“ลิซ่า” สาวไทย คว้าอันดับ1 ผู้หญิงสวยสุดในโลก ปี 2020 อย่างสมศักดิ์ศรี

24 มิ.ย.63 จัดอันดับเป็นประจำทุกปี สำหรับการจัดอันดับ”ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก” (100 MOST BEAUTIFUL FACES) จากการจัดอันดับและสำหรับปีนี้ผู้ที่คว้าอันดับหนึ่งไปครอบครองคงเป็นใครไปไม่ได้นั้นก็คือ ลิซ่า ลลิษา สาวไทยหนึ่งเดียวจากวง BLACKPINK ซึ่งปี 2019 เธอมาเป็นอันดับ 3 ปีนี้ก้าวขึ้นมาถึง 2 อันดับเป็น The Winer จากทั้งหมด 100 คน เรียกว่าเป็นการต้อนรับคัมแบ็คของวง BLACKPINK อย่างสมศักดิ์ศรี

สำหรับปีล่าสุด 2020 นี้ คนดังระดับโลก ที่คว้าตำแหน่ง อันดับ 1 ไปได้ ก็คือ “ลิซ่า ลลิษา มะโนบาล” นักร้องสาวชาวไทย หนึ่งในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังแห่งเกาหลีใต้ วง “BLACKPINK”

โดยปีที่แล้ว 2019 ลิซ่า ติดอันดับที่ 3 แล้วก็พุ่งขึ้นมาได้ที่ 1 ในที่สุด

และอีก 3 สาวสมาชิกวง BLACKPINK ก็ติดอันดับด้วยเช่นกัน โดย เจนนี่ อยู่ที่อันดับ 13

โรเซ่ อันดับที่ 60 และ


จีซู อยู่อันดับที่ 72

และนอกจากสาวไทยอย่าง “ลิซ่า” จะคว้าตำแหน่งสวยที่สุดในโลกมาครองแล้ว ยังมีสาวไทยอีกหลายคน ที่ติดอันดับ 1 ใน 100 ด้วย

ทั้งนางเอก ญาญ่า อุรัสยา อยู่ที่อันดับ 6

ใหม่ ดาวิกา อันดับที่ 29


มุกดา นรินทร์รักษ์ อันดับที่ 36 และ

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก อันดับที่ 96

เนื้อหาต้นฉบับ

เปิดประสบการณ์จริง! อภินิหารเสด็จเตี่ย “ภาพกรมหลวงชุมพร” พลิกกิจการใกล้เจ๊ง ให้รุ่งเรือง!

ประสบการณ์จริง เรื่องราวเกี่ยวกับอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ของ เสด็จเตี่ย พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และนี่ก็คงเป็นอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นจริง ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

ญาติของดิฉันไปทำการค้าอยู่ที่จังหวัดชุมพร วันหนึ่งเพื่อนของเขาซึ่งเป็นเจ้าของบังกะโลมาหาที่บ้าน พร้อมกับกล่าวกำลังจะเลิกกิจการ เขาถามญาติดิฉันว่าสนใจจะรับซื้อไว้หรือไม่ ญาติดิฉันเห็นว่าทำเลที่ตั้งใช้ได้ และราคาไม่แพงจึงตอบตกลง

หลังจากที่ญาติของดิฉันได้เข้าไปดูแลกิจการ ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักเต็มทุกวัน มีคิวจองยาวเหยียด ในขณะที่บังกะโลซึ่งอยู่ข้างๆซึ่งสถานที่โอ่อ่าหรูหรา และราคาถูกกว่า แต่นักท่องเที่ยวกลับไม่สนใจ เวลาผ่านไปประมาณ 5 เดือน เจ้าของบังกะโล (คนเก่า) ได้มาเยี่ยมญาติดิฉัน พอเขาเดินเข้ามาในบังกะโลก็ถึงกับอึ้ง เนื่องจากบรรยากาศของสถานที่ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาถามญาติดิฉันว่าแขกเยอะมั้ย?

ญาติดิฉันตอบว่าเยอะมาก มีคิวจองยาวเป็นเดือนพอเขาได้ฟังก็ต้องอุทานออกมาเบาๆ “มันเป็นไปได้ยังไง”

จากนั้นก็ได้เล่าความจริงให้ฟัง ถึงสาเหตุที่ต้องเลิกทำธุรกิจบังกะโล คือ ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักเลย ในแต่ละเดือนต้องขาดทุนเดือนละหลายหมื่นบาท เขาถามญาติดิฉันว่าทำอย่างไรบ้าง เป็นต้นว่า จ้างนักข่าวมาเขียนเชียร์หรือลดราคาค่าห้อง ซึ่งญาติดิฉันตอบไปว่าไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง

วันแรกที่เข้ามาทำงาน ก็สั่งให้คนมาทำความสะอาดสถานที่ คนงานได้ไปพบภาพของเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ อยู่ในห้องเก็บเอกสาร ซึ่งเห็นว่าเป็นการไม่สมควร จึงได้อัญเชิญภาพของท่านมาไว้ในห้องรับแขกจากนั้นก็จัดหาโต๊ะหมู่บูชา

ทุกวันจะต้องเปลี่ยนดอกไม้ให้ท่าน จัดหาผลไม้และน้ำสะอาดมาถวายท่าน งานทั้งหมดที่กล่าวมาผมจะเป็นคนลงมือทำด้วยตัวเอง ท่านเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผมเคารพนับถือมาก ผมจะตั้งจิตอธิษฐานถึงท่าน ขอให้กิจการรุ่งเรือง ซึ่งแขกที่เข้ามาพักก็เต็มทุกวัน

ในขณะบังกะโลซึ่งอยู่ติดกันและเป็นคู่แข็งทางการค้า พยายามทุกวิถีทาง เป็นต้นว่ายอมลดราคาให้ถูกลง แถมอาหารเช้า จัดรถบริการนำเที่ยวทั่วจังหวัด แต่ลูกค้ากลับมาเปิดห้องพักที่นี่ ผมมีความเชื่อมั่นและศรัทธาเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ จึงกราบไหว้บูชาท่านเป็นประจำ จึงทำให้สิ่งดีๆย้อนกลับมาหาผม ญาติดิฉันกล่าวกับเพื่อนของเขา

คาถาบูชาเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ (จุดธูป 9 ดอก หรือ 19 ดอก) ตั้งนะโม 3 จบ

ชุมพรจุตติ อิทธิกรณัง สุโข นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ มะอะอุ
ชุมพรจุตติ อิทธิกรณัง สุโข นะโมพุทธายะ ทะอะระหัง ทะจะพะกะสะ มะอะอุ

พุทธสังมิ ธัมมะสังมิสังฆะสังมิ ( 3 จบ )

เครื่องสักการะ…กุหลาบแดง พวงมาลัย ดอกมะลิ น้ำตาลเมา ขนมจีนน้ำพริก

ข้อมูลและภาพจาก เพจ ศิษย์มีครู

8 ราศี ดังต่อไปนี้ เรื่องที่รอคอย สมหวังเเน่นอน

เพจเฟซบุ๊ก “หมอดูไทยเเลนด์” ได้ 8 ราศี สมหวังในเรื่องที่รอ มีโอกาสได้โชคก่อนใหญ่

ได้เเก่ราศี กรกฎ มีน ธนู สิงห์ มังกร

พิจิก เมถุน กุมภ์

เครดิตแหล่งข้อมูล : FB Horoscope ดวงวันนี้

ล่องใต้ ยลโฉม 5 นางเอกสาวชาวใต้ สวยแซ่บเวอร์

ต้องบอกว่าวงการบันเทิงมีศิลปินนักแสดงที่มาจากทั่วทุกภูมิภาค แต่ละพื้นที่ก็ล้วนมีแต่คนเก่ง มีความสามารถ เข้ามาแสดงฝีมือโลดแล่นในวงการบันเทิงกันมากมาย ไม่เว้นแม้แต่สาวๆ นักร้องนักแสดงในปัจจุบัน แต่ละคนต้องบอกว่าพกพาความสวยมาพร้อมความสามารถอย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะกับ 5 สาวมากฝีมือที่ไม่ได้มีแต่ผู้ชมเท่านั้นที่ชื่นชอบ แต่คนในวงการเองก็ต้องยกนิ้วให้

