ปลาไทยราคาบ้านๆ ได้โอเมก้า 3 สูง บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์

คำพูดที่ว่า “กินปลาจะได้ฉลาด” เป็นคำพูดที่คนทุกรุ่นทุกวัยเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้าง และผลจากการศึกษาวิจัยหลายๆ ชิ้นก็เป็นเครื่องยืนยันอีกเสียงว่า ปลาเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและแร่ธาตุสำคัญนานาชนิด เช่น โอเมก้า-3 ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองและระบบประสาท ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม การรับประทานปลาอย

คำพูดที่ว่า “กินปลาจะได้ฉลาด” เป็นคำพูดที่คนทุกรุ่นทุกวัยเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้าง และผลจากการศึกษาวิจัยหลายๆ ชิ้นก็เป็นเครื่องยืนยันอีกเสียงว่า ปลาเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและแร่ธาตุสำคัญนานาชนิด เช่น โอเมก้า-3 ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองและระบบประสาท ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม การรับประทานปลาอย่างน้อย 2-3 มื้อต่อสัปดาห์จะช่วยให้ร่างกายได้รับ โอเมก้า-3 อย่างพอเพียง คนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจว่า โอเมก้า-3 จะพบได้แต่ในปลาทะเลน้ำลึกในต่างประเทศเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปลาน้ำจืดและปลาทะเลไทยเองก็มี โอเมก้า-3 และคุณค่าทางโภชนาการสูงไม่แพ้กัน วันนี้ UndubZapp ขอเอาใจพี่น้องพ้องเพื่อนที่อยากรับประทาน โอเมก้า-3 จากแหล่งธรรมชาติ ด้วยการแนะนำให้ทุกๆ คนรู้จัก 7 อันดับปลาไทยที่มี โอเมก้า-3 สูง หารับประทานได้ง่ายในราคาประหยัด หากรับประทานปลาควบคู่กับอาหารที่มีประโยชน์เป็นประจำ จะช่วยบำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ได้อีกทางค่ะ

7.ปลากะพงแดง
ปลากะพงแดง 100 กรัม มีปริมาณโอเมก้า-3 “100 มิลลิกรัม”

6.ปลาทู
ปลาทู 100 กรัม มีปริมาณโอเมก้า-3 “220 มิลลิกรัม” ปลาทูมีลำตัวแป้นยาวเพรียว ตาโต ปากกว้าง จะงอยปากจะแหลม เกล็ดเล็กละเอียด มีความยาวประมาณ 14-20 เซนติเมตร ทำอาหารได้ทั้งนึ่ง ทอด ต้มยำ หรือทำน้ำพริกปลาทู โดยใช้เนื้อปลาทูโขลกผสมรวมกับกะปิ และบ้านเรามีขายทั้งปลาทูนึ่งใส่เข่ง และปลาทูสด

5.ปลาอินทรี
ปลาอินทรี 100 กรัม มีปริมาณโอเมก้า-3 “330 มิลลิกรัม”

4.ปลากะพงขาว
ปลากะพงขาว 100 กรัม มีปริมาณโอเมก้า-3 “400 มิลลิกรัม” ปลากะพงขาวสามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำจืด และน้ำกร่อย มีรูปร่างลำตัวหนาและด้านข้างแบน หัวโต จะงอยปากค่อนข้างยาวและแหลม พื้นลำตัวสีขาวเงินปนน้ำตาล แนวสันท้องสีขาวเงิน มีขนาดความยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร พบใหญ่สุดถึง 2 เมตร นิยมนำไปทำอาหารได้หลากหลาย ต้ม ผัด แกง ทอด นึ่ง

3.ปลาช่อน
ปลาช่อน 100 กรัม มีปริมาณโอเมก้า-3 “440 มิลลิกรัม” ปลาช่อนน่าจะเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างมาก มีส่วนหัวค่อนข้างโต รูปร่างทรงกระบอกยาว ครีบหางเรียวปลายมน ปากกว้าง ภายในปากมีฟันเขี้ยวบนเพดาน ลำตัวสีคล้ำอมมะกอกหรือน้ำตาลอ่อน นิยมนำไปใส่ในแกงส้ม ปลาช่อนลุยสวน หรือต้มยำ

