คลิปหาดูยาก ช้างป่า 3 ตัว เดินข้ามถนนชวนกันเข้าวัด ชาวบ้านทัก ไปทำบุญเหรอ

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีสมาชิกเพจเรื่องจริงนครนายก กลายเป็นภาพความน่ารักในสื่อสังคมออนไลน์ หลังสมาชิกเพจเรื่องจริงนครนายก สามารถบันทึกภาพช้างป่าเขาใหญ่จำนวน 3 เชือก ที่เดินเรียงกันเข้าซุ่มประตูวัดตำหนัก หมู่ 3 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก

หลังจากนั้นช้างก็เดินหายไปในป่าบริเวณหลังวัดไป โดยชาวบ้านที่ต่างพูดกันว่าช้างชวนกันไปทำบุญช่วงเข้าพรรษากัน สำหรับช้างป่าทั้ง 3 ตัวนี้ เป็นช้างที่มาจากเทือกเขาใหญ่ โดยตอนกลางคืนมักจะลงมาหากินผลไม้ของชาวบ้านอยู่เป็นประจำแต่ไม่ดุร้าย

สำหรับช้างป่าทั้ง 3 เชือกนี้ เป็นช้างที่มาจากเทือกเขาใหญ่ โดยตอนกลางคืนมักจะลงมาหากินผลไม้ของชาวบ้านอยู่เป็นประจำแต่ไม่ดุร้าย โดยจะมีชุดเพื่อนช้างและ เจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังและพลักดันกลับคืนสู่ป่า อย่างไรก็ตามอยากจะฝากเตือนผู้ที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงตอนกลางคืนบริเวณเขตตำบลสาริกาว่า ให้ระวังช้างที่จะคอยวิ่งข้ามถนนด้วยเพื่อความปลอดภัยทั้งคนและสัตว์


คลิกดูคลิปต้นฉบับช้างป่าเดินเข้าวัด

กำแพงเพชร เปิด “วังนาคินทร์” บวงสรวง “พญานาคราช” 4 ตระกูล ส่องเลข ให้โชคเข้าพรรษา

กำแพงเพชรเปิด “วังนาคินทร์” บวงสรวง “พญานาคราช” 4 ตระกูล จากแดดจ้ากลายเป็นฝนฟ้าครึ้มตกลงมาอย่างน่าอัศจรรย์ ชาวบ้านเชื่อพญานาคมาเล่นน้ำให้โชคก่อนเข้าพรรษา ให้มีความโชคดีตลอดไปแก่ผู้บูชา พร้อมเลขเด็ด

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 ก.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ “วังนาคินทร์กำแพงเพชร” บ้านเลขที่ 26/3 ม.2 ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งที่นี่เป็นอีกแห่งที่ผู้ศรัทธาในองค์ “พญานาคราช” เดินทางมากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งในเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน การเงิน กันมากมาย โดยได้มีการอัญเชิญ “พ่อปู่ศรีสุทโธ-แม่ย่าศรีปทุมมา” จากคำชะโนด มาประดิษฐานให้ผู้ที่ศรัทธากราบไหว้ขอพรและยังมี “พญานาคราช” ทั้ง 4 ตระกูล ตามความเชื่อ คือ “วิรูปักโคนาคราช-เอราบถนาคราช-ฉัพยาปุตตะนาคราช-กัณหาโคตมะนาคราช” โดยทั้งหมดถูกสร้างขึ้นจนแล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ช่วง “เข้าพรรษา” และวันนี้เป็นการจัดพิธีบวงสรวง “พญานาคราช” ทั้ง 4 ตระกูล

ตามความเชื่อว่า เทพเทวาพญานาคจะขึ้นไปสู่สวรรค์เพื่อจำศีลในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน ในวันนี้จึงมีการจัดพิธีขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่ศรัทธาเข้ามากราบไหว้ขอพร ขอโชคลาภกัน

ขณะที่กำลังประกอบพิธีบวงสรวง “พญานาคราชทั้ง 4 ตระกูล” อยู่นั้น ท้องฟ้าได้มีเมฆฝนครึ้มทำทีท่าว่าฝนนั้นจะตกลงมา โดยก่อนหน้านั้นมีแสงแดดส่องสว่างไปทั่วบริเวณ แต่กลับมีเมฆครึ้มฝนตกลงมาอย่างน่าอัศจรรย์ โดยประชาชนที่มาร่วมพิธีครั้งนี้ต่างพากันลากเก้าอี้ที่ตนเองนั่งย้ายเข้ามานั้งในเต็นท์ที่กางไว้ในงาน โดยเจ้าพิธีกรรมได้เริ่มการบวงสรวงไปเพียงไม่นาน ทำให้หลายคนที่มาร่วมงานต่างเชื่อว่า “องค์พญานาคราช” ลงมาพรมน้ำมนต์ให้กับผู้ศรัทธาครั้งนี้ และหลังจากนั้นฝนที่ตกลงมาก็ได้หยุดลงอย่างน่าแปลกใจหลังทำพิธีเชิญเสร็จสิ้น

นายกฤษณะพงษ์ นาคจันทร์ อายุ 37 ปี เจ้าของสถานที่ “วังนาคินทร์กำแพงเพชร” และผู้ประกอบพิธีกรรมบวงสรวง เล่าว่า เดิมทีตนเองนั้นนับถือ “พญานาคราช” มานานกว่า 10 ปีแล้ว มีความเชื่อและศรัทธาอันแรงกล้า ตนเองได้เจอกับปาฏิหาร์ย์ต่างๆ ในชีวิตมากมาย ทั้งในด้านดีและไม่ดี จนกระทั่งประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จึงมีความคิดที่จะสร้างสถานที่แห่งนี้ไว้ให้กับผู้คนประชาชนทั่วไปที่ศรัทธาใน “พญานาคราช” ได้เข้ามากราบไหว้ขอพรและได้รับความสำเร็จโชคดีเหมือนตน

