บุกบาร์พีพี ขายกัญชามวนละ 200 ขายเฉพาะฝรั่งรวยอื้อซ่า อายัดกว่า 23ล้าน

จนท.สนธิกำลังเข้าตรวจบานาน่าบาร์บนเกาะพีพี หลังมีคนแจ้ง ลอบขายยาเสพติกนักท่องเที่ยว เจอทั้งกัญชา ยาอี บัญชีเงินฝาก 12 บัญชี ยอดเงินกว่า 23 ล้าน

เวลา 22.00 น. วันที่ 1 มี.ค. นายธวัช จงรักษ์ภูวนาถ ปลัดอำเภอ หน.ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการพิเศษปราบปรามยาเสพติด จ.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.บช.ปส.4 จนท.ป.ป.ส.ภาค 8 ตชด.426 กระบี่ ตร.สภ.เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ และฝ่ายปกครอง จ.กระบี่ นำกำลัง จนท.กว่า 30 นาย เข้าตรวจค้นร้านบานาน่าบาร์ บาร์ชื่อดังบนเกาะพีพี เลขที่ 179/13 หมู่ 7 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ หลังมีผู้ร้องเรียนเข้ามายัง พ.ต.อ.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ ว่าบาร์ดังกล่าวมีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พบเจ้าของบาร์คือ ปิยะวัฒน์ ขุนบันเทิง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ถ.บางลา ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต จึงแสดงตัวขอตรวจค้นในร้าน

บุกบาร์พีพี

จากการตรวจค้น พบร้านดังกล่าวเป็นตึกแถว 2 ชั้น 2 คูหา ชั้นล่างเปิดเป็นบาร์สำหรับให้นักท่องเที่ยวดื่มกินนั่งฟังเพลง บริเวณชั้น 2 ของร้านเป็นห้องพักของเจ้าของร้านและพนักงาน ส่วนบริเวณดาดฟ้าของอาคาร เปิดเป็นบาร์สำหรับนั่งฟังเพลงและดื่มกินแบบเปิดโล่ง มีชาวต่างชาติประมาณ 100-200 คน กำลังนั่งดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน

เจ้าหน้าที่ขอให้ทางร้านหยุดให้บริการ และขอเข้าตรวจค้นภายในห้องพักชั้น 2 ของอาคาร ภายในห้องพักของนายปิยะวัฒน์ เจ้าของร้าน พบยาเสพติดหลายรายการ อาทิ ยาอี จำนวน 18 เม็ด กัญชาอัดแท่ง น้ำหนักรวม 875 กรัม แบ่งย่อยเป็น 51 ก้อน กัญชาแบบมวนผสมบุหรี่ จำนวน 534 มวน เงินสด 280,470 บาท นอกจากนี้ยังพบบัญชีธนาคารชื่อนายปิยะวัฒน์ บางส่วน และเป็นของหุ้นส่วนร้านอีกรายจำนวน 12 บัญชี รวมเป็นเงินกว่า 23 ล้านบาท จึงยึดอายัดบัญชีทั้งหมดไว้ตรวจสอบ ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534

สอบสวน นายปิยะวัฒน์ เจ้าของร้าน รับสารภาพว่า ลักลอบขายยาเสพติดดังกล่าวให้กับนักท่องเที่ยวจริง โดยในส่วนของยาอี จะจำหน่ายในราคาเม็ดละ 1,500 บาท ส่วนกัญชานำมาผสมกับบุหรี่ แล้วแบ่งขายเป็นมวน ในราคามวนละ 200 บาท โดยร้านดังกล่าวหุ้นเปิดกับเพื่อนอีก 1 คน แต่หุ้นส่วนของตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการจำหน่ายยาเสพติด