2.ปลาสวาย
ปลาสวาย 100 กรัม มีปริมาณโอเมก้า-3 “450 มิลลิกรัม” ปลาสวายมีส่วนหัวค่อนข้างเล็ก แนวบริเวณหัวถึงครีบหลังลาดตรง ตาอยู่เสมอหรือสูงกว่ามุมปาก รูปร่างเพรียวแต่ป้อมสั้น ครีบสีจาง ครีบหางมีแถบสีคล้ำตามแนวยาวทั้งตอนบนและล่าง ปลาสวายอาจจะคาวได้ ดังนั้นวิธีที่นิยมนำมาปรุงอาหารจึงเป็นการทอดกระเทียม หรือนำไปทอดแล้วค่อยราดน้ำยำมะม่วงสับ

1.ปลาจะละเม็ดขาว
ปลาจะละเม็ดขาว 100 กรัม มีปริมาณโอเมก้า-3 “840 มิลลิกรัม” ปลาจะละเม็ดมีลักษณะรูปร่างป้อมสั้น เกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ลำตัวแบนข้างมาก ตาค่อนข้างเล็ก จะงอยปากสั้นทู่ ปากเล็กและเฉียงขึ้น พบได้ทั้งในฝั่งอ่าวไทย และบริเวณหมู่เกาะอ่างทองมีอยู่ชุกชุม รวมถึงฝั่งทะเลอันดามัน นิยมนำไปนึ่ง หรือทอด เช่น นึ่งบ๊วย นึ่งซีอิ๊ว

อ่านต้นฉบับ >

สุดยอด!! ผักริมรั้ว ผักบ้านๆ 10 ชนิด มากสรรพคุณบำรุงสมอง ชะลอแก่

ผักพื้นบ้านและพืชสมุนไพรหลายชนิดบางบ้านก็มักมีติดครัวเรือนกันอยู่แล้วใน วันนี้เราจะมานำเสนอเรื่องผักสวนครัว 10 ชนิด

ผักกูด

ผักกูด

ผักกูดอร่อยต้องกินหน้าแล้งเพราะรสชาติไม่ฝาดเหมือนในฤดูอื่นๆ อร่อยตรงจืดอมหวานเนื้อกรอบ ส่วนใหญ่นิยมกินยอดและใบอ่อน ผักกูดน้ำไม่นิยมกินสด มักเอา ไ

ปต้มหรือเอาไปลวก นอกจากกินเป็นผักแนม ผักกูดน้ำยังใช้ ต้ม ยำ ทำแกงหรือผัดกับน้ำมันเฉยๆ ก็อร่อยเหลือหลาย เคล็ดลับการทำแกงส้มผักกูดควรใส่ปลาช่อนถึง จะเข้ากันได้ดี

ใบชะพลู

ใบชะพลู

ไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบดกหนา ชะพลูมีชื่อเรียกต่างๆกัน ภาคเหนือเรียกว่าผักแค ผักปูนา พลูนก พลูลิง ภาคใต้เรียกว่าผักนมวา อีสานเรียกว่าผักอีเลิด ผักเล็ก ผักปูลม

ใบชะพลูมีกลิ่นหอม รสเผ็ดอ่อนๆ เป็นผักสดที่นิยมกินกับอาหารรสแซบ เช่น ลาบ น้ำตก ปลาย่าง ร่วมถึงน้ำพริกชนิดต่างๆ เป็นเครื่องปรุงที่เสริมรสอาหารได้ดี

อาทิ แกงแคของภาคเหนือ ส่วนภาคอีสานนิยมใส่ในแกงอ่อมต่างๆ แกงขนุนอ่อน แกงหัวปลี ภาคใต้ใช้แกงกะทิใส่ใบชะพลูกับหอยแครง