แต่อยากให้ทุกคนที่มากราบไหว้ขอพรนั้นมีสติ ไม่ใช่เพียงแค่อยากมีโชคลาภเท่านั้น เพราะความโชคดีในเรื่องอื่นๆ นั้นมีมากกว่าและยั่งยืนกว่า ส่วนวันนี้ถือว่าเป็นวันก่อนเข้าสู่เทศกาลเข้าพรรษา ตนเองได้สร้าง “พญานาคราช 4 ตระกูล” ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีสติในการดำเนินชีวิต และเพื่อให้ผู้อื่นได้มีความเป็นปัญญาต่อไป จึงถือโอกาสจัดพิธีบวงสรวงเบิกฤกษ์ครั้งนี้ให้คนอื่นๆ มาร่วมพิธี เพื่อความเป็นมงคลด้วย

หลังจากนั้นได้มีการถวายไฟแก่พญานาคราช พร้อมการรำถวายเพื่อขอความโชคดีตลอดไปแก่ผู้นับถือบูชา นอกจากนี้แล้วยังมีผู้ที่มีญาณสัมผัสต่างๆ (ร่างทรง) ได้เดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างมากมาย สำหรับหลายคนที่มาร่วมงานที่ชอบเกี่ยวกับการเสี่ยงโชคนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าขอพรแล้วได้เลขอะไรบ้าง ก็ได้คำตอบว่ามีเลข “591, 19”.

อ่านต้นฉบับ

‘ลิงเก็บมะพร้าว’ ไม่ใช่การทารุณ เตรียมเชิญคณะฑูตลงพื้นที่ดูของจริงทำความเข้าใจ วิถีชีวิตชาวบ้าน

ปลัด ก.พาณิชย์สั่งทูตพาณิชย์ชี้แจง-ทำความเข้าใจ หลังห้างในอังกฤษแบนกะทิไทย เตรียมเชิญทูตหลายประเทศเยี่ยมชมการเก็บมะพร้าวไทย แม้จะให้ลิงเก็บ แต่ไม่ได้ทรมาน ถือเป็นวิถีชีวิตชาวบ้านที่ทำกันมานาน

สำนักข่าวไทยรายงาน นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงข่าวองค์กรประชาชนเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม (พีต้า) นำผลการวิจัยและออกมาเรียกร้องต่อต้านผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูปและมะพร้าวจากประเทศไทย กรณีเห็นว่านำลิงเก็บมะพร้าวและทารุณกรรมสัตว์นั้น

กระทรวงพาณิชย์ทราบเรื่องแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด ยอมรับว่าเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ส่วนกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้นิ่งนอนใจ แม้จะเกี่ยวข้องกับการตลาดจะเร่งติดตามดูแล อยากให้หน่วยงานที่วิเคราะห์วิจัยดูถึงข้อเท็จจริง การที่เกษตรกรหรือผู้เลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะลิงเก็บมะพร้าว ก็ไม่ได้หมายความว่าทารุณกรรมสัตว์ เพราะสัตว์ที่ชาวบ้านนำมาเก็บมะพร้าวถือว่าอยู่ในวิถีชีวิต และเป็นการเลี้ยงแบบฝึกเก็บมะพร้าวเฉพาะไม่ใช่การทรมานหรือทารุณสัตว์ตามกลุ่มพีต้าออกมาระบุ

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์มีความพร้อมอาจจะเชิญทูตหลายประเทศให้เข้ามาดูวิธีการเก็บมะพร้าว เพื่อให้รู้วิถีชีวิตของคนไทยและสัตว์เลี้ยงว่าไม่ใช่เป็นการทรมาน ลิงถือว่าได้รับการฝึกฝน ดังนั้น หากนำคณะทูตมาดูวิถีชีวิตในพื้นที่ เชื่อว่าจะทำให้หลายประเทศเข้าใจว่าไม่ใช่การทรมานสัตว์

ทั้งนี้ คงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่สำคัญจากข่าวดังกล่าวทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ไทยได้มีการออกแถลงการณ์และนำวิถีชีวิตการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะลิงเผยแพร่ออกไปแล้ว ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์จะให้ทูตพาณิชย์ในต่างประเทศไปทำความเข้าใจห้างต่างๆ ถึงวิธีการของไทย

คำพยากรณ์ดวงชะตา ครึ่งปีหลัง 2563 (คลิป)

คำพยากรณ์ดวงครึ่งปีหลังครบทั้ง 12 ราศีมาแล้วครับ หลังจากดาวเสาร์และดาวพฤหัสย้ายราศีในเดือนกรกฎาคม จะส่งผลให้ดวงครึ่งปีหลังเปลี่ยนแปลง12 ราศีดังนี้

ราศีกุมภ์

ราศีกุมภ์ มีโชคลาภ เงินทองล้นมือ ช่วงครึ่งปีหลัง จะหาเงินหาทองได้ดี ใครที่เครียดๆ จะเริ่มมีแสงสว่าง มีทางออกที่ดีในเรื่องของการเงิน

ราศีที่กระเป๋ารั่ว กู้หนี้ ยืมสิน ได้แก่ ราศีเมษ เก็บเงินไม่อยู่ มีเรื่องวุ่นวายทางด้านการเงิน จะกระเป๋ารั่วไปถึงปีหน้า คนที่ทำบุญมาเยอะจะไม่ค่อยเป็นไร

ราศีมีน

ราศีที่จะก้าวหน้า ได้เปลี่ยนงานในครึ่งปีหลัง ราศีมีน ราศีสิงห์

ราศีมีน ดวงการงานมีการผันผวนเยอะ ไม่มั่นคง แต่ถ้าอยากเปลี่ยนครึ่งปีหลังได้เปลี่ยนแน่ หรืออาจจะมีภาระเพิ่มมากขึ้น ทำหลายอย่างมากขึ้น เหนื่อยขึ้นมีการเปลี่ยนแปลง มีการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆที่ดีขึ้น

