พ่อท่านพวย วัดหัวลำภู หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

เกียรติประวัติ พระอธิการพวย องคมุนี พ่อท่านพวย อดีตเจ้าอาวาสวัดหัวลำภู

เป็นบุตร นาย สีนวล นางฉิม เกิดวันอังคาร เดือน ๕ ปีเถาะ ที่บ้านหัวลำภู ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันจันทร์ เดือน ๑๐ ปี ฉลู อายุ ๗๑ ปี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาด้วยกันตามลำดับ ๑. นางสุ่น ๒. นายแดง ๓. พระอธิการพวย ๔. นายทรัพย์ ๕. นางยวน ๖. นายบัวแก้ว ๗. นางฟัก ๘. นางคลาย ๙. นางหมุก ๑๐. นายวัด

พระอธิการพวย องคมุนี

เมื่อเยาวัยได้ศึกษาเล่าเรียนที่วัดหัวลำภู ครั้นอายุครบตามกำหนดได้บรรพชาเป็นพระภิกษุ กับพระอุปัชฌาย์ พระครูพนังศีลวิสุทธิพุทธภักดี (หวาน) วัดศาลาแก้ว ตำบลหัวไทร และได้จำพรรษาที่วัดหัวลำภูจนกระทั่งได้รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อจากหลวงพ่อสุข

ขณะที่ได้เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ได้พัฒนาบูรณวัดให้ดีขึ้น มีการตกแต่งปรับปรุง ปลูกต้นไม้ต่างๆ ขุดสระน้ำ ปลูกสร้างกุฏิ ก่อสร้าง อุโบสถ และศาลาการเปรียญ ดังที่ปรากฏอยู่ในขณะสงฆ์นี้ นอกจากนี้ได้รับการอบรมแนะนำให้การศึกษา แก่บรรดาศิษย์วัด ได้มีความรู้ในอักษรศาสตร์ และทางศาสนา

จนบวชเรียนมีความรู้กันเป็นจำนวนมากตลอดมา เป็นที่เคารพสักการะของปรชาชนทั่วไป จนกระทั่งได้ถึงแก่มรณะภาพเมื่ออายุได้ ๗๑ ปี เนื่องด้วยเป็นพระภิกษุสงฆ์ ที่บวชมาช้านาน และได้บำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ แนะนำอบรมประชาชน และบรรดาศิษยานุศิษย์ ให้เป็นคนดีมีศีลธรรม เป็นที่เคารพของประชาชนทั่วไป

เมื่อได้ถึงแก่มรณะภาพแล้ว ประชาชนต่างได้พร้อมใจกันจัดการปั้นรูปของท่านขึ้น เพื่อไว้ศักการะบูชา เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที ดังที่ปรากฏอยู่ขณะนี้ ที่สุดเห็นว่าสมควรจัดศาลาขึ้นสักหลัง เพื่อเป็นที่ไว้รูปปั้นของท่าน และรูปจำลองของ หลวงพ่อทวด (ท่านพะโค๊ะ ) ซึ่งประชาชนเคารพนับถือด้วย

พ่อท่านพวย วัดหัวลำภู

ศาลานี้เรียกว่า ศาลา องคมุนี ให้ตรงกับฉายา กับพระอธิการพวย เพื่อที่ระลึกแก่บรรดาประชาชนสืบไป จึงได้นำเดินการหาทุน โดยการทอดกฐินและการทอดผ้าป่า ด้วยความสามัคคีเลื่อมใส ของประชาชน จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย และพิธีสมโภชน์ฉลองกันในวันแรม ๓ ค่ำ เดือน ๖ ตรงกับวันที่ ๑๓ เดือน พฤษภาคม ๒๕๒๒

ประวัติพระพ่อท่านพวย วัดหัวลำภู จาก ตาโชติ ชาวบ้าน หัวลำภู เล่าว่าการหาว่านมาทำพระเครื่องรุ่นแรก จัดสร้างโดย พ่อท่านเคล้า วัดหัวลำภู ต้องการว่าน ๑๐๘ และดำเนินการจัดหาว่านในครั้งนั้นจัดหากันเกือบสองเดือน เพราะว่านแต่ละอย่างจะหายากมาก

แต่จะมีชาวบ้านร่วมเดินทางไปหาว่านกับพ่อท่านเคล้าด้วย แต่มีคนบางกลุ่มบอกกับหลวงพ่อว่า อย่าหาว่านให้ครบเลยพ่อท่าน หาว่าน แค่ ๑๐๗ ก็พอแหละ ถ้าหาครบเดี๋ยวมันจะบ้าเสียแหละ แต่พ่อท่านก็ไม่สนใจ แต่ตอบกลับไปว่าถ้าหาว่านไม่ครบ ๑๐๘ หาไปทำอะไร หาแล้วก็ต้องหาให้ครบ ทำพระชุดนี้ต้องทำให้ดีต้องทำให้ขลัง หลังจากนั้นพอหาว่านได้ครบพ่อท่านก็นำไปตากแห้ง

เสร็จแล้วก็ไห้ชาวบ้านและพระลูกวัดช่วยกันตำให้เป็นผงนำไปร่อนเอาผงว่าน แล้วนำเอาผงว่านไปผสมกับน้ำ พุทธมนต์ ปั้นเป็นก้อนแล้วยัดลงไปในเบ้า แล้วเคาะออกมานำไปตากแดดให้แห้งแล้วนำไปเคลือบชะแล็ก เสร็จแล้วก็นำไปปลุกเสก กำหนดปลุกเสก ๓ วัน

โดยมีเกจิอาจารย์มากมาย แต่ที่ ตาโชติ แกจำได้ว่า มี พ่อท่านจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ มาลงพิมพ์ให้ก่อน ๒-๓ พิมพ์ เบ้าพระชุดนี้จะมีเกือบ ๑๐ เบ้า

พ่อท่านพวย วัดหัวลำภู

เพราะช่วยกันทำหลายคน ขนาดของพระจะไม่เท่ากันแต่จะแบ่งได้ ๓ ขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก (ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ) จำนวนของพระชุดนี้บอกไม่ได้ว่าจำนวนเท่าไรเพราะจะทำจน หมดว่านที่นำมาผสม และปีที่สร้าง พ.ศ. ๒๕…กว่าๆ แต่ระบุ พ.ศ. จริงๆไม่ได้

