กำแพงเพชร เปิด “วังนาคินทร์” บวงสรวง “พญานาคราช” 4 ตระกูล ส่องเลข ให้โชคเข้าพรรษา

กำแพงเพชรเปิด “วังนาคินทร์” บวงสรวง “พญานาคราช” 4 ตระกูล จากแดดจ้ากลายเป็นฝนฟ้าครึ้มตกลงมาอย่างน่าอัศจรรย์ ชาวบ้านเชื่อพญานาคมาเล่นน้ำให้โชคก่อนเข้าพรรษา ให้มีความโชคดีตลอดไปแก่ผู้บูชา พร้อมเลขเด็ด

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 ก.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ “วังนาคินทร์กำแพงเพชร” บ้านเลขที่ 26/3 ม.2 ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งที่นี่เป็นอีกแห่งที่ผู้ศรัทธาในองค์ “พญานาคราช” เดินทางมากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งในเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน การเงิน กันมากมาย โดยได้มีการอัญเชิญ “พ่อปู่ศรีสุทโธ-แม่ย่าศรีปทุมมา” จากคำชะโนด มาประดิษฐานให้ผู้ที่ศรัทธากราบไหว้ขอพรและยังมี “พญานาคราช” ทั้ง 4 ตระกูล ตามความเชื่อ คือ “วิรูปักโคนาคราช-เอราบถนาคราช-ฉัพยาปุตตะนาคราช-กัณหาโคตมะนาคราช” โดยทั้งหมดถูกสร้างขึ้นจนแล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ช่วง “เข้าพรรษา” และวันนี้เป็นการจัดพิธีบวงสรวง “พญานาคราช” ทั้ง 4 ตระกูล

ตามความเชื่อว่า เทพเทวาพญานาคจะขึ้นไปสู่สวรรค์เพื่อจำศีลในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน ในวันนี้จึงมีการจัดพิธีขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่ศรัทธาเข้ามากราบไหว้ขอพร ขอโชคลาภกัน

ขณะที่กำลังประกอบพิธีบวงสรวง “พญานาคราชทั้ง 4 ตระกูล” อยู่นั้น ท้องฟ้าได้มีเมฆฝนครึ้มทำทีท่าว่าฝนนั้นจะตกลงมา โดยก่อนหน้านั้นมีแสงแดดส่องสว่างไปทั่วบริเวณ แต่กลับมีเมฆครึ้มฝนตกลงมาอย่างน่าอัศจรรย์ โดยประชาชนที่มาร่วมพิธีครั้งนี้ต่างพากันลากเก้าอี้ที่ตนเองนั่งย้ายเข้ามานั้งในเต็นท์ที่กางไว้ในงาน โดยเจ้าพิธีกรรมได้เริ่มการบวงสรวงไปเพียงไม่นาน ทำให้หลายคนที่มาร่วมงานต่างเชื่อว่า “องค์พญานาคราช” ลงมาพรมน้ำมนต์ให้กับผู้ศรัทธาครั้งนี้ และหลังจากนั้นฝนที่ตกลงมาก็ได้หยุดลงอย่างน่าแปลกใจหลังทำพิธีเชิญเสร็จสิ้น

นายกฤษณะพงษ์ นาคจันทร์ อายุ 37 ปี เจ้าของสถานที่ “วังนาคินทร์กำแพงเพชร” และผู้ประกอบพิธีกรรมบวงสรวง เล่าว่า เดิมทีตนเองนั้นนับถือ “พญานาคราช” มานานกว่า 10 ปีแล้ว มีความเชื่อและศรัทธาอันแรงกล้า ตนเองได้เจอกับปาฏิหาร์ย์ต่างๆ ในชีวิตมากมาย ทั้งในด้านดีและไม่ดี จนกระทั่งประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จึงมีความคิดที่จะสร้างสถานที่แห่งนี้ไว้ให้กับผู้คนประชาชนทั่วไปที่ศรัทธาใน “พญานาคราช” ได้เข้ามากราบไหว้ขอพรและได้รับความสำเร็จโชคดีเหมือนตน

