไม่ใช่กุญแจสู่ความสุข ความสุขต่างหากคือกุญแจสู่ความสำเร็จ ถ้าคุณรักในสิ่งที่คุณกำลังทำ คุณจะประสบความสำเร็จ”

ผู้หญิง ความสำเร็จ

ผมเชื่อว่าเมื่อคุณเดินทางถึงจุด ๆ หนึ่งในชีวิตของคุณ คุณก็พร้อมที่จะนึกถึงสิ่งที่คุณถนัดหรือสิ่งที่คุณชอบ คุณจะไม่ฝืนตัวคุณเอง คุณจะเริ่มหาสิ่งใหม่ ๆ และเริ่มที่จะเข้าไปอยู่ใกล้ในสิ่งที่คุณรักและถนัดมากขึ้น สิ่งที่คุณจะต้องเริ่มปลูกฝังก็คือ “จงทำในสิ่งที่คุณรัก”

คนที่ฉลาดและประสบความสำเร็จจะมีเคล็ดลับอย่างหนึ่งก็คือ เขาจะเริ่ม “ทำในสิ่งที่รัก” ก่อน จะไม่เสียเวลากับเรื่องไร้สาระที่จะทำให้ชีวิตของเขาหมดไปโดยไร้ค่า เมื่อเขาเริ่ม “ทำในสิ่งที่รัก” เขาก็จะ “รักในสิ่งที่ทำ” โดยไม่ยากเย็น

ผู้หญิง ความสำเร็จ

เมื่อเขาเลือกสิ่งที่ตนถนัด ทำในสิ่งที่ตนรัก โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะอยู่ไม่ไกล มีผู้รู้เคยกล่าวไว้ว่า “ความสำเร็จคือการทำในสิ่งที่คุณรักมากที่สุด ความสำเร็จเป็นสิ่งที่เติบโตมากับบุคคลนั้น ความสำเร็จคือสิ่งที่สื่อให้เรารู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก

เรายังมีครอบครัวที่น่ารักและมิตรสหายที่เข้าใจเรา ความสำเร็จคือสุขภาพ ที่ทำให้เราสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้หลายอย่างในชีวิต เช่น มีความสุข เดินเล่น หายใจ…”

ถึงแม้คุณจะยังไม่ประสบความสำเร็จในขณะนี้แต่สิ่งที่ได้นั้น ช่างคุ้มค่า กับสิ่งที่เลือกมากมายมหาศาลเหลือเกินนั่นคือ “ความสุข” เกิดขึ้นแล้วเมื่อคุณเริ่มที่จะใช้ชีวิตในเชิงรุกด้วยการลงมือหาสิ่งที่คุณรักและได้ทำในสิ่งที่รัก!!!?

ผู้หญิง ความสำเร็จ

วันนี้ถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะต้องรู้จักรักงานที่ทำให้มากขึ้นถ้าหากยังหางานที่ตนรักไม่เจอ ไม่แน่ว่าการเปลี่ยนมุมมองของคุณอาจทำให้คุณเปลี่ยนงานจากที่น่าเบื่อหน่ายกลายเป็นงานที่คุณรู้สึกสนุกสนาน ทำแล้วมีความสุข ทุกเช้าเมื่อตื่นขึ้นมาก็อยากที่จะลุกขึ้นจากเตียงเพื่อแต่งตัวไปทำงาน เพราะรู้สึกว่างานของตนเป็นงานที่น่าท้าทายเป็นอย่างมาก อยากปรับปรุงเนื้องานให้ดีขึ้น

อยากพบปะเพื่อนร่วมงานในที่ทำงานเพื่อการทำงานเป็นทีมเวิร์ค แน่นอนครับเมื่อถึงวันที่คุณพบกับงานที่คุณรัก ผลของงานที่คุณได้ทำก็จะทำให้คุณมีความสุขมากยิ่ง ๆ ขึ้นไป ทั้งหมดอยู่ที่การปรับความคิดและการเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการทำงานเท่านั้นเองครับ ส่วนที่เหลือมันก็จะเดินตามกันไปเองในที่สุดครับ

จงถามตัวเองว่า “วันนี้คุณรักในงานที่คุณทำแล้วหรือยัง แม้คุณยังกำลังเดินทางหางานที่คุณรักอยู่?”

ขอบคุณที่มา

นครศรีธรรมราช บูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานโบสถ์พราหมณ์

สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช จัดพิธียกเสาเอกการบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานโบสถ์พราหมณ์

บูรณโบสถ์พราหมณ์

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานว่า เมื่อวันนี้ (17 ต.ค.62) ที่บริเวณหอพระนารายณ์ และหอพระอิศวร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ได้จัดพิธีบวงสรวงเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ เพื่อยกเสาเอกการบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานโบสถ์พราหมณ์

มีนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธี มีนางเสริมกิจ ชัยมงคล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ข้าราชการในสังกัดและผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์ร่วมในพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล

บูรณโบสถ์พราหมณ์

โดยกรมศิลปากร ได้จัดสรรงบประมาณ งบเหลือจ่ายปีงบประมาณ 2562 จำนวน 2,560,000 บาท ให้สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช เป็นผู้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานโบสถ์พราหมณ์ ด้วยการก่อสร้างโบสถ์ขึ้นมาใหม่ในพื้นที่เดิม ลักษณะรูปทรงตัวอาคารแบบเดิม โดยมีระยะเวลาทำงานตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2562 – 21 กันยายน 2563 ใช้ระยะเวลา 210 วัน

สำหรับโบสถ์พราหมณ์ ตั้งอยู่ตำบลในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นโบราณสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราชมาแต่โบราณ ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับหอพระอิศวรและเสาชิงช้า จากหลักฐานทางโบราณคดีสันนิษฐานว่า โบสถ์พราหมณ์สร้างขึ้นราวสมัยอยุธยา โดยมีฐานะเป็นเทวสถานประจำเมืองนครศรีธรรมราช

บูรณโบสถ์พราหมณ์

ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมสำคัญของพราหมณ์ โดยเฉพาะพิธีตรียัมปวายและตรีปวาย ภายในเคยประดิษฐานรูปเคารพเนื่องในศาสนาพราหมณ์ที่สำคัญหลายองค์ ได้แก่ พระศิวนาฏราชสำริด พระอุมาสำริด พระวิษณุสำริด พระหริหระสำริด พระคเณศสำริดและหงส์สำริด ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2479 ภายหลังโบสถ์พราหมณ์หลังที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยามีสภาพชำรุดมาก จึงถูกรื้อลงในปี พ.ศ. 2505

ต่อมาในปี 2557 สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการขุดค้นโบราณสถานโบสถ์พราหมณ์เพื่อค้นหาหลักฐานเกี่ยวกับอาคารเดิม จัดทำแบบบูรณะและอนุรักษ์โบราณสถาน ผลการขุดค้นพบฐานรากของโบสถ์พราหมณ์ตั้งอยู่ห่างจากหอพระอิศวรมาทางทิศใต้ 5 เมตร ลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 6.5 เมตร ยาว 22 เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีการก่อสร้างซ้อนทับกัน 2 สมัย

โบราณวัตถุที่พบ เช่นชิ้นส่วนหินลักษณะคล้ายศิวลึงค์ ชิ้นส่วนเปลวรัศมีสำริด ชิ้นส่วนพระหัตถ์สำริด ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง สมัยราชวงศ์ชิง และสมัยสาธารณรัฐ(หลังพุทธศตวรรษที่ 25 ) โดยมีการนำตัวอย่างอิฐที่พบไปกำหนดอายุด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ด้วยเทคนิคเรืองแสงความร้อน(TL) ได้ค่าอายุประมาณ 450-500 ปีมาแล้ว

บูรณโบสถ์พราหมณ์

สำหรับการบูรณปฏิสังขรณ์โบราณโบสถ์พราหมณ์ในครั้งนี้ ใช้ข้อมูลหลักฐานจากเอกสาร ภาพถ่ายเก่า และภาพลายเส้น ก่อสร้างเป็นอาคารก่ออิฐเปลือย มีหอประดิษฐานรูปเคารพซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคาร สามารถใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ได้

ตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในเทศกาลออกพรรษา ณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร

หลังวันออกพรรษา 1 วัน คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จะมีประเพณีทำบุญตักบาตร ที่เรียกกันว่า “ตักบาตรเทโว” คำว่า “เทโว” ย่อมาจาก “เทโวโรหณะ” แปลว่า เสด็จจากเทวโลก สืบเนื่องจากความเชื่อตามตำนานที่ว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธองค์เสด็จลงจากเทวโลก หลังเสด็จกลับจากโปรดพระพุทธมารดา

ตักบาตรเทโวโรหณะ

สำหรับประเพณีการตักบาตรเทโวโรหณะดังกล่าว พระสงฆ์ สามเณร ได้เดินลงจากเนินมณฑปพระพุทธบาทจำลอง เพื่อมารับบิณฑบาต เปรียบเสมือนหนึ่งเป็นยอดเขาสิเนรุราช

ตักบาตรเทโวโรหณะ

 

ตักบาตรเทโวโรหณะ

 

ตามความเชื่อในพุทธตำนาน เพื่อระลึกถึงวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จกลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากเทศนาอภิธรรมปิฎกโปรดพุทธมารดาในเทวโลก

ตักบาตรเทโวโรหณะ

โดยมีขบวนแห่บุษบกประดิษฐานพระพุทธรูป มีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมทำบุญตักบาตร ด้วยข้าวสารอาหารแห้ง อาหารสด ขนมต้ม และดอกไม้ธูปเทียน

เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและสืบทอดพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ ได้มีประชาชนนำอาหาร เช่น ข้าวต้ม ขนมต้ม น้ำชากาแฟ มาให้บริการ ฟรี แก่ผู้ที่ร่วมทำบุญตักบาตรด้วย

ตักบาตรเทโวโรหณะ

ส่วนในช่วงสายวันเดียวกันหลังทำบุญตักบาตรตามวัดใกล้บ้านแล้ว พุทธศาสนิกชนได้มีการชักพระหรือลากพระจากวัดต่าง ๆ ไปยังวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือสถานที่ที่มีการจัดงานประเพณีชักพระของอำเภอต่าง ๆ ซึ่งเป็นประเพณีท้องถิ่นของภาคใต้ที่ได้สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

โดยจัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี หลังวันออกพรรษา 1 วัน เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เป็นการอนุรักษ์และร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป..