บุกบาร์พีพี

ต่อมา เจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นห้องพักของพนักงานในร้านทั้งหมด บริเวณชั้น 2 ของร้าน พบกัญชาอัดแท่งแบ่งย่อยออกเป็น 13 ก้อน น้ำหนักรวม 182.5 กรัม กระจายซุกซ่อนตามห้องพักพนักงาน 4 คน จึงจับกุมตัวทั้งหมด ประกอบด้วย น.ส.พัทรินทร์ หรือพัท ดรุณพันธ์ อายุ 33 ปี นายเกียรติชัย หรืออุ๊ เเขมจันทร์ อายุ 40 ปี นายวีระจิต หรือชาติ สิ้นชัยภูมิ อายุ 25 ปี น.ส.อภิญญา หรืออ้อย คงเทพ อายุ 41 ปี ตรวจค้นห้องพักของนายเอกพงษ์ หรืออุ้ย เงินทอง อายุ 33 ปี พบกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด คุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่ สภ.เกาะพีพี

นอกจากนี้ ขอตรวจสอบใบอนุญาตเปิดสถานบริการ แต่พบว่าไม่มีใบอนุญาตมาแสดง เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวนายปิยะวัฒน์และพนักงานทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพีพี ดำเนินคดีในข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดนผิดกฎหมาย, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ส่วนนายเอกพงษ์ แจ้งข้อหามีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

บุกบาร์พีพี

ด้านนายธวัช หัวหน้าชุดจับกุม กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนเข้าไปยัง ผวจ.กระบี่ ว่าที่ร้านดังกล่าวมีพฤติกรรมในการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเปิดเป็นบาร์บังหน้ามานานร่วม 10 ปี จึงวางแผนร่วมกับชุดปฏิบัติการ และตำรวจ ปส. เข้าตรวจสอบหาข้อมูลมานานนับเดือน จนพบว่ามีพฤติกรรมตามที่ถูกร้องเรียนจริง ก่อนจะสนธิกำลังเข้าตรวจสอบและพบของกลางจำนวนมากดังกล่าว พร้อมคุมตัวเจ้าของร้านมาดำเนินคดี

ในส่วนของหุ้นส่วนของร้าน ทราบว่าเป็นหญิงชาวไทย มีสามีเป็นชาวต่างชาติ เปิดธุรกิจสถานบันเทิงอยู่ในพื้นที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ซึ่งตำรวจ ปส.พร้อม ป.ป.ส.ภาค 8 กำลังสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีอีกราย รวมทั้งตรวจสอบทรัพย์สินของทั้งคู่เพิ่มเติมอีก.

| อ่านข่าวต้นฉบับ

เด็กหญิงเกิดบนรถทัวร์ แม่แทบไม่ต้องเบ่ง คอหวยมาเห็น ต่างบอก ต้องเอาทะเบียนรถไปเสี่ยงโชค

แม่วัย 26 ปีแทบไม่ต้องเบ่ง น้องคลอดง่าย ออกมาก็ร้องลั่นบนรถทัวร์ท่องเที่ยว ชาวบ้าน คอหวยมาเห็น ต่างบอก เป็นเสียงเดียวกัน “อย่าลืมไปเสี่ยงโชค”

เด็กหญิงเกิดบนรถทัวร์

เมื่อช่วงเย็น วันที่ 28 ม.ค. 63เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา อ.เมืองกระบี่ รับแจ้งขอความช่วยเหลือ เหตุมีหญิงสาวท้องแก่ปวดท้องใกล้คลอดอยู่บนรถทัวร์ ที่จอดอยู่ริมถนนศรีพังงา ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ หลังรับแจ้งจึงประสานรถพยาบาลฉุกเฉิน รพ.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่พยาบาล เร่งเดินทางไปที่เกิดเหตุ

เด็กหญิงเกิดบนรถทัวร์

ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนตรงข้ามโรงเรียนเมืองกระบี่ ฝั่งขาเข้าตัวเมือง พบรถทัวร์รับส่งนักท่องเที่ยวแบบเช่าเหมาคัน ของ หจก.สุวรรณชัด ทราเวล ทะเบียน 30-7929 ภูเก็ต จอดอยู่ข้างทาง โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวยืนเฝ้าสังเกตุการณ์ เมื่อขึ้นไปบนรถที่เบาะด้านหลังคนขับพบหญิงสาวทราบชื่อคือ น.ส.บวรภัค เถื่อนสันเทียะ อายุ 26 ปี พนักงานของบริษัททัวร์ที่มากับรถคันดังกล่าว นอนรอเจ้าหน้าที่ ส่วนเด็กพบว่าได้คลอดออกมาแล้ว ส่งเสียงร้องเสียงดังลั่นรถ ทางเจ้าหน้าที่พยาบาลจึงเร่งเข้าช่วยเหลือตัดสายสะดือ พร้อมทั้งปฐมพยาบาลแม่เด็กเบื้องต้น ก่อนเร่งนำส่ง รพ.กระบี่ โดยเด็กที่คลอดออกมาเป็นทารกเพศหญิง ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี ชั่งน้ำหนักได้ 1,880 กรัม ส่วนแม่เด็กปลอดภัย