ลักษณะพระเนื้อว่านรุ่นแรก สีเนื้อจะไม่เหมือนกันทุกองค์ บางองค์ก็ออกสีแดงเข้ม บางองค์ก็แดงจางๆอมขาว บางองค์เคลือบชะแล็กแต่บางองค์ก็ไม่เคลือบชะแล็ก

ความเข้มของเนื้อพระจะไม่เหมือนกันขึ้นอยู่ที่การผสมของว่าน และไม่มียุคแรกยุคหลัง บางองค์ก็มีรอยกดของนิ้วมือยุบลงไป บางองค์ด้านหลังก็อูมขึ้นมา เกิดจากความแห้งของเนื้อพระ และพระว่านรุ่นนี้จะมีเนื้อดินสอพองด้วยเคลือบชะแล็กจำนวนไม่เกิน ๑๐๐ องค์ พระรุ่นสอง ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม เนื้อผงสีขาว

ด้านหน้าเขียนว่าหลวงพ่อพวย องคมุนี ด้านหลังมียันต์ห้า เขียนว่า วัดหัวลำภู อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช มี ๓ พิมพ์ ๑. สี่เหลี่ยมสีขาว เนื้อผง ๒. สีแดงรูปพัต เนื้อผง ๓. สีดำ เนื้อผง ลักษณะคล้ายเนื้อว่าน รุ่นแรก นี้เป็นคำบอกเล่าจาก ตาโชติ ชาวบ้านหัวลำภู และไม่มีประวัติบันทึกการทำพระเครื่องรุ่นแรกของพ่อท่านพวยไว้แน่ชัด

และการทำประวัติในครั้งนี้ จุดประสงค์ก็แค่อยากจะเผยแพร่ ให้คนรุ่นหลัง หรือลูกหลานหลวงพ่อพวย ไว้ศึกษาจนถึงลูกถึงหลานจดจำพระเครื่องรุ่นนี้ไว้ ถึงแม้ราคาพระชุดนี้ไม่ค่อยมีตามท้องตลาดตามวงการ แต่ราคาทางใจสูง นะคับ การบันทึกประวัติในครั้งนี้ ผิดพลาดตรงไหน แก้ไขอย่างไร ขอให้ผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยนะครับ

พ่อท่านพวย วัดหัวลำภู

วัตถุมงคลของพ่อท่านพวย ทีทันท่าน คือเสื้อยันต์สีแดงแห่งวัดหัวลำภู ขนาดโดนแทงกับหอกขึ้นไปยืนแทงบนยอดอกยังไม่เข้าเลย เสื้อแดงสร้างแค่ ๙ ตัวเท่านั้นเอง ทำให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดเท่านั้น เขียนมือทั้งผืนเลยครับ และมีรุ่นที่ ๒ พ่อท่านสังข์ วัดดอนตรอ มาปลุกเสกให้ครับ แต่เป็นเสื้อสกรีนมาจากโรงงาน รุ่น ๓ สำหรับพระเนื้อว่านของพ่อท่านพวยรุ่นแรก ประสบการด้านแคล้วคลาด คงทนแน่นอนครับ

เกจิยุคนั้นที่ยังไม่มรณะภาพน่าจะมาร่วมปลุกเสกด้วย และพ่อท่านพวย เป็นเกจิที่ดังมากในยุคนั้น และเป็นพระอุปชาให้พระหลายๆรูป

พระที่ยุคเดียวกันอยู่ ๓ วัด เช่น พ่อท่านครูพนัง หรือ พระครูพนังศีลวิสุทธิภักดี พ่อท่านชูเฒ่า วัดพัทธสีมา พ่อท่านพวย วัดหัวลำภู พระทั้งสามวัด ลองวิชากันเป็นประจำ เช่น พ่อท่านครูพนังส่งแตงโมให้พ่อท่านชูเฒ่า ส่งไปแล้วให้เด็กวัดไปผ่า

ผลปรากฎว่าผ่าไม่เข้า ครับ เช่นเดียวกับพ่อท่านพวย วัดหัวลำภู ส่งถั่วเขียวให้พระครูพนัง และพระครูพนังสั่งให้เด็กวัดพาไปต้ม ต้มยังไงก็ไม่สุก พระครูพนังก็พูดออกมาว่า. เอาหล่าวแหละท่านพวยทำเราแล้วหล่าว แกล้งกันตลอด ทั้งสามวัดนี้ กินกันไม่ลง วิชาแก่กล้ากันทั้งนั้น

– ขอบคุณที่มาข้อมูลครับ

คนที่คุณ..เคยรัก..มากที่สุดเป็นใคร

คำถามนี้ถูกตั้งขึ้นโดยผู้หญิงคนหนึ่ง เขาถามว่าคนที่รักที่สุดคือใคร

เขาได้ถามคำถามนี้กับใครหลายๆคน และมันก็เป็นฉันแล้วที่ต้องตอบคำถาม

เป็นคำถามที่ดูยากในการตอบ แต่ฉันก็สามารถตอบง่ายๆภายในเวลาอันสั้นมาก

“แม่” คือคนที่ฉันรักมากที่สุด ฉันคิดอยู่เสมอถ้าฉันไม่มีแม่แล้วชีวิตฉันจะเป็นยังไง ฉันจะหันหน้าไปหาใคร ใครที่จะสามารถรับฟังฉัน ปลอบโยนฉัน และรักฉันได้เท่านี้ หลายคนอาจจะคิดว่าฉันมันคนที่ยังไม่โต ติดแม่

แต่สำหรับฉันทุกๆอย่างของในชีวิตฉัน “แม่” คือคนที่สำคัญที่สุด ในช่วงเวลาของชีวิตช่วงหนึ่ง ฉันได้ลืมให้ความสำคัญกับท่าน เที่ยว กิน เล่น อย่างสบายใจโดยไม่คำนึงถึงท่านเลย

แม่

เป็นช่วงเวลาที่หลงอยู่กับการเที่ยว เพื่อนคือสิ่งที่ฉันให้ความสำคัญมากในตอนนั้น กลับมามองดูแล้วมันแย่มากนะ โทรศัพท์ก็ไม่ค่อยโทรหา จนต้องเป็นท่านที่โทรมาหาฉันก่อนเสมอ และมักจะมากับประโยคที่ว่าเป็นยังไงบ้างลูก ไม่ค่อยติดต่อมาเลยเป็นคำถามที่ฉันได้ยินแล้วก็อึ้ง

ก็ได้แต่ตอบปัดไปว่าช่วงนี้ยุ่ง งานเยอะ เรียนหนัก ทั้งๆทีเรามัวแต่สนุกจนลืมให้ความสำคัญกับท่าน จนเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง เป็นช่วงที่เปลี่ยนให้เรากลับมา

โชคดีที่ได้ดูแลพ่อแม่

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ฉันไม่สบาย เป็นโรคๆหนึ่ง และอาจจะเป็นโรคต่างๆแทรกเข้ามา แม่ คือคนเดียวที่ดูแลฉัน คอยถามฉันว่าเป็นอย่างไรบ้าง และคอยให้กำลังใจฉัน พยายามไม่ให้ฉันเครียด และช่วงนั้นฉันได้กลับไปอยู่บ้านพักผ่อน

ในแต่ละวันแม่ทำงานหนักมาก เช้าออกเดินทางไปทำงาน ก่อนออกไปทำงานก็ต้องทำอาหารเช้า จัดแจงงานบ้านทุกอย่าง เย็นกลับมาก็ต้องมาทำอาหารเย็น ทำงานบ้าน งานสวน ทำทุกอย่าง

ผู้หญิง

ฉันมีความสุขมากเมื่ออยู่บ้านและได้อยู่กับท่าน ช่วงที่ฉันต้องกลับมาเรียนหนังสือ ฉันร้องไห้หลายวันมาก ฉันคิดว่าฉันไม่อยากจากแม่ไปไหน อยากอยู่กับแม่ตลอดเวลา

ตอนนี้และต่อๆไปคนที่สำคัญที่สุดคือแม่ ฉันรู้สึกโชคดีมากที่ตัวเองคิดได้ในตอนที่ยังไม่สาย ยังพอมีเวลาอีกมาก แต่ก็เสียดายมากที่ระยะเวลาตอนนั้นฉันคิดไม่ได้

โชคดีที่ได้ดูแลพ่อแม่

ฉันไม่อยากให้หลายคนเป็นแบบฉัน และอย่าคิดได้ตอนที่สายไปแล้ว เพราะตอนนั้นอาจจะเป็นช่วงที่มืดมิดที่สุดในชีวิต ฉันรู้สึกโชคดีที่ฉันยังไม่ถึงจุดนั้น และจะไม่มีวันให้ไปถึงจุดนั้นเด็ดขาดฉันอยากให้เรื่องของฉันมีประโยชน์กับคุณ

สามีโปรดฟัง! ได้ภรรยาเก่งและดี ช่วยเสริมบารมี สามีก็เจริญ

เรื่องนี้สำคัญมากคุณโยม ผู้หญิงจะเป็นใหญ่หรือไม่ใหญ่อาตมาก็ไม่รู้ แต่ที่รู้นั้นอย่าได้กล้าหือเชียว ไม่เช่นนั้นหนีเอาชีวิตกันแทบไม่ทันเลยนะ

อาตมาได้พบและได้คุยกับคุณโยมผู้ชายหลายๆท่าน ซึ่งต่างก็เล่าเป็นเสียงเดียวกันว่า โดนภรรยๅที่บ้านรังแก อยู่ตลอด แรกๆ อาตมาก็แปลกใจว่า คุณโยมเป็นผู้ชายแท้ๆนะ เป็นหัวหน้าครอบครัวแท้ๆ ทำไมถึงให้ภรรยๅซึ่งเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ รังแก เอาได้ล่ะ คุยไปคุยมาก็ถึงได้รู้ว่า บรรดาคุณโยมภรรยาทั้งหลายมีของศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือ คือ บัญชีการเงินทั้งหมดนั่นเอง

ครอบครัว

หลายคนที่โดนแซวว่ากลัวเมีย ก็จะหาคำพูดแก้ตัวกันได้อย่างสมเหตุสมผลว่าไม่ได้ก ลัว แค่เกรงใจ เหมือนเช่นคุณโยมบางคู่ คุณโยมแม่บ้านเวลาจะคุยกับคุณโยมพ่อบ้านต้องคลๅนเข่าเข้าไปหาเลยนะ แล้วพูดว่าออกมาเดี๋ยวนี้หนีเข้าไปทำไม เห็นไหมว่าคุณโยมไม่ได้กลัวเมียแต่ Safety First

ผู้หญิงสมัยนี้เก่งนะโยม โดยเฉพาะการทำงานนอกบ้าน บางคนเก่งมากจนหน้าที่การงานและเงินเดือนเยอะกว่าสามีตัวเองอีกนะ เป็นใหญ่เมื่ออยู่นอกบ้านแล้ว ยังกลับมาเป็นใหญ่ในบ้านอีก ด้วยการดูแลบ้าน คุมการเงิน การดูแลลูกอีก จนคุณโยมผู้ชายอดน้อยเนื้อต่ำใจถามตัวเองไม่ได้ว่า แล้วฉันจะเกิดมาทำไมกัน

อย่าน้อยอกน้อยใจไปเลยคุณโยมผู้ชายทั้งหลาย อาตมาอยๅกให้คุณโยมมองในแง่ดีว่าเราโชคดีที่ได้ภรรยๅเก่ง การมีภรรยๅดีภรรยๅเก่งเป็นการสะท้อนถึงความสามารถในการเลือกคบคนของคุณโยมได้เป็นอย่างดีนะ และยังเป็นการเสริมบารมีคุณโยมด้วย

คู่รัก

เหมือนอย่างสมัยโบราณที่ข้าราชการจะหาภรรยๅสักคนก็จะหาภรรยๅที่เก่งเรื่องงานบ้านงานเรือนด้วย เพราะสิ่งนี้จะช่วยเสริมบารมี เสริมหน้าตาทางสังคมให้ได้ด้วย

คุณโยมผู้ชายสมัยนี้ก็คงคิดไม่ต่างกันหรอกว่า การมีภรรยๅ เก่งก็เชิดหน้าชูตาได้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ การมีภรรยาเก่ง หรือเก่งกว่าก็กลายเป็นการลดคุณค่าความเป็นชายของตัวเองลง ยิ่งถ้าภรรยา ดุเข้าไปอีก กลายเป็นว่าอยู่ใต้อาณัติภรรยๅไปโดยปริยาย

คุณโยมสามีภรรยๅหลายคู่นั้นมีปัญหๅกัน เพราะเรื่องอำนๅจภายในบ้านเป็นเหตุ ตัวสามีรับไม่ได้ที่ภรรยๅเก่งกว่า ภรรยๅก็ยอมไม่ได้ที่จะให้สามีเป็นช้างเท้าหน้า ต่างคนต่างทำเป็นใหญ่ใส่กัน ไม่ยอมกัน ท้ายสุดก็ทะเลาะกันเป็นเรื่องราวใหญ่โตแบบไม่รู้ตัว

ทะเล

ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการลดทิฐิ โยมผู้ชายมักมีทิฐิว่าตัวเองต้องเป็น เพศผู้นำ ออกคำสั่ง แต่เมื่อโดน เพศหญิงที่ควรจะอ่อนแอกว่าออกคำสั่งแทน มาอยู่เหนือตนเองก็รับไม่ได้ ในขณะที่คุณโยมผู้หญิงที่พยๅยๅมเรียกร้องความเท่าเทียมกับคุณโยมผู้ชาย ก็พยายามแสดงความสามารถอย่างเต็มที่

แต่บางครั้งความสามารถนั้นก็เกินเลยไปจนกลายเป็นการข่มผู้อื่นไปแบบไม่รู้ตัวเช่นกันฉะนั้นคุณโยมทั้งสองฝ่ายจะต้องลดทิฐิในเรื่องของอำนๅจ และให้เกียรติกัน อย่าคิดว่าใครต้องใหญ่กว่าใคร แต่ให้คิดว่าชีวิตคู่จะมีความสุขได้ก็ต้องเดินไปพร้อมๆ กันไม่มีใครก้าวไปก่อนใคร และต้องให้เกียรติกันในการตัดสินใจ ตัดสินปัญหาหรือรับผิดชอบในสิ่งต่างๆ

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

คุณโยมลองหาวิธีแบ่งกันง่ายๆ ดูก็ได้ เช่นคุณโยมผู้หญิงรับผิดชอบหน้าที่ในการดูแลและเป็นใหญ่ในบ้านเพื่อดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้หญิงสามารถดูแลได้ ส่วนโยมผู้ชายก็รับผิดชอบเรื่องการตัดสินใจใหญ่ๆ การงาน เรื่องการเงิน การเป็นผู้นำ เป็นที่พึ่งให้ครอบครัว

ชีวิตคู่จะอยู่ได้อย่างมีความสุขต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ไม่ใช่การนำของใครคนใดคนนึงไม่ใช่เพราะการเชื่อฟังคนใดคนหนึ่งอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการนำและการตามไปพร้อมๆ

เครดิตจาก : pigdaily

แม้ไม่สมหวังในรัก!! ด้วยกรรมเก่าๆ อย่าเพิ่งท้อ!! แก้ง่ายนิดเดียว

“เคล็ดวิธีทำบุญเสริมความรัก ตำรับหลวงพ่อเงิน กตสาโร”บอกกันต่อๆได้เลย.

มีหลายท่านอยากจะหาเคล็ดที่ทำบุญอย่างไร จะช่วยเสริมผลบุญให้ชีวิตคู่มีแต่ความสุขหรือเสริมผลบุญไม่ให้ชีวิตขมขื่น หรือระหว่างเรากับคนรักทำไมทะเลาะกันบ่อย ทั้งที่ไม่เป็นเรื่อง จู่ๆ แฟนเราก็เอาแต่เข้าใจผิด หึงไร้สาเหตุ ชีวิตนี้ไม่มีความสุข

หลวงพ่อเงิน กตสาโร

ผมขอแนะนำวิธีทำบุญเพื่อเสริมความรักของ “หลวงพ่อเงิน กตฺสาโร” แห่งวัดเกาะแก้ว หรือวัดกุดระกำ อ.ดงเจริญ จ.พิจิตร และหวังว่าอานิสงส์ผลบุญจากวิธีนี้จะช่วยให้ชีวิตคู่ชีวิตรักเดินหน้าต่อไปได้ครับ

หลวงพ่อเงิน กตฺสาโร ท่านบอกว่ามันต้องแก้ที่นิสัยก่อน คือต่างฝ่ายต่างเอาความดีความจริงเข้าหากัน และหมั่นถือศีล ๕ โดยเฉพาะข้อ ๓ ไว้ให้มั่น จะทำให้ชีวิตรักไปได้ดังจุดหมาย หลวงพ่อเงินกล่าวว่าการทำบุญจะช่วยให้ผลแห่งความดีและกุศลชะลอกรรมเก่าให้ออกผลน้อยลงหรือช้าลง

หลวงพ่อเงินท่านว่า คนที่ชีวิตรักไม่ราบรื่นเกิดจากกรรมเก่าที่เคยพรากเนื้อคู่ สามี หรือภรรยาเขามา หรืออิจฉาทำให้คนรักผิดใจซึ่งกันและกัน หรือชาติที่แล้วเราอาจข่มเหงรังแกน้ำใจคนรักเราหรือไปทำบุญกับคนรักแบบไม่เต็มใจ

หลวงพ่อเงินท่านจึงบอกให้ลองเอาเคล็ดนี้ไปใช้ดู เพื่อขออโหสิกรรมเก่าต่อกัน ก็คือให้ฝ่ายที่ผิดหวังหรือเป็นทุกข์ในความรัก ทำสังฆทานขออโหสิกรรมเก่า ดังนี้

หลวงพ่อเงิน กตสาโร

๑. เตรียมเทียนสีผึ้งขาวหอมอย่างดี หนัก ๒ บาท ๑ คู่ ธูปหอมพิเศษ ๑ แพค

๒. ให้จัดสังฆทานสด เป็นอาหารหวานคาว และขนมหวานที่นามเป็นมงคล และดอกไม้หอม (ห้ามเป็นดอกกุหลาบ)

๓. ให้จัดเครื่องสังฆทานอีกชุดเป็นข้าวของเครื่องใช้ในการทำความสะอาดวัด เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ หรือสบู่

๔. ปัจจัยเป็นจำนวนเลขคู่

๕. พระพุทธรูปปางประจำวันของเราขนาด ๓ นิ้วขึ้นไป ๑ องค์

ทำบุญถวายสังฆทาน

ให้จัดเตรียมชุดสังฆทานเครื่องใช้ และปัจจัย พระพุทธรูป เหล่านี้ก่อนวันไปทำบุญ ๑ วัน ในตอนกลางคืนให้จุดธูปเทียนบูชาพระที่บ้านแบบปกติ เมื่อเสร็จแล้วให้อธิษฐานกับเครื่องสังฆทาน ดังนี้

