มีผลแล้ว! จ้าง “แท็กซี่” บรรทุกสัมภาระคิดค่าบริการเริ่มต้น 20 บาท/ชิ้น

“ราชกิจจานุเบกษา” ประกาศเกณฑ์จ้างแท็กซี่บรรทุกสัมภาระฉบับใหม่ กำหนดขั้นต่ำ 20 บาท/ชิ้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2563 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการอื่น กรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER)

“ราชกิจจานุเบกษา” ประกาศเกณฑ์จ้างแท็กซี่บรรทุกสัมภาระฉบับใหม่ กำหนดขั้นต่ำ 20 บาท/ชิ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2563 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการอื่น กรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) ที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานคร 2563 ลงนามประกาศ ณ วันที่ 28 ต.ค. 2563 โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1.ยกเลิกประกาศกระทรวงคมนาคมเรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการอื่น กรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) ที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานคร 2562

2.กำหนดความหมายของคำว่า “สัมภาระ” หมายถึง สินค้า สิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่มีการบรรจุกล่องกระเป๋า มัดรวม หรือบรรจุหีบห่อ และที่มิได้บรรจุแต่มีขนาด ปริมาณ ความกว้าง ความสูงเกินกว่าเป็นสัมภาระติดตัว แต่มิให้หมายความรวมถึงรถเข็นหรืออุปกรณ์สำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย เช่น วีลแชร์ ไม้เท้า

ส่วนคำว่า”สัมภาระ” ติดตัวหมายถึงสัมภาระที่อยู่ในความดูแลของคนโดยสารระหว่างการเดินทาง เช่น กระเป๋าถือ กระเป๋าคอมพิวเตอร์ เป้สะพายหลังและให้หมายถึงของใช้ส่วนตัวที่ติดตัวคนโดยสารด้วย

ส่วนการคำนวณค่าบริการอื่นกรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษ ให้กำหนด ดังนี้ 1. การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดความกว้าง ความยาว หรือความสูงด้านใดด้านหนึ่งเกินกว่า 26 นิ้วขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราชิ้นละไม่เกิน 20 บาท

2.การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดความกว้าง ความยาว หรือความสูงด้านใดด้านหนึ่งไม่เกิน 26 นิ้วเกินกว่า 2 ชิ้น ให้เรียกเก็บค่าบริการตั้งแต่ชิ้นที่ 3 ขึ้นไป ในอัตราชิ้นละไม่เกิน 20 บาท ทั้งนี้ ไม่นับรวมกับสัมภาระตามความหมายข้างต้น

3.การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระเป็นอุปกรณ์การกีฬาจำพวก ถุงกอล์ฟ รถจักรยาน วินด์เซิร์ฟ

หรือเครื่องดนตรี ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 50 นิ้วขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราชิ้นละไม่เกิน 100 บาท

4.การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระเป็นสินค้า สิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่บรรจุกล่อง และที่มิได้มีการบรรจุกล่อง แต่มีการมัดรวมหรือหีบห่อรวมกันไว้ ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 50 นิ้วขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราที่บรรจุกล่อง มัดรวมหรือหีบห่อชิ้นละไม่เกิน 100 บาท

5.การวัดขนาดของสัมภาระ มิให้วัดล้อหรืออุปกรณ์ที่ช่วยในการเคลื่อนที่รวมคำนวณเป็นขนาดของสัมภาระด้วย

6.การเรียกเก็บค่าบริการอื่นกรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษ ให้เรียกเก็บได้ในกรณีการจ้างจากท่าอากาศยานดอนเมือง หรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือการจ้างจากสถานที่อื่นไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง หรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยให้ผู้ขับรถยนต์รับจ้างแจ้งอัตราค่าบริการให้ผู้โดยสารทราบล่วงหน้าก่อนทำการรับจ้าง

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มีผลแล้ว! จ้าง “แท็กซี่” บรรทุกสัมภาระคิดค่าบริการเริ่มต้น 20 บาท/ชิ้น

ต้นฉบับ

ฟังเรื่องราวดี ๆ จากประสบการณ์อาชีพขับแท็กซี่ ของสาวน้อยจบจุฬาฯ ท่านนี้

..คุณแก้ว-วรรณกวี อยู่วัฒนา อายุ 36 ปี เรียนจบจากคณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาศิลปการละคร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บัณฑิตสาวผู้เลือกขับแท็กซี่เลี้ยงชีพ เธอถ่ายทอดได้น่าติดตาม ขอบคุณที่แบ่งปันมาฟังเรื่องเล่าจากเธอกันเลยค่ะ