แต่อยากให้ทุกคนที่มากราบไหว้ขอพรนั้นมีสติ ไม่ใช่เพียงแค่อยากมีโชคลาภเท่านั้น เพราะความโชคดีในเรื่องอื่นๆ นั้นมีมากกว่าและยั่งยืนกว่า ส่วนวันนี้ถือว่าเป็นวันก่อนเข้าสู่เทศกาลเข้าพรรษา ตนเองได้สร้าง “พญานาคราช 4 ตระกูล” ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีสติในการดำเนินชีวิต และเพื่อให้ผู้อื่นได้มีความเป็นปัญญาต่อไป จึงถือโอกาสจัดพิธีบวงสรวงเบิกฤกษ์ครั้งนี้ให้คนอื่นๆ มาร่วมพิธี เพื่อความเป็นมงคลด้วย

หลังจากนั้นได้มีการถวายไฟแก่พญานาคราช พร้อมการรำถวายเพื่อขอความโชคดีตลอดไปแก่ผู้นับถือบูชา นอกจากนี้แล้วยังมีผู้ที่มีญาณสัมผัสต่างๆ (ร่างทรง) ได้เดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างมากมาย สำหรับหลายคนที่มาร่วมงานที่ชอบเกี่ยวกับการเสี่ยงโชคนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าขอพรแล้วได้เลขอะไรบ้าง ก็ได้คำตอบว่ามีเลข “591, 19”.

อ่านต้นฉบับ

ขลังนักแล! คาถามหามงคล “คาถาดับไฟในนรก” พระมหาโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้าย

พระมหาโมคคัลลานเถระ (บาลี: มหาโมคฺคลฺลาน) เป็นพระภิกษุอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระโคตมพุทธเจ้า เป็นพระอสีติมหาสาวกผู้เป็นเอตทัคคะในด้านผู้มีฤทธิ์มาก คู่กับพระสารีบุตร ผู้เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา

คาถามหามงคล….คาถาดับไฟในนรก (ของพระโมคคัลลานะ)

คาถาดับไฟนรก ให้ใช้คาถาบทนี้ เสกเป่าคนที่ถูกน้ำร้อน หรือไฟลวก แก้และถอนพิษไฟหายสิ้นไม่ร้อนไม่พอง หากใครถือขลังๆ ก็จะสามารถเอามือล้วงลงในกาน้ำร้อนเดือดๆ ได้สบายไม่รู้สึกร้อน แต่คงต้องเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกสมาธิและมั่นใจในพระคาถาที่ใช้ระลึกขอบารมีพระรัตนตรัย ครูบาอาจารย์เป็นที่พึ่ง พระคาถาดับไฟนรก ขลังนักแล

” เถโร โมคคัลลาโน นะระกัตตัง โลหะกุมพี ทิสาวะ อัคคิปัตติ กัมปะติฯ “

พระมหาโมคคัลลานะ

คาถาบทนี้ เป็นของพระมหาโมคคัลลานะเถระ อัครสาวกฝ่ายซ้าย ผู้มีฤทธิ์มากใช้ภาวนาแหวกเพลิงลงไปในนรก เพื่อโปรดสัตว์ท่านว่าให้ใช้คาถาบทนี้ เสกเป่าคนที่ถูกน้ำร้อนหรือไฟลวกแก้และถอนพิษไฟหายสิ้นไม่ร้อนไม่พอง หากใครถือขลังๆก็จะสามารถเอามือล้วงลงในกาน้ำร้อนเดือดๆได้สบายไม่รู้สึกร้อนเลย

ประวัติพระมหาโมคคัลลานเถระ เอตทัคคะในทางผู้มีฤทธิ์

พระมหาโมคคัลลานะ เป็นบุตรพราหมณ์นายบ้านในหมู่บ้านโกลิตคาม ได้ชื่อว่า “โกลิตะ” ตามชื่อของหมู่บ้าน มารดาชื่อ โมคคัลลี คนทั่วไปจึงเรียกท่านว่า “โมคคัลลานะ”ตามชื่อของมารดา ท่านเป็นสหายที่รักกันมากับอุปติสสมาณพ เที่ยวแสวงหาความสุขความสำราญ ตามประสาวัยรุ่น และพ่อแม่มีฐานะร่ำรวย นอกจากนี้ยังมีอุปนิสัยใจคอเหมือนกัน และยังได้ออกบวชพร้อมกันอีกด้วย