“อุกาสะ อุกาสะ สังฆทานของข้าพเจ้าขาวดังดอกบัวประนมขึ้นเหนือหัวถวายเป็นพระพุทธบูชา พระธรรมบูชา พระสังฆบูชา เนื่องด้วยข้าพเจ้ามีเคราะห์ในเรื่องความรัก หรือชีวิตครอบครัว (ก็แล้วแต่อธิษฐานว่าท่านจะขอเรื่องใด) ด้วยอานิสงส์ที่จะไปถวายสังฆทานนี้ ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายที่จองเวรข้าพเจ้าเรื่องความรัก ขอให้อโหสิกรรมต่อกันอย่ามาเบียดเบียนกันอีกเลยตั้งแต่บัดนี้ตราบเท่าเข้าสู่นิพพานเทอญ”

เสร็จแล้วให้ตั้งเครื่อสังฆทานไหว้หน้าพระประธานในบ้าน พอรุ่งเช้าก็เอาสังฆทานนี้ไปถวายพระ โดยก่อนจะนำเครื่องสังฆทานไปถวายพระ ให้จุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทาง ดังนี้

ตั้งนะโม ๓ จบ

“อิติสุคโต อรหังพุทโธ นโมพุทธายะ ปฐวีคงคา พระภุมเทวา ขมามิหัง ลูกขอกราบพระภูมิมงคลเจ้าที่ วันนี้ลูกจะขอไปทำบุญเสดาะห์เคราะห์เรื่องชีวิตคู่ ขอเสด็จพระภูมิมงคลเจ้าที่จงโปรดอนุโมทนาร่วมกับลูก และดลบันดาลให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้นด้วยเถิด”

เมื่อไปถึงวัดก็ให้ถวายสังฆทานอย่าเลือกพระสงฆ์ เจอท่านใดก็ถวายเลย เสร็จแล้วให้กรวดน้ำ ดังนี้

“อิทังปุญญังพะลัง ขอเทพเจ้าเหล่าพยดาทั้งหลาย มีพระอินทร์ พระพรหม พญายมกาล ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ สิริคุตตอำมาตย์ที่เป็นนายบัญชี ท้าวมาตลี ท้าวทศรถ ท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักข์ แม่นางพระธรณีเจ้าเอ๋ย จงเป็นสักขีพยานให้แก่ข้าพเจ้า วันนี้ข้าพเจ้าได้ถวายเครื่องสังฆทานบูชาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ กรรมใดเวรใดในอดีตเรื่องชีวิตคู่ที่ข้าพเจ้าได้กระทำไว้แล้ว ขอจงอดโทษกรรมและอโหสิกรรมนั้นด้วยเถิด”

กรวดน้ำ

เป็นอันเสร็จพิธีทำบุญเพื่อเสริมรักแก้ไขชีวิตคู่ตำรับหลวงพ่อเงิน กตฺสาโร และหลวงพ่อเงินท่านแถมท้ายว่า หากคิดแก้ไขเรื่องกรรมชีวิตคู่มีอุปสรรค ท่านให้นั่งสมาธิภาวนาพุทโธหรืออะไรก็ได้ เสร็จแล้วแผ่ให้เจ้ากรรมนายเวรเป็นประจำ จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น

ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าบทความ และที่มาเนื้อหาข้อมูล dhammajak.net

เดือนสิบ หลบบ้านเหว้อ!! ‘ประเพณีสารทเดือนสิบ’ งานบุญใหญ่ชาวปักษ์ใต้

วันสารทเดือนสิบ เป็นวันที่ถือเป็นคติและเชื่อสืบกันมาว่า ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว จะมีโอกาสได้กลับมารับส่วนบุญจากญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้น จึงมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติในวันนี้

เดือนสิบ

ตามประเพณีปฏิบัติมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตามความเชื่อของลูกหลานชาวปักษ์ใต้ เชื่อว่าทุกปี ช่วงตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำเดือนสิบ จนถึง แรม ๑๕ ค่ำเดือน สิบ วิญญาณของพ่อแม่ปู่ย่าตายายบรรพบุรุษที่ล่วงลับจะได้รับการอนุญาตให้เดินทางกลับมาจากภพภูมิในปรโลกมาเยี่ยมลูกหลานอันเป็นที่รัก

เดือนสิบ

เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แค่เพียง ๑๕ วันเท่านั้น แล้วท่านจะเดินทางกลับ จึงเป็นที่มาของประเพณีงานบุญสารทเดือนสิบของชาวใต้ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ซึ่งเป็นวันแรกของการมาเยือนของวิญญาณบรรพบุรุษ จึงถือเป็นวัน “รับตายาย”

เดือนสิบ

ลูกหลานจะนำอาหารไปวัดทำบุญรับตายาย และเมื่อถึงวันแรม ๑๕ ค่ำเดือน ๑๐ ที่บรรพบุรุษจะเดินทางกลับสู่ปรโลก ลูกหลานก็จะนำอาหารไปวัดทำบุญถือว่าเป็นวัน “ส่งตายาย” กลับสวรรค์

เดือนสิบ

ซึ่งลูกหลานชาวใต้ที่ไปทำงานอยู่ในต่างถิ่นก็จะเดินทางกลับบ้านภูมิลำเนาเพื่อไปร่วมทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ เพื่อแสดงถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษผู้มีพระคุณนั่นเอง

เดือนสิบ

วันพุธ ที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ วันรับตายาย (ยกหฺมฺรับเล็ก)

วันอังคาร ที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๔ วันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๐ วันยกหฺมฺรับ

วันพุธ ที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๔ วันพระแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ วันส่งตายาย (วันบังสุกุล)

[ วันพุธที่ 6 ต.ค. 64 ] ประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นวันหยุดประจำภาคใต้-หยุดเฉพาะหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และโรงเรียนเท่านั้น

– ภาคใต้ (จังหวัดภาคใต้+ภาคใต้ชายแดน) : ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล นราธิวาส ปัตตานี ยะลา

เดือนสิบ

เดือนสิบ

ส่งตายาย งานบุญเดือนสิบ

….* หลังวันส่ง ตายาย ชาวใต้จบ. .ลูกหลานหลบ กลับมา ถึงคราจร
จำต้องจาก แล้วหนา ลาเมืองคอน. .สู่กรุงเทพ มหานคร ไปทำงาน

* หลบเดือนสิบ ปีนี้ พบพี่น้อง. .ทั้งเพื่อนพ้อง ลุงป้า ทั้งอาหลาน
พบญาติมิตร ที่จากไกล ไปเสียนาน. .หลบมาบ้าน พบฉาด ชาดดีใจ

งานเดือนสิบ นครศรีธรรมราช

* พี่ของโป พี่แม่เฒ่า น้องสาวย่า. .แกอายุ ร้อยหวา น้ำตาไหล
เห็นลูกหลาน หลบมา ครั้งคราใด. .บอกไม่ต้อง เอาไหร ขอให้มา

* ข้างแม่พ่อ พอลูก เตรียมตัวกลับ. .แม่เปิดไห ลาทับ ที่ชายฝา
พ่อเปิดปีบ ลักซ่อน ช่อนแห้งนา. .ยกเอามา ให้ลูกบาว ลูกสาวเรา

เดือนสิบ

* นี่แหละคับ ความสุข ของพ่อแม่. .สุขคนเฒ่า คนแก่ โปย่าเขา
ประเพณี สืบสาน มานานเนา. .ลองคิดเอา เถิดหนา น่าชื่นชม

* ขอผลบุญ ที่ทำ นำชีวิต. .หนุ่มสาวใต้ กายจิต ให้สุขสม
ให้แจ่มใส สดชื่น และรื่นรมย์. .ฝากคำคม เป็นบทกลอน ย้อนตำนาน
……

กลอนใต้ .. ฝากไว้ หลัง “ ส่งตายาย งานบุญเดือนสิบ” เครดิต คุณ นิด ท่าซอม นิด ท่าซอม บุญหวาน Watchara Boonwan
ภาพ / จังหวัดนครศรีธรรมราช

สมัยนี้.. สามีโปรดรู้ไว้ ภรรยาเป็นใหญ่ในบ้าน

คุณโยม…. ผู้ชายสมัยนี้ก็คงคิดไม่ต่างกันว่า การมีภรรยาเก่งก็เชิดหน้าชูตาได้ แต่พอเอาเข้าจริง การมีภรรยาเก่งกว่า กลับกลายเป็นการลดคุณค่าความเป็นชายของตัวเองลง ยิ่งถ้าภรรยาดุเข้าไปอีก ก็กลายเป็นว่าอยู่ใต้อาณัติภรรยาไปโดยปริยาย…

ครอบครัว

เรื่องนี้สำคัญเลยคุณโยม ผู้หญิงจะเป็นใหญ่หรือไม่ใหญ่อาตมาไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ อย่าได้กล้าหือเชียวนะ ไม่อย่างนั้นหนีเอาชีวิตกันแทบไม่รอดเลยล่ะ

อาตมาได้พบและได้คุยกับคุณโยมผู้ชายหลายท่าน ซึ่งต่างก็เล่าเป็นเสีงเดียวกันว่า โดนภรรยาที่บ้านข่มเหงรังแกอยู่ตลอดเวลา แรกๆ อาตมาก็แปลกใจว่า

คุณโยมเป็นผู้ชายแท้ๆ เป็นหัวหน้าครอบครัวแท้ๆ ทำไมถึงยอมให้ภรรยาซึ่งเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ รังแกเอาได้ คุยไปคุยมาถึงได้รู้ว่า บรรดาคุณโยมภรรยาทั้งหลายมีของศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือ นั่นคือ บัญชีการเงิน ทั้งหมด

คู่รัก

หลายคนที่โดนแซวว่ากลัวเมีย ก็จะหาคำพูดแก้ตัวกันได้อย่างสมเหตุสมผลว่า ไม่ได้กลัว แต่เกรงใจ เหมือนอย่างคุณโยมบางคู่ คุณโยมแม่บ้านเวลาจะคุยกับคุณโยมพ่อบ้านต้องคลานเข่าเข้าไปหาเชียวนะ แล้วพูดว่าไอ่แก่ออกมาจากใต้เตียงเดี๋ยวนี้นะ หนีเข้าไปทำอะไร เห็นไหมคุณโยมไม่ได้กลัวเมียแต่ Safety First

ผู้หญิงสมัยนี้เก่งนะคุณโยม โดยเฉพาะเรื่องการทำงานนอกบ้าน บางคนเก่งมากเสียจนหน้าที่การงาน และเงินเดือนเยอะกว่าสามีตัวเองหลายเท่า เป็นใหญ่อยู่นอกบ้านแล้วยังกลับมาเป็นใหญ่ในบ้าน ด้วยการคุมการเงิน การดูแลบ้านการดูแลลูกอีกจนคุณโยมผู้ชายอดน้อยเนื้อต่ำใจถามตัวเองไม่ได้ว่า แล้วฉันจะเกิดมาทำไมเนี่ย

คู่รัก

อย่าน้อยอกน้อยใจไปคุณโยมผู้ชายทั้งหลาย อาตมาอยากให้คุณโยมมองในแง่ดีที่ว่า เราโชคดีที่ได้ภรรยาเก่งการมีภรรยาดี ภรรยาเก่งเป็นการสะท้อนถึงความสามารถในการเลือ กคบคนของคุณโยมได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการเสริมบารมีคุณโยมไปในตัวด้วย

เหมือนอย่างสมัยโบราณที่ข้าราชการจะหาภรรยาสักคนก็มักจะหาภรรยาเก่งเรื่องงานบ้านงานเรือน เพราะสิ่งนี้จะช่วยเสริมบารมี เสริมหน้าตาทางสังคมได้ด้วย

ครอบครัว

คุณโยมผู้ชายสมัยนี้ก็คงคิดไม่ต่างกันว่า การมีภรรยาเก่งก็เชิดหน้าชูตาได้ แต่พอเอาเข้าจริง การมีภรรยาเก่ง หรือเก่งกว่ากลับกลายเป็นการลดคุณค่าความเป็นชายของตัวเองลง ยิ่งถ้าภรรยาดุเข้าไปอีก ก็กลายเป็นว่าอยู่ใต้อาณัติภรรยาไปโดยปริยาย

คุณโยมสามีภรรยาหลายคู่มีปัญหากัน เพราะเรื่องอำนาจภายในบ้านเป็นเหตุ ตัวสามีรับไม่ได้ที่ภรรยาเก่งกว่า ภรรยาก็ยอมไม่ได้ที่จะให้สามีเป็นช้างเท้าหน้าเพียงคนเดียว ต่างคนต่างข่มกัน ไม่ยอมกัน สุดท้ายก็ทะเลาะกันเป็นเรื่องราวใหญ่โตโดยไม่รู้ตัว

ครอบครัว

ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการลดทิฐิ คุณโยมผู้ชายมักมีทิฐิว่าตัวเองต้องเป็นเพศผู้นำ ต้องออกคำสั่ง แต่เมื่อโดนเพศหญิงที่ควรจะอ่อนแอ กว่ามาออกคำสั่งแทน มาอยู่เหนือตัวเองก็รับไม่ได้

ในขณะที่คุณโยมผู้หญิงที่พยายามเรียกร้องความเท่าเทียมกับคุณโยมผู้ชาย ก็พยายามแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ จนบางครั้งความสามารถนั้นเกินเลยไปจนกลายเป็นการข่มผู้อื่นไปโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน

ครอบครัว

ดังนั้นคุณโยมทั้งสองฝ่ายจะต้องลดทิฐิในเรื่องอำนาจ และเติมเต็มเรื่องการให้เกียรติกัน อย่าคิดว่าใครต้องใหญ่กว่าใครในบ้าน แต่ให้คิดว่าชีวิตคู่จะมีความสุขได้ก็ต้องเดินไปพร้อมๆ กัน ไม่มีใครก้าวไปก่อนใคร ไม่มีใครวิ่งแซงใคร และต้องให้เกียรติกันในการตัดสินใจ ตัดสินปัญหาหรือรับผิดชอบสิ่งต่างๆ

คุณโยมลองหาวิธีแบ่งกันง่ายๆ ดูก็ได้ เช่นว่า คุณโยมผู้หญิงรับผิดชอบหน้าที่ในการดูแลและเป็นใหญ่ในบ้านเพื่อดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไป ที่ผู้หญิงสามารถดูแลได้ ส่วนคุณโยมผู้ชายก็รับผิดชอบเรื่องการตัดสินใจใหญ่ๆ เรื่องการเงิน การงาน การเป็นผู้นำ เป็นที่พึ่งพิง

คู่รัก

ชีวิตคู่จะอยู่ได้อย่างมีความสุขต้องใช้ความถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่การนำของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่เพราะการเชื่อฟังคนใดคนหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการนำและการตามไปพร้อมๆ กันเจริญพร

พระมหาสมปอง

โดย พระมหาสมปอง
ขอบคุณแหล่งที่มา rowwadee

ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่!! เปิดตำราโบราณ วิบากกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของคนทั้ง 7 วัน พร้อมวิธีแก้ไขกรรม

พระพุทธเจ้าท่านแสดงธรรมเอาไว้ว่า “ทุกขา ชาติ ปุนัป ปุนัง การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ร่ำไป” คือ เมื่อเราเกิด ความทุกข์ก็เกิด ถ้าเกิดอีกก็ย่อมทุกข์อีก ดังนั้นถ้าไม่เกิดก็ย่อมไม่ทุกข์

เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องทำกรรมอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นอย่างนี้จึงไม่มีทางสิ้นกรรม ชดใช้ไปเท่าไรก็ไม่รู้จักสิ้นสุด มีแต่เพิ่มกรรม

เกิดมาทำไม

มีคนถามว่าแก้กรรมได้ไหม ความจริงก็คือ กรรมที่ทำไปแล้วในอดีต เราเปลี่ยนไม่ได้ แต่แก้ไขกรรมได้ แก้อย่างไร? เวลาเราทำบาปก็เหมือนเติมเกลือ ทำบุญเหมือนเติมน้ำ ถ้าน้ำน้อยเกลือมากมันก็เค็มจัด วิบากกรรมก็ส่งผลแรง แต่ถ้าเราเติมบุญ

คือเติมน้ำลงไปให้เจือจาง ความเค็มก็น้อยลงทุกอย่างจะทุเลาเบาบาง หนักจะเป็นเบา เบาก็หายไปเลย เพราะฉะนั้นการแก้ไขวิบากกรรมในอดีตทำได้ด้วยการสร้างบุญนั่นเอง

เปิดตำราโบราณ วิบากกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของคนทั้ง ๗ วัน พร้อมวิธีแก้เคล็ด ให้ได้ลองไปทำตามกันดูนะ อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณของบุคคล

แดง

ท่านที่เกิดวันอาทิตย์

คนที่เกิดวันอาทิตย์เป็นคนใจใหญ่รักพวกพ้องกตัญญู และชอบคิดในเรื่องบุญคุณอยู่เสมอ คิดถึงความมั่นคงจนเหมือนเป็นคนเครียด และคิดมาก ไม่ชอบการโดนเอาเปรียบ เป็นคนตรงๆ บางครั้งดูเหมือนจะถือตัวสักนิด

กรรมที่ติดตัว มักจะทำบุญคนไม่ค่อยขึ้น ในช่วงวัยเด็กลำบาก และเมื่อโตขึ้นนั้นก็ยังเจอปัญหาในเรื่องเกี่ยวข้องกับบริวารอีก จึงทำให้เหตุที่มานั้นเกี่ยวข้องกับการเงินด้วย เป็นคนชอบเชื่อคนง่าย ไว้ใจคน ชอบช่วยเหลือ ในเกณฑ์ดวงท่านจะต้องเจอปัญหากับเรื่องคนอื่น

การแก้ไขกรรมได้ด้วยการ : ให้ทำบุญด้วยเทียน หลอดไฟ น้ำมัน แว่นตา ทำบุญกับพระหรือบริจาคช่วยเรื่องทำขาเทียม บ้านคนพิการ เติมน้ำมันตะเกียง หาพระประจำตัวไหว้จะช่วยลดกรรมได้ดี

ผู้หญิง

ท่านที่เกิดวันจันทร์

เป็นคนลังเลในการกระทำ ขี้น้อยใจง่าย ขี้งอน ชอบใจอ่อน ชอบพูดอะไรแบบเปิดเผย จึงทำให้คนอื่นสามารถอ่านใจได้ง่าย ถ้าเจอคนคิดร้ายจะเป็นอันตราย ทำให้เสียชื่อเสียงแบบไม่ทันตั้งตัว

กรรมที่ติดตัว คือ กรรมด้านความรักจากอดีตจนปัจจุบัน บางท่านได้คู่ยาก บางท่านได้คู่แล้วแต่ต้องแอบซ่อน บางท่านได้คู่ที่อายุแตกต่างกันมาก นั่นคือกรรมที่ส่งผลให้ความรักไม่เป็นอย่างที่หวัง เพราะอดีตเคยทำให้ครอบครัวเสียใจ ปัจจุบันมักจะต้องพบเจอกับเรื่องกรรมของความรัก