1.นัท-มีเรีย เบนเนเดดตี้

เริ่มต้นกันที่ “นัท-มีเรีย เบนเนเดดตี้” สาวใต้คนเก่งที่มีบ้านเกิดเมืองนอนอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากความสวยความแซ่บจะเลื่องชื่อแล้ว เรื่องความสามารถก็ต้องยกนิ้วให้ “นัท” เป็นสาวเก่งอันดับต้นๆ ของวงการ เพราะไม่ว่าจะเป็นงานเพลง งานแสดงละคร ภาพยนตร์ ไปจนถึงละครเวที “นัท” ก็เอาอยู่สะกดผู้ชมอยู่หมัด

2.คริส หอวัง

น้อยคนนักจะรู้ว่า “คริส หอวัง” เป็นสาวจังหวัดตรัง เพราะสาวเก่งคนนี้สร้างขื่อเสียงในวงการบันเทิงทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ มายาวนาน เรียกได้ว่ากอดคอน้องสาว “พลอย หอวัง” กันประสบความสำเร็จ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นผลงานแสดง เดินแบบ ไปจนถึงการเป็นคอมเมนเตเตอร์ “คริส” สามารถทำออกมาได้เป็นอย่างดีไม่แพ้ใคร

3.มุก-มุกดา นรินทร์รักษ์

ถือเป็นนางเอกช่อง 7HD ที่กำลังรุ่งเลยทีเดียว สำหรับ “มุก-มุกดา นรินทร์รักษ์” สาวสวยจากจังหวัดระนอง ด้วยความที่ “มุก” พกความสวยที่มาพร้อมความสามารถ จึงทำให้เธอเป็นนางเอกที่ช่องหมายมั่นปั้นมือ ป้อนงานละครให้อย่างต่อเนื่อง มาจนถึงผลงานล่าสุดเรื่อง “ม่านบังใจ” ที่ประกบคู่กับ “เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ”

4.เมญ่า-นนธวรรณทัศ บรามาซ

สวย แซ่บ สมกับที่เป็นสาวนครศรีธรรมราชเสียจริงๆ สำหรับ “เมญ่า-นนธวรรณทัศ บรามาซ” แม้ว่าเธอจะเป็นคุณแม่ไปแล้วก็ตาม แต่การเป็นแม่ก็ไม่ได้บั่นทอนความสวยแซ่บลงไปเลย เธอสวยแบบสาวใต้สมกับที่คว้ามงกุฏมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 แถมเรื่องการแสดงก็เก่งไม่น้อยหน้าใคร ที่สำคัญ “เมญ่า” ยังได้ร้องเพลงประกอบละครด้วยตนเองอีกด้วย

5.เป้ย-ปานวาด บุญยรัตกลิน

หากจะบอกว่าเป็นนางร้ายในตำนานก็คงจะไม่ดูเกินจริง แม้ว่าปัจจุบันนี้สาวยะลาคุณแม่ลูกสองอย่าง “เป้ย-ปานวาด บุญยรัตกลิน” ที่ลาจอไปรับหน้าที่แม่แบบเต็มตัว แต่ผลงานที่ผ่านมา “เป้ย” ก็แสดงไว้ได้แซ่บถึงใจผู้ชม ยืนหนึ่งการเป็นนางร้ายแถวหน้าในยุค พ.ศ. 2550 ชนิดที่ว่าใครๆ ก็ต้องหลีกทางให้

พื้นที่ด้ามขวานของไทยเราต้องบอกว่ายังมีคนบันเทิงมากฝีมืออีกจำนวนไม่น้อย ที่คอยมอบความสุขความบันเทิงให้กับผู้ชมทั่วประเทศอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นงานบันเทิงรูปแบบไหนก็ตาม คนบันเทิงเหล่านี้ก็ไม่เคยทำให้เราผิดหวัง

เนื้อหาต้นฉบับ

ชลบุรี-ประจวบฯ-ภูเก็ต-กระบี่-เพชรบุรี 5 จังหวัดยอดนิยมทางทะเลที่นักท่องเที่ยวไทยอยากไป

คนไทยเริ่มวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ หลังจากวิกฤตโควิด-19 คลี่คลายลง โดยเลือกแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ตามด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางภูเขา/น้ำตก และทำบุญไหว้พระ ชาวไทยชื่นชมท่องเที่ยวทางทะเล จากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง คนไทยเริ่มวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงที่เหล

คนไทยเริ่มวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ หลังจากวิกฤตโควิด-19 คลี่คลายลง โดยเลือกแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ตามด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางภูเขา/น้ำตก และทำบุญไหว้พระ

แจกเงินเที่ยว

จากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง คนไทยเริ่มวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้ กอปรกับรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. 2563 ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และหากไทยสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ไม่ให้กลับมาระบาดในประเทศเป็นรอบที่ 2 บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะค่อยๆ กลับมาฟื้นตัว

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 โดยจังหวัดยอดนิยมทางทะเล 5 อันดับแรก ได้แก่ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต กระบี่ และเพชรบุรี

ส่วนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวรองลงมา คือ แหล่งท่องเที่ยวทางภูเขา/น้ำตก (เช่น เชียงใหม่ เชียงราย น่าน นครราชสีมา) และการไปไหว้พระทำบุญ (เช่น พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี)

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางโดยการขับรถส่วนตัว เนื่องจากสะดวก ปลอดภัย และมีการเดินทางเป็นครอบครัว รองลงมา คือ การเดินทางโดยเครื่องบิน รถทัวร์/รถตู้ รถไฟ และการเช่ารถ

Cr : LineToday

นักดำน้ำเกาะเต่าตาโต เจอฉลามวาฬใหญ่ว่ายอวดโฉมที่หินใบ สุราษฎร์ธานี

สุราษฎร์ธานี-นักดำน้ำเกาะเต่าตื่นตาตื่นใจพบ”พี่จุด” ฉลามวาฬขนาดใหญ่ ลำตัวยาวประมาณ 3-4 เมตร ว่ายน้ำเคียงข้างฝูงปลาช่อนทะเลบริเวณ จุดดำน้ำหินใบ เป็นตัวที่สองในรอบปี

ฉลามวาฬ

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณจุดดำน้ำหินใบ (Sail Rock)เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็น 1 ในแหล่งดำน้ำที่สวยงามยอดนิยมอยู่ทางทิศใต้ของเกาะเต่ากับเกาะพะงัน ครูสอนดำน้ำแบนส์ไดร์วิ่งเกาะเต่า ได้พบฉลามวาฬ (Whale Shark)ขนาดใหญ่ ลำตัวยาวประมาณ 3-4 เมตร ว่ายเล่นน้ำอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 18 เมตร

โดยมีฝูงปลาช่อนทะเลว่ายเคียงข้างตามสร้างความดีใจและตื่นเต้นให้กับกลุ่มนักดำน้ำเป็นอย่างมาก ซึ่งฉลามวาฬตัวนี้นักดำน้ำเกาะเต่าตั้งชื่อให้ว่า “ พี่จุด ” หรือ พี่ฉลามวาฬ เนื่องจากตามลำตัวมีลายจุดจำนวนมาก

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมนักดำน้ำเกาะเต่า(KTDT)ลงสำรวจสภาพแนวปะการังได้พบฉลามวาฬ ความยาว 4-6 เมตรที่บริเวณจุดดำน้ำหินเขียว(Green Rock)ที่ระดับความลึก 16.3 เมตร แต่เป็นคนละตัวกับพี่จุด สำหรับจุดดำน้ำหินใบ

มีลักษณะเด่นเป็นภูเขาใต้น้ำที่เป็นกองหินโผล่พ้นน้ำสูงประมาณ 15 เมตร มีความลึก 9 – 30 เมตร เป็นจุดดำน้ำที่มีฝูงปลามากทั้งฝูงปลาข้างเหลือง ปลาหูบาง ปลาสาก ปลาช้าง ส่วนปลาเดี่ยว มีปลาหมอยักษ์ และฉลามวาฬ เข้ามาเยือนบ่อยครั้ง