วันออกพรรษา ประเพณีชักพระ “วัดร่อนนา” (พระแม่เศรษฐี) อ.ร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช

วันออกพรรษา ประเพณีชักพระ วัดร่อนนา (พระแม่เศรษฐี) ประเพณีประจำปี #เรือพระไม่มีล้อ อาศัยความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ ถึงสามารถทำให้เรือพระเคลื่อนไปได้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช สาธุ สาธุ

พระแม่เศรษฐีวัดร่อนนา พระคู่บ้านคู่เมืองเป็นพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ พระที่พึ่งของชาวอำเภอร่อนพิบูลย์และ ชาวนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียง โดยแต่ละวันจะมีประชากรทั้งใกล้และไกลเดินทางมากราบไหว้ ขอพรต่อพระแม่เศรษฐี

บางส่วนที่บนบานไว้สำเร็จสมประสงค์จะนำดอกไม้ธูปเทียนปิดทองคำเปลวและจุดลูกประทัดแก้บนจนเสียงดังกระนั่นจนเป็นกิจประจำวันไปเสียแล้วด้วย ส่วนอภินิหารของท่านนั้นชาวร่อนพิบูลย์รู้กันดี

ชักพระวัดร่อนนา

ประเพณีชักพระเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวใต้ ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญในวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับ วันแรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑ ซึ่งเชื่อกันว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า เสด็จไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จมายังโลกมนุษย์ พุทธศาสนิกชนจึงมารอรับเสด็จ แล้วอัญเชิญพระพุทธ เจ้าขึ้นประทับบน บุษบกแล้วแห่ไปรอบเมือง

ชักพระวัดร่อนนา

ประเพณีชักพระเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนาน ว่า หลังจากพระพุทธองค์ทรงกระทำยมกปาฏิหารย์ปราบเดียรถีย์ ณ ป่ามะม่วง กรุงสาวัตถี แล้วได้เสร็จไปจำพรรษา ณ ดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา ซึ่งขณะนั้นทรงจุติเป็นมหามายาเทพ สถิตอยู่ ณ ดุสิตเทพพิภพตลอดพรรษา

ชักพระวัดร่อนนา

พระพุทธองค์ทรงประกาศพระคุณของมารดาแก่เทวสมาคมและแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา ๗ คัมภีร์ จนพระมหามายาเทพและเทพยดา ในเทวสมาคมบรรลุโสดาบันหมด

ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ อันเป็นวันสุดท้ายของพรรษา พระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมนุษยโลกทางบันไดทิพย์ ที่พระอินทร์นิมิตถวาย บันไดนี้ทอดจากภูเขาสิเนนุราชที่ตั้งสวรรค์ ชั้นดุสิตมายังประตูนครสังกัสสะ ประกอบด้วยบันไดทอง บันไดเงินและบันไดแก้ว

ชักพระวัดร่อนนา

บันไดทองนั้นสำหรับเทพยดา มาส่งเสด็จอยู่เบื้องขวาของพระพุทธองค์ บันไดเงินสำหรับพรหมมาส่งเสด็จอยู่เบื้องซ้ายของพระพุทธองค์ และบันไดแก้วสำหรับพระพุทธองค์อยู่ตรงกลาง เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึง ประตูนครสังกัสสะตอนเช้าตรู่ของวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งเป็นวันออกพรรษานั้น

พุทธศาสนิกชนที่ทราบกำหนดการเสด็จกลับของพระพุทธองค์จากพระโมคคัลลานได้มารอรับเสด็จ อย่างเนืองแน่นพร้อมกับเตรียมภัตตาหารไปถวายด้วย

แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนที่มารอรับเสด็จมีเป็นจำนวนมากจึงไม่สามารถจะเข้าไปถวายภัตตาหารถึงพระพุทธองค์ได้ทั่วทุกคน จึงจำเป็นที่ต้องเอาภัตตาหารห่อใบไม้ส่งต่อ ๆ กันเข้าไปถวายส่วนคนที่อยู่ไกลออกไปมาก ๆ จะส่งต่อ ๆ กันก็ไม่ทันใจ

จึงใช้วิธีห่อภัตตาหารด้วยใบไม้โยนไปบ้าง ปาบ้าง ข้าไปถวายเป็น ที่โกลาหล โดยถือว่าเป็นการถวายที่ตั้งใจด้วยความบริสุทธิ์ด้วยแรงอธิษฐานและอภินิหารแห่งพระพุทธองค์ ภัตตาหารเหล่านั้นไปตกในบาตรของพระพุทธองค์ทั้งสิ้น

ห่อต้ม

เหตุนี้จึงเกิด ประเพณี “ห่อต้ม” “ห่อปัด” ขึ้น เพื่อเป็นการแสดงถึงความปิติยินดีที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชน ได้อัญเชิญพระพุทธองค์ขึ้นประทับบนบุษบกที่เตรียมไว้ แล้วแห่แหนกันไปยังที่ประทับของพระพุทธองค์ ครั้นเลยพุทธกาลมาแล้วและเมื่อมีพระพุทธรูปขึ้น พุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปยกแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์

ชักพระวัดร่อนนา (พระแม่เศรษฐี) อ.ร่อนพิบูลย์ เรือพระที่ไม่มีล้อ ลากไปด้วยความศรัทธา

ภาพ – อดิศักดิ์ เดชสถิตย์

หนึ่งเดียวในโลก ประเพณีลากพระทางน้ำ ณ วัดพัทธเสมา นครศรีธรรมราช

” Unseen ลานสกา ” ประเพณี ลากพระ ชักพระ เรือพระ แบบดั้งเดิม ณ วัดพัทธเสมา ตำบลท่าดี อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช

พระลาก วัดพัทธเสมา

วัดพัทธเสมา ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลท่าดี อำเภอลานสกา พระลากวัดเสมา เป็นพระพุทธรูปปางยืนอุ้มบาตร เนื้อทอง มีชื่อว่า พระอิศระชัย สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ทั้งหมดมีอยู่ด้วยกัน 7 องค์ ซึ่งแยกอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ แต่ไม่รู้ที่มาแน่ชัด

พระลาก วัดพัทธเสมา

ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวัดพัทธเสมา ซึ่งชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และ จังหวัดใกล้เคียง ต่างทราบกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีความเก่าแก่ และศักดิ์สิทธิ์ ใครบนบานขอสิ่งใด มักประสงค์ดังใจหวัง โดยตำนานเล่าว่า

พระลาก วัดพัทธเสมา

เมื่อครั้งที่หล่อองค์พระ เกิดมืดฟ้ามัวดิน ฝูงชนชาวบ้านในพิธีเห็นเหตุการณ์ต่างก็วิ่งหนีกลับบ้าน เมื่อแสงสว่างมาก็พากันมาดู ก็ได้เห็นองค์พระหล่อเสร็จแล้ว และมีความสวยงามมาก

จึงพากันเชื่อว่าเทวดาได้ลงทำการหล่อจนเสร็จ และปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้กลับคืนมา ด้วยความศรัทธาชาวบ้านในพื้นที่จะมีการจัดพิธีสมโภชพระลากเป็นพระเพณีทุก ปี คือ เดือนหก และเดือนสิบเอ็ด โดยการสรงน้ำพระ และจัดประเพณีชักพระทางบก และทางน้ำ

พระลาก วัดพัทธเสมา

วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ชาวชุมชนริมลำน้ำท่าดี จะมารวมตัวกันที่วัดและอัญเชิญพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรชื่อว่า พระอิศระชัย เนื้อทองสัมฤทธิ์เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ลักษณะพุทธศิลปสมัยอยุธยา อายุหลายร้อยปี

พระลาก วัดพัทธเสมา

ขึ้นประดิษฐานบนเรือพนมพระที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงาม จากนั้นจะมีการลากเรือพนมพระลงไปในลำคลองและช่วยกันลากพระในลำคลองตามประเพณีแต่โบราณมาอย่างสนุกสนาน

7 ปีที่แล้วพ่อมาส่งผม 7 ปีต่อมาพ่อก็มารับผม

จากบัณฑิตพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ดูแล้วยิ้มไม่หุบ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Thanaphat Suwannaklang ได้โพสต์ภาพดังกล่าวลงโซเชียล พร้อม แคปชั่นที่ว่า. 7 ปีที่แล้วพ่อมาส่งผม 7 ปีต่อมาพ่อก็มารับผม

พ่อมาส่งผม

อ่านไปน้ำตาไหลไม่รู้ตัว.. หนุ่มโพสต์ภาพวันรับปริญญาสุดอบอุ่น ขอบคุณชายผู้เป็นพ่อ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเราก็ยังเป็นเด็กในสายตาพ่อแม่เสมอ!

พ่อมาส่งผม

นับเป็นเรื่องราวที่ใครหลายคนคงรู้สึกดีไปตามๆกัน ซึ่งภาพที่ถ่ายวันรับปริญญานั้นถือว่าเป็นภาพถ่ายวันสำคัญของครอบครัว ที่เป็นการยินดีกับความสำเร็จของบัณฑิตนั่นเอง ซึ่งบางคนก็มีไอเดียการถ่ายภาพที่สื่อความหมายที่แตกต่างออกกันไป

แต่สำหรับบัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งคนนี้นั้น บอกได้เลยว่าเป็นไอเดียการถ่ายภาพที่แสนอบอุ่น โดยถูกถ่ายทอดมาจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Thanaphat Suwannaklang ได้โพสต์ภาพดังกล่าวลงโซเชียล พร้อมแคปชั่นที่ว่า

7 ปีที่แล้วพ่อมาส่งผม
7 ปีต่อมาพ่อก็มารับผม
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเราก็ยังเป็นเด็กในสายตาพ่อแม่เสมอ

พ่อมาส่งผม

ซึ่งแน่นอนว่าความสำเร็จของเราในแต่ละก้าว หรือปัญหาที่เราได้เจอนั้น ส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเราก้าวข้ามผ่านไปได้นั้นก็คงมีครอบครัวเป็นส่วนช่วยทำให้เราผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆไปได้ด้วยดี ซึ่งภาพนี้หลังจากที่ถูกเผยแพร่ออกไปนั้นก็ถูกนำไปแชร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นภาพที่ให้ความรัก และความอบอุ่นได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณ ภาพ/ข่าว Thanaphat Suwannaklang

นครศรีธรรมราช ชวนสัมผัสเสน่ห์อันซีนอ่าวไทย เติมพลังอลังการแห่งพงไพร

เยือนเมืองแห่งธรรมะ “นครแห่งอารยธรรม” จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรร”ราช จึงได้โครงการ “กรุงเทพ-มาหา-นคร” ชวนคนเมืองกรุง มุ่งเมืองคอน เพื่อการพักผ่อน เติมพลังกายใจ

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

โดยได้แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจในแหล่งธรรมชาติอันงดงาม ทั้งทางทะเลและภูเขา ซึ่งกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ พร้อมให้นักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ เข้ามาสัมผัสและผ่อนคลายในนครแห่งความสุขกันได้ทั้งปี

เยือนเมืองแห่งธรรมะ ในดินแดนแห่งธรรรมชาติ สิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนนครสองธรรม แดน “ธรรมะ” และ “ธรรมชาติ” อย่างนครศรีธรรมราช คือ การเข้าเที่ยวชมและกราบสักการะพระธาตุเมืองนคร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” หรือ ที่ชาวนครเรียกกันสั้นๆ ว่า “วัดพระธาตุ” โบราณสถานสถานอันศักดิ์สิทธิ์ มิ่งขวัญชาวเมืองนครศรีธรรมราชตลอดจนพุทธศานิกชน ทั้งหลาย

วัดพระธาตุ

มีความน่าอัศจรรย์ใจอีกอย่างหนึ่งจนผู้คนต่างพากันเรียกว่า “พระธาตุไร้เงา” เนื่องจากองค์พระธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางไหน จึงกลายเป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์สัญลักษณ์ของจังหวัด ผู้ที่เข้ามายังตัวเมืองจะมองเห็นความโดดเด่นของพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัด

ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศจดทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้

Unseen สุดไฉไล อัญมณีแห่งอ่าวไทย

สะพานไม้อ่าวเตล็ด นครศรีธรรมราช

ชายหาดที่ทอดตัวยาวราว 32 กิโลเมตร ในอาณาบริเวณที่ครอบคลุมอ่าวใหญ่น้อยจำนวน 16 อ่าว คือพื้นที่เหนือสุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช แม้จะเป็นอำเภอที่เล็กที่สุดของเมืองนครฯ แต่ “ขนอม” ก็เต็มเปี่ยมด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นอยู่ในวิถีถิ่นอันเข้มแข็ง พร้อมด้วยเรื่องราวที่สนใจ แบบที่หาชมที่ไหนไม่ได้

อ.ขนอม อยู่ห่างจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ประมาณ 100 กิโลเมตร เมืองชายหาดแห่งนี้ยังพาเราออกไปค้นหาความงามของธรรมชาติ และประสบการณ์หนึ่งเดียวที่ไม่สามารถหาชมได้ที่ไหน

โลมาสีชมพู

เริ่มต้นจากการออกเรือไปชม “โลมาสีชมพู” ซึ่งพบเห็นได้บริเวณอ่าวเตล็ด เนื่องจากเป็นอ่าวที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรทางทะเล มีหญ้าทะเล 5 สายพันธุ์ และปลาหลากหลายสายพันธุ์ซึ่งเป็นกลุ่มอาหารของโลมา จึงถือเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องย้ายถิ่น

ขนอม นครศรีธรรมราช

จากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถแวะแวะสักการะ “รูปหล่อหลวงปู่ทวด” ที่ประดิษฐานบนเกาะนุ้ย พบกับความอัศจรรย์ใจของ “บ่อน้ำจืดกลางทะเล” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นตำนานของหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หนึ่งใน Unseen ของเมืองไทย

ไม่ไกลจากเกาะนุ้ยนอกและอ่าวเตล็ด มีอีกหนึ่ง Unseen ที่ต้องห้ามพลาด คือ “เขาหินพับผ้า” แนวผาหินที่มีลักษณะเฉพาะตัว ดูแปลกตาและงดงาม ราวกับผลงานทางศิลปะที่ธรรมชาติบรรจงสร้างมา เนื่องจากลักษณะที่คล้ายแผ่นหินเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ซึ่งมาจากการทับถมของตะกอนหินใต้ท้องทะเลมานานกว่า 280 ล้านปี

เขาหินพับผ้า

บางจุดสามารถเดินขึ้นไปชมได้ เช่น “เวทีพุ่มพวง” บริเวณชั้นหินที่มีลานกว้างคล้ายเวที ปรากฎให้เห็นในช่วงน้ำลด เป็นบริเวณที่ชาวประมงมักแวะพักหลบคลื่นลม แวะรับประทานอาหาร หรือ พักผ่อนยามออกเรือ

ด้วยลักษณะคล้ายกับผ้าที่พับซ้อนๆ กัน ชาวบ้านจึงเรียกว่า “เขาหินพับผ้า” ส่วนชาวต่างประเทศมักเรียกว่า “แพนเค้กร็อค” (Pancake Rock) เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับ Pancake Rock สถานที่ท่องเที่ยวของหมู่บ้าน Punakaiki บริเวณเกาะใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศนิวซีแลนด์

ด้วยแรงศรัทธาเสริมพลังใจ “ไอ้ไข่” อ.สิชล

ไอ้ไข่

ความเชื่อความศรัทธา เป็นหนึ่งในแนวทางเสริมพลังใจให้กับมนุษย์ ที่ อ.สิชล หนึ่งในเมืองชายหาดอันงดงามของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ติดกับ อ.ขนอม มีสถานที่อันเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ

มีเรื่องเล่าว่า ในอดีตเมื่อครั้งที่หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เดินทางกลับจากกรุงศรีอยุธยา ได้มาปักกรดอยู่ใน อ.สิชล ซึ่งขณะนั้น มีลูกศิษย์ชื่อ “ไอ้ไข่” เป็นวิญญาณเด็กผู้ชายอายุประมาณ 9-10 ขวบติดตามมาด้วย เมื่อได้พบว่าสถานที่แห่งนี้มีทรัพย์สมบัติและศาสนสถานที่มีความสำคัญ

หลวงปู่จึงได้ให้ไอ้ไข่ สิงสถิตเฝ้าทรัพย์สมบัติอยู่ตั้งแต่นั้นมา จวบจนปัจจุบัน คือพื้นที่ของ “วัดเจดีย์” ต.ฉลอง อ.สิชล ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุราวกว่า 1,000 ปี โดยมีการบูรณะใหม่เมื่อปี พ.ศ.2500

ถนนพลายจำเริญ

นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้เส้นทางท่องเที่ยวสุดชิลล์บนถนนเส้นใหม่ ชื่อว่า “ถนนพลายจำเริญ” ที่เชื่อมต่อระหว่าง อ่าวท้องหยี อ.ขนอม และ บ้านเขาพลายดำ อ. สิชล

เส้นทางการท่องเที่ยวเลียบชายทะเลอันงดงามของทะเลฝั่งอ่าวไทย ด้วยโค้งเว้าของถนนเลียบภูเขาและทะเล สามารถมองเห็นเกาะสมุย เกาะพะงัน และเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นท้องฟ้าและท้องทะเลมาบรรจบกันได้อย่างน่าประทับใจ

อลังการกรุงชิง อิงทะเลหมอกแดนใต้

กรุงชิง

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้ชื่อว่า ดินแดนแห่ง “เขา ป่า นา เล” จึงเต็มไปด้วยความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และหนึ่งในความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขาที่งดงามอลังการ อยู่ที่ อ.นบพิตำ

จุดชมทะเลหมอกเขาเหล็ก

ที่ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ มีจุดชมทะเลหมอกยามเช้าอันแสนสดชื่นและสวยงามไม่แพ้ที่ไหน เช่น “จุดชมทะเลหมอกเขาเหล็ก” มีชื่อเรียกตามความเป็นมาในอดีต ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นเหมืองแร่เหล็กมาก่อนที่จะปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2512 เขาเหล็กเป็นภูเขาที่มีความสูงประมาณ 330 เมตร และมีทะเลหมอกให้ชมเกือบตลอดทั้งปี

วัดภูเขาเหล็ก นครศรีธรรมราช

สามารถมองเห็นวิวตำบลกรุงชิง ที่โอบล้อมด้วยภูเขาใหญ่น้อยสลับซับซ้อนแบบสุดลูกหูลูกตา รวมทั้ง “วัดภูเขาเหล็ก” ที่ตั้งอยู่ใน หมู่ 2 บ้านเขาเหล็ก อ.นบพิตำ เป็นวัดที่มีพระอุโบสถที่มีความสวยงาม ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง

มีพญานาคสีทองอร่ามอยู่ระหว่างทางเข้าอุโบสถ รวมถึงภายในวัดยังมีเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่กลางน้ำ อีกทั้งภายในวัดยังพบรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าอยู่ภายในถ้ำพระบาท นับเป็นวัดที่งดงามและเงียบสงบ ด้วยความร่มรื่น ร่มเย็น เหมาะแก่การไปเที่ยวชมหรือการปฏิบัติธรรม

วิถีรักษ์คลองกลาย สุขใจกับผ้ามัดย้อมธรรมชาติ

บ่อน้ำพุร้อน

นอกจากนั้น ใน อ.นบพิตำ ยังมีจุดท่องเที่ยว เช่น “บ่อน้ำพุร้อน” ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถลงไปแช่ตัว แช่เท้า หรือ ทำสปา หรือ “ชุมชนบ้านหมอนมด” ต.นบพิตำ ซึ่งมีคลองหมอนมดเป็นสายน้ำที่แยกจาก คลองกลาย ชุมชนเข้มแข็งที่รวมตัวกันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

รวมทั้งการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต้นน้ำกลาย เพื่อนำผักและผลไม้มาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ เช่น การทำสบู่ถ่านไม้ไผ่ สบู่ผักเขลียง สบู่กล้วยหอม รวมทั้งการทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ เช่น มังคุด ต้นกระพ้อ และ ใบเขลียง (หรือใบเหลียง) นำมาสกัดเป็นสีธรรมชาติที่ใช้ย้อมผ้า เกิดเป็นเอกลักษณ์อันสวยงาม

พร้อมให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชม พร้อมโชว์ฝีมือการมัดย้อมด้วยตัวเอง นอกจากนั้นยังมีบริการโฮมสเตย์ ซึ่งถือเป็น “ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน” ตั้งอยู่ริมสายน้ำคลองกลายอันแสนสดชื่น หากติดต่อมาล่วงหน้าก็จะได้ชิมอาหารท้องถิ่นฝีมือของชาวบ้าน

ขนมจีน

เช่น ขนมจีนที่มีน้ำยาถึง 4 ชนิด คือ น้ำยากะทิ น้ำยาป่า น้ำแกงไตปลา และ น้ำยาพริก พร้อมสารพัดผักที่มาแบบจัดเต็ม จนต้องบอกว่า “หรอยจังหู” อิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มใจ เติมสุขภาพดีๆ ในบรรยากาศอันแสนสดชื่น ในนครแห่งความสุขแห่งนี้

ไม่ว่าวันไหน หรือ ฤดูกาลใด นครศรีธรรมราช ยังคงเป็นดินแดนแห่งความผ่อนคลาย พร้อมเติมพลังทั้งกายและใจ ให้กับผู้ที่มาเยือน โดยเฉพาะคนในสังคมเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยมลพิษและความรีบเร่ง โครงการ “กรุงเทพ-มาหา-นคร”

จึงขอเป็นหนึ่งในกิจกรรมเสริมพลังแห่งชีวิตด้วยการท่องเที่ยวอันหลากหลายมุมมองของเมืองนคร ที่ได้ชื่อว่า “นครแห่งความสุข” ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่านด้วยไมตรีจิต

นครศรีธรรมราช

รายละเอียดการติดต่อท่องเที่ยวชุมชน

-ชุมชนท่องเที่ยวอ่าวเตล็ด อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช โทร 098-4683842

-วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต้นน้ำกลาย อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช โทร.08 4746 7733

ประเพณีลากพระและแข่งขันเรือเพรียว #ปากพนัง ประจำปี 2563 “อารยธรรมแห่งสายน้ำ เอกลักษณ์งามเมืองปากพนัง”

งานประเพณีลากพระและแข่งขันเรือเพรียว ปี ๒๕๖๓ “อารยธรรมแห่งสายน้ำ เอกลักษณ์งามเมืองปากพนัง” ณ ศาลาประชาสันต์ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช วันที่ ๑-๕ ตุลาคม ๒๕๖๓

นายสมศักดิ์ กล้าสุคนธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองปากพนัง เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม 2563 นี้ เทศบาลเมืองปากพนังร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ กำหนดจัดงานประเพณีลากพระและแข่งขันเรือเพรียวชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2563 ที่บริเวณศาลาประชาสันต์ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

งานประเพณีลากพระและแข่งขันเรือเพรียวชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2563 ในระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม ณ บริเวณศาลาประชาสันต์ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช.