ราศีสิงห์

ราศีสิงห์ ที่ผ่านมามีดวงดาวเหมือนงูตกบันได ไปยังไม่สุด จะมีการเปลี่ยนงานแบบฟ้าผ่าแต่งานที่เปลี่ยนจะส่งผลดี งานทางด้านต่างประเทศ งานทางด้านออนไลน์

ราศีที่ต้องระวังศัตรู ได้แก่ ราศีกรกฎ เป็นราศีที่มีอุปสรรค มีปัญหาที่ต้องเคลียร์ เรื่องจุกจิกเยอะ ให้ระวังปัญหาภายใน หากใครเป็นเจ้าของธุรกิจ ระวังปัญหาเรื่องลูกน้อง

ราศีพฤษภ

ราศีพฤษภ พิจิก ครึ่งปีหลัง เจอราหูเข้ารอบใหม่ แต่ราศีพิจิก ไม่กลัวราหู จะค่อนข้างร่ำรวยมากขึ้นส่งผลดีการเงินดี เรื่องคู่ดี ส่วนราศีพฤษภ เตือนระวังเรื่องสุขภาพ

ราศีมังกร

ราศีมังกร ดวงดีปลายปี แต่ช่วงนี้จะมีปัญหากับผู้ใหญ่ เจ้านาย เรื่องงาน ปัญหาในบ้าน ต้องดูแลตัวเอง ถ้าถึงสิ้นปีจะดีไปถึงปีหน้า

ราศีกันย์ เริ่มกลับมาดีขึ้น ความเป็นครอบครัวดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าขึ้น
ราศีตุลย์ แนะอาชีพเจรจา สื่อสาร สมัครงานใหม่ สิ่งใหม่ๆ เข้ามาดี นำข่าวดีเรื่องดีๆ มาในครึ่งปีหลัง


คลิปพยากรณ์ดวง 12 ราศี

อังกฤษ ต้านกะทิไทย เหตุใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว

ห้างซูเปอร์มาร์เก็ตในอังกฤษหลายบริษัท สั่งเก็บผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากประเทศไทย ออกจากชั้นวาง เพื่อประท้วงตามการรณรงค์ขององค์กรพิทักษ์สัตว์ “เพตา” ที่ระบุว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากการใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว

แถลงการณ์ของกลุ่มประชาชนเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีคุณธรรม หรือ เพตา (People for the Ethical Treatment of Animals : PETA) กล่าวว่า ลิงในประเทศไทยถูกจับจากป่า แล้วนำมาฝึกเก็บลูกมะพร้าว วันละ 1,000 ลูก ลิงเหล่านี้ถูกปฏิบัติ เหมือน “เครื่องจักรเก็บมะพร้าว”พร้อมกับเรียกร้องให้ห้างซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วสหราชอาณาจักร ร่วมกันต่อต้านผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูปและน้ำมะพร้าวจากประเทศไทย ซึ่งมาจากการทารุณกรรมสัตว์

เพื่อเป็นการตอบสนอง ห้างซูเปอร์มาร์เก็ตในอังกฤษ ประกอบด้วย เวทโรส, โอคาโด, โค-อ๊อป และบูทส์ ประกาศจะยุติการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากประเทศไทย ในขณะที่ห้างมอร์ริสัน กล่าวว่า สั่งเก็บผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูปจากไทย ออกจากชั้นวางก่อนหน้านี้แล้ว

หลังการประกาศของกลุ่มเพตา น.ส.แคร์รี ไซมอนด์ คู่หมั้นของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ทวีตข้อความเมื่อวันศุกร์ (3 ก.ค.) เรียกร้องให้ห้างสรรพสินค้าทุกแห่งในสหราชอาณาจักร ร่วมกันต่อต้านผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากประเทศไทย และต่อมา น.ส.ไซมอนด์ ทวีตข้อความถึงห้างซูเปอร์มาร์เก็ต เทสโก้ เรียกร้องให้ร่วมต่อต้าน ขณะที่โฆษกบริษัทเทสโก้ เผยว่า สินค้ากะทิสำเร็จรูปและน้ำมะพร้าว ที่วางขายในห้างเทสโก้ ไม่ได้แรงงานลิงในการผลิต และห้างไม่ขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตามที่เพตาระบุ

รายงานของเพตา ระบุว่า ฟาร์ม 8 แห่งทางภาคใต้ของประเทศไทย บังคับลิงเก็บลูกมะพร้าว เพื่อส่งออกไปทั่วโลก ลิงเพศผู้ตัวหนึ่งเก็บมะพร้าวได้ถึงวันละ 1,000 ลูก ขณะที่คนเก็บได้วันละประมาณ 80 ลูก การตรวจสอบยังได้พบโรงเรียนฝึกสอนลิงฝึกสอนลิงเก็บลูกมะพร้าว รวมทั้งขี่จักรยาน หรือเล่นบาสเกตบอล เพื่อสร้างความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยว

น.ส.เอลิซา อัลเลน ผู้อำนวยการเพตา เรียกร้องต่อประชาชนที่มีความเมตตา อย่าสนับสนุนการใช้แรงงานลิง ด้วยการไม่ซื้อผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากประเทศไทย.