ส่วนภาคกลางนิยมใส่แกงคั่วหอย ขม หรือกินกับข้าวมันส้มตำ และที่นิยมมากที่สุดคือกินเป็นใบห่อเมี่ยงคำที่ให้รสชาติเข้ากันอย่างดี กินแล้วช่วยบำรุงธาตุ ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

ผักหวาน
ผักหวาน

ผักหวานมีรสชาติหวานสมชื่อ นิยมนำไปนึ่งแล้วจิ้มกับน้ำพริกแจ่วสารพัดชนิด นอกจากนี้ยังใช้ทำแกงได้อร่อยอีกต่างหาก คนอีสานนิยมนำไปแกงใส่ใข่มดแดง อันเป็น อาหารยอดฮิต หรือแกงใส่ปลาย่างผสมใบชะอม ทำเป็นแกงอ่อมก็อร่อยดี

ทางเหนือนิยมแกงผักหวานใส่ปลาย่างกับวุ้นเส้น งบผักหวานใส่มดแดงสุดอร่อย และคนกรุง ยังนำผักหวานไปผัดกับน้ำมันร้อนๆ ปรุงด้วยซีอิ๊ว เหยาะเกลือนิดก็อร่อย

บัวบก

บัวบก

คนไทยทั่วทุกภาคนิยมกินบัวบก แต่ชื่อที่เรียกจะแตกต่างกันไป ภาคเหนือและอีสานเรียก ผักหนอก ภาคใต้เรียกผักแว่น ใบบัวบกมีรสขมอ่อนๆ กลิ่นหอมและเป็นพืชที่ กินสดๆ ได้ทั้งก้านและใบ

จึงเป็นผักแกล้มอาหารรสเข้มข้นจานต่างๆได้อร่อย เช่น แกล้มน้ำพริก ส้มตำ และอาหารจานเดี่ยว เช่น หมี่กรอบ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย นอกจาก นี้ยังใส่ในแกงเผ็ดและยำ ทำให้รสชาติอาหารอร่อยขึ้น

นอกจากทำอาหารแล้วบัวบกยังนำมาคั้น ผสมน้ำตาลเล็กน้อย เป็นน้ำสมุนไพรดื่มให้รสหวาน หอม เย็นชุ่มคอ บัวบกช่วยระบายความร้อน แก้อ่อนเพลีย บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง แก้ไมเกรน ชาวจีนเชื่อว่า บัวบกแก้ช้ำใน ทำให้เลือดกระจาย หายฟกช้ำเร็วขึ้น

ผักปลัง

ผักปลัง

ชาวเหนือเรียกผักปั๋ง กินอร่อยได้ทั้งยอดอ่อน ใบอ่อนและดอกอ่อน กินเป็นผักต้ม ลวกหรือนึ่งสุก จิ้มน้ำพริก ชาวเหนือนิยมกินกับน้ำพริกดำ น้ำพริกตาแดง เอาไปแกง กับถั่วเน่า จอ(แกงชนิดหนึ่งของชาวเหนือมีรสเปรี้ยวแต่ไม่เผ็ด)

ผักปั๋งใส่มะนาว ดอกเอาจอกับแหนม ชาวเหนือกับอีสานเอายอดอ่อนกับดอกอ่อนไปแกงส้ม เคล็ดลับ ความอร่อย ควรใส่ผักปลังลงในหม้อเป็นสิ่งสุดท้ายหลังจากน้ำแกงเดือดเต็มที่ เวลาใส่ผักลงไปควรกดให้จม พอเดือดสักพักก็ปิดไฟ

ไม่ควรรอให้เดือดนาน เพราะจะ ทำให้ผักปลังเละไม่น่ากิน ชาวเมืองกรุงทำเป็นผัดผักไฟแดง หรือผัดน้ำมันหอย ผักปลังช่วยในการระบาย จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย

ไหลบัว

ไหลบัว

ไหลบัว คือหน่ออ่อนของต้นดอกบัวหลวงที่ยังไม่โผล่พ้นน้ำ ซึ่งต่างจากสายบัวที่เป็นส่วนก้านดอกของบัวสาย ไหลบัวมีความกรอบและรสชาติหวานมันจึงนิยมนำมากิน สด