พระเถระทรมานพญานาค

พญานาคราช

สมัยหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นอุปนิสัยแห่งพระอรหัตของนักบวชนอกพระพุทธศาสนานามว่า “อัคคิทัต” จึงรับสั่งให้พระมหาโมคคัลลานเถระไปอบรมสั่งสอนให้ลดทิฏฐิมานะ ละการถือลัทธินั้นเสีย พระเถระรับพระพุทธบัญชาแล้วไปยังสำนักของอัคคิทัต นั้น กล่าวขอที่พักอาศัยสักราตรีหนึ่ง แต่อัคคิทัต ปฏิเสธว่าไม่มีสถานที่ให้พัก พระเถระจึงกล่าวต่อไปว่า

“อัคคิทัต ถ้าอย่างนั้น เราขอพักที่กองทรายนั่นก็แล้วกัน”

ก็ที่กองทรายนั้นมีพญานาคตัวใหญ่มีพิษร้ายแรงอาศัยอยู่ อัคคิทัต เกรงว่าพระเถระจะได้รับอันตรายจึงไม่อนุญาต แต่เมื่อพระเถระรบเร้าหนักขึ้นจนต้องยอมอนุญาต พระเถระจึงเดินไปที่กองทรายนั้น พญานาคเห็นพระเถระเดินมารู้ว่าไม่ใช่พวกของตนจึงพ่นควันพิษเข้าใส่พระเถระ

เตโชกสิณ

ฝ่ายพระเถระก็เข้าเตโชกสิณ บังหวนควันไฟให้กลับไปทำอันตรายแก่พญานาค ทั้งพระเถระและพญานาคต่างก็พ่นควันพ่นไฟเข้าใส่กันจนเกิดแสงรุ่งโรจน์โชตนาการ พิษควันไฟไม่สามารถทำอันตรายพระเถระได้เลย แต่ทำอันตรายแก่พญานาคฝ่ายเดียว อัคคิทัต กับบริวารมองดูแล้วคิดตรงกันว่า “พระเถระคงจะมอดไหม้ในกองเพลิงเสียแล้ว” พร้อมทั้งคิดว่า “สาสมแล้ว เพราะเราห้ามแล้วก็ไม่ยอมเชื่อฟัง”

รุ่งเช้า อัคคิทัตกับบริวารเดินมาดู ปรากฏว่าพระเถระนั่งอยู่บนกองทราย โดยมีพญานาคขดรอบกองทรายแล้วแผ่พังพานอยู่เหนือศีรษะ พระเถระ จึงพากันคิดว่า

“น่าอัศจรรย์ สมณะนี้มีอานุภาพยิ่งนัก”

ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จมาถึง พระมหาโมคคัลลานเถระ จึงลงจากกองทรายแล้ว เข้าไปกราบบังคมทูลอาราธนาให้เสด็จปะทับนั่งบนกองทรายแล้วกล่าวกับอัคคิทัตว่า “พระพุทธองค์ เป็นศาสดาของข้าพเจ้า ๆ เป็นสาวกของพระพุทธองค์”

พระพุทธเจ้า

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงแสดงพระธรรมเทศนาให้อัคคิทัตพร้อมทั้งบริวารเลิกละการเคารพบูชาภูเขา ป่า ต้นไม้ และจอมปลวก เป็นต้น ที่พวกตนพากันเคารพบูชาว่าเป็นที่พึ่งอันเกษมสูงสุด ให้หันมาระลึกถึงพระรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ อันเป็นสิ่งประเสริฐสุดนำไปสู่การพ้นทุกข์ทั้งปวง

เมื่อจบพระธรรมเทศนา อัคคิทัต และบริวารได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ด้วยกันทั้งหมด แล้วกราบทูบขอบรรพชาในพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดาได้ประทานให้ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา