บทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ปัดเป่าโรคร้าย ขจัดโรคภัยไข้เจ็บ

…การสวดมนต์ ขจัดโรคร้ายทำอย่างไร เพราะเชื่อว่าการสวดมนต์และการอธิษฐานนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดกำลังใจ และบางรายก็มีความเชื่อมั่นว่าจะทำให้หายป่วยได้ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ก็ไม่ผิดแต่เราต้องทำความเข้าใจข้อเท็จจริงให้ถ่องแท้ …. บทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ปัดเป่าโรคร้าย ขจัดโรคภัยไข้เจ็บ

สวดมนต์

ความเจ็บป่วยนั้นถือว่าเป็นเครื่องที่กระตุ้นให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ถ้าป่วยเป็นก็เห็นธรรมได้ เราต้องพิจารณาตามความจริงข้อนี้อยู่เสมอ จะได้ไม่ต้องเชื่ออะไรอย่างงมงายไร้เหตุผล

บทสวดมนต์ แท้ที่จริงแล้วก็คือบทที่ใช้สวดเพื่อระลึกถึง เช่น บทสวดบูชาพระรัตนตรัย ใช้สวดเพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ การสวดมนต์เป็นการทำจิตให้แน่วแน่แล้วจึงได้เจริญภาวนา

สวดมนต์

การสวดมนต์หรือคาถาใดๆ นั้น ยังผลประโยชน์คือ ช่วยทำจิตใจให้เบิกบาน ที่ว่าป้องกันภัย หมายความว่า “ผู้ที่มีศีลดีแล้ว” แล้วเมื่อเจอปัญหาต่างๆ เวลาได้สวดมนต์หรือพระคาถาเพื่อให้จิตสงบ

แล้วเจริญภาวนาจะทำให้ผู้ที่สวดนั้นได้รับความอนุเคราะห์ช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหตุนี้จึงเป็นที่มาของการสวดมนต์หรือพระคาถาป้องกันภัย ผู้ที่ทุศีลหรือไม่รักษาศีลสวดไปก็อาจจะไม่เป็นผล

การสวดมนต์คาถานั้น ที่เราได้ยินได้ฟังกันมาตั้งแต่เด็กจะนิยมสวดเป็น ภาษาบาลี ซึ่งหากแปลความหมายออกมาก็จะพบว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นคำสวดบูชาเพื่อรำลึกถึงพระคุณของ พระรัตนตรัย อันได้แก่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ แทบทั้งสิ้น

ไหว้พระ

ในพระพุทธศาสนา เน้นเรื่องการใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผล คำว่า มนต์ หมายถึง “หลักธรรม บทสอนใจ” มากกว่า ถ้อยคำที่ขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าจะตีความไปถึงถ้อยคำที่ขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ให้ได้จริง ๆ ก็จะต้องอธิบายว่าขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ได้

“เมื่อนำไปสอนใจ นำไปเป็นข้อปฏิบัติ” ให้เกิดผลที่ปรารถนาได้อย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนั้นการทำจิตให้สงบในบทสวดก็มีคุณค่าเป็นอย่างมาก

การสวดมนต์จึงกลายเป็นอุบาย กลวิธี ที่จะทำให้จิตมีสมาธิในระดับหนึ่ง จดจ่ออยู่ที่ใดที่หนึ่งที่เดียวเมื่อใจสงบอาการของกายก็จะสงบระงับตามไปด้วยเข้าทำนอง “กายป่วยแต่ใจไม่ป่วย” ซึ่งบทสวดมนต์ทางพระพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และทรงพลานุภาพเกี่ยวกับเรื่องความเจ็บป่วยก็คือ บทสวดโพชฌงคปริตร

สวดมนต์ก่อนนอน

บทสวดโพชฌงคปริตร บทสวดศักดิ์สิทธิ์

บทสวดนี้เป็นบทสวดสำคัญที่พระสงฆ์นิยมนำมาสวดในงานทำบุญคล้ายวันเกิด หรือสวดเพื่อสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยให้มีพลังจิตในการสร้างสติขึ้นซึ่งบทนี้จะเกิดอานุภาพมากหากประกอบกับการบำเพ็ญจิตเจริญภาวนาควบคู่ไปด้วย

การที่เชื่อกันว่าบทสวดมนต์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ก็เพราะ มีเรื่องในพระไตรปิฎกเล่าว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปเยี่ยมพระมหากัสสปะที่อาพาธอยู่ได้รับความทุกข์ทรมานมาก พระองค์จึงทรงแสดงบทสวดโพชฌงค์แก่พระมหากัสสปะให้ท่านได้ฟังและน้อมจิตปฏิบัติตาม