คนอีสานนิยมกินเป็นผักสดกับส้มตำ แต่คนภาคกลางนิยมนำไปแกงส้ม ผัด หรือไม่ก็กินสดๆ ปัจจุบันเป็นไหลบัวผัดกุ้งเป็นเมนูยอดนิยมในภัตตาคารจีน ถือเป็นยา เย็น ช่วยบำรุงร่างกาย

ผักแพว
ผักแพว

ผักแพวหรือที่คนอีสานเรียกว่าผักแพ้ว ผักพริกม้า ส่วนคนเหนือเรียกผักไผ่ ความอร่อยของผักแพวอยู่ที่กลิ่นหอมและรสร้อนแรง จึงนิยมกินเป็นผักสดแนมกับ

อาหารรสจัดแทบทุกชนิด และนำไปปรุงเป็นเครื่องปรุงรสในอาหารประเภทลาบ และใส่แกงปลารสจัด เพื่อตัดกลิ่นคาวปลาพร้อมกับปรุงอาหารประเภทหอยเพื่อเสริม ความหอม กินแล้วช่วยขับลมในกระเพาะดีนัก

ใบยอ

ใบยอ

น่าอัศจรรย์ใจที่รสขมของใบยอ และกลิ่นเฉพาะตัวนี้ มีบทบาทอย่างมากในอาหารไทยทั่วทุกภาค ที่เด่นสุดคือ ภาค กลางใช้เป็นผักรองกระทงห่อหมก เพราะความ

อร่อยของห่อหมกเข้ากันได้ดีกับใบยอ และยังไม่มีผักอื่นเข้ามาแข่งได้ ส่วนภาคอีสานนำไปทำแกงอ่อมใบยอ และภาคใต้ก็มีแกงรสเด็ดไม่แพ้กันคือ

แกงเผ็ดปลาใส่ ขมิ้นใบยอ การกินใบยอให้อร่อยควรตัดเส้นกลางใบออกและลวกก่อนนำมาแกง จะช่วยลดความขมได้ ใบยอช่วยบำรุงร่างกาย แก้ปวดท้อง ท้องร่วง

ใบย่ายาง

ใบย่ายาง

จัดเป็นพืชประจำครัวภาคเหนือและอีสาน ภาคเหนือเรียกว่า จ้อยนาง ครัวอีสานใช้ใบย่านางผสมกับข้าวเบือ(ข้าวสารที่ตำละเอียด ใช้ผสมกับน้ำแกงเพื่อให้น้ำแกง ข้น)มาทำแกงหน่อไม้ไผ่ป่า เป็นลักษณะต้มเปอะ คือแกงที่มีน้ำขลุกขลิก

ใบย่านางทำให้เกิดรสกลมกล่อมอมหวาน อีกทั้งเพื่อกลบรสขื่นและขมนิดๆ ของหน่อไม้สด นอกจากนี้ยังผสมซุปหน่อไม้ ใส่แกงขี้เหล็กแบบพื้นบ้าน แกงกับยอดหวาย

ภาคเหนือใส่ในแกงพื้นเมืองที่คล้ายกัน ใบย่านางที่นำมาใช้ในการทำอาหารนั้นยิ่งใส่มาก เท่าไร ยิ่งทำให้อาหารจานนั้นอร่อยยิ่งขึ้น กินย่านางช่วยดับพิษร้อนถอนพิษไข้ได้

หัวปลีกล้วย

หัวปลี

ปลีกล้วยที่ใช้ทำอาหารส่วนใหญ่เป็นปลีกล้วยน้ำว้า เพราะฝาดน้อยและหาง่ายกว่ากล้วยพันธุ์อื่นๆ หัวปลีสีแดงเมื่อแกะใบเลี้ยงออกจนถึงชั้นที่มีสีขาวนวล จะนำ มาผ่าปลีตามยาวเป็นส่วนๆ แล้ว ต้องนำไปแช่น้ำผสมน้ำมะขามเปียกหรือน้ำมะนาวก่อน