….“เราเริ่มขับแท็กซี่เมื่อกลางปีที่แล้ว แต่ละวันเจอคนไม่ซ้ำหน้า เคยเจอพระรูปหนึ่งขึ้นจากแถวสีลมไปโรงพยาบาลสงฆ์ เราชวนหลวงพ่อคุย ท่านเล่าว่ามาจากปัตตานี วันนี้จะมาหาหมอ แล้วตั้งใจจะชวนคนไปจำวัดที่นั่นด้วย ท่านพูดว่า ‘วัดที่ปัตตานีกำลังขาดพระ พระหนีกลับกันหมดแล้ว ก็กลัวตายกันเนอะ’ หรือผู้หญิงคนหนึ่งเล่าว่า ตอนวัยรุ่นทำงานคุมก่อสร้าง เงินเยอะ เที่ยวแหลก แถวบ้านก็เต็มไปด้วยยาเสพติด เราเล่าแบบนี้จะออกสื่อได้ไหม (หัวเราะ) เขาเล่าประสบการณ์เล่นยาแบบต่างๆ ให้ฟัง แล้วบอกว่า ‘สมัยก่อนยาเสพติดบริสุทธิ์นะ ลองก็แค่ลอยๆ แต่สมัยนี้สกปรกแล้ว’ ฯลฯ ประสบการณ์แบบนี้นะ ถ้าไม่ได้ขับแท็กซี่คงยากที่ใครจะมาเล่า เราก็แค่รับฟัง ไม่ได้ตัดสินอะไร

เรื่องเล่าจาก'แท็กซี่สาว'

“เราเคยรับน้องคนหนึ่งกับคุณยาย เขาท่าทีแปลกๆ ตั้งแต่ก่อนขึ้น โบกแบบตั้งใจมาก พอเห็นว่าผู้หญิงขับ เขาตกใจ หันไปถามคุณยายว่า ‘ทำไมคนขับเป็นผู้หญิงล่ะ คนขับแท็กซี่ต้องเป็นผู้ชายสิ’ เขารูปร่างเหมือนเด็ก ม.ปลาย แต่การแสดงออกเหมือนเด็กเล็ก ยายก็สอนว่า ‘คนขับแท็กซี่ผู้หญิงก็มีนะ เยอะแยะไปลูก’ เด็กก็มาถามเรา ‘พี่เป็นผู้หญิง ทำไมถึงมาขับรถล่ะ’ เราเลยได้คุยกันต่อ ‘ขับได้สิ ผู้ชายหรือผู้หญิงก็ขับได้ ทุกอาชีพแหละ’ น้องรับฟังนะ มองหน้าเรา แล้วดูว่าขับรถยังไง คุณยายก็พูดกับเราว่า ‘ไม่ต้องใส่ใจนะ น้องเป็นเด็กออทิสติก’ เราคุยกันเรื่องอื่นต่อ คุณยายเล่าให้ฟังว่า ‘เด็กรู้เรื่องนะ สัญญาอะไรไว้จำแม่นมาก ยายเคยสัญญาว่าจะพาไปโลตัส เขาจำได้ก็ทวงทุกวันเลย’

“ผู้หญิงคนหนึ่งต้องไปฟอกไตทุกวันอังคารและวันศุกร์ เขานัดให้เราไปรับตอนตีห้าสิบนาที ฟอกไตครั้งละสามสี่ชั่วโมง ก็เจ็บน่ะ เขาเล่าว่า ‘ทรมานนะ เบื่อจังเลยชีวิตแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะไปหยุดตอนไหน’ ด้วยข้อจำกัดของร่างกาย เขาเลยทำบางอย่างไม่ได้ แต่คุยแล้วไม่ได้รู้สึกว่าท้อแท้อะไร นอกจากรับไปโรงพยาบาล บางวันให้เราพาไปปาร์ตี้กับเพื่อน โทรมาบอกว่า ‘ช่วยพาไปร้านอาหารหน่อย’ อาทิตย์ต่อมาก็ไปร้านเดิม แต่เจอกับเพื่อนอีกกลุ่ม เขาอายุสักเจ็ดสิบแล้ว ถึงร่างกายจะป่วยแค่ไหน แต่เราไม่จำเป็นต้องจมอยู่กับมัน เจ็บและทรมานก็จริง แต่เท่าที่ไหวก็ยังอยากเจอผู้คนนะ เขาเล่าว่าเวลาไปปาร์ตี้กินอะไรไม่ค่อยได้เลย แต่ก็แอบหมอกินบ้างนิดหน่อย (หัวเราะ)

เรื่องเล่าจาก'แท็กซี่สาว'

“เราเรียนและเคยทำงานด้านละครมา การแสดงไม่ใช่พยายามจะเป็น แต่เป็นการทำความเข้าใจและเลียนแบบมนุษย์ให้สมจริงที่สุด คือแสดงให้เหมือนไม่แสดง เราต้องศึกษาตัวละครตามบท ทำให้มุมมองในชีวิตจริงเปลี่ยนไปด้วย เราไม่ได้ตัดสินว่าเขาทำอะไรผิดทันที แต่พยายามหาคำตอบว่า ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น คนที่เลวที่สุดก็มีเหตุผลที่จะทำสิ่งนั้น มันทำให้เราเข้าใจมนุษย์และเข้าใจโลกมากขึ้น เมื่อก่อนเราศึกษาคนผ่านบทละคร การขับแท็กซี่ก็ทำแบบเดียวกันนะ เขาแชร์ประสบการณ์ในช่วงสั้นๆ แล้วแยกจากกัน แต่ไม่ใช่การแสดง มันจริงยิ่งกว่าจริง เป็นการทำความเข้าใจมนุษย์ที่นำไปใช้กับงานละครได้ด้วย”

ติดตามเรื่องราวของเธอได้ที่ Kaew’s Taxi

ขอบคุณเพจ: มนุษย์กรุงเทพ