เทศบาลเมืองปากพนัง ยังคงอนุรักษ์และสืบสานประเพณีลากพระทางน้ำเอาไว้เป็นอย่างดี และเนื่องจากในปัจจุบันการคมนาคมทางบกสะดวกมากขึ้น ทำให้วัดต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่ อ.ปากพนังและใกล้เคียงกันมาลากพระทางบก แต่ก็ยังคงมีการลากพระทางน้ำแบบดั่งเดิมควบคู่กันไปด้วย อีกทั้งยังจัดให้เป็นงานที่มีความยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้น

ประเพณีลากพระและแข่งขันเรือเพรียว

การจัดงานประเพณีลากพระ หรือ “ชักเรือพร” เมืองปากพนังมีมาตั้งแต่สมัยใดยังไม่แน่ชัด แต่มีหลักฐานว่าในปีพ.ศ.1272 มีประเพณีนี้ปรากฏอยู่ และสืบเนื่องมาจนทุกวันนี้ เป็นงานบุญและงานสนุกสนานของชาวบ้าน โดยถือเอาเทศกาลออกพรรษาเป็นช่วงเวลาจัดงาน

ปัจจุบันรูปแบบของการจัดงานอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามความเหมาะสมแห่งยุคสมัย มีการ “คาดเรือพระ” ซึ่งหมายถึงนำเรือมาเทียบเคียงกันประมาณ 2 ลำ หรือ 3 ลำ โดยยึดโยงเพื่อไม่ให้แยกออกจากกันได้ แล้วสร้างเป็นบุษบก หรือที่เรียกกันว่า “นมพระ” (นม คือ พนม) มีการตกแต่งแข่งขันกัน เพื่อความสวยงาม

อีกทั้งยังมีการอัญเชิญ”พระลาก”ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำวัดแต่ละแห่ง มาประดิษฐานบนบุษบกกลางลำเรือและในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 และในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันแรม 2 ค่ำ เดือน 11 ชาวบ้านจะช่วยกันลากพระทางน้ำไปทางปากแม่น้ำปากพนัง

ซึ่งจะมีเรือแจวและเรือพายของชาวบ้านจำนวนมากพายมาในแม่น้ำปากพนัง เพื่อร่วมกิจกรรม “ซัดหลุด” (คือการขุดเอาโคลนปากอ่าวแม่น้ำปากพนังใส่เรือแล้วปาใส่กัน) อย่างสนุกสนาน

ประเพณีลากพระและแข่งขันเรือเพรียว

จะเป็นคนรู้จักกันหรือไม่รู้จักกันก็ตามแต่จะไม่มีการถือโทษโกรธเคืองกัน นนใกล้เที่ยงพระฉันเพลในเรือพระ และตกบ่ายชาวบ้านก็จะลากจูงเรือพระกลับวัด เมื่อเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรมชาวบ้านก็จะช่วยกันแกะหรือรื้อเครื่องประกอบเรือเพื่อเก็บไว้ใช้งานในปีต่อไป

จวบจนถึงปัจจุบันเทศบาลเมืองปากพนัง ยังคงอนุรักษ์และสืบสานประเพณีลากพระทางน้ำเอาไว้เป็นอย่างดี

นับเป็นงานประเพณีบุญช่วงออกพรรษา ที่สำคัญและยิ่งใหญ่ทั้งการ “ลากพระบกและลากพระน้ำ”ที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในเมืองไทย

มโนห์รา วรรณกรรมเลื่องชื่อในสมัยอยุธยา

[นิทานเรื่องเล่า] “พระสุธน – มโนห์รา” วรรณกรรมสมัยอยุธยาที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ที่เป็นที่นิยมกันมากในสมัยอยุธยาและไม่ทราบผู้แต่ง ได้แก่ เรื่องพระสุธน ซึ่งได้นำเค้าเรื่องเดิมมาจาก “ปัญญาสชาดก” ที่เรียกว่า “สุธนชาดก” และได้นำมาทำเป็นบทละครเรื่อง “นางมโนห์รา” ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย

มโนห์รา

นางมโนราห์…เป็นธิดาองค์เล็กของท้าวทุมราชผู้เป็นพระยากินนร นางมีพระพี่นางอีกหกองค์ล้วนมีหน้าตาเหมือน ๆ กัน งดงามยิ่งกว่านางมนุษย์ รูปร่างหน้าตาของพวกเขาเหมือนมนุษย์แต่มีปีกและหางที่ถอดออกได้ เมื่อใส่ปีกใส่หางแล้วกินนรก็สามารถบินไปยังที่ต่าง ๆ ได้

นางมโนราห์และพี่น้องทั้งหกได้ไปเล่นน้ำที่สระน้ำอโนดาต เจอพรานบุญที่ต้องการจับตัวนางกินรีเพราะเห็นว่านางงดงามคู่ควรแก่พระสุธน โอรสแห่งเมือง ปัญจาลนคร พรานบุญจึงไปยืมบ่วงนาคบาศจากท้าวชมพูจิต พญานาคราช ซึ่งได้ให้ยืมบ่วงนาคบาช

เพราะพรานบุญเคยช่วยชีวิตเอาไว้และเห็นว่าพระสุธนกับนางมโนราห์เป็นเนื้อคู่กัน พรานบุญได้จับนางมโนราห์ไปถวายแค่พระสุธน พระสุธนเห็นเข้าก็เกิดหลงรักนางและพานางกลับเมือง และได้อภิเษกกัน

มโนราห์

ต่อมาปุโรหิตคนหนึ่งได้เกิดจิตอาฆาตแค้นแก่พระสุธนเพราะว่าพระสุธนไม่ให้ตำแหน่งแก่บุตรของตน เมื่อถึงคราวเกิดสงคราม พระสุธนออกไปรบ พระบิดาได้ทรงพระสุบิน ปุโรหิตได้ทำนายว่าจะเกิดภับพิบัติครั้งใหญ่ ให้นำนางมโนราห์ไปบูชายัญ

ซึ่งท้าวอาทิตยวงศ์ได้ยินยอมตามนั้น นางมโนราห์รู้เข้าก็เกิดตกใจ จึงออกอุบาย ของปีกกับหางขอนางคืน เพื่อร่ายรำหน้ากองไฟก่อนจะตาย เมื่อนางได้ปีกกับหางแล้ว นางก็ร่ายรำได้สักพักก็บินหนีไป ไปเจอฤาษีก็ได้กล่าวกับฤาษีว่า

มโนห์รา

หากพระสุธนตามมาให้บอกว่าไม่ต้องตามนางไป เพราะมีภยันอันตรายมากมาย และได้ฝากภูษาและธำมรงค์ให้พระสุธน เมื่อนางมโนราห์ได้กลับไปที่เมืองก็จะได้มีพิธีชำระล้างกลิ่นอายมนุษย์ ฝ่ายพระสุธนที่กลับจากสงครามได้ลงโทษปุโรหิต

และติดตามหานางมโนราห์ เมื่อเจอพระฤาษี พระสุธนจะติดตามนางมโนราห์ต่อไป โดยมีพระฤาษีค่อยช่วยเหลือ เป็นเพราะเวรกรรมแต่ชาติที่แล้วนั่นคือ “มโนราห์”

นางมโนราห์ คือ พระนางเมรี และ พระสุธน คือ พระรถเสน ทำให้พระสุธนได้รับความลำบากมาก เมื่อพระสุธนมาถึงสระน้ำอโนดาต ได้แอบเอาพระธำมรงค์ใส่ลงในคณโฑของนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งนางกินรีได้นำน้ำนั้นไปสรงให้นางมโนราห์

มโนห์รา

พระธำมรงค์ได้ตกลงมาที่แหวนของนางพอดี ทำให้นางรู้ว่าพระสุธนมาหานาง นางจึงได้แจ้งแก่พระมารดา ซึ่งพระบิดาต้องการทราบว่าพระสุธนมีความรักจิงต่อนางมโนราห์หรือไม่ ได้รับพระสุธนมาที่เมืองและให้พระสุธนบอกว่านางไหนคือนางมโนราห์

ซึ่งนางมโนราห์และพี่ๆๆมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกัน ร้อนถึงองค์อินทร์ ต้องแปลงกายมาเป็นแมลงวันทอง จับที่ผมของนางมโนราห์ ทำให้นางมโนราห์และพระสุธนได้เคียงคู่อย่างมีความสุข

ครั้นถึงวันทดสอบท้าวทุมราชรับสั่งให้นางกินรีพี่น้องทั้ง ๗ ซึ่งมีรูปร่างสิริโฉมงดงามและคล้ายคลึงกันมากออกร่ายรำให้พระสุธนหาตัวนางมโนราห์ พระสุธนเองรู้สึกหนักใจมากเพราะทั้งหมดดูคล้ายคลึงกัน

มโนห์รา

เพื่อให้ความรักของพระองค์สมหวัง พระอินทร์จึงลงมาช่วยโดยการกระซิบบอกว่าถ้านางใดมีแมลงวันทองบินมาจับที่ใบหน้านางนั้นคือพระชายาของพระองค์ พระสุธนยินดียิ่งนักและมองเห็นแมลงวันสีทองเกาะอยู่บนหน้าของมโนราห์จึงรีบดึงพระกรของนางมาทันที

พระราชาและทุกๆ คนต่างก็มีความยินดียิ่งนักที่ได้เห็นทั้งคู่สวมกอดกัน พิธีอภิเษกสมรสอย่างยิ่งใหญ่จึงจัดให้ทั้งสองพระองค์ อีกครั้งหนึ่ง

( อย่างไรก็ตามที่มาบางแห่งก็กล่าวว่า พระสุธนจำนางมโนราห์ได้ก็เพราะพระองค์เห็นแหวนในนิ้ว มือของนางและไม่ได้กล่าวถึงพระอินทร์มาช่วยแต่อย่างใดเลย )

แต่จะอย่างไรก็ตามทั้งสองพระองค์ก็ได้อยู่ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ต้องพลัดพรากจากกันไปนาน หลังจากพิธีอภิเษกสมรสแล้ว พระสุธนก็ทูลขอพระราชานุญาตจากท้าวทุมราช ให้พระองค์และนางมโนราห์กลับไปเยี่ยมบ้านเมืองของพระองค์

มโนราห์

ท้าวทุมราชทรงอนุญาตและร่วมเสด็จไปยังเมืองปัญจาลนคร ด้วย ท้าวทุมราชได้พบกับพระบิดาของพระสุธน กษัตริย์ทั้งสองทรงแลกเปลี่ยนของขวัญและร่วมเป็นพระสหายกันแต่บัดนั้น หลังจากประทับอยู่ในพระราชวัง ๗ วันแล้ว ท้าวทุมราช ลาธิดาของพระองค์และทุก ๆ คนเดินทางกลับพระนครของพระองค์

ภายหลังพระสุธนได้ขึ้นครองราชย์และใช้ชีวิตร่วมกับนางมโนราห์จนกระทั่งวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพของพระองค์

เช็คเลย!! เปิดตำราพยากรณ์ตามวันเกิดทั้ง 7 วัน คนเกิดวันใด ดวงดีมีโชค รวยทรัพย์ รับเละ!

คนที่เกิด วันอาทิตย์

ดวงชีวิตจะเปลี่ยนอีกครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการกระทำ ช่วงนี้แนะนำให้ช่วยเหลือผู้อื่นให้มากๆ ทำอะไรไม่ต้องไปหวังผลลัพธ์ ให้ทำด้วยความเต็มใจแล้วจะได้ดีเอง และในช่วงนี้ บอกเลยบุญหนาแน่นอน

ถวายสังฆทาน

คนที่เกิด วันจันทร์

มีเกณฑ์ได้พบเจอโชคลาภที่ตามหา หลายสิ่งที่ทำอยู่กำลังลงตัว มีเกณฑ์ได้โชคจากตัวเลข ดวงชีวิตจะค่อยๆ ดีขึ้น เป็นการเปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลาที่ดี อาจมีอุปสรรคในหน้าที่การงานบ้างแต่แต่ไม่ช้าไม่นานก็จะผ่านไป

ตกงาน

คนที่เกิด วันอังคาร

ใครที่ทำงานหนักมามาก มีโอกาสดีๆ ที่จะได้เลื่อนขั้นเลื่อน ตำแหน่ง มีเกณฑ์ดวงพุ่งทั้งการงานและความรัก จะดีขึ้นเรื่อยๆอย่างช้าๆ ความรักมีโอกาสพบคู่ดี พากันรวยแต่ต้องช่วยกันขยัน

เพื่อน

คนที่เกิด วันพุธ

คนเกิดวันพุธเป็นคนที่ดวงแข็ง ทำอะไรก็จะไม่ค่อยเจอกับปัญญาใหญ่ๆ สักเท่าไหร่นัก ขยันทำมาหากิน หากได้คบด้วยแล้วนั้น ดวงชีวิตจะช่วยหนุนนำสร้างความสุขความรุ่งเรืองให้ชีวิต

เงิน

คนที่เกิด วันพฤหัส

มีดวงหนุนนำ มีจังหวะดีๆ ที่จะได้จับเงินล้านก้อนแรกในชีวิต หรือกำลังจะเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองนั้น จะเป็นดวงโชคที่ดีได้คบค้าสมาคมกับใครในช่วงนี้จะได้ผลพลอยได้เยอะมากเป็นพิเศษเกิดวันศุกร์

งาน

คนที่เกิด วันศุกร์

ชีวิตจะเปลี่ยนไปอีก จะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ช่องทางในการทำเงินใหม่ จะได้คนคอยช่วยงาน ต่อยอดสิ่งที่ทำอยู่ การงานหรือการเงินจะดีขึ้นมาทวีคุณความสามารถ ชีวิตจะเหนื่อยน้อยลงแบบเห็นได้ชัด

บ้าน

คนที่เกิด วันเสาร์

คุณต้องอดทน สร้างเนื้อสร้างตัว การงานทุกอย่าง ทุกที่ ทุกคน ย่อมมีปัญหา มีอุปสรรค ไม่ใช่เพียงคุณเพียงคนเดียว มีเกณฑ์จะได้จับเงินก้อนโต ดวงเปิดทรัพย์ รับโชคแบบไม่ทันคาดคิด

ที่มาข้อมูล item2day

คาถาชินบัญชร คาถาศักดิ์สิทธิ์ เพียงสวดมนต์ 5 นาทีก่อนนอนแล้วดี เสริมดวงชะตา

คาถาชินบัญชร ผู้ใดที่สวดพระคาถานี้ จะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง คาถาชินบัญชร คาถาศักดิ์สิทธิ์ สวดก่อนนอนแล้วดี สวดแล้วรวย เสริมสิริมงคลชีวิต ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย

โต พรหมรังสี

คาถาชินบัญชร เป็นบทสวดมนต์บทหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมสวดมากที่สุด สันนิษฐานว่าพระเถระชาวล้านนาเป็นผู้แต่งขึ้น และเป็นพระคาถาสำคัญในพิธีกรรมตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏหลักฐานในพระราชพิธีจักรพรรดิราชาธิราช

ต่อมาได้ปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้นโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม สมเด็จพระพุฒาจารย์องค์ที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (สมัยรัชกาลที่ ๔) บทสวดชินบัญชรนี้ยังพบในประเทศพม่าและศรีลังกาอีกด้วย

พระพุทธ

การหัดสวดคาถาชินบัญชรควรจะเริ่มสวดในวันพฤหัสบดีข้างขึ้น (ยิ่งขึ้นมากยิ่งดี) ให้เตรียมดอกไม้ ๓ สี หรือดอกบัว ๙ ดอก และดอกมะลิร่วง (เด็ดก้านดอก) ๑ กำ ธูปหอมอย่างดี ๙ ดอก เทียน (เล่มหนัก1บาท ถ้าไม่มีใช้ ๒ บาท แต่ควรใช้1บาทเพื่อเป็นสิริมงคล) จำนวน ๙ เล่ม

จากนั้นให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยโดยการตั้งนะโม ๓ จบ ต่อด้วยบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จากนั้นตั้งจิตนึกถึงสมเด็จโต
เนื้อหา

คาถาชินบัญชร

๑ ความหมายตามตัวอักษร

๒ บทสวด

๓ อ้างอิง

๔ แหล่งข้อมูลอื่น

ความหมายตามตัวอักษร

โต พรหมรังสี

ชินบัญชร แปลว่า กรง ซี่กรงของพระชินเจ้า ชินบัญชร มาจากคำว่า ชิน ซึ่งแปลว่า คนชนะ อันหมายถึงพระชินเจ้าหรือพระพุทธเจ้า และคำว่า บัญชร ซึ่งแปลว่า กรง ลูกกรง ซี่กรง รวมกันเป็นชินบัญชร ซึ่งเป็นประดุจแผงเหล็กหรือเกราะเพชรที่แข็งแรง สามารถปกป้องคุ้มกันอุบัติภัย อันตรายและศัตรูหมู่มารทั้งปวงได้

ชินบัญชร ปัจจุบันใช้เรียกพระคาถาภาษามคธชุดหนึ่ง นัยว่าเป็นนิพนธ์ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม เรียกว่า พระคาถาชินบัญชร ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถป้องกันสรรพอันตรายทั้งหลายได้เหมือนเกราะเพชรและให้โชคให้ลาภตามที่ปรารถนาได้

ก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงหลวงปู่โต ตั้งคำอธิษฐาน ….. นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ

บทพระคาถาชินบัญชร ๑๕ บท

โต พรหมรังสี

๑. ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา.
๒. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเกเต มุนิสสะรา.
๓. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร.
๔. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก.
๕. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก.

สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี

๖. เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว.
๗. กุมาระกัสสโป เถโร มะเหสี จิตตะ วาทะโก โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิคุณากะโร.
๘. ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ อุปาลี นันทะ สีวะลี เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ.
๙. เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.
๑๐. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง.

โต พรหมรังสี

๑๑. ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา.
๑๒. ชินา นานาวะระสังยุตตา สัตตัปปาการะ ลังกะตา วาตะปิตตาทะสัญชาตา พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.
๑๓. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะ เตชะสา วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.
๑๔. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮี ตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา.
๑๕. อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ.

เปิด!! คำทำนายความรัก ของคนเกิดทั้ง 7 วัน เกิดวันไหนเจ้าชู้รู้ไว้

สำหรับคนที่เกิด วันอาทิตย์

ดวงชะตาในเรื่องรักที่ค่อนข้างดีพอสมควร ไม่ค่อยจะมีปัญหาปวดหัวปวดใจ จนเดือดร้อนเพราะเรื่องความรักอย่างคนเกิดวันอื่น ๆ เนื่องจาก พื้นฐานนิสัยที่เป็นคนเด็ดเดี่ยว หนักแน่น คุณจึงคบใครก็คบอยู่คนเดียว พอเลิกกันเมื่อใดจึงค่อยมีรักใหม่ แต่คนวันอาทิตย์จะไม่ออกไปวิ่งไขว่คว้าหารักมาใส่ตัวหรอก

ผู้หญิง

นอกจากรอให้กามเทพแผลงสอนเองตามธรรมชาติดีกว่า แม้จะดูสุขุม มีระบบระเบียบ เป็นคนตรง หัวแข็งไม่เบา แต่ในใจคนวันอาทิตย์ก็อ่อนไหวไม่อยากกับเรื่องรัก เห็นใครถูกใจก็ชอบแต่ก็รู้จักยับยั้งใจ ไม่วิ่งเข้าประกบทันทีเด็ดขาด

ถ้าจะมีความเจ้าชู้ ก็เจ้าชู้เงียบ แต่ไม่ใช่เงียบแบบแอบเอาจริงอย่างคนวันจันทร์ เพราะคนวันอาทิตย์จะแค่มอง รู้สึกชอบ ส่งยิ้มไปบ้าง แต่ก็ไม่คิดอะไรมากกว่านั้น ดวงความรักของคุณ เป็นลักษณะที่มีความสัมพันธ์มีความผูกพันธ์ เต็มไปด้วยความลึกซึ้งไม่ใช่รักแบบตื่นเต้นเร้าใจสั้น ๆ แล้วจบลงเหมือนเพียงจุดพลุดอกไม้ไฟ

คู่รัก

คนวันอาทิตย์ทำให้คนอื่นประทับใจได้เสมอ กับความสุขุมทระนงอดทนมุ่งมั่นใส่ใจคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่ถ้าใครคนนั้นฟู่ฟ่าหรูหราใช้เงินกระหน่ำเกินไปคุณก็ไม่ชอบใจเหมือนกัน

ความที่เป็นคนช่างเลือกคนวันอาทิตย์ จึงไม่ใช่คนประเภทที่มีใคร ๆ เคียงข้างอยู่ตลอดเวลา บางปีถ้าไม่ถูกใครมาก ๆ ก็ยอมเปลี่ยวใจตลอดปีไม่ซีเรียส ถ้าคนวันอาทิตย์ถูกใจใคร จะใช้เวลาดูใจดูนิสัยก่อนจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อไปให้ลึกซึ้ง ด้วยความขี้ระแวงไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ ต้องดูแล้วดูอีกกว่าจะตัดสินใจเรื่องความเหมาะสมกัน คุณก็คิดมาก กว่าคนวันเกิดใดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุหรือฐานะ

เช่น อีกฝ่ายรวยกว่ามากหรือจนกว่ามาก ๆ คุณก็จะคิดมาก แม้จะรักแล้วแต่ก็ลังเล หรือถ้าอายุน้อยกว่ามาก ๆ หรือแก่กว่ามาก ๆ ก็กลัวว่าคนอื่นจะคิดยังไงช่องว่างระหว่างวัยจะมีหรือไม่ นี่หละคือสไตล์ความคิดของคนวันอาทิตย์ ปัญหารักในเรื่องอื่นๆ ไม่ค่อยมีหรอก นอกจากจะสับสนกับตัวเอง

สำหรับคนที่เกิด วันจันทร์

ผู้หญิง

มักมีดวงเกี่ยวกับความรักในแบบที่ลึกซึ้งไม่รักเพียงหวือหวาให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น ด้วยธรรมชาติและพื้นดวงที่เป็นคนช่างคิดช่างตรองรอบคอบกับทุกเรื่องราวเสมอ ดังนั้นกับในเรื่องรัก คุณจึงต้องมั่นใจก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้ามาแนบใจ เสน่ห์ที่โดดเด่นของคนวันจันทร์อยู่ที่ศิลปะในการพูดจาทำให้ใคร ๆ หลงเคลิ้มได้เสมอ

และยังเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดีอีกด้วย นั่นเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนรอบข้างชื่นชมเป็นพิเศษ แต่แม้ว่าจะมีใจชอบใครคนวันจันทร์ จะไม่เปิดเผยทุกอย่างแก่คนรักเนื่องจากเป็นคนมีโลกส่วนตัว ชอบเก็บบางเรื่องราวไว้กับตัวเองเหมือนกับที่เป็นคนชอบอิสระ และรักสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว

คนเกิดวันจันทร์จริงๆ แล้วมี 2 แบบคือแบบ ที่ควักเงินทุ่มให้คนรักแบบสุดๆ กับอีกประเภทคือเหนียวสุด ๆ

กับคนรัก คุณเป็นแบบไหนก็คงต้องตรวจสอบดูตัวเอง แต่ที่มีอยู่ในตัวคนวันจันทร์ทั้ง 2 แบบ ก็คือมักจะงคนที่อ่อนวัยกว่าเพราะอยากที่จะดูแลคนรักของตน แบบแสนห่วงหวง และคุณก็มักชอบมีรักแบบที่ค่อย ๆ ใกล้ชิดติดใจกันไปทีละนิด คุณแพ้คนที่เข้าใจคุณถ่องแท้

ดวงของคุณจึงมีแนวโน้มที่จะพบรักที่ซาบซึ้งตรึงใจและมีความผูกพันกันมาก เพราะเป็นความรักที่มีพัฒนาการเต็มไปด้วยความเข้าใจในกันและกัน พยายามที่จะรู้จักตัวตนแท้ ๆ ของกันและกันนั่นเอง คนวันจันทร์โชคดีที่ได้งกับคนคล้าย ๆ กัน รสนิยมไม่ต่างกันราวฟ้ากับดินนัก คุยกันรู้เรื่อง ถ้าใครที่ดูดีอย่างเดียว แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง ทัศนคติต่างกันมาก ๆ คนวันจันทร์จะละความสนใจทันที

หากเมื่อใดที่อกหัก คนวันจันทร์ก็จะไม่ฟูมฟายมากนักแม้จะปวดใจเพียงใด คนที่เป็นคู่รักของคนวันจันทร์ได้ดีต้องมีลักษณะของความเป็นเพื่อน เฮไปไหน ๆ ด้วยกันได้ ถ้าทำสวีทเป็นเจ้าของเกินไป มักอยู่กับคนวันจันทร์ได้สั้นกว่าที่หวัง

สำหรับคนที่เกิด วันอังคาร

ผู้หญิง

มีหัวใจกล้าได้กล้าเสียในเรื่องความรักนั้น ถือคติว่าเสี่ยงเป็นเสี่ยงกันตามประสาคนชอบสนุก เจ้าสำราญพอสมควร คนวันอังคารเจ้าชู้ จึงมีดวงในเรื่องความรักที่โดดเด่น คือได้พบรักเสมอ ๆ มักมองคนเด่น ๆ ที่ดูดีกว่าใครในกลุ่ม คนที่มีท่าเรียบง่ายจนเกินไป ค่อนข้างเชย ๆ ไม่ใช่คนแบบที่คุณจะสะดุดตาสะดุดใจแน่นอน

ใครก็ตามที่ห้าวเกินเหตุ คนวันอังคารก็ยากจะตัดใจ ชอบพอความสดใส มั่นใจในตัวเอง คือเสน่ห์ที่ทำให้ใคร ๆ หลงรักคนเกิดวันอังคาร และนิสัยที่แข็งเกินไปของคุณก็คือตัวการสำคัญที่จะทำลายความรักให้พังทลายไป อย่างน่าเสียดาย ยามหลงรักใคร คุณจะตามติดหวังพิชิตให้ได้

ผู้หญิง

เมื่อสมใจแล้ว คุณกลับไม่ยอมให้คู่รักมาเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวตนที่แท้ของคุณ ถ้าใครยอมคุณได้ก็รักกันได้นานแน่นอน โดยทั่วไป ดวงในเรื่องความรักของคนวันอังคาร ไม่ค่อยมีอุปสรรคอะไรนัก จีบใครหรือทอดสะพานให้ ใครก็มักสำเร็จเสมอ อยู่ที่ว่าตัวคุณเองนั่นแหละ

จะเป็นฝ่ายจืดจางห่างเหินอีกฝ่ายเสียก่อน ตามประสาคนเจ้าชู้ที่หัวใจอ่อนไหว และอยากคบคนใหม่ ๆ เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องท้าทายดีชอบหาความมั่นใจให้ตัวเองด้วยเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ บางครั้งทั้ง 4 ห้องหัวใจเต็มหมด ห้องไหนทนไม่ไหวโบกมือลาไปคุณก็ไม่เสียใจ มีใครคนใหม่มาแทนได้เร็วเสมอ

ดวงความรักค่อนข้างดี ตัวเองไม่มีปัญหา แม้จะชอบตามใจตัวเอง แต่ก็ไม่ค่อยเอะอะเอาเรื่องกับความรักจริงจังนัก ปัญหามักเกิดขึ้นเพราะคนรักของคุณ ซึ่งคิดจะเอาเรื่องกับคุณให้ได้ หรืออาจเป็นเพราะความใจร้อนของคุณบ้าง โดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดการแตกหักหรอก ดังนั้นถ้าใครเข้าใจคุณก็สามารถควงกับคุณได้นานเป็นพิเศษ

สำหรับคนที่เกิด วันพุธ

ผู้หญิง

เป็นคนที่ต้องพัวพันกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เสมอ เพราะดาวพุธ เป็นสัญลักษณ์ของดวงดาวประจำเทพีแห่งความรัก คุณผู้หญิงวันพุธจึงเป็นคนรักสวยรักงามเป็นพิเศษ คุณผู้ชายก็สำอางไม่เบา ถ้าผู้ชายคนใดที่บำรุงผิวหน้าด้วยโลชั่นหรือพรมน้ำหอมเสมอก่อนออกจากบ้าน จนใคร ๆ เกือบจะคิดว่าเป็นเกย์ละก็ที่แท้เขาคนนั้นเป็นคนวันพุธนั่นเอง

เมื่อรักใครชอบใครคนวันพุธจะเทคแคร์เอาใจได้ละเมียดละไมที่สุดยิ่งกว่าคน เกิดวันอื่น ๆ แต่ด้วยความที่รักตัวเองมาก หลงตัวเองพอสมควร ดังนั้นคุณจึงต้องการให้คนพิเศษของคุณ ทุ่มเทรักให้คุณสุดหัวใจ ถ้ารู้สึกว่ายังได้ความรักจากเขาหรือเธอไม่มากพอ

ผู้หญิง

คุณจะร้ายใส่ทันที แม้เสน่ห์ของคนวันพุธจะอยู่ที่ความอ่อนหวานก็เถอะ ยามหึงหวงหรือโกรธเคืองแล้วจะปากร้ายมาก แต่ในจิตใจไม่พิษร้ายใด ๆ เป็นคนใจกว้างและเป็นคนซื่อตรงซื่อสัตย์มากด้วยซ้ำ เพียงแต่คิดมากขี้ระแวงเท่านั้นเอง ดวงความรักของวันพุธค่อนข้างอาภัพ

ทั้ง ๆ ที่มีคนมารักจริงแบบหวังแต่ง แต่ก็มักจบลงเพราะความไม่มีเหตุผลอย่างสุด ๆ ของคุณเอง เรื่องที่จะผิดหวังเพราะไปรักเขาข้างเดียวนั้นก็มีบ้าง แต่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักหรอก ถ้าจะผิดหวังจนเสียหน้า ก็เป็นเพราะไปหลงเชื่อคนที่มาหวังผลประโยชน์จากคุณโดยไม่ได้รักคุณจริงเนื่องจาก

คนวันพุธฉลาดในเรื่องอื่น แต่ไม่ทันคนนักหรอก ที่ว่าดวงความรักของคนวันพุธอาภัพก็เพราะว่า แม้บางจังหวะชีวิตจะมีรักแสนซึ้งเพียงใดก็กลับต้องเลิกร้างกันทั้งๆ ที่ยังรักบางคนก็อาภัพแบบมีแต่รักเทียมๆ สั้นๆ ไม่ดื้อไม่ดื่มด่ำลึกซึ้งนานวันให้อิ่มใจนักคนเกิดวันพุธบางคนก็มีความ สัมพันธ์ รักที่ยั่งยืนอบอุ่น แต่มักไม่ใช่เป็นคนที่คุณหลงรัก อย่างปักจิตปักใจมาก่อน นับเป็นดวงแห่งความรักที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

สำหรับคนที่เกิด วันพฤหัสบดี

ผู้หญิง

คุณก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความรักของคุณหรอก เพราะดวงในเรื่องความรักค่อนข้างดี หมายถึงดวงคู่แท้ ๆ ที่เป็นความรักแท้ ๆ ในชีวิตด้วยเช่นกัน พื้นฐานนิสัยของคุณแม้จะห้าวหาญวู่วาม และตรงไปตรงมาจนน่าถอยห่าง แต่เสน่ห์ของคุณมีเสมอกับเพศตรงข้าม