เนื้อหาต้นฉบับ

“อ.เรนนี่ ช่องส่องผี” เคลื่อนไหวหลังถูกโจมตี ยกคำสอนบัวมี 4 เหล่า

วันนี้ ( 3 ก.ค. 63 ) จากประเด็นร้อน ที่เป็นที่จับตามองอยู่ในขณะนี้ สำหรับรายการช่องส่องผี ที่กำลังถูกวิพากษณ์วิจารณ์ในสังคมในประเด็นการให้ข้อมูลประวัติศาสตร์ไม่ถูกต้อง และนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องผีสาง ความเชื่อ จนสร้างความไม่พอใจให้กับนักประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ อาจารย์เรนนี่ 1 ในพิธีกรของรายการดังกล่าว

ล่าสุดอ.เรนนี่ ช่องส่องผี ออกมาเคลื่อนไหวโดยโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ขออนุญาติ นำบทความดีๆ ตามหลักคำสอนของ องค์พระสัมมาสัมพุทธะเจ้า เพื่อเป็นสะพานบุญ ให้ทุกท่านได้ร่วม ส่งต่อบุญ ความดี เพื่อเป็นธรรมทานร่วมกันนะคะ

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงสอนเสมอ ให้เจริญเมตตาด้วยธรรมในใจ อยู่เสมอให้มีความรู้สึกที่ดีต่อคนทุกๆ คน มองเขาเป็นเหมือนเพื่อน เป็นเหมือนพี่ เป็นเหมือนน้อง เป็นคนที่เรารักที่เราชอบ ถึงแม้จะไม่รู้จักเขา เค้าจะพูดไม่ดีกับเรา ก็ขอให้มองเขาแบบนั้นเพราะเมื่อมองเขาแบบนั้นแล้ว เราจะไม่มีความโกรธแค้นอาฆาตพยาบาท สร้างกรรม ต่อกัน

บุคคลมี 4 จำพวก คือ อุคฆฏิตัญญู วิปจิตัญญู เนยย ปทปรมะ ก็เปรียบเหมือนดอกบัว ๔ เหล่านั้นแล. ในบุคคล ๔ จำพวกนั้น บุคคลที่ตรัสรู้ธรรมพร้อมเวลาที่ท่านยกขึ้นแสดง ชื่ออุคฆฏิตัญญู. บุคคลที่ตรัสรู้ธรรมเมื่อท่านแจกความ แห่งคำย่อ ชื่อว่าวิปจิตัญญู.

บุคคลที่ตรัสรู้ธรรมโดยลำดับความพากเพียรท่องจำ ด้วยการไต่ถาม ด้วยทำไว้ในใจโดยแบบคาย ด้วยคบหาสมาคมกับกัลยาณมิตร ชื่อว่าเนยย.

บุคคลที่ไม่ตรัสรู้ธรรมได้ในชาตินั้นๆ แม้เรียนมาก ทรงความรู้มาก สอนเขามาก ชื่อว่าปทปรมะ.
ดังนั้น หลัก 4 ประการที่พระพุทธองค์ ท่าน ทรงตรัสว่า เป็นผลแห่งวิบาก ของตน

1. ทำกรรมเอาไว้ อย่างไร ก็จะต้องได้รับผลของกรรมเช่นนั้นไม่ชาติภพนี้ ก็ชาติภพหน้า
2. ปัญญาให้กันไม่ได้ต้องฝึกฝนเอาเองถึงจะเกิด และมีซึ่งปัญญาได้
3. ความศรีวิลัยของธรรมะไม่สามารถสื่อทางภาษาได้ ความจริงแท้ในจักรวาล ต้องใช้การปฏิบัติ หนทางเดียวเท่านั้น เพื่อพิสูจน์ความจริง
4. คนที่คิดไม่ดีกับเรา จะไม่ปรารถนาเข้าใจ เราจึงไม่สามารถบอกเค้าได้ …

ฝนแม้จะตกทั่วฟ้า ก็ยังไม่เกิดประโยชน์กับหญ้าที่ไร้ราก พระธรรมคำสอนนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ก็ยากที่จะโปรดคนไร้ธรรมในใจ ดังนี้ แล

เจตนาเรนเพียงต้องการนำบทความดีๆมาเผยแพร่เป็นธรรมทาน เผื่อหลายท่านได้อ่าน ให้จิตใจเต็มไปด้วยสุข และมี สะท้อนเรื่อง กรรม และ ผลแห่งกรรมที่เกิดจาก กรรม

เท่านั้นนะคะ หากเรนเกิดทำผิดพลาดประการใด หรืออาจทำให้ เกิดการขุ่นเคืองหมองใจอย่างไร เรนต้องกราบขออภัยด้วยนะคะ

พุทธศาสนสุภาษิต ข้อคิด วันนี้ เสยฺยํโส เสยฺยโส โหติ. การคบคนดีมีศีล ย่อมพลอยทำให้ตนเองมีส่วนดีตามไปด้วย”


เนื้อหาต้นฉบับ

เปิดประวัติ “อ.เรนนี่ ช่องส่องผี” อ้างเคยตาย 49 วันแล้วฟื้นในห้องดับจิต

เปิดประวัติ “อ.เรนนี่ ช่องส่องผี” อ้างเคยตาย 49 วันแล้วฟื้นในห้องดับจิต สื่อสารกับวิญญาณได้ เคยมีรายชื่อติดทำเนียบ 50 หมอดูคิวทองของนิตยสารแห่งหนึ่ง และทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้คำปรึกษา – ดูดวงชะตา รวมถึงรายการช่องส่องผีที่กำลังเป็นประเด็นดราม่าขณะนี้ด้วย

โดยประวัติของ “อ.เรนนี่ ช่องส่องผี” หรือ สุระประภา กรุดทอง (ชื่อเดิม อรปวีณ์ คำขจร) ภูมิลำเนาเป็นคนชัยภูมิ ปัจจุบันอายุ 31 ปี

ปัจจุบันแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นเธอเคยแต่งหน้าลงโซเชียลแนวบิวตี้มาก่อน จนมีแฟนคลับสายบิวตี้มาติดตามมากมาย

จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่การเป็น “หมอดูโซเชียล” พร้อมเรื่องราวในวัยเด็กเคยประสบอุบัติเหตุ และเสียชีวิตนานถึง 49 วัน “ตายแล้วฟื้น” จนได้ไปทัวร์นรกสวรรค์ ทัวร์นรกเจอยมบาล หลังจากนั้นก็ฟื้นขึ้นมาจากห้องดับจิต จนกระทั่งได้ความสามารถ “การมองเห็นผี” สามารถคุยกับผี วิญญาณ และอสุรกาย ติดตัวกลับมา โดยมีเอกลักษณ์คือการถ่ายทอดเรื่องราวลึกลับออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจ และน่ากลัวเป็นที่สุด

ทั้งนี้ประวัติ อาจารย์เรนนี่ ญาณเทพ เคยมีรายชื่อติดทำเนียบ 50 หมอดูคิวทองของนิตยสารแห่งหนึ่ง และทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้คำปรึกษา – ดูดวงชะตา รวมถึงรายการช่องส่องผีที่กำลังเป็นประเด็นดราม่าขณะนี้ด้วย

Cr. เฟซบุ๊ก อ.เรนนี่ ญาณเทพ

“น้องเอสเด็กคอน” ใจไม่ท้อ เจออุปสรรคมากมาย กัดฟันสู้จนทำความฝันสำเร็จ

#แฝดเอสเคจบแล้วหนึ่ง ขอแสดงความยินดีกับแฝดพี่ “น้องเอส” เจออุปสรรค จนต้องหยุดเรียนไปถึงสองครั้ง แต่ไม่หมดหวังลุกขึ้นสู้อีกครั้งจนสำเร็จ


#แฝดเอสเคจบแล้วหนึ่ง | สำเร็จการศึกษา นสต.

ทางเพจเฟซบุ๊กชื่อ คนหัวใจแกร่ง ได้เผยเรื่องราวดีๆของหนุ่มนักสู้คนหนึ่ง แม้ปลายทางเจออุปสรรคมากมาย แต่ไม่ท้อที่ฝ่าฟัน จนสำเร็จดั่งใจหมาย

ซึ่งได้ระบุข้อความว่า ขอแสดงความยินดีกับแฝดพี่ “น้องเอส” คนเก่งจากขนอม นครศรีธรรมราช เจออุปสรรคจนต้องหยุดเรียนไปถึงสองครั้ง แต่ไม่ยอมหมดหวังลุกขึ้นสู้ใหม่ แรงใจจากปู่และย่า ทำให้เขาฝ่าฟันจนกระทั่งได้เรียน“เนื่องจากวันที่ 31 กรกฎาคม​ 2563 เป็นวันจบ ขอ​เชิญ​เพื่อนๆพี่ๆน้องๆญาติๆมาแสดงความยินดีและถ่ายรูปด้วยกัน

ใครว่างก็มาได้นะครับ ณ ศูนย์​ฝึกอบรม​ตำ​ร​วจ​ภูธร​ภาค 8


ซ้าย-แฝดพี่ คุณปู่ ขวา- แฝดน้อง

ปู่กับย่า อายุเกือบ 80 ปีแล้ว แต่ยังกัดฟันส่งหลานชายฝาแฝดทั้งสอง เรียนหนังสือ โดยในช่วงแรกมีเงินของพ่อส่งเสียให้บ้าง แต่เมื่อสองพี่น้อง กำลังจะจบชั้นม.3 พ่อขอร้องให้ทั้งคู่ออกจากโรงเรียนอีก เพราะเห็นว่าโตพอจะช่วยงานรับจ้างในไร่ได้แล้ว แต่เคกับพี่ชายไม่อยากหยุด ตั้งใจไว้ว่าจะสู้ให้จบปริญญาตรี เพื่อจะได้มีเงินจากการทำงานที่มั่นคงขึ้น มาใช้เป็นทุนรักษาปู่ที่ป่วยเป็นอัมพาต


เค แฝดน้อง

ความฝันของเคในตอนนั้นคืออยากทำงานด้านแอนิเมชั่น ส่วนแฝดพี่ อยากจะรับราชการทหาร แม้เกือบต้องพลาดหวังในการเรียนต่อ อีกครั้ง แต่ทั้งคู่ไม่คิดยอมแพ้ ช่วยกันหาหนทาง และทำงานหารายได้เพิ่ม เพื่อจะส่งเสียตัวเองเรียนด้วยสองมือของพวกเขา


ครอบครัวของเอสเค จากขนอม นครศรีธรรมราช | คนเก่งปี 2558

เนื้อหาต้นฉบับ

คนร้ายแอบเอารูปปั้น “โกษาปาน” กลับมาคืน ที่ตั้งแล้ว หลังถูกฉกจากกลางเมือง

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2563 นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่ารูปปั้นเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ซึ่งประดิษฐาน ณ ถนนสยาม เมืองแบรสต์ ในประเทศฝรั่งเศส ถูกลักขโมยไปนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานเรื่องนี้จากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสแล้ว

โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้ประสานงานกับสำนักงานนายกเทศมนตรี เมืองแบรสต์ อย่างใกล้ชิด ต่อมา เมื่อเช้าวันนี้ (29 มิ.ย.) สำนักงานนายกเทศมนตรี เมืองแบรสต์ ได้แจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทยฯว่ามีผู้นำรูปปั้นเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) มาตั้งกลับคืนไว้ที่ฐานเดิมในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

โดยรูปปั้นไม่มีความเสียหาย และขณะนี้ทางเมืองแบรสต์ได้นำรูปปั้นมาเก็บรักษาไว้ที่ที่ทำการเมือง เพื่อรอการปรับระดับฐานให้สูงขึ้นก่อนติดตั้งอีกครั้ง ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ จะติดตามความคืบหน้าในการติดตั้งรูปปั้นบนฐานที่ปรับปรุงใหม่ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รูปปั้นเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เป็นโครงการริเริ่มโดยสมาคมครูสอนภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย (สคฝท.) เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 333 ปีราชทูตสยามเยือนฝรั่งเศส ซึ่งขึ้นท่าที่เมืองแบรสต์ ก่อนเดินทางไปเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2229 และได้เดินทางกลับสยามเมื่อวันที่ 1 มี.ค.2230

โดยขึ้นเรือที่ท่าเรือเมืองแบรสต์ ทั้งนี้มีนายวัชระ ประยูรคำ ประติมากรชื่อดัง เป็นผู้ปั้นรูปปั้นดังกล่าว สำหรับพิธีอัญเชิญรูปปั้นเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ขึ้นประดิษฐานเมื่อวันที่ 15 ก.พ.2563 ซึ่งมีนายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และภริยา รวมถึงบรรดาบุคคลสำคัญของฝรั่งเศสเข้าร่วมงานจำนวนมาก

เนื้อหาต้นฉบับ

แม่สอด ขุดพบพระพุทธรูปหินอ่อนองค์ขาว อายุ 360 ปี ยุคสมัยรัตนปุระอังวะ

ที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก ได้รับแจ้งจากพระอาซิน กาวี นันดา (Ashin Kavi Nanda) เลขานุการโบราณสถานวัดโอเนปิน Omnal Pin Village ในเขตรัฐสกาย ภาคเหนือตอนล่างของสหภาพเมียนมา ขุดพบพระพุทธรูปหินอ่อนองค์ขาวอายุ 360 ปี ยุคสมัยรัตนปุระอังวะ

โดยพระอาซิน บอกว่าหลังจากที่มีการบูรณะสถุปเจดีย์ใหม่ของวัดดังกล่าว ได้มีการขุดเพื่อจะทำฐานเสาของเจดีย์ระหว่างที่คนงานขุดไปนั้น พบว่ามีเศียรพระโผล่ขึ้นมาทำให้แรงงานที่กำลังขุดต่างตกใจ แล้วรีบไปแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบจนทางคณะของทางวัด ต้องส่งแรงงานมาช่วยกันขุดขึ้นมา ซึ่งก็พบว่าเป็นพระพุทธรูปหินอ่อนองค์ขาว ซึ่งเป็นองค์สำคัญยุคสมัยรัตนปุระอังวะ กรุงอังวะที่ยังคงสมบูรณ์อันเนื่องมาจาก สภาพดินได้รักษาพระไว้

พระอาซินกาวี บอกอีกว่า พระพุทธรูปหินอ่อนองค์ขาว องค์สำคัญในยุคสมัยรัตนปุระอังวะ กรุงอังวะ ที่ขุดเจอมีอายุราว 360 ปี หรือมากกว่านี้ สร้างในสมัยราชวงษ์อังวะ ที่ตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ สหภาพเมียนมา

โดยในยุคโบราณกาลนั้นกรุงอังวะ เป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศพม่ามาถึง 5 ครั้ง ในช่วง 360 ปี ระหว่าง ค.ศ. 1365-1842 ทั้งในสมัยราชวงศ์อังวะ ราชวงศ์ตองอู และราชวงศ์โก้นบอง ในประวัติศาสตร์เมียนมา ระบุไว้เช่นนั้น

เรื่อง | ภาพโดย แม่สอด มีเดีย-Mae Sot Media

26 มิถุนายน “วันสุนทรภู่” กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ “บุคคลสำคัญของโลก”

26 มิถุนายน “วันสุนทรภู่” กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นอาลักษณ์ชาวไทยที่มีชื่อเสียงเชิงกวี ได้รับยกย่องเป็น เชกสเปียร์แห่งประเทศไทย อีกทั้งยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลกทางด้านวรรณกรรม”

26 มิถุนายน วันสุนทรภู่

สุนทรภู่ กวีเอก 4 แผ่นดินของไทย พระสุนทรโวหาร นามเดิม ภู่ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สุนทรภู่ (26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 – พ.ศ. 2398) เป็นอาลักษณ์ชาวไทยที่มีชื่อเสียงเชิงกวี ได้รับยกย่องเป็น เชกสเปียร์แห่งประเทศไทย

“สุนทรภู่” มีชื่อเดิมว่า “ภู่” เกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลาเช้า 2 โมง (ตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2329) ณ บริเวณด้านเหนือของ “พระราชวังหลัง” หรือก็คือ บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยในปัจจุบันนี้ เชื่อว่า หลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่าร้างกัน

ส่วนมารดาได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง ถวายตัวเป็นนางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ดังนั้น “สุนทรภู่’ จึงได้อาศัยอยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง สุนทรภู่ยังมีน้องสาวต่างบิดาอีก 2 คน ชื่อฉิมและนิ่ม

สุนทรภู่เมื่อโตขึ้นได้เข้าเรียนในพระราชวังหลัง และที่วัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) และเข้ารับราชการเป็นเสมียนนายระวางในกรมพระคลังสวน โดยสุนทรภู่นั้นชื่นชอบการแต่งกลอนอย่างมาก

เมื่ออายุได้ 20 ปี ได้แต่ง “นิราศพระบาท” ระหว่างติดตามพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ในฐานะมหาดเล็ก ตามเสด็จไปในงานพิธีมาฆบูชา ที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เมื่อปี พ.ศ.2350

จนกระทั่งได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ราวปี พ.ศ. 2359 และได้แต่งกลอนบทละครในเรื่อง “รามเกียรติ์” ที่ไม่มีผู้ใดแต่งต่อได้ ทำให้รัชกาลที่ 2 โปรดสุนทรภู่อย่างมาก

ระหว่างรับราชการสุนทรภู่ต้องโทษติดคุก แต่จำคุกได้ไม่นานก็โปรดพระราชทานอภัยโทษ

ในช่วงชีวิตรับราชการในสมัยรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่มีชีวิตและผลงานที่โดดเด่นเป็นที่พอพระราชหฤทัย จนกระทั่งสุนทรภู่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น “พระสุนทรโวหาร” ซึ่งเป็นตำแหน่งสุดท้ายก่อนเสียชีวิตในวัย 69 ปี ตรงกับในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)

 

ผลงานของสุนทรภู่ มีเป็นจำนวนมาก ดังนี้

นิทานจำนวน 5 เรื่อง ได้แก่ โคบุตร, พระอภัยมณี, พระไชยสุริยา, ลักษณวงศ์, สิงหไกรภพ
นิราศ จำนวน 9 เรื่อง นิราศเมืองแกลง, นิราศพระบาท, นิราศภูเขาทอง, นิราศสุพรรณ, นิราศวัดเจ้าฟ้า, นิราศอิเหนา, รำพันพิลาป, นิราศพระประธม, นิราศเมืองเพชร,

สุภาษิต จำนวน 3 เรื่อง สวัสดิรักษา, เพลงยาวถวายโอวาท, สุภาษิตสอนหญิง, บทละคร 1 เรื่อง

บทละครและบทเสภา จำนวน 3 เรื่อง บทละครอภัยนุราช, บทเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม, บทเสภาพระราชพงศาวดาร

อุปนิสัยสำคัญอีกประการหนึ่งของสุนทรภู่คือ มีความอหังการ์และมั่นใจในความสามารถของตนเป็นอย่างสูง ลักษณะนิสัยข้อนี้ทำให้นักวิจารณ์ใช้ในการพิจารณางานประพันธ์ซึ่งยังเป็นที่เคลือบแคลงอยู่ว่า เป็นผลงานของสุนทรภู่หรือไม่ ความอหังการ์ของสุนทรภู่แสดงออกมาอย่างชัดเจนอยู่ในงานเขียนหลายชุด และถือเป็นวรรคทองของสุนทรภู่ด้วย เช่น

อย่างหม่อมฉันอันที่ดีและชั่ว ถึงลับตัวแต่ก็ชื่อเขาลือฉาว
เป็นอาลักษณ์นักเลงทำเพลงยาว เขมรลาวลือเลื่องถึงเมืองนคร

 

You’ll Never Walk Alone สิ้นสุดการรอคอย ‘ลิเวอร์พูล’ ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก!!

ขอแสดงความยินดีกับแฟนบอลลิเวอร์พูล ทุกคน การรอคอยแชมป์ลีกสูงสุด 30 ปีได้สิ้นสุดลงแล้ว!!

ผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกคืนที่ผ่านมา ไฮไลท์อยู่ที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งสถานการณ์ก่อนการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รั้งอันดับ 2 โดยตามหลัง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อยู่ 23 แต้ม ขณะที่เหลือการแข่งอีก 8 นัด

ดังนั้นหากไม่สามารถบุกไปชนะ เชลซี ได้ ก็จะส่งผลให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไปครองทันที

หลังจบ 90 นาที เชลซี เฉือนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เหลือ 10 คน ไป 2-1 จากลูกยิงสุดสวยของ คริสเตียน พูลิซิช และลูกจุดโทษท้ายเกมของ วิลเลี่ยน

ส่งให้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอยมานานถึง 30 ปี และทำให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งที่ 19

ขณะเดียวกัน สาวก เดอะค็อป จากทั่วโลก ต่างพากันฉลองแชมป์ทางโซเชียลมีเดียด้วยภาพ ข้อความ คลิปต่างๆ จนทำให้คำว่า Liverpool เป็นคำยอดฮิตทั้งในทวิตเตอร์ การค้นหาของกูเกิ้ล

“ดาบวิชัย” วีรบุรุษผู้ปลูกต้นไม้กว่า 3 ล้านต้น แต่ถูกหาว่าเป็นคนบ้า

เปิดเรื่องจริงของ “ดาบวิชัย” วีรบุรุษผู้ปลูกต้นไม้กว่า 3 ล้านต้น แต่ถูกหาว่าเป็นคนบ้า เผย ถ้าไม่มีพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ในวันนั้น คงไม่มีคนบ้าปลูกต้นไม้ 3 ล้านต้นในวันนี้

“ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ” หรือ “ดาบวิชัย” วีรบุรุษผู้ปลูกต้นไม้กว่า 3 ล้านต้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 กับผลงาน “คนบ้าปลูกต้นไม้”

“เขาเรียกผมว่าคนบ้า! แต่ถ้าไม่มีพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ในวันนั้น คงไม่มีคนบ้าปลูกต้นไม้ 3 ล้านต้นในวันนี้” ดาบวิชัยกล่าวเสร็จ ก็พนมมือขึ้นแนบอก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ และดาบวิชัยเอง ก็เป็นหนึ่งประชาชนที่ขอ “เดินตามรอยเท้าพ่อ” ด้วยการปลูกต้นไม้กว่า 3 ล้านต้น ที่ปัจจุบันต้นไม้เหล่านั้นก็เติบโตสวยงามเต็มสองข้างทางแล้ว

“ดาบวิชัย” ได้ออกไปปลูกต้นไม้ตามที่รกร้าง และที่ว่างสาธารณะทุกวัน เริ่มมาตั้งแต่ 31 ปีที่แล้ว หรือช่วง พ.ศ. 2531 เพื่อหวังที่จะช่วยพลิกพื้นดินอันแห้งแล้ง ของ อ.ปรางค์กู่, อ.ขุขันธ์, อ.อุทุมพรพิสัย และ อ.วังหิน ของ จ.ศรีสะเกษ ที่ขึ้นชื่อว่ากันดาร และยากไร้ที่สุดในประเทศไทย ให้กลายเป็น อำเภอที่ร่ำรวยต้นไม้ อุดมสมบูรณ์และร่มเย็นในปัจจุบัน

โดยต้นไม้ที่ “ดาบวิชัย” เลือกที่จะเน้นปลูก คือ “ต้นพะยูง ยางนา พะยอม และตะเคียน” เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นแก่แผ่นดิน เนื่องจากเขาถือว่าการปลูกต้นไม้เป็นการทำบุญที่ถูกต้องที่สุด เพราะเป็นมรดกถึงลูกหลานอย่างยั่งยืนยาวนาน และยังเป็นการลดโลกร้อน ช่วยเหลือสิ่งแวดล้อม ให้ดียิ่งขึ้นด้วย

ทั้งนี้ นอกจากต้นไม้เของเขาจะสร้างความร่มเย็น ให้อากาศดี ๆ ต่อเพื่อนมนุษย์แล้ว ยังมีผู้คนมากมายมีชีวิตที่ดีขึ้น จากบรรดาต้นไม้มากมายที่เขาปลูก มีรายได้ค้ำจุนชีวิต มีเงินทองส่งลูกหลานเข้าโรงเรียน ให้มีการศึกษาเอามาพัฒนาบ้านเมือง และคุณภาพชีวิต ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

เพราะเมื่อต้นไม้ที่ปลูกไว้โตขึ้น มันจะสามารถตัดขาย หรือนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้หลายทาง โดยเฉพาะ “ไม้พะยูง” ที่มีราคาแพงมาก การปลูกต้นไม้แบบนี้ จึงถือว่า “เหมือนการฝากเงินออม ไว้ในกระปุกออมสิน” ที่ยิ่งนาน เงินก็ยิ่งมากขึ้น

ซึ่งความไม่ย่อท้อนี้ของ “ดาบวิชัย” ก็ได้ทำให้ในปี พ.ศ. 2545 เขาได้รับ “รางวัลลูกโลกสีเขียว” และรางวัลอื่นอีกมากมาย ทั้งจากหน่วยงานของรัฐ และองค์กรต่าง ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เนื้อหาต้นฉบับ : เชียงใหม่นิวส์

7 นางร้ายสาวชาวใต้ สวย-แซ่บ ไม่ธรรมดาทั้งนั้น!!

ดารานักแสดง นักร้อง นางแบบ พิธีกร ทั้งหลายที่เข้ามาสร้างสีสันในวงการบันเทิง ต่างคนต่างมีความสามารถและมาจากต่างภูมิภาคกันไป ลักษณะเฉพาะก็แตกต่าง ทั้งเรื่องรูปร่าง หน้าตา โดยเฉพาะหนุ่มสาวชาวใต้ที่ สวย หล่อ คม เข้ม เป็นเอกลักษณ์ถูกใจแฟนๆ วันนี้เราเลยรวบรวมนางร้ายตัวจี๊ดทั้ง 7 ของวงการบันเทิง บอกเลยว่าแต่ละคนสวยแซ่บไม่ธรรมดา ความสามารถก็ไม่น้อยหน้า จากความสวยเฉี่ยวเป็นทุนเดิม บวกกับอินเนอร์นางมารร้ายเข้าสิงห์ทุกครั้งที่สั่งแอ็คชั่น จะมีใครบ้างไปชมกัน

เริ่มกันที่คนแรกกับว่าที่คุณแม่มือใหม่อย่าง เนย โชติกา นางร้ายหน้าสวยอันดับต้นๆ ของวงการบันเทิงคนนี้เป็นสาวใต้แท้ๆ ถึงเทศกาลวันสำคัญทีไรสาวเนย ก็มักจะกลับบ้านเกิดที่ จังหวัดพัทลุง ไปหาครอบครัวอยู่ตลอด

ต่อมาเป็นนางร้ายหน้าเด็ก คุณแม่ของ น้องโปรด อย่าง เป้ย ปานวาด เกิดที่ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา หลังจากประกวด ดัชชี่บอย แอนด์ เกิร์ล ปี 2001 เธอได้รับตำแหน่งรองอันดับ 2 จากนั้นก็ได้ขึ้นมาอยู่กรุงเทพเพื่อทำงานในวงการบันเทิง

นางร้ายมากความสามารถอีกคนจาก จังหวัดชุมพร คือ โบวี่ อัฐมา เป็นทั้งดารานักแสดง นางแบบ และพิธีกร เห็นบทบาทการแสดงที่ร้ายขั้นสุดแบบนี้ แต่ตัวจริง สาวโบวี่ เป็นคนธรรมะธัมโม เข้าวัดปฏิบัติธรรมอยู่ตลอดนะจ๊ะ

เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการประกวด ดัชชี่บอย แอนด์ เกิร์ล ปี 2004 สำหรับนางร้ายสาววิกหมอชิต เบนซ์ ปุณยาพร สาวใต้แท้ๆ อีกคนจาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่บ้านเปิดโรงเรียนอนุบาล ซึ่งเธอก็มีโอกาสได้กลับใต้ไปช่วยงานคุณพ่อคุณแม่บ่อยๆ

จากชื่อ กระติ๊บ ชวัลกร หลายคนคงนึกว่าเป็นสาวชาวเหนือ ซึ่งความจริงเธอเป็นสาวหมวยลูกผสม คุณพ่อเป็นคนสงขลา คุณแม่เป็นคนเชียงใหม่ ตัวเธอเกิดที่ จังหวัดสงขลา เข้าวงการบันเทิงจากการประกวด มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2551 ได้รับตำแหน่งรองอันดับ 2 ผลงานล่าสุดที่ทำได้ดีและได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมากคือบทเจ้านางตองนวล ในละครเรื่อง เพลิงพระนาง

ต่อมาถึงคิวของ ฟาง พิชญา นักแสดงสาวชาว จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าวงการจากการประกวด มิสทีนไทยแลนด์ ปี 2003 หลังได้รับตำแหน่งก็เริ่มงานแสดงจากบทนางรอง ก่อนจะพัฒนาเป็นบทนางเอก และได้ลองท้าทายตัวเองด้วยการพลิกคาแรคเตอร์เล่นร้าย ซึ่งเธอก็ทำได้ดีในทุกบทบาทที่ได้รับ

ปิดท้ายกันที่สาวหมวยอินเตอร์มากความสามารถ คริส หอวัง ชาวจังหวัดตรัง ควบตำแหน่งนางร้ายและนางเอกเลยทีเดียว แจ้งเกิดบทนางเอก เหมยลี่ จากภาพยนตร์เรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอ , หอมหมื่นลี้ ในซีรี่ส์ The cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพออกศึก ส่วนบทนางร้ายที่แซ่บถึงทรวงต้องยกให้ อรอินทร์ จากละครเรื่อง เมียหลวง

ขอบคุณภาพจาก IG @noeychotika, ppanward, bowie_atthama, crishorwang, kratip, fangpitchaya, benz_punyaporn

ดูข่าวต้นฉบับ