เด็กหญิงเกิดบนรถทัวร์

เด็กหญิงเกิดบนรถทัวร์

สอบถามคนขับรถทราบว่า เพิ่งกลับมาจากไปส่งลูกทัวร์ที่ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ กำลังจะเดินทางกลับบริษัท ระหว่างทาง น.ส.บวรภัค ซึ่งท้องแก่ เกิดมีอาการปวดท้องคลอด จึงรีบจอดรถข้างทาง พร้อมแจ้งกู้ภัยเพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวการจราจรหนาแน่นเป็นช่วงโมงเร่งด่วน ทำให้ไม่สามารถพาไปส่งรพ.ได้ทัน

ขณะที่ชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างส่องเลขทะเบียนรถทัวร์คันดังกล่าว เพื่อนำไปเสี่ยงโชค

// ทันข่าวกระบี่ รายงาน

เมียฉุนผัว ถ่ายภาพลับตัวเอง ส่งแชตให้เพื่อนและญาติเชยชม คว้ามีดจ้วงแทงเลือดสาด

กระบี่ – สาวโคราชฉุน จับได้ผัวถ่ายภาพลับตัวเองส่งแชตให้เพื่อนและญาติเชยชม นั่งลบแชตถูกแย่งโทรศัพท์คืน ฉุนคว้ามีดปอกผลไม้ จ้วงแทงเลือดสาดแทงเจ็บสาหัส

เมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้ (3 ม.ค.) ร.ต.อ.วิโชติ มีภพ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งมีเหตุผัวเมียทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด มีคนเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดที่หน้าร้านสักแห่งหนึ่ง ถ.เจ้าฟ้า ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจ ตำรวจจราจร สภ.เมืองกระบี่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุข เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมียฉุนผัว

ที่เกิดเหตุบนทางเท้าหน้าร้านสัก พบชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังยืนมุงดูเหตุการณ์ และช่วยกันแยกคนเจ็บกับคนก่อเหตุออกจากกัน บนพื้นทางเท้ามีเลือดของคนเจ็บไหลนองพื้นหลายจุด ตรวจสอบพบคนเจ็บ คือ นายตระกูล หรือเฮง สามบริบูรณ์ อายุ 39 ปี ชาว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมเข้าบริเวณข้อมือซ้าย 1 แผล ข้อมือขวา 2 แผล เจ้าหน้าที่จึงเร่งปฐมพยาบาลและนำตัวส่ง รพ.กระบี่

ส่วนคนก่อเหตุยังอยู่ในที่เกิดเหตุ คือ น.ส.ญาณีนุช หรือแอน ปิ่นนาค อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/81 ซอยพิมพาราม 1 ถ.พิมพาราม ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นั่งรอมอบตัวพร้อมกับมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 20 ซม.เปื้อนเลือด อยู่หน้าร้าน พร้อมกับให้การว่า

ก่อนเกิดเหตุ ตนและนายตระกูล ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน เดินทางมาเที่ยวปีใหม่ที่ จ.กระบี่ วันนี้กำลังจะเดินทางกลับบ้าน แต่แวะมาสักลายกันที่ร้านในที่เกิดเหตุ ระหว่างสามีกำลังสักอยู่นั้น ตนเอาโทรศัพท์สามีมานั่งเล่น ก็ไปเห็นแชตในโทรศัพท์สามีส่งภาพของลับที่ถ่ายของตนไว้ ส่งไปให้ญาติ และเพื่อนดู ทำให้ตนรู้สึกอับอาย จึงลบภาพทิ้ง