ทำให้ไม่มีช่วงใดที่ไร้คู่นานวันนักนอกจากบางช่วงคุณจะยังไม่คิดในเรื่องนี้ จริงจังเท่านั้น คนวันพฤหัสเจ้าชู้แค่อารมณ์เท่านั้น ไม่ได้เจ้าชู้เป็นนิสัย ถ้าเจอะเจอคนหล่อหรือคนสวยในแบบที่พึงพอใจ ก็จะส่งสายตาไปก่อนอื่น แต่ไม่ใช่คนที่จะต้อง ปราดเข้าไปขอทำความรู้จักทันใด แม้จะเป็นคนกล้าแกร่งปานใดก็เถอะ

เว้นแต่ว่าถ้าได้รู้จักกันแล้วและหลงรักเข้าแล้วเท่านั้นที่คนวันพฤหัสจะ ติดตามผลงานอย่างตั้งใจ จนกว่าจะได้ใจของใครคนนั้นไม่มีวันที่คุณจะจีบเล่น ๆ แบบนินจาเดี๋ยวมาเดี๋ยวหายแน่นอน คนวันพฤหัสเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน และมีดวงแบบตกหลุมรัก

ทะเล

เมื่อแรกสบตาได้มากกว่าคนเกิดวันใด น้อยเหลือเกินที่จะเห็นคนวันพฤหัสมีความรักกับเพื่อนที่คบกันนานปีแล้ว ค่อย ๆ พัฒนาเป็นความรักและในกรณีที่เป็นคู่รักกันแล้วหากมีเรื่องปะทะอารมณ์ใส่กัน คุณก็จะปิดปากเงียบไม่ยอมขอโทษว่าตนผิดเอง

ทั้ง ๆ ที่ในใจคุณอยากง้อใจจะขาด นอกจากว่าทะเลาะกับคู่รักบ่อย ๆ ครั้งจนรู้สึกชินแล้วนั่นแหละคุณถึงจะง้อเป็น กล้าที่จะเอ่ยคำว่าเสียใจออกไปได้ ในท่วงท่าที่ดูเป็นคนมุทะลุวู่วามไม่จริงใจกับใครแท้จริงแล้ว คนวันพฤหัสเป็นคนรักที่คงมั่นมาก

ตามดวงชะตาบ่งบอกว่าเป็นคนรักจริงหวังแต่ง มักได้คู่ดี เว้นแต่บางช่วงจะไปรักคนผิดจนเดือดร้อนไม่น้อย ดวงความรักของคุณ หากจะมีปัญหา ก็อยู่ที่อารมณ์เท่านั้น ถ้าร้อนเจอร้อนก็จบเร็วแน่ ถ้าคุณลดไฟในอารมณ์ตัวเองได้หรือเลือก คนใจเย็นเป็นน้ำ ก็รักกันยั่งยืนยากจะแตกร้าวได้

สำหรับคนที่เกิด วันศุกร์

ผู้หญิง

ไม่แสดงออกถึงความเจ้าชู้เด่นชัดอย่างคนวันอาทิตย์ แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนเจ้าชู้เงียบ แอบโปรยเสน่ห์อยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน ซึ่งก็มีคนหลงปลื้มอยู่เสมอไป ด้วยความที่เป็นคนอ่อนโยน ฉลาด รอบรู้ มีมนุษยสัมพันธ์ดีพอควร คนวันศุกร์ชอบทำตัวน่ารัก แต่ถ้าเริ่มคบหาจริงจังกับหวานใจแล้ว จะแสดงความดื้อดึงออกมาทันที เพราะเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองไม่น้อย

ดวงความรักของคุณจึงแสนซึ้งในช่วงต้น ๆ เพราะพื้นดวงเป็นคนสุภาพ น้อยคนนักที่จะห้าวมาก ๆ นอกจากเกิดในวันศุกร์ และถ้าความรักจะมีปัญหาก็มักเป็นเพราะตัวคุณเองเนื่องจาก เป็นคนช่างคิดอยู่แล้ว จึงคิดมากคิดไกลเกินไปเสมอและเป็นเหตุร้าวฉานในความสัมพันธ์ได้ไม่ยาก

ทะเล

ดวงความรักของคุณค่อนข้างไม่ธรรมดา ความรักแท้มักเกิดขึ้นกับคนที่รอบข้างแอบส่ายหน้า ว่าไม่เหมาะสมกัน ถ้าไม่แก่หรืออ่อนวัยกว่ามาก ๆ ก็อาจแตกต่างกันที่ฐานะ หรือการศึกษา ด้อยกว่าในเรื่องใดเรื่องหนี่งแน่นอนและมักจะได้แสดงถึงความรักแท้เหมือนใน หนัง คือการฝ่าฟันกับกระแสการกีดกันของครอบครัว

เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่จะเป็นในรูปนี้ ถ้าใครได้คู่ที่สมกันดีไม่มีใครห้ามปรามก็ต้องนับว่าโชคดี คงมีดวงในราศีเกิดหรืออิทธิพลอื่นๆ ที่เสริมให้ดวงความรักไปได้ดีกว่าพื้นดวงที่น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่สุดท้ายแล้ว คนวันศุกร์จะแฮปสมหวังเสมอ ไม่ค่อยผิดหวังในเรื่องรัก

นอกจากจะมีทุกข์ในหัวใจที่ตัวเองคิดเองรู้สึกเองไม่ใช่คนที่คุณรักก่อขึ้น หรอก หรือบางกรณีก็เป็นเพราะคุณแอบหวั่นไหวไปปลื้มคนอื่นแล้วผิดหวัง ถ้าดูแลหัวใจตัวเองให้ดี ๆ ไม่วอกแวกไปไหนคุณก็มักมีคู่รักที่คบกันเนิ่นนานจนเพื่อนๆ อิจฉาเสมอแน่นอน

สำหรับคนที่เกิด วันเสาร์

ผู้หญิง

มั่นใจได้เลยว่าคุณจะเป็นคนรักที่ดีให้ใครคนนั้นได้ภาคภูมิใจแน่ เพราะคุณมีทั้งความเอื้ออารี มีน้ำใจ เป็นคนสติปัญญาดี มีความยุติธรรมเป็นคนที่ใครก็ยอมรับและชื่นชม คุณเป็นคนรักจริงเกลียดจริง ถ้าเกลียดใครก็ไม่เสแสร้งคบหาต่อไปให้ต้องฝืนตามวิสัยของคุณวันเสาร์บดี ที่ตรงพอสมควร

ดวงในเรื่องความรักของคนวันเสาร์บดี ไม่ค่อยโลดโผนพิสดารมากนัก ความรักค่อยเป็นค่อยไปอย่างเรียบง่าย หากจะมีเรื่องปวดหัวใจบ้างก็เป็นเพราะความมองโลกในแง่ดีเกินไป บางครั้งจึงหลงคารมคนไม่จริงใจหรือบางครั้งก็คิดไปเองว่าใครคนนั้นมีใจด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นดั่งที่แอบคิดแอบหวั่นไหว

คนเกิดวันเสาร์เป็นคนใฝ่รู้ ถ้าช่วงใดเจ็บหัวใจ ก็จะทำใจด้วยการทุ่มเทในเรื่องที่มีสาระ มีประโยชน์กับชีวิต ความน่ารักของคนอยู่ที่ความสดใส เปิดเผย มีความมุ่งมั่นเสมอ ไม่ใช่คนที่เลื่อนลอยไร้สาระ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนวันเสาร์อีกลักษณะหนึ่งคือไม่ค่อยเรียบร้อยและขาด

คู่รัก

ความสุขุมรอบคอบ คนวันเสาร์ไม่ค่อยเจ้าชู้ แม้จะดูมีท่าทีเข้ากับคนง่ายสดใสเป็นกันเอง แต่ไม่ได้ชอบใครง่าย ๆ เสมอไป ถ้ารักใครก็จะรักอย่างซื่อสัตย์ หากจะผิดหวังก็ดังที่กล่าวมาแล้ว คือการไปรักคนผิด คิดว่าดีที่แท้ไม่ใช่

ดวงความรักของคนวันเสาร์นั้นจะมีรักจริงจังก็ต่อเมื่อพบเจอคนที่เรียบ ง่ายคล้ายๆกัน ไม่ใช่ฟู่ฟ่าหรูหราเกินไปนัก คิดแต่เรื่องสร้างสรรค์มากกว่าเรื่องเฮฮาปาร์ตี้ ปัญหาในรักมักใม่ใช่อยู่ที่ตัวคุณเอง เพราะคุณอดทนได้เสมอแต่คนที่คุณรักต่างหากที่จะนำเรื่องปวดหัวมาให้

หมายเหตุ : เผยแพร่แก่สาธารณะเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น

วิธีสะเดาะเคราะห์ ด้วยตนเอง ให้หลุดจากเคราะห์ หลุดจากอันตราย ภัย สิ่งที่ไม่ดี

ปฏิบัติตามคำคนโบราณเอาไว้บ้างไม่ควรดูหมิ่นว่างมง่ายไร้สาระ!! การแก้เคราะห์กรรมนั้นเราสามารถทำเองได้โดยไม่ยุ่งยากอะไรนัก โดยทั่วไป ความเข้าใจของเรา เคราะห์ คือ ผลแห่งกรรมนั้นเอง ที่มีทั้งกรรมฝ่ายไม่ดีและกรรมฝ่ายดี

เศร้า

กรรมฝ่ายไม่ดีคือกรรมชั่ว หรือ อกุศลกรรม ที่ให้เกิดผลเป็นโทษเบียดเบียนตนเองและผู้อื่นให้เดือดร้อน การประพฤติผิดในศีลธรรม ประพฤติทุจริตต่างๆ

กรรมฝ่ายดี เรียก กุศลกรรม หรือกรรมดี คือความดีเป็นเครื่องชำระล้างความชั่ว เช่น รักษาศีล ประพฤติธรรมที่คู่กับศีล หรือแม้กิจการที่ดีที่ชอบ ถ้าให้เกิดผลเป็นคุณเกื้อกูลแก่ตนเองและผู้อื่นก็เป็นกรรมดี

แต่ในความเข้าใจของคนนั้น ถ้าพูดถึงเคราะห์จะหมายถึง ความไม่ดี ความเป็นอัปมงคล ความหายนะ จึงเป็นที่มาของความพยายามที่จะทำให้ตนเองหลุดจากเรื่องไม่ดีเหล่านี้

เศร้า

ดังนั้น การสะเดาะเคราะห์ ก็คือ ทำให้หลุดจากเคราะห์ หลุดจากอันตราย ภัย สิ่งที่ไม่ดี

ในหลักของพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่มีเรื่องของการทำพิธีอะไรทั้งสิ้น แต่สอนให้เราทุกคนมุ่งทำกรรมดีละเว้นความชั่ว ซึ่งก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการหนีความทุกข์เหล่านั้น มีการยอมรับผลกรรมที่เราเคยทำ กรรมใดที่พอจะไปขออโหสิกรรมได้ก็รีบทำ ทุกข์ร้อนเหล่านั้นจะได้ผ่อนคลายลง