บทสวดศักดิ์สิทธิ์

หลังจากฟังบทสวดและท่านพระมหากัสสปะได้พิจารณาธรรมตามก็พบว่า ท่านสามารถหายจากโรคได้ และอีกครั้งหนึ่งพระองค์ได้ทรงแสดงธรรมบทนี้แก่พระโมคคัลลานะซึ่งอาพาธอยู่ในลักษณะเดียวกัน หลังจากนั้นก็พบว่า พระโมคคัลลานะก็หายจากอาพาธได้

และเรื่องราวที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์เองทรงอาพาธ จึงตรัสให้พระจุนทะเถระแสดงโพชฌงค์ถวาย ซึ่งพบว่าพระพุทธเจ้าก็หายประชวร พุทธศาสนิกชนจึงพากันเชื่อว่า โพชฌงค์นั้น สวดแล้วช่วยให้หายโรค

สวดมนต์

แต่ในความเป็นจริง พระไตรปิฎกกล่าวว่า โพชฌงคปริตรนั้นเป็น หลักธรรมที่พระองค์ทรงแสดง เป็นธรรมเกี่ยวกับปัญญาเป็นธรรมชั้นสูง เป็นคำสอนในการทำใจให้สว่าง สะอาดผ่องใส ซึ่งสามารถช่วยรักษาใจ เพราะจิตใจมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับร่างกาย เนื่องจากกายกับใจเป็นสิ่งที่อาศัยกันและกัน หากใจดี ร่างกายย่อมดีตาม

หลักของโพชฌงค์เป็นหลักปฏิบัติทั่วไปซึ่งไม่จำกัดเฉพาะผู้ป่วยเท่านั้น เพราะโพชฌงค์แปลว่า “องค์แห่งโพธิ” หรือ “องค์แห่งโพธิญาณ” เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ซึ่งเป็นเรื่องของปัญญา

ดังนั้นถ้าเราสวดมนต์บทนี้ด้วยความเข้าใจในสาระก็จะมองเห็นความเจ็บป่วยว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรของชีวิต เป็นเรื่องธรรมดา แล้วก็จะเป็นการกระตุ้นเตือนให้ลุกขึ้นมาปฏิบัติธรรม คือมองว่า เวลาที่ป่วยอยู่นี้แหละคือเวลาที่ดีที่จะได้พักผ่อนจิต ได้ปฏิบัติธรรม

พระพุทธเจ้า

บทสวดโพชฌงคปริตร

โพชฌังโคสะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา วิริยัมปีติปัสสัทธิ โพชฌังคา จะตะถาปะเร สะมาธุเปกขะโพชฌังคา สัตเต เต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา ภาวิตา พะหุลีกะตา

สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯเอกัสะมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสะวา โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ เต จะ ตัง อะภินันทิตะวาโรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตะวานะ สาทะรัง สัมโมทิตะวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส เอเตนะ สัจจะวัชเชนะโสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะโสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

พระพุทธ

คำแปล

โพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์ 7 ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้ชอบแล้ว อันบุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก จึงทรงแสดงโพชฌงค์ 7 ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม โรคก็หายได้ในบัดดล

สวดมนต์

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ในครั้งหนึ่ง องค์พระธรรมราชาเอง (พระพุทธเจ้า) ทรงประชวรเป็นไข้หนัก รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพ ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ก็อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง ๓ องค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ…

ผู้ที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมโพชฌงค์ก็จะเข้าใจความธรรมดาของชีวิต ว่าเป็นของไม่เที่ยง มีการแตกดับไปเป็นของธรรมดา

บุญ

เมื่อเข้าใจก็จะเห็นความแตกดับเป็นเรื่องที่ปกติ สิ่งใดเกิดมาสิ่งนั้นย่อมดับไป ก็จะทำให้มุ่งรักษาใจไม่ให้ป่วยนี่แหละคือความศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงของโพชฌงคปริตร

จากหนังสือเรื่อง เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ ๕ บุญฤทธิ์ พิชิตโรคร้าย (โรคเวรโรคกรรม) โดย ฤทธิญาโณ และจิตตวชิระ

เคล็ดลับ!! การดึงดูดพลังแห่งความดีเข้าตัว ด้วยวิธีสวดมนต์และอธิษฐานจิต

การดึงดูดพลังแห่งความดีเข้าตัว ….. ในพระพุทธศาสนา ซึ่งเน้นในเรื่องการใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผล การสวดมนต์มีความหมายถึงหลักธรรม บทสอนใจมากกว่าจะเป็น เพียง ถ้อยคำที่ขลังหรือศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว หากจะตีความไปถึงถ้อยคำที่ขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ให้ได้จริง ๆ ก็จะต้องอธิบายว่า

สวดมนต์

บทสวดมนต์ใด ๆจะขลังหรือศักดิ์สิทธิ์และทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลได้อย่างแท้จริงนั้น ก็จะเกิดต่อเมื่อ “เมื่อนำคำสอนที่สวดมนต์นั้นไปสอนใจ นำไปเป็นข้อปฏิบัติอยู่เสมอ”

การสวดมนต์เพื่อ แก้เคล็ดดวงชะตานั้นเป็น กุศโลบายที่ดี เพราะเป็นการสร้างความสุขทางใจให้เกิดขึ้นเป็นอันดับแรก เมื่อใจเป็นสุข ก็จะทำให้มองโลกในแง่ดี ส่งผลให้การกระทำดีเกิดขึ้นตามมา เมื่อทำดีแล้ว ย่อมได้รับผลดีซึ่งเป็นไปตามกฎแห่งกรรม

บทสวดเสริมดวงชะตา ที่ครูบาอาจารย์แนะนำให้สวดเพื่อเป็นมงคลชีวิต รับโชคลาภนั้น ขอแบ่งได้ตามวันเกิดดังต่อไปนี้

เดินทาง

บทสวดมนต์สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ ( โมรสูตร)

“อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสะนาฯ”

ผู้ที่สวดมนต์บทนี้เป็นประจำ เชื่อว่าจะทำให้ “แคล้วคลาดปลอดภัยในการเดินทาง” ในที่นี้รวมไปถึงการเดินทางทุกประเภท ไม่ว่า ขึ้นรถ ลงเรือ เครื่องบิน ไม่ว่าใกล้ไกลหากรักษาศีลและปฏิบัติการสวดมนต์บทนี้แล้วชีวิตจะมีแต่ความปลอดภัยอยู่เย็นเป็นสุข ไม่เป็นทุกข์ร้อน

พุทธ

บทสวดมนต์สำหรับคนเกิดวันจันทร์ ( อภยสูตร)

“ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ”

ผู้ที่สวดมนต์บทนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นบท “ขจัดรางร้ายให้กลายเป็นดี” เป็นการเตือนใจให้ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาทอยู่เสมอ เช่นบางคน ถูกจิ้งจกทัก ตุ๊กแกร้อง หรือได้เห็นนิมิตภาพที่ไม่ดี ไม่เป็นสิริมงคล กลัวจะเกิดเหตุเภทภัยกับตนหรือครอบครัว

ก็ให้สวดมนต์บทนี้ไว้บ่อย ๆ และถึงแม้จะไม่มีนิมิตไม่ได้ถูกสัตว์ร้องทักอะไรก็ตาม ก็หมั่น สวดมนต์บทนี้ไว้ เป็นการเตือนสติอยู่เสมอ

พุทธ

บทสวดมนต์สำหรับคนเกิดวันอังคาร (กรณียเมตตตสูตร)

“ยัสสานุภาวะโต ยักขา ยัมหิ เจวานุยุญชันโต สุขัง สุปะติ สุตโต จะ เอวะมาทิคุณูเปตัง เนวะ ทัสเสนติ ภิงสะนัง รัตตันทิวะมะตันทิโต ปาปัง กิญจิ นะ ปัสสะติ ปะริตตันตัมภะณามะ เห ฯ

กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะสันตินทริโย จะ นิปะโก จะ นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ ทีฆา วา เย มะหันตา วา ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา ภูตา วา สัมภะเวสี วา นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ พยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ

เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานิ อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณังอะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ ทัสสะเนนะ สัมปันโน นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติฯ”

ผู้ที่สวดบทสวดมนต์นี้ ซึ่ง ถือเป็นบทสวด “เมตตามหานิยม” ทำให้มีแต่คนรักคนชอบ แม้แต่ผี และเทวดาก็จะคอยปกปักรักษา จากเภทภัยหลากหลาย คุณไสยของต่ำก็จะไม่เข้ามากล้ำกราย การงานเจริญก้าวหน้าไม่ติดขัด

พุทธ

บทสวดมนต์สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ กลางวัน ( ขันธสูตร)