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า การพบฉลามวาฬใหญ่ที่เกาะเต่าไม่ต่ำกว่า 2 ตัว เป็นการยืนยันถึงความสมบูรณ์ทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเลเกาะเต่าได้ฟื้นฟูกลับคืนมา ประกอบกับฉลามวาฬ เป็นสัตว์ป่าสงวนทางทะเล 1 ใน 4 ที่ได้รับการประกาศคุ้มครองและมีสถานะใกล้สูญพันธุ์ จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวช่วยกันดูแลด้วย

ปลาทะเล

ข่าวแจ้งว่า ในช่วงเดียวกันปีที่แล้ว เรือนักท่องเที่ยวดำน้ำเกาะเต่า ได้พบ “ เจ้าแหว่ง ” ฉลามวาฬใหญ่ ความยาวประมาณ 4 เมตร มีสัญลักษณ์รอยแหว่งที่หางด้านบน ว่ายน้ำเล่นที่บริเวณจุดดำน้ำกองชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำสวยที่สุดอีกแห่งของเกาะเต่าด้วย

ภาพ Ban’s Diving Koh Tao


เนื้อหาต้นฉบับ

ชวนลองสัมผัส ความสุขเล็กๆ และประโยชน์ดีๆ จากการนั่งสมาธิ

สมาธินั้นมิใช่เป็นข้อปฏิบัติในทางศาสนาเท่านั้น แต่เป็นข้อที่พึงปฏิบัติในทั่วๆ ไปด้วย เพราะสมาธิเป็นข้อจำเป็นจะต้องมีในการกระทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการดำเนินชีวิตทั่วไปหรือทางด้านปฏิบัติธรรม โดยเลือกสถานที่จะต้องไม่มีคนพลุกพล่านเงียบสงบและมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

การนั่งสมาธิ สำหรับใคร ที่ยังไม่เคยและอยากลองสัมผัส ความสุขเล็กๆ และประโยชน์ดีๆ จากการนั่งสมาธิ วันนี้เรามีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้การฝึกนั่งสมาธิของคุณเป็นเรื่องง่ายมาฝากกัน

1. จัดท่าทางให้ถูกต้อง

จริงอยู่ว่าใครๆ ก็นั่งขัดสมาธิ เพื่อนั่งสมาธิได้ แต่การนั่งที่ถูกต้อง คือ คุณต้องแน่ใจว่าคุณนั่งตัวตรง หัวตรง นั่นเพราะร่างกายของเราสัมพันธ์กับจิตใจค่ะ หากคุณนั่งตัวงอแล้วละก็ จิตใจของคุณก็จะล่องลอยไป ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนะคะ แต่ไม่ต้องนั่งเกร็งมาก ให้นั่งเหมือนเรากำลังผ่อนคลายดีที่สุด

2. เปิดตานั่งสมาธิ

บางครั้งการนั่งสมาธิ ไม่จำเป็นต้องหลับตาเสมอไป คุณสามารถเปิดตาไว้ แต่ปรับระดับสายตาให้มองต่ำลง โดยกำหนดจุดให้เพ่งรวบรวมสมาธิไว้ เพราะบางคนเมื่อปิดตาแล้วกลับรู้สึกฟุ้งซ่าน ในหัวสมองเต็มไปด้วยเรื่องราวต่างๆ อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าวิธีใดทำแล้วได้ผลมากกว่ากัน

3. กำหนดรู้ลมหายใจ

การกำหนดลมหายใจเข้า-ออก เป็นการกำหนดที่ตั้งของสติ เพื่อให้จิตเราอยู่กับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ฟุ้งซ่านไปเรื่องอื่นๆ แต่เราไม่จำเป็นต้องไปบังคับการหายใจ แค่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ

4. นับลมหายใจเข้า-ออก

การนับลมหายใจเข้าออก เป็นวิธีปฏิบัติสมาธิมาตั้งแต่โบราณ โดยเมื่อคุณหายใจออกก็ให้คุณเริ่มนับหนึ่งในใจ ต่อไปก็เป็นสองสามสี่ตามลำดับ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกว่าความคิดของคุณกำลังล่องลอยออกไปที่อื่น ให้คุณกลับมาตั้งต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง เพื่อให้คุณนำจิตกลับมาที่เดิม

สมาธิ

5. ควบคุมความคิดไม่ให้เข้ามารบกวน

เมื่อคุณรู้สึกว่าคุณกำลังมีความ คิดเข้ามารบกวนจิตใจ ค่อยๆ ขจัดความคิดเหล่านี้ออกไป โดยหันมาสนใจกับการกำหนดลมหายใจ อย่าพยายามหยุดความคิดในทันที เพราะมันจะทำให้คุณฟุ้งซ่านและไม่สามารถกลับเข้าสู่สมาธิได้อีก

6. กำจัดอารมณ์ให้หมดสิ้น

มันเป็นการยากที่จะนั่งสมาธิในขณะที่จิตของคุณเต็มไปด้วยอารมณ์ เพราะอารมณ์จะทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ในจิตใจ โดยเฉพาะอารมณ์โกรธ กลัว เสียใจ ซึ่งไม่ได้ทำให้คุณอยู่กับปัจจุบัน หรืออยู่กับสิ่งที่เป็นในตอนนี้เลย ให้คุณจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นนี้โดยกำหนดลมหายใจไปที่ความรู้สึกของร่าง กายที่ควบคุมอารมณ์ส่วนนั้น เพราะจะทำให้คุณไม่คิดถึงเรื่องราวที่ทำให้คุณกลัว หรือโกรธอีก แต่หันมาเพ่งกับสิ่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้แทน

วันสมาธิโลก

7. ความเงียบบ่อเกิดแห่งความสงบ

การนั่งสมาธิควรจะนั่งในที่เงียบๆ เพื่อทำจิตให้ว่าง ไม่ใส่ใจถึงบุคคล เสียง หรือสิ่งอื่นที่อยู่โดยรอบ เพราะความเงียบจะนำมาซึ่งความสงบเยือกเย็น และความรู้สึกมั่นคง เมื่อไหร่ก็ตามที่ความเงียบภายนอกและภายในประสานกันได้ คุณก็จะรู้สึกได้พักกายพักใจ ผ่อนคลายจากความคิดที่รบกวนคุณอยู่ตลอดมา

8. เวลาในการนั่งสมาธิ

เมื่อเริ่มต้นนั่งสมาธิใหม่ๆ คุณอาจจะลองนั่งก่อนประมาณสัก 10 นาที และจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าจิตคุณเริ่มนิ่งมากขึ้น แต่อย่าบังคับตัวเองให้นั่งนานเกินไปหากคุณยังไม่พร้อม ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เหมาะ คือประมาณ 25 นาที เพราะเป็นระยะเวลาที่ไม่ทำให้รู้สึกปวดเมื่อยร่างกายเกินไปจนรบกวนสมาธิได้

ทำสมาธิ

9. สถานที่ในการนั่งสมาธิ

สถานที่และบรรยากาศก็ช่วยให้คุณทำสมาธิได้ดีขึ้น ซึ่งการนั่งสมาธิในห้องพระจะช่วยให้จิตใจสงบและรู้สึกเป็นสมาธิมาก หรือคุณอาจจะวางสิ่งเล็กๆ ที่คุณชอบ หรือช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายไว้รอบๆ ที่คุณนั่งสมาธิก็ได้

10. มีความสุขไปกับการนั่งสมาธิ

คนเราหากทำอะไรแล้วมีความสุข เราก็จะทำมันได้ดี และรู้สึกอยากทำต่อไป ในการนั่งสมาธิก็เช่นกัน หากคุณมีความสุขในการนั่งสมาธิ คุณก็จะรู้สึกผ่อนคลายสบายตัวและอยากจะทำต่อไป จนสามารถทำเป็นกิจวัตรที่ทำทุกวันได้

วันสมาธิโลก

รับรอง ว่าหากเพื่อนๆ ได้ลองฝึกนั่งสมาธิเป็นประจำสม่ำเสมอ ก็จะรู้สึกได้ถึงจิตใจที่สดชื่น เบิกบาน และมีสติในการทำสิ่งต่างๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย

เนื้อหาต้นฉบับ

3 ราศีมีเกณฑ์ดวงดีอภิมหาเฮง งานเดิมก็ดี งานใหม่ก็เฮง งานนี้จะเป็นราศีใด เช็กเลย

หมอไก่ พ.พาทินี บอก 3 ราศี ที่มีเกณฑ์ดวงดีอภิมหาเฮง งานเดิมก็ดี งานใหม่ก็เฮง งานนี้จะเป็นราศีใด เช็กเลย

ราศีพฤษภ

ราศีพฤษภ (14 พ.ค. – 13 มิ.ย.)

