Tag: วิญญาณขันธ์

  • การปฏิบัติธรรม อย่างไรจึงจะถูกต้องถูกทาง? ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก

    การปฏิบัติธรรม อย่างไรจึงจะถูกต้องถูกทาง? ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก

    หัวใจของ การปฏิบัติธรรม เพื่อความพ้นทุกข์นั้น ต้องทำความเข้าใจวิธีปฏิบัติให้ถูกต้อง ถ้าไม่รู้วิธีและแนวทาง ก็จะทำให้เสียเวลา ไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง หรือไม่ประสบความสำเร็จ กว่าจะลองผิดลองถูก กว่าจะเข้าใจ ก็อาจเสียเวลาไปนาน สมัยเมื่อพระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ทรงเน้นสอนและแสดงโทษของการยึดมั่นอยู่ในอุปาทาน “ขันธ์ทั้ง ๕ เป็นตัวทุกข์” พระองค์ทรงแสดงธรรมเพื่อการตรัสรู้ เพื่อเข้าสู่มรรคผลนิพพาน คือพระองค์จะทรงหยิบยกและแสดงธรรมในเรื่อง “อริยสัจ ๔” เป็นส่วนมาก และในการแสดงธรรมอริยสัจ ๔ แต่ละครั้งนั้น จะมีทั้งอุบาสก อุบาสิกา พระภิกษุสงฆ์และพระภิกษุณีได้ ดวงตาเห็นธรรม เป็นจำนวนมาก ในอริยสัจ ๔ พระองค์จะทรงเน้นแสดงตัว “สมุทัย” คือเหตุให้เกิดทุกข์ ได้แก่ “ตัณหา” ความอยากได้และความไม่อยากได้ในกองขันธ์ ๕ อันเป็นเหตุปัจจัยส่งผลให้เราเป็นสุขและเป็นทุกข์ เช่น เวลาขันธ์ ๕ เป็นสุขก็ยึดไว้ เวลาขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ก็ผลักไส จึงเกิดความลำบากเพราะพยายามที่จะแก้ไข คือ อยากวิ่งหนีทุกข์และอยากวิ่งหาสุข แต่โดยความเป็นจริงของสัตว์และมนุษย์ เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วมีแต่กองแห่งทุกข์ หาความสุขไม่เจอ เท่าที่สังเกตดูมีแต่ทุกข์น้อยกับทุกข์มากเท่านั้นเอง ฉะนั้นจึง…

  • ธรรมชาติของขันธ์ห้า กับ จิต เขาแยกกันอยู่แล้ว

    ธรรมชาติของขันธ์ห้า กับ จิต เขาแยกกันอยู่แล้ว

    ธรรมชาติของขันธ์ห้า กับ จิต เขาแยกกันอยู่แล้ว โดยขันธ์นั้นเขาทำหน้าที่อยู่อย่างอิสระ ถ้าไม่มีจิตมาอาศัยขันธ์อยู่ อาการและสภาวะทั้งหมดของขันธ์ก็จะไม่มี ตัวจิตนั้นเขาไม่มีอาการ ไม่มีกิริยาและไม่มีสภาวะอะไรเลย เพราะตัวจิตเขาคือ “ผู้ไม่มี” และตัวจิตก็ไม่ใช่จิต เป็นอะไรที่เราไมเห็นหรือหมายอะไรเขาได้ จะไปกำหนดรู้อาการของเขา พึงกำหนดที่จิตว่าเขาคือผู้ไม่มี ที่เรากำลังเห็นว่าเขาทำงานบางครั้งเขารู้ บางครั้งเขาไม่รู้ บางครั้งก็มีสติทัน บางครั้งก็ลังเลสงสัย บางครั้งก็เข้าใจ บางครั้งก็ไม่เข้าใจ นั่นเราจงรู้เถิดว่าเรากำลังเห็นขันธ์ทำงานอยู่ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของๆ เรา ตั้งอยู่ในความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน เป็นเพียงธรรมชาติหนึ่งเรียกว่าขันธ์ห้า อย่าไปบังคับให้เขาให้เป็นอะไรได้ เพราะเขาคือธรรมชาติ เราต้องตั้งฐานของความไม่มีไว้ นั่นคือเราที่เรียกว่าจิต ฉะนั้นอย่าได้หวั่นไหวกับสิ่งที่มีทั้งหมด จงปล่อยให้เขาทำงานไปแบบปกติ เราจงอาศัยขันธ์ตัวสุดท้ายคือ วิญญาณขันธ์ แค่รู้อย่างเดียวแต่อย่าได้เข้าไปแทรกแซงหรือให้ความหมายกับสิ่งที่ถูกรู้ที่เป็นสภาวะและกริยาอาการทั้งหมด เหลือไว้แค่สักแต่ว่ารู้ เขาจะทำงานอย่างไรก็ช่าง เพราะสิ่งนั้นเป็นเพียงแค่มายามาหลอกเรา เป็นของชั่วคราวที่จะต้องเสื่อม และดับไปพร้อมกับรูปคือธาตุทั้งสี่อย่างแน่นอน นี่คือความจริง จงรู้จักอดีตของเขา ปัจจุบันของเขา และอนาคตของเขา จุดจบก็กลับไปสู่ความไม่มี เหมือนอดีตที่เขาเคยไม่มีมา แล้วเราจะไปแก้ไข หรือไปยึดมั่นถือมั่นให้เสียเวลาทำไม ไม่มีประโยชน์ ทั้งเสียเวลาเปล่า จะทำขันธ์มีภาระมากขึ้น เพิ่มทุกข์ให้กับขันธ์อีก…