“สัพพาสีวิสะชาตีนัง ยันนาเสติ วิสัง โฆรัง อาณักเขตตัมปิ สัพพัตถะ สัพพะโสปิ นิวาเรติ ทิพพะมันตาคะทัง วิยะ เสสัญจาปิ ปะริสสะยัง สัพพะทา สัพพะปาณินัง ปะริตตันตัมะภะณามะ เห ฯ

วิรูปักเขหิ เม เมตตัง ฉัพยาปุตเตหิ เม เมตตัง อะปาทะเกหิ เม เมตตัง จะตุปปะเทหิ เม เมตตัง มา มัง อะปาทะโก หิงสิ มา มัง จะตุปปะโท หิงสิ สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณา สัพเพ ภัทรานิ ปัสสันตุ เมตตัง เอราปะเถหิ เม เมตตัง กัณหาโคตะมะเกหิ จะ เมตตัง ทิปาทะเกหิ เม เมตตัง พะหุปปะเทหิ เม มา มัง หิงสิ ทิปาทะโก มา มัง หิงสิ พะหุปปะโท สัพเพ ภูตา จะ เกวะลา มา กิญจิ ปาปะมาคะมา

อัปปะมาโณ พุทโธ อัปปะมาโณ ธัมโม อัปปะมาโณ สังโฆ ปะมาณะวันตานิ สิริงสะปานิ อะหิ วิจฉิกา สะตะปะที อุณณานาภี สะระพู มูสิกา กะตา เม รักขา กะตา เม ปะริตตา ปะฏิกกะมันตุ ภูตานิ โสหัง นะโม ภะคะวะโต นะโม สัตตันนัง สัมมาสัมพุทธานัง ฯ”

บทสวดนี้ เป็นบทสวดที่มีความเป็นสิริมงคลในเรื่อง “คงกระพันปลอดภัย จาก สัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย” หากเราต้องทำงานหรือมีเหตุเกี่ยวข้องกับสัตว์ร้าย สัตว์ที่ดุ หรืออะไรก็ตาม ก็ให้หมั่นสวดมนต์บทนี้ไว้นอกจากจะเป็นการป้องกันอันตรายที่เกิดจากสัตว์แล้ว หากรักษาศีลให้ดี สัตว์เหล่านั้นจะนำโชคมาให้ เป็นการสอนให้มีเมตตาและรักต่อสัตว์เสมือนรักตนเอง

พุทธ

บทสวดมนต์สำหรับผู้ที่เกิดวัน พุธ กลางคืน (บทขัดอาฏานาฎิยปริตร)

“กินนุ สันตะระมาโน วะ ราหุ สุริยัง ปะมุญจะสิ สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ ภีโต วะ ติฏฐสีติ สัตตธา เม ผะเลมุทธา ชีวันโต นะ สุขัง ละเภ พุทธะคาถาภิคีโตมหิ โน เจ มุญเจยยะ สุริยันติ

กินนุ สันตะระมาโน วะ ราหุ จันทัง ปะมุญจะสิ สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ ภีโต วะ ติฏฐสีติ สัตตธา เม ผะเลมุทธา ชีวันโต นะ สุขัง ละเภ พุทธะคาถาภิคีโตมหิ โน เจ มุญเจยยะ จันทิมันติ”

บทสวดมนต์นี้ เป็นบทที่มีความเป็นสิริมงคลในเรื่อง “การแก้ไขความมืดบอด และแก้ไขในสิ่งที่ผิด” เป็นการเตือนตนให้รู้จักระมัดระวังในการกระทำการใด ๆต้องตั้งอยู่ในความไม่ประมาท หากรักษาศีลให้ดีและสวดมนต์นี้อยู่เสมอ ก็จะมีความเจริญไม่ติดขัดผิดพลาดใด ๆ ไม่ว่าจะทำงาน จะเรียน ก็จะมีสติรอบคอบแคล้วคลาดอุปสรรค

พุทธ

บทสวดมนต์สำหรับผู้ที่เกิดวัน พฤหัสบดี ( วัฎฏกสูตร)

“ปูเรนตัมโพธิสัมภาเร นิพพัตตัง โมระโยนิยัง เยนะ สังวิหิตารักขัง มะหาสัตตัง วะเนจะรา จิรัสสัง วายะมันตาปิ เนวะ สักขิงสุ คัณหิตุง พรัหมะมันตันติ อักขาตัง ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

อัตถิ โลเก สีละคุโณ สัจจัง โสเจยยะนุททะยา เตนะ สัจเจนะ กาหามิ สัจจะกิริยะมะนุตตะรัง อาวัชชิตวา ธัมมะพะลัง สะริตวา ปุพพะเก ชิเน สัจจะพะละมะวัสสายะ สัจจะกิริยะมะกาสะหัง สันติ ปักขา อะปัตตะนา สันติปาทา อะวัญจะนา มาตา ปิตา จะ นิกขันตา ชาตะเวทะ ปะฎิกกะมะ สะหะ สัจเจ กะเต มัยหัง มะหาปัชชะลิโต สิขี วัชเชสิ โสฬะสะ กะรีสานิ อุทะกัง ปัตวา ยะถา สิขี สัจเจนะ เม สะโม นัตถิ เอสา เม สัจจะปาระมีติ ฯ”

บทสวดมนต์บทนี้ เป็นบทที่เสริมความเป็น สิริมงคลแก่ชีวิต ในเรื่อง “การอธิษฐาน” ใช้ในทางเมตตามหานิยม แต่ ก็มีข้อเตือนใจว่า ความปรารถนาที่ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต้อง สมเหตุสมผลกับความดีที่ทำ หมายความว่า ความปรารถนาที่เราขอก็จะต้องเป็นไปในทางที่ดีงาม

เหมาะสมกับกรรมที่ตนเองได้ทำเป็นประจำ ไม่ใช่ สวดมนต์บทนี้บ่อย ๆ เพียงเพื่อหวังจะอธิษฐานด้วยความละโมบ แต่ ไม่ยอมทำอะไรเลย อยากรวย ก็สวดเยอะ ๆแต่ไม่ยอมทำมาหากิน อย่างนี้ก็คงจะรวยไปไม่ได้ เป็นต้น

พุทธ

บทสวดมนต์สำหรับคนเกิดวันศุกร์ (ขัดธชัคคะปริตต์)

“อัปปะสันเนหิ นาถัสสะ สาสะเน สาธุ สัมมะเต อะมะนุสเสหิ จัณเฑหิ สะทา กิพพิสะการิภิ ปะริสานัญจะ ตัสสันนะ มะหิงสายะ จะ คุตติยา ยันเทเสสิ มะหาวีโร ปะริตตันตัมภะณามะ เห ฯ”

บทสวดมนต์บทนี้เป็นบทย่อ จาก บทสวดธชัคคสูตร ให้ความเป็นสิริมงคลในเรื่อง “การสงบใจ” เมื่อใดที่เกิดความรู้สึก หดหู่ใจ ต้องการความหวัง ต้องการกำลังใจ ขอให้สวดเพื่อเพิ่มกำลังใจในธรรมะ และ ชีวิต ก็จะมีแต่ความเป็นสุข

องคุลิมาล

บทสวดมนต์สำหรับคนเกิดวันเสาร์ ( อังคุลิมาลสูตร)

“ปะริตตัง ยัมภะณันตัสสะ นิสินนัฎฐานะโธวะนัง อุทะกัมปิ วินาเสติ สัพพะเมวะ ปะริสสะยัง โสตถินา คัพภะวุฎฐานัง ยัญจะ สาเธติ ตังขะเณ รัสสังคุลิมาลัสสะ โลกะนาเถนะ ภาสิตัง กัปปัฎฐายิ มะหาเตชัง ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

ยะโตหัง ภะคินิ อาริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ โสตถิ คัพภัสสะ ฯ

ทุติยัมปิ ยะโตหัง ภะคินิ อาริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ โสตถิ คัพภัสสะ ฯ

ตะติยัมปิ ยะโตหัง ภะคินิ อาริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ โสตถิ คัพภัสสะ ฯ”

พุทธ

บทสวดมนต์นี้ ให้ความเป็นสิริมงคลในเรื่อง “คลอดลูกปลอดภัย” โดยเมื่อครั้งพุทธกาล พระองคุลีมาล ได้สละเพศโจร มาออกบวชเมื่อไปบิณฑบาตชาวบ้านมีแต่ความหวาดกลัว และมีหญิงท้องแก่คนหนึ่งกลัวลนลานจนกระทั่งล้มไปทับรั้วไม้ และเกิดปวดท้องคลอด พระองคุลีมาลได้เห็นจึงแผ่จิตเมตตา

พร้อมทั้งสวดมนต์บทนี้ให้ ทำให้เธอได้คลอดลูกชายได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย และบทสวดนี้จึงตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นครรภ์แรกเกิดหรือครรภ์ใด ๆจะเกิดความเป็นสิริมงคลปลอดภัยแก่เด็กในท้องและเด็กจะเกิดมาสมบูรณ์และเป็นคนดีว่านอนสอนง่ายอีกด้วย

สำหรับหญิงที่ยังไม่ตั้งครรภ์ก็ควรสวดเอาไว้จะเป็นมงคลต่อสุขภาพด้านช่องท้อง คือไม่มีโรคภัยเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร หรือ ระบบสืบพันธ์

บทสวดมนต์สำหรับ ผู้ที่จำวันเกิดตนเองไม่ได้ ( ชัยปริตร)

พุทธ

“มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลัง ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโน เอวัง ตวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ

สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะจาริสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธิ เต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ ฯ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆา….นุ…ภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม”

พุทธ

บทสวดมนต์ชัยปริตรนี้ มีความเป็นยอดสิริมงคล ในเรื่อง “เป็นมหาสิริชัยชนะในทุกวัน” ทำให้ผู้สวดประสบชัยชนะมีความสุขสวัสดี ถ้วนหน้า ไม่ว่าทำการงานใด ๆ จะเรียน จะสอบ เจรจาความต่างๆ ก็จะได้รับความสำเร็จทุกประการ

ผู้มีศีลดี ปฏิบัติตนตั้งมั่นอยู่ในความดีอยู่เสมอ ยิ่งนำไปสวดก็จะเพิ่มความเป็นสิริมงคลอย่างมากมายมหาศาล โชคดีมีชัยตลอดไป

ข้อมูล : ธ.ธรรมรักษ์

สวดก่อนนอน คำขอขมา อธิษฐานจิต ถอนคำสัญญา ถอนคำสาบาน ถอนคำสาปแช่ง

ผลของการถูกสาปแช่ง คำอธิษฐานไม่ดี คำสาป คำแช่ง ที่เกิดด้วยกิเลส ด้วยตัณหา ด้วยอุปาทาน ด้วยราคะ ด้วยโทสะ ด้วยโมหะ ด้วยมิจฉาทิฐิ เป็นไปเพื่อความพยาบาท เบียดเบียน สร้างเวรสร้างกรรม ไม่ประกอบด้วยธรรม ไม่กอบด้วยกุศล

กฏแห่งไตรลักษณ์

ที่ข้าพเจ้าได้อธิษฐานไว้ สาปแช่งไว้ในอดีตชาติก็ดี ปัจจุบัน ก็ดี ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี ทั้งหมดทั้งสิ้น จนทำให้ชีวิตตกต่ำ หรือติดขัดไปหมด ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่เจริญรุ่งเรือง

การแก้เคล็ด คำขอขมา และอธิษฐานจิต ถอนคำสัญญา คำสาบาน (อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป ขอบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือสวดก่อนนอน)

พระพุทธสิหิงค์

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต

กรรมลีลา

หากข้าพเจ้า จงใจ หรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกินบิดา-มารดา ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วยกาย วาจา ใจ ขอได้โปรด อโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย หากข้าพเจ้า มีเจ้าของในตัวติดตามมา ข้าพเจ้า ขออนุญาตมีคู่ มีครอบครัว ได้เหมือนคนปกติทั่วไป

ขอถอนคำอธิษฐาน คำสาบาน ที่จะติดตามคู่ในอดีต ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระ ข้าพเจ้าจะประพฤติตน ในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร ขอบุญบารมี ในอดีตกาลที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน จงส่งผลให้ข้าพเจ้า และครอบครัว ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สรรเสริญ สติปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้า มีความสว่างทั้งทางโลก และทางธรรม ตั้งแต่บัดนี้ จนตราบเข้าสู่นิพพานเทอญ

สัมผัสที่ 6

ข้าพเจ้าขอถอนคำสัญญา คำสาบาน คำอธิษฐาน ที่ผูกมัดตัวเองและผู้อื่น ขอให้ต่างฝ่าย ต่างเป็นอิสระ จากสัญญาทั้งปวง หากมีผู้ใด เคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะชาติใด ภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ ขอถอนความอาฆาต ความพยาบาท และคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพ ขอให้ข้าพเจ้า พ้นจากคำสาปแช่ง ของปวงชน ของเจ้ากรรมนายเวร ขอให้พ้นจากนรกภูมิ และพบแสงสว่าง ทั้งทางโลก และทางธรรมเทอญ

คำขอขมา อธิษฐานจิต