– ชีวิตมีความมั่นคงมากขึ้น การงานมีความเจริญก้าวหน้าสมหวัง ชีวิตกำลังจะได้พบเจอกับเรื่องดีๆ แต่ต้องใจเย็นๆ เพราะเรื่องดีจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปจะใจร้อนไม่ได้

– ไม่ว่าจะทำงานที่เดิมหรือจะเปลี่ยนงานใหม่ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จทั้งนั้น แต่จะเหนื่อยเรื่องคนบ้าง เรื่องการถูกใส่ร้ายป้ายสี เพราะฉะนั้นจะคิดจะทำอะไรต้องเน้นพึ่งพาตนเองเป็นหลักเพราะหวังพึ่งคนอื่นไม่ค่อยได้

(ราศีสิงห์

ราศีสิงห์ (17 ส.ค. – 16 ก.ย.)

– อุปสรรคปัญหาที่มีจะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น การงานมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อนอาจต้องอกสั่นขวัญแขวนเพราะการงานเกิดอาการคาบลูกคาบดอก มีปัญหาเข้ามาให้หนักใจเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วงเดือนนี้

– หากใครทำงานที่เดิมจะมีโอกาสได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง หรืองานที่ทำอยู่จะมีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้น ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องพบเจออุปสรรคเหมือนช่วงที่ผ่านมา

– ส่วนใครที่เบื่ออยากหางานใหม่ก็มีโอกาสได้สูงมาก งานค่อนข้างดี มีโอกาสมีคนมาทาบทาม หรือชวนไปทำงาน

ราศีมีน

ราศีมีน (14 มี.ค. – 12 เม.ย.)

– ชีวิตมีโอกาสได้เจอกับเรื่องฟลุกๆ มีโอกาสสมหวังเรื่องการงานแบบไม่คาดคิด เรียกว่าชาวราศีมีนมีบุญเก่าหนุนนำ

– ใครที่ทำงานที่เก่ามีความทุกข์ใจหนักๆ อุปสรรคเยอะๆ จนคิดอยากจะออกวันละร้อยรอบ ตอนนี้อาจเปลี่ยนใจเพราะสถานการณ์ดีขึ้น

– ส่วนใครที่อยากย้ายงานก็มีโอกาสได้ย้ายไปในที่ที่ดีขึ้น ผลตอบแทนมากขึ้น เน้นๆ คือ ควรหมั่นทำบุญให้มากในช่วงนี้

ติดตามรายการ “ตะลอนข่าว” เกาะติดข่าวสารทุกทิศทั่วไทยกับ 3 พิธีกรอารมณ์ดี สดทุกวันจันทร์ – ศุกร์ 08.30 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ 11.30 น. ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32

หมอช้าง” ดูดวงครึ่งปีหลัง เตือน 2 ราศีที่ต้องระวัง – ราศีที่ปังมากมีโชคลาภเงินล้นมือ

ดูดวงครึ่งปีหลัง กับ “หมอช้าง” เตือน 2 ราศีที่ต้องระวัง แนะสวดคาถาป้องกันภัย – ราศีที่ปังมากมีโชคลาภเงินล้นมือ – ราศีที่มีเกณฑ์เปลี่ยนงานแบบปุบปับฟ้าผ่า!!

ดูดวงครึ่งปีหลัง กับ “หมอช้าง” ทศพร ศรีตุลา หมอดูชื่อดัง เปิดเผยผ่านรายการ “แฉ” ทางช่อง GMM25 ว่า ในปี 2563 จะมีปรากฏการณ์ “จันทรุปราคา” และ “สุริยุปราคา” มากถึง 6 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากสุดที่เคยเห็นในช่วงที่ผ่านมา โดยในเดือนมิถุนายนนี้จะเกิดปรากฏการณ์ “ราหูอมจันทร์-อมอาทิตย์” หรือ “จันทรุปราคา” และ “สุริยุปราคา” ถึง 2 ครั้ง โดยในวันที่ 5 – 6 มิถุนายน จะเกิดจันทรุปราคา และในวันที่ 21 มิถุนายนจะเกิดสุริยุปราคา

ราศีเมถุนราศีเมถุน (15 มิ.ย.-16 ก.ค.)

ราศีธนูราศีธนู (16 ธ.ค.-14 ม.ค.)

ทั้งนี้กลุ่มที่ต้องระวังตัว คือ บุคคลที่เกิดใน ราศีเมถุน (15 มิ.ย.-16 ก.ค.) และ ราศีธนู (16 ธ.ค.-14 ม.ค.) รวมถึงคนที่เกิดใน วันอาทิตย์ วันจันทร์ และ วันพุธกลางคืน ควรใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังตลอดเดือนมิถุนายน เนื่องจากเดือนนี้ นอกจากราหูอมจันทร์ แล้ว วันที่ 21 มิถุนายน จะเกิดสุริยุปราคา และส่งผลกับดวงชะตาของ 2 ราศีนี้ด้วย ทั้งนี้ ต้องระวังตัวถึงสิ้นเดือน จากนั้นราหูออก จะดีแบบพลิกชีวิต

ราศีกุมภ์ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.-14 มี.ค.)

ราศีที่มีโชคลาภเงินทองล้นมือ ได้แก่ ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.-14 มี.ค.) ที่ผ่านมาเป็นราศีที่ไม่ค่อยมีรายได้เข้ามา แต่ครึ่งปีหลังนี้ จะมีโอกาสเรื่องเงินทองมากขึ้น จากที่เครียดๆ ชีวิตจะเริ่มเห็นแสงสว่าง มีทางออกที่ดีในเรื่องของการเงิน มีโอกาสการงานที่ดีขึ้น

ราศีเมษราศีเมษ (14 เม.ย.-14 พ.ค.)

ส่วนราศีกระเป๋ารั่ว เสียเงินหนักสุดในครึ่งปีหลัง ได้แก่ ราศีเมษ (14 เม.ย.-14 พ.ค.) มีรายจ่ายหนัก เงินหมด เก็บเงินไม่อยู่ มีเรื่องวุ่นวายให้ต้องเสียเงิน ต้องระวังการใช้จ่ายเงินให้ดี

ราศีมีนราศีมีน (15 มี.ค.-13 เม.ย.)

ราศีสิงห์ ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-17 ก.ย.)

ขณะที่ ราศีมีน (15 มี.ค.-13 เม.ย.) และ ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-17 ก.ย.) มีเกณฑ์จะได้เปลี่ยนงานในครึ่งปีหลัง โดยราศีมีน ที่ผ่านมาดวงการงานมีการผันผวนเยอะ ไม่มั่นคง แต่ถ้าอยากเปลี่ยนครึ่งปีหลังได้เปลี่ยนแน่ หรือใครที่ไม่เปลี่ยนงาน ก็อาจมีภาระเพิ่มมากขึ้น ทำหลายอย่างมากขึ้น เหนื่อยขึ้นแต่เป็นไปในทิศทางที่ดี ส่วนราศีสิงห์ ที่ผ่านมามีดวงดาวเหมือนงูตกบันได ไปยังไม่สุด แต่ครึ่งปีหลังจะเปลี่ยนงานแบบปุบปับฟ้าผ่า แบบกะทันหัน ดังนั้นต้องเตรียมตัว แต่จะเปลี่ยนไปในทางที่ดี

ราศีพฤษภ ราศีพฤษภ (15 พ.ค.-14 มิ.ย.)

ราศีที่ครึ่งปีหลังเจอราหูเข้ารอบใหม่ ได้แก่ ราศีพฤษภ (15 พ.ค.-14 มิ.ย.) และ ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.) โดยราศีพฤษภ เตือนระวังเรื่องสุขภาพ

ราศีพิจิก ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.)

ส่วนราศีพิจิก ครึ่งปีหลังแม้ราหูจะเข้า แต่ไม่กลัว จะค่อนข้างร่ำรวยมากขึ้นส่งผลดีการเงินดี รวมถึงเรื่องคู่ จะได้คู่แบบฟ้าผ่า ปุบปับมีข่าวดี

ราศีกรกฎราศีกรกฎ (17 ก.ค.-16 ส.ค.)

ราศีที่จะมีศัตรูมาก อุปสรรคเยอะ คนหมั่นไส้เยอะ ได้แก่ ราศีกรกฎ (17 ก.ค.-16 ส.ค.) เสมือนเป็นราศีแห่งการบุกเบิก ชีวิตวุ่นวายมันมีเรื่องต้องเคลียร์ตลอด ไม่ว่าจะเคลียร์ปัญหา ความวุ่นวาย ภายใน ภายนอก ปัญหาหยุมหยิมเยอะแยะ เต็มไปหมด

ราศีมังกรราศีมังกร (15 ม.ค.-12 ก.พ.)

ขณะที่ ราศีมังกร (15 ม.ค.-12 ก.พ.) ถือเป็นราศีที่จะดวงดีช่วงปลายปี แต่ช่วงนี้จะมีปัญหากับผู้ใหญ่ เจ้านาย มีความเครียดเรื่องงาน หรือเรื่องภายในบ้าน ญาติพี่น้อง คนในครอบครัวจะป่วย ดังนั้นคนราศีมังกรต้องดูแลตัวเองให้มากเป็นพิเศษ ถ้าถึงสิ้นปีดวงชีวิตจะกลับมาดีและยาวไปถึงปีหน้า

ราศีกันย์ราศีกันย์ (17 ก.ย.-17 ต.ค.)

สำหรับ ราศีที่ครึ่งปีหลังจะเริ่มกลับมาดีขึ้น ได้แก่ ราศีกันย์ (17 ก.ย.-17 ต.ค.) ที่ผ่านดวงคนราศีกันย์ ไม่ค่อยดี มีปัญหา มีความวุ่นวาย มีเรื่องให้เครียดให้ต้องตัดสินใจเยอะ แต่ครึ่งปีหลัง การเปลี่ยนแปลงของดวงดาวส่งผลกับราศีกันย์พอสมควร เริ่มกลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะความเป็นครอบครัว เป็นปึกแผ่นมากขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าทางการงานที่ดีขึ้น

ราศีตุลย์ราศีตุลย์ (18 ต.ค.-16 พ.ย.)

สุดท้าย ราศีตุลย์ (18 ต.ค.-16 พ.ย.) ถือเป็นราศีที่ครึ่งปีหลังมีข่าวดีเรื่องงาน แนะอาชีพเจรจา สื่อสาร สมัครงานใหม่ สิ่งใหม่ ๆ เข้ามาดี เป็นราศีที่ปิดการขายได้ดี นำข่าวดีเรื่องดี ๆ ในครึ่งปีหลัง

ครูบาบุญชุ่ม เตือน!! ให้ รักษาศีล เผย”ภัยสามประการ คนเป็นโรคตายเป็นล้าน”

“ครูบาบุญชุ่ม” พระนักบุญแห่งล้านนา ปฏิบัติธรรมกรรมฐานบำเพ็ญเพียรภาวนา ในถ้ำที่เมืองแก๊ด รัฐฉาน เขียนจดหมายถึงศิษย์ ระบุขณะนี้ภัย 3 ประการเป็นที่น่ากลัวยิ่ง เป็นโรคตายกันเป็นล้าน ให้หมั่นรักษาศีล มีสติ เผยแผ่เมตตาภาวนาให้ทุกวัน อธิษฐานให้หายจากโรคร้าย

ครูบาบุญชุ่ม

หลังจาก “พระครูบาบุญชุ่ม” พระนักบุญแห่งล้านนา ที่เป็นนับถือของชาวพุทธ หลายประเทศ อย่างประเทศลาว เมียนมา และภูฏาน ได้เข้าไปปฏิบัติธรรมกรรมฐาน บำเพ็ญเพียร ภาวนา ในถ้ำที่เมืองแก๊ด รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ได้เป็นเวลา 1 ปีเศษ ได้เขียนจดหมายฝากถึงบรรดาลูกศิษย์ ให้มีสติ รักษาศีล มีธรรมะ

พระครูสมุห์นทีเทพ จิรวฑฺฒโณ วัดหนองปึ๋ง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ได้นำจดหมายที่พระครูบาบุญชุ่มเขียนในถ้ำ เป็นภาษาไทใหญ่ มาแปลเป็นภาษไทย โพสต์อธิบายบางตอนว่า

ครูบาบุญชุ่ม

“ขอเมตตาถึงลูกศิษย์ทั้งหลาย พร้อมด้วยพ่อแม่ ญาติศรัทธาธรรมทั้งหลายทุกบ้านทุกเมือง ได้รับรู้ ได้เข้าใจกันทุกคน เราขอกราบไหว้ คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ คุณทาน ศีลภาวนา สมาธิ ในโรคธาตุทั้งหลาย ขออธิษฐานให้มาปกปักรักษาลูกศิษย์ ลูกรักทั้งหลาย ให้อยู่ดีมีสุข โรคภัยทั้งหลายขออย่ามากล้ำกราย ขอให้มีเงินมีทอง มีศีลมีธรรม ให้ถึงพระนิพพาน

ให้พากันพิจารณาสติปัฏฐาน 4 ให้สติรู้ตัวอยู่ตลอด อย่าประมาทในชีวิต คนที่ขาดสติก็เหมือนดั่งคนที่ตายแล้วในโลกนี้ที่จะพึ่งพิงได้ เหมือนดังพระรัตนตรัยแก้ว 3 ประการนี้ไม่มีอีกแล้ว คุณแห่งพระพุทธเจ้านี้ยิ่งใหญ่กว่าท้องฟ้ามหาสมุทร ไม่มีอะไรมาเทียบได้อีกแล้ว ในขณะนี้ภัย 3 ประการ (กาบโหลงสามปา) เกิดขึ้นเรื่อยๆ เป็นที่น่ากลัวยิ่ง เป็นโรคตายกันเป็นล้านทั่วทุกประเทศในโลกนี้ เป็นทุกข์แก่คนทั้งหลายน่าสงสารจริงๆ เราแผ่เมตตาภาวนา ให้ทุกๆ วัน อธิษฐานให้หายจากโรคร้ายในเร็ววันด้วยเทอญ

ครูบาบุญชุ่ม

เราพระครูบาพ่อได้มาอธิษฐานภาวนาที่ในถ้ำเมืองแก๊สนี้ สุขกายสบายใจดี ได้ภาวนา ได้พักผ่อนกายใจ อายุเราก็เฒ่าแก่แล้ว อีกปีกว่าอายุก็จะถึง 60 ปีแล้ว อายุจะยาวนั้นแค่ไหน ไม่มีใครรู้ เอาบุญกุศลเป็นที่ตั้ง คนเราใกล้ถึงความตายมาทุกวันแล้ว วันเวลาไม่รอใคร เมื่อยังมีลมหายใจอยู่ให้รีบสร้างบารมีของใครของมัน เราได้เห็นนิมิตหลายอย่างมีเรื่องดีทั้งหมด ได้อยู่กับธรรมชาติในป่าไม้ และสัตว์ นก หนู กา ไก่ป่า นกยูง ลิง เห็น กระรอก ไหน่ เสือ มาอยู่พึ่งบารมีเราได้เลี้ยงเขาดังลูกหลานเรา

นิพพานะปัจจะโย โหตุ อันว่าวันเวลาข้ามล่วงพ้นใกล้มาแล้ว มรณะความตาย อย่าให้วันเวลาล่วงเลยเปล่า ให้พากันรีบสร้างคุณงามความดีกันไว้เยอะๆ ให้มีใจเมตตา นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ให้เว้นจากบาปทั้งปวง ให้พากันสร้างคุณงามความดี มีกุศลกันไว้เยอะๆ ทำใจให้ขาวใสบริสุทธิ์ อย่าให้โลภะ โทสะ โมหะ ตัณหา มานะอวิชา มาครอบงำใจเรา ให้พากันปฏิบัติ ทาน ศีล ภาวนา สมาธิปัญญา วิมุติ ให้ถึงซึ่งพระนิพพานด้วยเทอญ เราแผ่เมตตาภาวนา ให้ทุกๆ วัน อธิษฐานให้หายจากโรคร้ายในเร็ววันด้วยเทอญ ให้มีตั้งสติให้ดีกันทุกๆ คนด้วย”

ครูบาบุญชุ่ม

ขณะเดียวกันที่วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว (พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร) อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พลเอกสุทัศน์ จารุมณี ประธานมูลนิธิดอยเวียงแก้ว พระมหาทองสุข สุขธัมโม รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ว่าที่ร.ท.ทัศน์ไชย ไชยทน เสฐียรพงษ์ แก้วสด ประธานเครือข่ายวิสาหกิจวนเกษตรกาแฟอินทรีย์เชียงราย นายธวิท ติยะกว้าง ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลเวียง อ.เชียงแสน และศรัทธาบ้านผาแตก-ผาคำ ได้ร่วมกันประกอบพิธียกยอดฉัตรหอเทศน์ธรรมศาลา พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกษุ และปลูกต้นไม้ยืนต้น บริเวณ “ลานธรรมญาณสํวโร”

ข่าวต้นฉบับ

‘ท้าวเวสสุวรรณ’ เข้าทรงช่างซ่อมรถสิบล้อ ที่เมืองคอน สั่งขุดต้นตะเคียนทองอายุกว่า100ปี

อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช – หนุ่มอาชีพช่างซ่อมรถสิบล้อ พร้อมด้วยเพื่อนบ้านรวม 30 คน ช่วยกันขุดต้นตะเคียนทองอายุกว่า 100 ปี ขนาดใหญ่ 2 คนโอบ ยาวประมาณ 3 เมตร ที่ฝังอยู่ชายคาหลังบ้าน เชื่อทำคนในบ้านล้มป่วย

ท้าวเวสสุวรรณ  สั่งขุดต้นตะเคียนทอง

วันที่ 7 มิถุนายน 2563 นายทรงวุฒิ พูลเกิด อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 205/1 หมู่ 7 บ้านควนลำภู ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช อาชีพช่างซ่อมรถสิบล้อ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยเพื่อนบ้านรวม 30 คน ช่วยกันขุดต้นตะเคียนทองอายุกว่า 100 ปี ขนาดใหญ่ 2 คน ยาวประมาณ 3 เมตร ที่ฝังอยู่ชายคาหลังบ้าน ก่อนหน้านั้นเมื่อ 20 วันที่ผ่านมา นางสุภาพ แก้วสาร อายุ 63 ปี แม่ยายของตนเกิดล้มป่วย แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และอาเจียนตลอดเวลา ตนและภรรยาจึงพาไปหาหมอ ที่คลินิกแห่งหนึ่งในตลาดจันดี อ.ฉวาง แต่ระหว่างทาง แม่ยาย เกิดอาการช็อกหมดสติ จึงรีบพาไปโรงพยาบาลพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช

ท้าวเวสสุวรรณ  สั่งขุดต้นตะเคียนทอง

เมื่อถึงโรงพยาบาลปรากฏว่าแม่ยายหมดสติ ชีพจรเต้นอ่อน แพทย์จึงส่งต่อโรงพยาบาลทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ที่มีเครื่องมือทางการแพทย์พร้อมกว่า ต่อมาแพทย์ทำการรักษาและให้นอนที่โรงพยาบาล รวม 5 วัน ขณะที่แม่ยายของตนเริ่มมีอาการบวมพอง แน่นหน้าอกและอาเจียน ซึ่งแพทย์ระบุว่า แม่ยายป่วยโรคไตขั้นร้ายแรง จำเป็นต้องฟอกไตตามที่แพทย์นัด จากนั้นแพทย์อนุญาตให้แม่ยายกลับมารักษาตัวที่บ้าน

ขณะที่ญาติๆ เชิญหมอไสยศาสตร์ เพื่อประกอบพิธีรักษาตามความเชื่อ โดยหมอไสยศาสตร์ระบุว่า บริเวณหลังบ้านมีต้นไม้ใหญ่ฝังดินอยู่ และให้โทษคนในครอบครัว จะเกิดล้มป่วยไข้ไม่สบาย แต่ทางญาติยังไม่เชื่อ

ต่อมาวันที่ 6 มิ.ย.63 มีร่างทรงท้าวเวชสุวรรณ ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของนายทรงวุฒิ ที่เคารพนับถือตามความเชื่อมาประทับร่างทรง พร้อมบอกว่าให้ขุดแม่ตะเคียนทองที่ฝังอยู่ในดินใต้ชายคาหลังบ้าน เพราะแม่ตะเคียนทองต้องการขึ้นจากใต้ดิน ที่สำคัญบริเวณที่ต้นตะเคียนถูกฝัง เจ้าของบ้านนำสุนัขมาผูกไว้ และสุนัขอุจจาระ ปัสสาวะใส่ต้นตะเคียนทอง เป็นการลบลู่เจ้าแม่ตะเคียนทอง ทำให้คนในครอบครัวล้มป่วย

ท้าวเวสสุวรรณ  สั่งขุดต้นตะเคียนทอง

ต่อมานายทรงวุฒิ และคนในครอบครัว นำสุนัขไปผูกเลี้ยงไว้บริเวณหน้าบ้าน พร้อมกับนิมนต์พระสงฆ์ ประกอบพิธีขอขมาตามความเชื่อ และติดต่อรถแบ็คโฮ เพื่อขุดต้นตะเคียนทองขึ้นมา แต่ปรากฏว่าไม่มีรถใครกล้าขุด จึงมีการระดมกำลังเพื่อนบ้านช่วยกันขุด โดยใช้เวลา 4 ชั่วโมง จึงสามารถนำต้นตะเคียนขึ้นมาได้สำเร็จ

เมื่อสอบถามพระสงฆ์ เพื่อต้องการนำต้นตะเคียนไปไว้ที่วัด แต่ทางพระสงฆ์บอกว่า ไว้ต้นตะเคียนที่บ้านก็ได้ แต่ต้องตั้งไว้ที่สูง อย่างไรก็ตามหลังขุดต้นตะเตียนขึ้นมาแล้ว ปรากฏว่าแม่ยาย ที่ป่วยหนัก อาการดีขึ้นตามลำดับ จึงเชื่อว่าเจ้าแม่ตะเคียนทอง คงปลดปล่อยความเจ็บป่วยคนในครอบครัว

ท้าวเวสสุวรรณ  สั่งขุดต้นตะเคียนทอง

นายริน แก้วสาร อายุ 66 ปี สามีผู้ป่วย เผยว่า ปกติแล้วตนไม่เชื่อเรื่องลี้ลับแบบนี้ แต่ครั้งนี้ยอมรับและเชื่อสุดตัว เนื่องจากระหว่างที่ภรรยาเข้าโรงพยาบาล ส่วนตนนอนอยู่ที่บ้าน ตกดึกจะมีมือใครปริศนาดึงบริเวณเท้าจนตกใจตื่นทุกคืน ที่สำคัญภรรยาของตนอาการป่วยดีขึ้นตามลำดับ

ยายไสว วิมล อายุ 87 ปี เปิดเผยว่า ตนเคยเห็นต้นตะเคียนทองต้นนี้ล้มนอนอยู่บริเวณดังกล่าวตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น ต่อมาต้นตะเคียนทองถูกทับถมจนจมดินหายไป และมาพบอีกครั้งเมื่อมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น

ท้าวเวสสุวรรณ  สั่งขุดต้นตะเคียนทอง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังชาวบ้านทราบข่าว โดยเฉพาะบรรดาคอหวย ไม่พลาดที่จะแห่มาขอเลขเด็ด พร้อมนำดอกไม้ธูป เทียน และแป้งฝุ่น เพื่อลูบ ถู ต้นตะเคียนหาเด็ดไปเสี่ยงโชค อย่างไรก็ตามมีการตกลงกันว่าจะนำต้นตะเคียนทองที่ขุดขึ้นมา ไปเก็บรักษาไว้ที่วัดควนอุโบสถ หมู่ 3 ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ

ตักบาตรวันอาทิตย์ ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า หน้าวัดพระมหาธาตุ เมืองนครฯ

อาทิตย์สบายสบาย ถนนสายธรรม สู่มรดกโลก – กิจกรรมทำบุญตักบาตรทุกวันอาทิตย์ ณ บริเวณถนนราชดำเนิน วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร นครศรีธรรมราชทุกเช้าวันอาทิตย์ 6 โมงเช้าเป็นต้นไป อาหารสด อาหารแห้ง ด้วยศรัทธา

ตักบาตรวันอาทิตย์

ประเพณีตักบาตร ประเพณีอย่างหนึ่งที่ชาวพุทธปฏิบัติกันมาแต่สมัยพุทธกาล พระภิกษุจะถือบาตรออกบิณฑบาตเพื่อรับอาหารหรือทานอื่นๆ ตามหมู่บ้านในเวลาเช้า ผู้คนที่ออกมาตักบาตรจะนำของทำทานต่างๆ เช่น ข้าว อาหารแห้ง มาถวายพระ

ตักบาตรวันอาทิตย์

ประเพณีนี้ชาวพุทธถือกันว่าเป็นการสร้างกุศล และถือว่าเป็นการแผ่ส่วนกุศลให้กับญาติผู้ล่วงลับไปแล้วด้วย โดยเชื่อกันว่าอาหารที่ถวายไปนั้นจะส่งถึงญาติผู้ล่วงลับด้วยเช่นกัน

ตักบาตรวันอาทิตย์

ทุกวันอาทิตย์เชิญชวนพุทธบริษัท ศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา ในจังหวัด ร่วมทำบุญตักบาตร แสดงตนเป็นพุทธมามะกะเริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น.ประเพณีตักบาตรถือเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ของพุทธศาสนิกชน จรรโลงพุทธศาสนา ให้วัฒนาถาวรคู่ชาติไทย สำหรับการแต่งกายผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่งกายด้วยชุดและสีที่สุภาพ

ตักบาตรวันอาทิตย์

สำหรับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ ที่ชาวนครเรียกว่า วัดพระธาตุ โบราณสถานสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็น มิ่งขวัญชาวเมือง นครศรีธรรมราช ตลอดจน พุทธศานิกชน ทั้งหลาย วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ยังเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่รู้จักกัน “พระบรมธาตุเจดีย์” ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เนื่องจากเป็นที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศ จดทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน นับเป็นปูชนียสถาน ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้

ตักบาตรวันอาทิตย์

photo : ป้ากานต์มีดี มีดีทีวี

กุมารทอง ของขลัง ของดีที่ควรมีไว้บูชา ข้อคิดสำหรับผู้เลี้ยง ที่ไม่ควรละเลย

กุมารทอง เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของไทยเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ท่านใดที่มีกุมารทองไว้บูชาในร้าน หรือในบ้าน เป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่ขอให้เป็นกุมารทองที่ผ่านการปลุกเสกอาคมจากผู้เรืองเวทมนต์อาคมที่แก่กล้าจริงๆ

เชื่อว่ากุมารทองจะนำโชคลาภมาให้ท่านและครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ขึ้นชื่อว่ากุมารทองแล้ว เป็นของขลังของดีที่ควรมีไว้บูชา เมื่อนั้นท่านจะไม่ผิดหวัง ขอให้บูชาเข้าด้วยดี ให้กินอิ่ม อย่าปล่อยให้อด หิวโซ ไม่เช่นนั้นท่านก็จะลำบากเช่นกัน

ที่มาของกุมารทองมาจากการเลี้ยงภูตผีปีศาจไว้ใช้งาน โดยกุมารทองจะเป็นวิญญาณของเด็กผู้ชาย หากเป็นวิญญาณผู้หญิงที่คนเลี้ยงไว้จะเรียกว่า “โหงพราย”

กุมารทอง

กุมารทองนั้นแรกเริ่มเดิมทีมาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะไปนำพาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก จากหลักฐานที่พบในเอกสารโบราณระบุถึงการทำกุมารทองสรุปว่า ต้องหาศพที่ตายทั้งกลม แล้วประกอบพิธีกรรมผ่าเอาศพทารกในท้องนั้นมาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่ว ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่ากุมารทอง

ต่อมาสภาพสังคมและวัฒนธรรมพัฒนาไปมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถสร้างกุมารทองจากศพทารกจริง ๆ ได้ จึงได้มีการดัดแปลงกรรมวิธีการสร้างกุมารทองขึ้น โดยใช้ดินเจ็ดป่าช้าบ้าง ไม้รักซ้อนหรือไม้มะยมบ้าง ไปจนถึงโลหะ มาสร้างเป็นรูปกุมาร แล้วปลุกเสกตั้งจิต ตั้งธาตุทั้ง 4 และเรียกอาการสามสิบสองให้บังเกิดเป็นจิตวิญญาณของเด็กขึ้นมา

กุมารทอง

กุมารทองปัจจุบันนิยมสร้างเป็นรูปเด็ก ลักษณะเป็นเด็กไว้จุก นุ่งโจงกระเบนอย่างโบราณ กลายเป็นเครื่องรางของขลัง เชื่อกันว่าเสมือนมีวิญญาณเด็กอยู่ในรูปกุมารนั้น ผู้บูชาต้องเลี้ยงดูเหมือนลูกของตน ต้องให้ข้าวน้ำเซ่นสรวงและต้องเรียกให้กินข้าวด้วย

กล่าวกันว่าหากปฏิบัติดูแลดีกุมารทองก็จะช่วยค้ำคูณ อาทิ ช่วยคุ้มครองป้องกันเจ้าของและครอบครัวจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ช่วยให้ทำมาค้าขึ้น ไปจนถึงเตือนภัยล่วงหน้าอีกด้วย และจะคอยติดตามเฝ้าระวังบ้านเรือนจากโจรผู้ร้ายและศัตรูไม่ให้มากล้ำกราย ปัจจุบันผู้บูชานิยมไหว้ด้วยน้ำแดง เรื่องราวของกุมารทองถูกกล่าวถึงใน วรรณคดีไทย เช่น ขุนช้างขุนแผน บ้างก็นับลูกกรอก เป็นกุมารทองด้วย

เครื่องรางอีกประเภทหนึ่งที่คล้ายกันคือรักยม ทั้งกุมารทองและรักยมปัจจุบันยังมีผู้นิยมบูชากันอยู่ไม่น้อยในสังคมไทย

5 ข้อคิดสำหรับผู้เลี้ยง กุมารทอง ที่ไม่ควรละเลย

กุมารทอง

1. เราต้องระลึกไว้เสมอว่ากุมารนั้นคือลูกของคุณ เสมือนคนจริงๆ

2. หมั่นหาของเล่นใหม่ๆ หรือขนมแปลกๆ มาให้เขา

3. หมั่นคุยกับเขา แม้เวลาที่ไม่ได้ถวายของ

4. การสวดมนต์บูชาคาถา บูชากุมารทอง สามารถสวดได้ทุกบท ทุกคาถา ตามแต่สถานที่ที่เราได้กุมารทองมาในครั้งแรก

5. หากเบื่อแล้ว คิดจะเลิกเลี้ยงนั้น ควรนำเขาไปปล่อย โดยผู้ที่มีพลังจิตตามสำนักต่างๆหรือให้พระปลดปล่อยเขาไป

6 ราศี มีเกณฑ์เป๋าตุง เป็นเศรษฐีครึ่งปีหลัง 2563

ดวงชะตาดีมาก เตรียมรับทรัพย์ไว้เลย หมอไก่ พ.พาทินี จัดอันดับ 6 ราศีเป็นเศรษฐีเป๋าตุงครึ่งปีหลัง 2563 แน่นอน โดยบอกกับไทยรัฐออนไลน์ ว่า 6 อันดับมีดังต่อไปนี้ เช็กเลย

อันดับที่ 6 ราศีเมถุน (14 มิ.ย. – 14 ก.ค.)

ราศีเมถุน

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับชาวราศีเมถุนด้วย ในช่วงครึ่งปีหลังถือเป็นช่วงที่ดวงชะตาดีขึ้นอย่างมาก ช่วงที่ผ่านมาชาวราศีเมถุนต้องเจอกับอุปสรรคนานัปการ ไม่ว่าจะมีปัญหาทั้งเรื่องการงาน การเงิน และความรัก แต่เดือนกันยายนเป็นต้นไปดวงชะตาดีขึ้นอย่างมาก

ชีวิตเหมือนได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ถือว่าเป็นช่วงที่ได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ เช่น การได้งานใหม่ การโยกย้าย ได้แฟนใหม่ ได้ลาภจากช่องทางใหม่ๆ ได้ทรัพย์ใหม่ เป็นต้น แม้ว่าดวงจะยังไม่ปังถึงขั้นพลุแตกแต่ก็ถือว่าดวงชะตาดีขึ้นมาก หากหมั่นทำบุญเสริมบารมีก็จะดียิ่งขึ้น

เคล็ดลับเสริมดวง ควรทำบุญถวายผ้าไตรจีวร อานิสงส์จะส่งผลให้ดวงชะตาดีขึ้นตามลำดับ

อันดับที่ 5 ราศีมังกร (14 ม.ค. – 12 ก.พ.)

ราศีมังกร

ช่วงที่ผ่านมาชีวิตขึ้นๆ ลงๆ ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ช่วงครึ่งปีหลังถือว่าดวงดี โดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 3 ถือว่าดีมากๆ มีโอกาสที่จะวางแผนบางอย่างแบบเงียบๆ ในช่วงนี้ หรือถ้าตอนนี้มีแผนจะทำบางอย่างก็มีโอกาสได้ลงมือทำสมใจ

การงานโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้นอย่างมากๆ มีความเจริญก้าวหน้า มีผู้ใหญ่หรือผู้มีอิทธิพลในการทำงานคอยสนับสนุนคุณอย่างเงียบๆ ไม่เปิดเผย มีโอกาสเปลี่ยนแปลงการงานไปในทิศทางที่ดีขึ้น

การเงินก็ดีมีโชคลาภเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ค่อยมีอุปสรรคมาขัดขวางเรื่องการเงิน

เคล็ดลับเสริมดวง ควรทำบุญบริจาคโลงศพ เพื่อให้ชีวิตก้าวหน้าราบรื่นไม่มีอุปสรรค

อันดับที่ 4 ราศีกันย์ (17 ก.ย. – 16 ต.ค.)

ราศีกันย์

หน้าที่การงานมีความก้าวหน้าอย่างมาก มีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย เปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนสถานที่การทำงาน การเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ การขยับขยายธุรกิจ ช่วงครึ่งปีหลังงานดีขึ้นแต่ก็ต้องเหนื่อยมากขึ้น หากยิ่งทำงานร่วมกับคนหมู่มากก็ยิ่งต้องเหนื่อยใจ เพราะงานก้าวหน้ามักมีคนอิจฉา

ส่วนเรื่องการเงินก็ดีอย่างมาก ตามดวงจะได้ลาภจากความอุตสาหะ เพราะงานดีเงินก็ดีตามไปด้วย จะได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับความขยัน ต้องระวังเรื่องสุขภาพไว้ด้วย เนื่องจากคุณโหมงานหนักมาตลอด มีความเครียดสะสมมานาน จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ในช่วงนี้

เคล็ดลับเสริมดวง ควรทำบุญถวายสังฆทานยาเพื่อแก้เคล็ดเรื่องสุขภาพ

อันดับที่ 3 ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. – 13 มี.ค.)

ราศีกุมภ์

ชาวราศีกุมภ์ชีวิตเหมือนได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง สามารถหายใจได้เต็มปอดหลังจากชีวิตเจออุปสรรคมาอย่างมากมาย ช่วงครึ่งปีหลัง แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาคุณจะประสบความสำเร็จในงานบ้างแต่ก็ต้องเหนื่อยมากเพราะไม่มีใครให้ความสนับสนุน

แต่ช่วงครึ่งปีหลังดวงดีจะมีคนคอยช่วยเหลืออุปถัมภ์ ผู้ใหญ่เริ่มเล็งเห็นความตั้งใจจริงในการทำงาน ทีนี้แหละ!! อยากทำอะไรให้รีบลงมือทำเพราะดวงมาแล้ว

หากทำงานหรือทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับออนไลน์จะดีมากๆ มีโอกาสรับทรัพย์รับโชค รวมถึงโชคลาภจากการลงทุนเสี่ยงดวงลาภลอยจะเข้ามาเรื่อยๆ

เคล็ดลับเสริมดวง ควรทำบุญเกี่ยวกับน้ำ เช่น การถวายปัจจัยค่าน้ำ เป็นต้น เพื่อเสริมดวงการเงินให้ดีมากยิ่งขึ้น

อันดับที่ 2 ราศีสิงห์ (17 ส.ค. – 16 ก.ย.)

ราศีสิงห์

พื้นฐานดวงของชาวราศีสิงห์ก็เป็นคนที่มีความคิดมีไอเดียอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา ไม่ชอบหยุดอยู่นิ่ง ชอบการพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสได้ริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ที่จะเป็นอีกแหล่งรายได้สำคัญของชีวิต หรือถ้าตอนนี้ยังไม่ได้คิด ช่วงครึ่งปีหลังก็จะได้วางแผนแน่ๆ

การเงินดีมีโอกาสได้รับเงินก้อนใหญ่จากงานบางอย่าง การเงินโดยรวมราบรื่นไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเข้ามากวนใจ

เคล็ดลับเสริมดวง ควรทำบุญด้วยแสงสว่าง เช่น การถวายปัจจัยค่าไฟ เป็นต้น เพื่อเสริมดวงการงานให้ดีขึ้น

อันดับที่ 1 ราศีธนู (16 ธ.ค. – 13 ม.ค.)

ราศีธนู

ดวงชะตามีความโดดเด่นอย่างมาก มีโอกาสได้รับผิดชอบงานใหญ่ หรืองานที่มีความสำคัญกับองค์กรอย่างมาก โดยจะเหนื่อยบ้างเพราะจะต้องมีการแก้ไขปัญหาบ้าง แต่จะประสบความสำเร็จดีมาก
ส่วนเรื่องการเงินคุณจะมีความเกี่ยวข้องพัวพันกับการเงิน หรือการลงทุนอะไรบางอย่าง ซึ่งจะประสบความสำเร็จดี หากทำธุรกิจอยู่แล้วธุรกิจจะรุ่งเรืองมาก

เคล็ดลับเสริมดวง ควรทำบุญเกี่ยวกับการศึกษา อานิสงส์จะส่งผลให้หน้าที่การงานก้าวหน้ามั่นคงรุ่งเรือง

ติดตามรายการ “ตะลอนข่าว” เกาะติดข่าวสารทุกทิศทั่วไทยกับ 3 พิธีกรอารมณ์ดี สดทุกวันจันทร์ – ศุกร์ 08.30 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ 11.30 น. ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32