เมียฉุนผัว

น.ส.ญาณีนุช หรือแอน กล่าวต่อว่า หลังจากสามีสักเสร็จ ก็โมโหที่ตนลบภาพทิ้ง เกิดมีปากเสียงกัน สามีโวยวายใส่ตน จึงบอกว่าถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็ไปให้พ้น สามีก็เก็บข้าวของจะออกจากร้าน โดยหยิบเอาโทรศัพท์ตนไปด้วย ตนบอกว่าเอาไปไม่ได้ เพราะตนต้องไว้ใช้ติดต่อทางบ้าน เพื่อขอค่าเดินทางกลับ หลังจากนั้นก็เกิดการแย่งชิงโทรศัพท์กันที่หน้าร้าน

ตนได้ชกต่อยและหยิกข่วนเข้าที่ลำตัวใบหน้าสามีหลายครั้ง แต่สามียังไม่ยอมคืนโทรศัพท์ให้ และรู้สึกสู้แรงสามีไม่ไหว ตนนึกขึ้นได้ว่าในกระเป๋าเป้มีมีดหั่นผักไว้ใช้หั่นผักให้อีกัวน่าสัตว์เลี้ยง อยู่ 1 เล่ม ตนจึงวิ่งไปหยิบออกมาแทงใส่สามีไป 2-3 ที จนสามีบอกว่ายอมคืนโทรศัพท์ให้ จากนั้นตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุ และแยกออกจากกัน

เมียฉุนผัว

จากการสอบถามเจ้าของร้านสักที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนเกิด 2 สามีภรรยา ได้เข้ามาในร้าน ประมาณเวลาบ่ายโมงครึ่งของวันนี้ โดยสามีมาขอสักรูปดวงตา ตรงกลางหน้าผาก หลังจากที่สักให้เสร็จ ทั้ง 2 ก็มีปากเสียงกันในร้าน ตนจึงไล่ออกให้ไปทะเลาะกันนอกร้าน

พร้อมกับขู่ว่าหากยังไม่เลิกทะเลาะกันจะโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้ง 2 ก็ไปยืนทะเลาะกันต่อที่หน้าร้านและเกิดทำร้ายร่างกายชกต่อยกันไม่นาน ผู้หญิงก็วิ่งเข้ามาหยิบมีดในกระเป๋าเป้ วางอยู่ในร้านออกไปแทงผู้ชาย จนได้รับบาดเจ็บ จังหวะเดียวกันกับเจ้าหน้าที่มาถึง ได้แยกทั้งคู่ออกและนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

ต่อมา ตำรวจคุมตัว น.ส.ญาณีนุช ไปสอบสวนอีกครั้งที่ สภ.เมืองกระบี่ เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ โดยจะรอให้อาการคนเจ็บดีขึ้น เพื่อนำตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง คุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ สภ.เมืองกระบี่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ

คุยเฟสแค่ 2ครั้ง! หนุ่มนัดสาวมาเจอพาเข้าม่านรูด สาวไม่ยอมวิ่งเข้าแจ้งความดำเนินคดี

กระบี่ – เร่งล่าหนุ่ม แชตลวงสาวใหญ่เข้าโรงแรม แต่สาวหนีได้ทัน เผยเพิ่งคุยกัน 2 ครั้ง แล้วไปรับหลอกจะพาเที่ยวงาน

หนุ่มนัดสาว

วันที่ 8 ธค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์เมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 23.00 น. ทางตำรวจสภ.เมืองกระบี่ ได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาววิ่งหนีมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน หลังมีชายพาเข้าไปในม่านรูดแห่งหนึ่ง ในเมืองกระบี่ แล้วได้มีชาวบ้านช่วยเหลือโทรแจ้งตำรวจพร้อมกับให้ที่หลบซ่อนตัวในร้าน โดยทาง ร.ต.อ.ไสว ชูแก้ว รองสารวัตรสอบสวนสภ.เมืองกระบี่ ได้รับไว้เป็นคดีอนาจาร

หนุ่มนัดสาว

ขณะที่หญิงสาวรายนี้ เผยว่า ได้รู้จักกับชายคนดังกล่าวมาระยะหนึ่งเป็นเพื่อนกันทางเฟสบุ๊ค โดยทราบว่าเป็นกุ๊กอยู่ที่ร้านอาหารที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ และได้มีการแชตพูดคุยกัน 2 ครั้ง จนเมื่อวานได้ไปรับตนบอกจะพาเที่ยวงาน ตนเห็นว่าไม่น่าจะมีอะไรเสียหายก็เลยขึ้นรถมาด้วย แต่ปรากฏว่าชายรายดังกล่าวได้พามาที่ม่านรูด

ตนก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้ไปส่งบ้าน แต่ชายคนนี้ก็ได้เข้ามากอดจูบหลายครั้ง จนมีพนักงานของท่านรูดเดินมาถามว่าจะพักค้างคืนหรือชั่วคราว ช่วงจังวหะนั้นตนก็เลยเดินหนีออกมาขอความช่วยเหลือชาวบ้านซึ่งได้ให้เข้าไปหลบซ่อนตัวในร้าน เพราะไม่มั่นใจว่าจะตามมาหรือไม่

หนุ่มนัดสาว

ทั้งนี้ ทาง ร.ต.อ.ไสว กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาทางหญิงสาวอายุ 48 ปี บ้านอยู่ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ได้มีชายคนหนึ่ง ซึ่งรู้จักกันทางเฟสบุ๊กและได้มีการแชตคุยกัน 2 ครั้ง จนช่วงเย็นวันที่ 7 ธ.ค.ชายคนดังกล่าว ได้ใช้รถจักรยานยนต์ ไปรับหญิงสาวรายนี้มาที่เมืองกระบี่พาเข้าไปในม่านรูดแห่งหนึ่ง แล้วได้ลวนลามพยามอยู่หลายรอบ แต่หญิงสาวไม่เล่นด้วยได้วิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือดังกล่าว

ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเฟสบุ๊คของคนร้าย แต่ไม่ใช่ชื่อจริง จึงให้ทางชุดสืบสวนเกาะรอย อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

ทันข่าวกระบี่ รายงาน /

“ตำข้าวเม่า” ชาวบ้านคลองชะมวง คลองท่อม สร้างรายได้เสริม..หลังจากราคายางพาราตกต่ำ

ชาวสวนยางสร้างรายได้เสริมหลังจากราคายางพาราตกต่ำใช้เวลายามฝนตกตำข้าวเม่าสร้างรายได้งาม

ตำข้าวเม่า

วันที่ 22ตค.62 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านคลองชะมวง ม.8 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ หลังจากได้ทราบข่าวว่าชาวบ้านตำข้าวเม่าหารายได้เสริมในยามฝนตกและราคายางตกต่ำ

เมื่อไปถึงที่บ้านดังกล่าวพบชาวบ้านกำลังช่วยกันตำข้าวเม่ากันอย่างสนุกสนาน โดยมีลูกค้ามารออยู่เพื่อรับชื้อข้าวเม่า

ตำข้าวเม่า

นางเอียด สมหวัง อายุ 62ปี บ้านเลขที่ 80 ม.8 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้เล่าว่า ตนเองได้ทำไร่ปลูกข้าวเหนียวไว้จำนวน 5ไร่ ซึ่งตอนนี้ข้าวเหนียวกำลังเริ่มสุกเหมาะกับทำข้าวเม่า ซึ่งข้าวเหนียวที่นิยมมีหลายสายพันธ์ สำหรับข้าวเหนียวของต้น คือ สายพันธ์ แก้มอ้น บางคนก็นิยม สายพันธ์ เหนียวกล้วย ชึ้งสองสายพันธ์นี้ คนในพื้นที่จะนิยมกันมาก

ตำข้าวเม่า

นางเอียด สมหวัง ได้บอกว่า ช่วงนี้ ฝนตกไม่มีรายได้เลย จากยางพารา ฝนก็ตก ราคาแค่ 32 บาท ลำบากมาก ถ้าไม่ดิ้นรนหารายได้เสริม ลำบากแน่

ตำข้าวเม่า

สำหรับข้าวเหนียว ถ้าขายไปเลย จะขายถังละ 600 บาท แต่ถ้ามาแปลรูปเป็นข้าวเหมา จะได้ถังละ 1000 บาททีเดียว โดยจะขาย ขีดละ 25 บาท หรือ กก.ละ 250 บาท หรือ กระป๋องละ 40 บาท ชึ้งการตำข้าวม้าว จะตำด้วยมือ และจะคั่วด้วยไม้ฟืน รสชาติจะหอม กรมกล่อมน่ารับประทาน ชึ้งสินค้า จะขายในชุมชนจะมาชื้อถึงที่บ้านเลยที่เดียว

ตำข้าวเม่า

โกเมศ มากผล – ทันข่าวกระบี่ / รายงาน

สาวชัยภูมิดวงเฮง!! รับจ้างกรีดยางที่กระบี่ ถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์ 12 ล้าน

#กระบี่ สาวชัยภูมิ มารับจ้างกรีดยางที่ บ้านช่องเสียด ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ดวงเฮง ถูกล๊อตเตอรี่ รางวัลที่หนึ่ง 12 ล้าน เผย เพื่อนยุให้ซื้อ ขณะไปร่วมงานศพ ในวัดพรุดินนา เพื่อนหยิบให้ไม่คิดว่าจะถูกรางวัล เตรียมสร้างบ้านให้พ่อแม่ และทำบุญ

สาวชัยภูมิพลัดถิ่นดวงเฮง

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 16 ต.ค.62 น.ส.จำรัส ราชชมพู อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 ม.13 ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ได้เดินทางเข้าแจ้งความ กับ พ.ต.ท.สมพร ส่งแสง สว.(สอบสวน) สภ.คลองท่อม จ.กระบี่

หลัง ทราบว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำ วันที่ 16 ตุลาคม 2562 หมายเลข 812564 พร้อมนำสลากกินแบ่งจำนวน 2ฉบับมูลค่า 2 ล้านบาท มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยมีเพื่อนๆ เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี พร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

โดยนางสาวจำรัส เล่าด้วยอาการตื่นเต้นว่า ตนเป็นคนจังหวัดชัยภูมิ และมารับจ้างกรีดยางที่ จ.กระบี่ และมามีครอบครัว ที่ ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม ประมาณ 2 ปี ก่อนที่จะซื้อล็อตเตอรี่ฉบับดังกล่าว ตนได้ไปร่วมงานศพ ญาติ ที่ต.พรุดินนา

สาวชัยภูมิพลัดถิ่นดวงเฮง

จากนั้น ได้มีเพื่อนๆ ได้ซื้อล็อตเตอรี่ จากคนเร่ขายล็อตเตอรี่ ในงานศพคนละหลายใบ และ เชียร์ให้ตนซื้อด้วยจึงตัดสินใจซื้อไว้จำนวน 2 ใบ

โดยเพื่อน เป็นคนหยิบให้ โดยเป็นเลขท้าย 564 แต่ไม่คิดว่าจะถูกรางวัล จนกระทั่งวันนี้ พอผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลออกก็ไปตรวจดูปรากฏว่า ถูกเลขท้ายทั้ง3 ตัว

และพอไล่เรียงไป3ตัวหน้าก็พบว่าถูกตรงทุกตัวด้วย รู้สึกดีใจจนน้ำตาไหล และรีบนำสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ส่วนเงินรางวัลที่ได้ จะเอาไปสร้างบ้านให้พ่อแม่ ที่จ.ชัยภูมิ และส่วนหนึ่งนำไปทำบุญ ส่วนที่เหลือก็จะวางแผนทำธุรกิจต่อไป

ทันข่าวกระบี่

ชื่นชม วัยรุ่นต่างชาติ จิตอาสาชาวไทยน้ำใจงาม ร่วมมือร่วมใจ หลังกระแสลมแรง ต้นไม้ล้มทับรถเสียหายหลายคัน อ่าวนาง จ.กระบี่

อ่าวนาง กระบี่ – ชื่นชม นักท่องเที่ยว วัยรุ่นต่างชาติ จิตอาสาชาวไทยน้ำใจงาม นำเอาต้นไม้ออก หลังลมกรรโชคแรง ล้มทับรถเสียหายหลายคัน

ไม้ล้ม

เมื่อวันที่ 9 ตค 2562 เวลา 18.00 น ผู้สื่อข่าวเพจ รอบรั้ว ข่าวกระบี่ ได้รับแจ้งชาวบ้านบริเวณพื้นที่ หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ว่ามีกลุ่ม นทท วันรุ่นต่างชาติ จนท อบต อ่าวนาง และกู้ภัย จำนวนหนึ่งได้มาช่วยนำต้นไม้ และกิ่งไม้ที่หักโค่นล้มทับรถที่จอดบริเวณข้างถนน

จิตอาสา

มีเศษไม้จำนวนมากล้มทับ รถที่จอดข้างทาง ได้ความเสียหายและมีเศษต้นไม้หักโค่นเกลื่อนเต็มถนน กลุ่มวัยรุ่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้เข้าไปช่วยนำเศษไม้ออกจากรถและบนผิวถนน จนทำให้ชาวบ้านและ นักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปผ่านมา ได้แสดงความชื่นกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว มีจิตอาสาน้ำใจงามในครั้งนี้

จิตอาสา

ด้านชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าผู้สื่อข่าวให้ฟังว่า ในช่วงเวลา 18.00 น ว่ามีฝนตกหนักและมีลมกรรโชคแรง จนทำให้ต้นไม้ที่อยู่ข้างทางเกิดหักล้มลงมาทับรถที่จอดริมถนน รถยนต์หลายคันได้รับความเสียและมีเศษกิ่งไม้กองเต็มพื้นถนน

จิตอาสา

ทำให้สภาพจราจรในขณะนั้นติดขัดหลายนาที และได้มี จนท อบต กู้ภัยในพื้นที่ ได้นำเครื่องเลื่อยตัดไม้ และนำเศษไม้ดังกล่าวออกบริเวณดังกล่าว และขณะเดียวกันพบกลุ่มวัยรุ่น นทท ต่างชาติ ได้มาช่วย จนท

อ่าวนาง

จนได้รับความชื่นชมจากผู้ที่พบเห็น ว่าเป็นกลุ่ม นักท่องเที่ยวน้ำใจงามมาเที่ยวแล้ว ยังมีน้ำใจมาช่วยเหลือในเหตุการณ์ในครั้งนี้ จนได้รับความชื่นชมดังกล่าว.

น้ำตาศักดิ์สิทธิ์ ตำนานพญานาค “เขาหงอนนาค” กระบี่

เขาหงอนนาค ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จุดชมวิวหงอนนาค และยอดเขาหงอนนาคนั้น จะอยู่ส่วนปลายสุดของเส้นทางเดินป่า ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร จากจุดนี้เราจะมองเห็นวิวทะเลกระบี่แบบพาโนรามาทีเดียว

เขาหงอนนาค

ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ ชะง่อนผาที่ยื่นออกมาจากภูเขา เป็นจุดหวาดเสียวมากๆ เพราะสูงจากพื้นดินด้านล่างมาก และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกัน แต่สำหรับการเดินทางขึ้นไปนั้น จะเป็นการเดินป่าที่ค่อนข้างยากลำบากพอสมควร จึควรเตรียมร่างกาย และอุปกรณ์ไปให้พร้อม

เขาหงอนนาค

ตำนานเขาหงอนนาค : ชาวบ้านเชื่อว่าพื้นที่ละแวกนี้เป็นที่ ของพญานาคตามตำนานเก่าแก่ที่เล่าสืบต่อกันมา โดยตำนานดังกล่าวเป็นต้นกำเนิดของชี่อสถานที่ต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับพญานาค ทั้ง เขาหงอนนาค หนองทะเล และเขาแหลมหางนาค

บ่อน้ำตานาค

และที่นี่เองเป็นจุดจบของเรื่องราวความรักของพญานาค ที่ต้องหลั่งน้ำตาออกมา เกิดเป็นบ่อน้ำเล็กๆ ชื่อว่า บ่อน้ำตานาค บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้จะมีใสตลอดทั้งปีอยู่บนเขาหงอนนาค โดยเชื่อว่าถ้าอธิษฐาน และเอาน้ำนั้นมาลูบหน้า จะสมปรารถนาและเป็นสิริมงคล

 สะดือนาค

และอีกสถานที่ ที่น่าสนใจ ได้แก่ สะดือนาค ซึ่งเป็นบ่อน้ำเล็กๆ และมีน้ำไหลตลอดปีเช่นเดียวกัน เชื่อกันว่าทั้งน้ำตานาค และสะดือนาคนั้น เป็นน้ำที่มาจากแหล่งเดียวกัน แต่สถานที่ของบ่อน้ำทั้ง 2 นั้นห่างกันมากโดยมีการเชื่อมต่อตามแนวภูเขาซึ่งเชื่อว่าเป็นลำตัวพญานาคที่ ทอดยาวออกไปจากหงอนนาคจนถึงสะดือนาคนั่นเอง

เขาหงอนนาค

ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่
เปิดให้เข้าชม : 06.00-16.00 น.
ขอบคุณเจ้าของภาพ ข้อมูลโดย – travel.trueid.net

ย้อนอดีต พิธีสมโภชสมณศักดิ์ “พระราชวชิรากร” เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวชิรมงคล อ่าวลึก กระบี่

  พิธีสมโภชสมณศักดิ์พระราชวชิรากร (พิศาล ปุรินฺทโก) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวชิรมงคล ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ “พระราชวชิรากร”

พิธีสมโภชสมณศักดิ์”พระราชวชิรากร”

เมื่อวันนี้ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๑๙ น. นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีสมโภชสมณศักดิ์พระราชวชิรากร (พิศาล ปุรินฺทโก) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวชิรมงคล ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ “พระราชวชิรากร” ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล ตำบลนาเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

พระราชวชิรากร

เวลา ๐๙.๒๕ น. พระราชวชิรากร จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และบูชาบุรพาจารย์ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พุทธบริษัทพร้อมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พระสงฆ์สมณศักดิ์ ๓๐ รูป ทักขิณานุปทาน พระราชวชิรากร ถวายไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา กรวดน้ำ พระราชวชิรากร จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกระบี่ อัญเชิญสัญญาบัตร

พิธีสมโภชสมณศักดิ์”พระราชวชิรากร”

 

นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ อ่านสัญญาบัตร พระราชวชิรากรพระสงฆ์สมณศักดิ์เจริญชัยมงคลคาถา นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ อ่านตราตั้งฐานานุกรมใน พระราชวชิรากร พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ มอบสัญญาบัตร พัดยศ พระฐานานุกรมใน พระราชวชิรากร พระราชวชิรากร ถวายสักการะ พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง พระธรรมวิมลโมลี เจ้าคณะภาค ๑๖ เจ้าอาวาสวัดไตรธรรมาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี พระเทพกิตตเวที เจ้าคณะภาค ๑๗ เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร ถวายสักการะ พระราชวชิรากร พระสงฆ์สมณศักดิ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์สมโภชสมณศักดิ์ พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ กล่าวสัมโมทนียกถา

วัดมหาธาตุวชิรมงคล

วัดมหาธาตุวชิรมงคล เดิมชื่อวัดบางโทง ตั้งอยู่บ้านบางโทง หมู่ที่ ๓ ตำบลนาเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ ๙๕ ไร่ เป็นพื้นที่ราบ แวดล้อมสวนยางและสวนปาล์มน้ำมันของประชาชน วัดมหาธาตุวชิรมงคล (บางโทง) สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๘๓ และได้รับการพัฒนาอีกครั้งเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๕ หลังจากที่ พระวิสิฐพัฒนวิธาน (พิศาล ปุรินฺทโก) ได้เดินทางมาพำนักอยู่ที่วัดแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๕ เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕ พระพรหมวรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม วัดยานนาวา ได้เดินทางมาเยี่ยมวัดมหาธาตุวชิรมงคล (วัดบางโทง) เพื่อการจัดสร้างพุทธสถานและพระมหาธาตุเจดีย์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

พระราชวชิรากร

พระราชวชิรากร

วัดมหาธาตุวชิรมงคล
วัดมหาธาตุวชิรมงคล ปัจจุบัน

ที่มา – สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่