เพื่อรักษาปลีกล้วยให้ขาวนวลน่ากิน อาหารไทยนิยมกินปลีกล้วยสดกับ เต้าเจี้ยวหลน กะปิคั่ว ผัดไทย ชุบแป้งทอด ปรุงเป็นแกงเลียง หัวปลีแก้โลหิตจาง ลดความดันโลหิต แก้ร้อนใน กระหายน้ำ

ที่สำคัญคือบำรุงน้ำนมใน คุณแม่ลูกอ่อน ผักเป็นแหล่งที่อุดมด้วยเส้นใยอาหารตามธรรมชาติ มีโปรตีน เกลือแร่ และวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินเอ บี ซี อี และเค รวมทั้งสารอื่นๆ

เช่น ไบโอฟลาโวนอยด์และน้ำย่อยบางชนิด ซึ่งล้วนสำคัญและจำเป็นต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของร่างกาย ซึ่งล้วนมีอุดมอยู่ในผักพื้นบ้านของไทย

หอยนางรม รักษาซึมเศร้า ลดอาการวิตกกังวล ทั้งยังบำรุงสมองอีกด้วย

หอยนางรม เป็นอาหารทะเลที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย หอยนางรมจัดเป็นอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่ต่ำ แต่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูง

ดร. ดริว แรมซีย์ ศาสตราจารย์ด้านจิตเวช จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าวว่า ที่ผ่านมาเขาได้แนะนำให้คนไข้รับประทานหอยนางรมและอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในการรักษาอาการซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวล

หอยนางรม

เนื่องจากอาหารสดและอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างผัก ผลไม้ หรืออาหารประเภทเมดิเตอร์เรเนียนที่ประกอบไปด้วยธัญพืชและพวกถั่วต่างๆ ช่วยบำบัดรักษาอาการทางจิตใจได้

ดร.แรมซีย์กล่าวว่า ‘ผู้ป่วยรายหนึ่งของเขาอ้างว่า การกินหอยนางรมช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าของเขาได้และยังทำให้สุขภาพจิตของเขาดีขึ้นอีกด้วย โดยคนไข้รายนี้ได้กินหอยนางรมไปทั้งหมด 36 ตัว หลังจากเข้ารับการรักษา’

หอยนางรม

งานวิจัยทางด้านโภชนาการอาหารระบุว่า หอยนางรม เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุสังกะสีและธาตุเหล็ก ซึ่งธาตุสังกะสีจะช่วยในการทำงานของสมองและระบบเซลล์ประสาทของสมองให้ทำงานได้อย่างปกติ

ขณะที่ธาตุเหล็กจะช่วยการทำงานของเอมไซม์ต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานและควบคุมระดับ norepinephrine หรือ สารนอร์อิฟิเนฟฟรีน ซึ่งจะควบคุมการตื่นตัว กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและควบคุมการแสดงออกเวลาที่รู้สึกกลัว ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและอาการวิตกกังวล

หอยนางรม

ดร.แรมซีย์กล่าวว่า อาหารขยะ หรืออาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า รายงานการวิจัยด้านสุขภาพปี 2016 ระบุว่า คนที่รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำจะมีความสุขและความพึงพอใจในการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่าคนที่รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

โดยเฉพาะการรับประทานผักสดและผลไม้สด รวมไปถึงอาหารตระกูลถั่ว หรืออาหารเมดิเดตอร์เรเนียนที่อุดมไปด้วยธัญพืชและเนื้อสัตว์ที่ส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเล

ทั้งนี้ ดร.แรมซีย์ยังแนะนำให้กิน ‘อาหารสายรุ้ง’ คือ การกินผักและผลไม้ที่หลากหลายสีสันซึ่งมีองค์ประกอบทางโภชนาการที่สามารถช่วยลดอาหารอักเสบต่างๆ ของร่างกาย รวมไปถึงยังช่วยในเรื่องการทำงานของเซลล์สมอง รวมไปถึงการกระตุ้นเซลล์สมองให้เพิ่มขึ้นในผู้ใหญ่อีกด้วย

ที่มา : voicetv