เราจะต้องรู้ว่า เรามีอะไรเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ เกิดเคราะห์ร้ายขึ้นในชีวิต เมื่อพบเหตุนั้นแล้วตัดเหตุนั้น คือไม่ประพฤติ ไม่ปฏิบัติในเรื่องนั้นต่อไป อย่างนี้เรียกว่า สะเดาะเคราะห์เด็ดขาด เคราะห์ร้ายจะไม่เกิดขึ้นแก่เราต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม ความเชื่อในเรื่องของการสะเดาะเคราะห์ การสืบชะตาชีวิต การตัดกรรม การแก้กรรมนั้น ยังคงฝังรากลึกในความเชื่อของคนไทยมาช้านาน เพราะเชื่อว่าเมื่อได้ทำการสะเดาะเคราะห์ด้วยวิธีการต่างๆ แล้วชีวิตจะได้ดีขึ้น

วิธีสะเดาะเคราะห์ เห็นผลใน ๑ เดือน

๑. ปล่อยสัตว์ที่กำลังชะตาขาด เช่น ปล่อยปลา ที่กำลังจะโดนฆ่า เวลาซื้ออย่าต่อราคา ซื้อตามกำลังทรัพย์

๒. ทำบุญให้ทาน ให้ชีวิต ให้ทรัพย์ ให้เครื่องอุปโภคบริโภค ให้สิ่งที่เขาขาดแคลน

๓. ทำบุญตามหลักทางศาสนา ให้ทำบุญอย่างพอดี ไม่ทำจนตัวเองเดือดร้อน

๔. รักษาศีล ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เป็นมหากุศล เป็นเกราะคุ้มครองตัวเอง

๕. หมั่นอนุโมทนาบุญทุกเช้า เช่น เห็นคนใส่บาตร ก็อนุโมทนา ยินดีกับคนที่ทำความดี เพื่อให้จิตมีความเมตตา

ใส่บาตร

๖. ให้นั่งสมาธิ หรือ สวดมนต์ ถ้าทำทุกวันไม่ได้ ให้ทำวันพระ ใหม่ ๆ นั่งแค่ 5 นาที ก็พอ

๗. ทำความดีให้ได้มากที่สุด อย่าได้ขาด จะได้ทำดีได้ทุกวันอย่างเต็มกำลัง

๘. ขอขมากรรม เจ้ากรรมนายเวร และเราต้องอโหสิกรรมให้ผู้อื่นด้วย

๙. ถวายสังฆทาน อย่าซื้อถังเหลือง ซื้อ น้ำดื่ม หนังสือธรรมมะ ไม้กวาด ยาสระผม มีดโกน รองเท้าแตะ ผ้าไตร พร้อมกรวดน้ำแผ่เมตตา

๑๐. ถวายพระประจำวันเกิด

เพื่อน

ลองดูครับ คนที่มีเคราะห์ ไม่ต้องไปดูหมอดูเข้าทรงที่ไหนครับ ทำได้ทุกวันต่อเนื่อง ๑ เดือน ชีวิตคุณจะดีขึ้น อย่างน้อยสุดก็ดีกว่าไปให้หมอ

เรียบเรียงบทความ ขอขอบคุณท่านผู้เป็นเจ้าของเครดิตภาพ เพื่อใช้ในการแสดงประกอบเนื้อหาสาระข้อมูลนี้

วิธี”กรวดน้ำ”ที่ถูกต้อง ได้บุญกุศล-เกิดผลสูงสุด เจ้ากรรมนายเวรได้รับ

วิธีกรวดน้ำให้ได้บุญกุศล-เกิดผลสูงสุด เจ้ากรรมนายเวรได้รับ

ใส่บาตร

การกรวดน้ำหลังทำบุญเสร็จ คือ การตั้งใจอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่เราได้ทำไว้แล้วไปให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว พร้อมทั้งรินน้ำให้ไหลลงไปที่พื้นดินหรือที่รองรับ แล้วเอาไปเทที่พื้นดินอีกต่อหนึ่งหรือรดที่โคนต้นไม้ก็ได้
นิยมทำกันอย่างนี้ คือ

เตรียมน้ำสะอาดใส่ภาชนะ จะเป็นคณฑี แก้วน้ำ ขวดน้ำ หรือขัน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ และหาภาชนะสำหรับรองน้ำกรวดไว้ให้พร้อม พอพระเริ่มอนุโมทนาขึ้นบทว่า “ยถา วาริวหา…..” ก็เริ่มกรวดน้ำ (รินน้ำ) ลงในภาชนะรองรับ

ในระหว่างที่ทำการกรวดน้ำนั้น เราควรระลึกถึงผู้ที่มีคุณ หรือมีเวรกรรมต่อกัน เพื่ออุทิศผลบุญที่ได้ทำให้แก่บุคคลเหล่านั้น เมื่อพระว่าจบและขึ้นบทว่า สัพพีติโย….พร้อมกัน ผู้กรวดน้ำพึงหยุดกรวดน้ำแล้วประนมมือรับพร เสร็จแล้วจึงนำน้ำที่กรวดนั้นไปเทลงบนดินที่สะอาด หรือที่โคนต้นไม้ก็ได้

พระเจ้าพิมพิสาร ได้ทำบุญอุทิศให้กับเปรต

ประเพณีกรวดน้ำนั้น เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้สอนให้ พระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งได้มาทำบุญเลี้ยงพระ ทรงหลั่งทักษิโณทก (กรวดน้ำ) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการ “อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล” ให้แก่พระญาติที่ล่วงลับของพระองค์ นับตั้งแต่นั้นมา เวลาทำบุญจึงนิยมใช้การกรวดน้ำเป็นสัญลักษณ์แทนการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล

ข้อควรคำนึงถึง ในการกรวดน้ำ

๑. การกรวดน้ำมี ๒ วิธี คือ

-กรวดน้ำเปียก คือ ใช้น้ำเป็นสื่อ รินน้ำลงไปพร้อมกับอุทิศผลบุญกุศลไปด้วย
-กรวดน้ำแห้ง คือ ไม่ใช้น้ำ ใช้แต่สิบนิ้วพนมอธิษฐาน แล้วอุทิศผลบุญกุศลไปให้

กรวดน้ำ

๒. การอุทิศผลบุญมี ๒ วิธี คือ

อุทิศเจาะจง ได้แก่ การออกชื่อผู้ที่เราจะให้ท่านรับ เช่น ชื่อพ่อ แม่ ลูก หรือใครก็ได้
อุทิศไม่เจาะจง ได้แก่ การกล่าวรวมๆกันไป เช่น ญาติทั้งหลาย เจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นต้น ทางที่ถูกควรทำทั้งสองวิธี คือผู้ที่มีคุณหรือมีเวรต่อกันมาก เราก็ควรอุทิศเจาะจง ที่เหลือก็อุทิศรวมๆ

๓. น้ำกรวด

ควรเป็นน้ำที่สะอาด ไม่มีสีและกลิ่น และเมื่อกรวดก็ควรรินลงในที่สะอาดและไปเทในที่สะอาด และที่สำคัญ อย่ารินลงกระโถนหรือที่สกปรก

กรวดน้ำ

๔. น้ำเป็นสื่อ – ดินเป็นพยาน

การกรวดน้ำมิใช่จะอุทิศไปให้ผู้ตายกินน้ำ แต่ใช้น้ำเป็นสื่อและใช้แผ่นดินเป็นพยาน ให้รับรู้ในการอุทิศส่วนบุญ

๕. ควรกรวดน้ำตอนไหนดี ?

ควรกรวดน้ำทันทีในขณะที่พระอนุโมทนาหรือหลังทำบุญเสร็จ แต่ถ้าไม่สะดวกจะทำตอนหลังก็ได้ แต่ทำในขณะนั้นดีกว่า ด้วยเหตุผล ๒ ประการ คือ
– ถ้ามีเปรตญาติมารอรับส่วนบุญ ท่านก็ย่อมได้รับในทันที
-การรอไปกรวดที่บ้านหรือกรวดภายหลัง บางครั้งก็อาจลืมไป ผู้ที่เขาตั้งใจรับก็อด ผู้ที่เราตั้งใจจะให้ก็ชวดไปด้วย

กรวดน้ำ

๖. ควรรินน้ำตอนไหน ?

ควรเริ่มรินน้ำพร้อมกับตั้งใจอุทิศ ในขณะที่พระผู้นำเริ่มสวดว่า “ยะถาวาริวะหาปูรา…”

๗. บทกรวดน้ำเป็นภาษาไทยอย่างเดียวก็ได้ ว่า “ขออุทิศส่วนบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้วนี้ จงสำเร็จแก่ พ่อ แม่ ญาติ ครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณเจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ขอจงได้รับส่วนบุญกุศลครั้งนี้โดยเร็วพลัน และโดยทั่วถึงกันเทอญ” ส่วนบทยาวๆ เราควรเอาไว้กรวดส่วนตัว หรือกรวดในขณะทำวัตรสวดมนต์รวมกันก็ได้

๘. อย่าทำน้ำสกปรกด้วยการเอานิ้วไปรอไว้

ควรรินให้ไหลเป็นสายไม่ขาดระยะ และไม่ควรใช้วิธี เกาะตัวกันเป็นกลุ่มหรือเป็นทางเหมือนเล่นงูกินหาง ถ้าเป็นในงานพิธีต่างๆ ให้เจ้าภาพหรือประธาน รินน้ำกรวดเพียงคนเดียวหรือคู่เดียวก็พอ คนนอกนั้นก็พนมมือตั้งใจอุทิศไปให้

ตักบาตรวันอาทิตย์ ณ ถนนสายวัฒนธรรมหน้าวัดพระหาธาตุ วรมหาวิหาร

๙.การทำบุญและอุทิศส่วนบุญ ควรสำรวมจิตใจ

อย่าให้จิตฟุ้งซ่าน ปลูกศรัทธา ความเชื่อและความเลื่อมใสให้มั่นคงในจิตใจ ผลของบุญและการอุทิศส่วนบุญย่อมมีอานิสงค์มาก ผลบุญที่เราอุทิศไปให้ ถ้าไม่มีใครมารับก็ยังคงเป็นของเราอยู่ครบถ้วน ไม่มีผู้ใดจะมาโกงหรือแย่งชิงไปได้เลย

๑๐. บุญเป็นของกายสิทธิ์

ยิ่งให้ยิ่งมาก ยิ่งตระหนี่ยิ่งน้อย ยิ่งอุทิศให้คนอื่นหมดเลยเราก็ยิ่งจะได้บุญหมดเลย
บทกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร

ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลจากการเจริญภาวนานี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของ ข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านไว้ ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ท่านจะอยู่ภพใดหรือภูมิใดก็ตาม ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้ แล้วโปรดอโหสิกรรม และอนุโมทนาบุญแก่ข้าพเจ้าด้วยอำนาจบุญนี้ด้วยเทอญ