การแก้ไขกรรมได้ด้วยการ : หมั่นทำบุญปรับพื้นดวง หมั่นสร้างกุศลด้วยเขื่อน ? ฝายกั้นน้ำ ของเป็นคู่ สร้างแท้งน้ำ บ่อน้ำ ปล่อยปลา ห้ามเลี้ยงสัตว์ที่ต้องฆ่าและโดนกักขังในทุกกรณี

ชมพู

ท่านที่เกิดวันอังคาร

เป็นคนจริงใจ ตรงไปตรงมา กล้าคิดกล้าแสดงออกและเป็นคนมีจินตนาการกว้างไกล ขยัน เก่ง มีความสามารถ แต่ใจร้อนถ้าคิดจะทำอะไรแล้วไม่ถอดใจ เอาชนะเก่งและเป็นคนกตัญญูรักพวกพ้อง รักอิสระ

กรรมที่ติดตัว คือ ชอบโดนเอาเปรียบ ทำคุณคนไม่ขึ้น โดนใส่ร้ายแบบไม่ต้องถามเพราะคนเห็นการแสดงออกในเรื่องวาจา และอารมณ์ร้อนก็จะเอามาตัดสินทั้งๆ ที่คุณเองเป็นคนตรงและจริงใจ แต่ถ้าไม่พอใจหรือน้อยใจมักจะไม่อะไรเลย

การแก้ไขกรรมได้ด้วยการ : ควรทำบุญกับพระ กับบิดามารดา เครื่องมือแพทย์ ช่วยเหลือทางด้านการเงินกับคนที่มีบุญคุณ ไม่ตำหนิคนอื่น การแก้ไขเพื่อลดการเกิดปัญหากระทบกระทั่งด้วยการบริจาคน้ำ ธูป และสังฆทาน ปลูกต้นขนุนตามวัดอยู่เรื่อยๆ จะทำให้ความมั่นคงเจ้านายเมตตาอุปถัมภ์เพราะทุกวันนี้เจ้านายห่วงแบบห่างๆ เพราะเขาคิดว่าคุณดูแลตัวเองได้ดีแล้ว

ผู้หญิง

ท่านที่เกิดวันพุธ

เป็นคนช่างเจรจายิ่งถ้ารู้จักจะเป็นคนคุยเก่งทีเดียว แต่ถ้าไม่รู้จักจะวางฟอร์มก่อน ขี้เบื่อ เป็นคนเก่งมีความสามารถทั้งในเรื่องการตัดสินใจและเจรจา แต่บางครั้งถ้าไม่สบอารมณ์นั้นอาจจะมีบางที่อาจจะปึงปังขึ้นมา

กรรมที่ติดตัว คือ การเป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีเกินไป จนคนอยู่ใกล้หลงเสน่ห์จากการพูดเหมือนให้ความหวังจนเกิดเป็นความรัก กลายเป็นเจ้าชู้โดยไม่รู้ตัว ทำให้คนรอบข้างเสียใจและบางครั้งพูดขวานผ่าซากจนคนอื่นเสียใจ ซึ่งบางทีท่านอาจจะไม่ทันตั้งใจ

การแก้ไขกรรมได้ : ควรแก้เกี่ยวกับน้ำดื่ม ทำบุญด้วยไฟฉาย ยารักษาโรค และการให้ทานปล่อยนกปล่อยปลา 17 ตัว ถวายช้าง ม้ากับศาล และอธิษฐานเรื่องบริวารให้อยู่นาน และเปลี่ยนแปลงนิสัย ระวังเรื่องการรับปากถ้าทำไม่ได้ให้ปฏิเสธ และหมั่นสร้างกุศล ดวงคุณจะดีขึ้นเรื่อยๆ

ผู้หญิง

ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี

มีดวงชะตาดี มีเกียรติ มีคนเคารพนับถือมาก แต่มักมีปัญหาเรื่องคู่ครอง อาภัพคู่ ด้วย เป็นคนชอบการศึกษาเล่าเรียน เจ้าระเบียบ เข้มงวด มีจิตใจเอื้ออาทรต่อคนรอบข้าง รักสงบ ชอบความมั่นคง ยึดถือความถูกต้อง

กรรมที่ติดตัว คือ จะปวดหัวข้างเดียวเสมอ เป็นๆ หายๆ กระดูกแขนมีปัญหา และบางครั้งไม่ค่อยเข้ากับผู้ใหญ่ จะชอบสอนและตำหนิคนอื่นโดยไม่รู้ตัว คบใครเขาก็ไม่จริงใจกลับ ดีต่อหน้าเราเท่านั้น พอลับหลังโดนเม้าท์ เนื่องจากมีกรรมเดิมติดมาที่เคยตำหนิพระเจ้าและผู้ที่ทำบุญ

การแก้ไขกรรมได้ : ควรทำบุญด้วยไตรจีวรทุกๆ ๓ เดือน ทำบุญด้วยหนังสือพระที่กำลังศึกษา ทำบุญด้วยปัจจัยเป็นทุนการศึกษาพระและเณรบ่อยๆ หรือทำบุญกับพระสูงอายุ ครู และญาติผู้ใหญ่

ผู้หญิง

ท่านที่เกิดวันศุกร์

มีดวงชะตาดี ลำบากได้ไม่นาน เพราะกรรมดีบุญเก่าหนุนนำ เกิดมาชาตินี้ต้องหมั่นทำบุญให้มากแล้วบุญกรรมจะดีขึ้นกว่าเดิม เป็นคนใจบุญชอบในเรื่องกุศล แต่ทำบุญคนแล้วมักเกิดคดีความหรือผิดใจกันเป็นคนที่ค่อนข้างรักพวก ถ้ารู้ว่าโดนเอาเปรียบมากๆ นั้นจะถอยแต่ถ้ายังทนไหวก็ปล่อย

กรรมที่ติดตัว คือ ท่านมักจะหาความสุขโดยแท้จริงไม่ได้ มีแต่ฉากหน้าที่แสดงให้คนเห็นเท่านั้น แต่ภายในลึกๆ ไม่มีความสุขกับชีวิต ทำไมชอบอาสาคนอื่นและทำไมชอบเห็นใจคนอื่น บางท่านแต่งงานบ่อย แต่บางท่านไม่มีคู่เลย ท่านเคยหลอกคู่ตัวเองและไปแอบกิ๊กคนอื่น ปล่อยคู่ให้เดียวดาย

การแก้ไขกรรมได้ด้วยการ : ทำบุญกับผู้ใหญ่ ทำบุญด้วยเงินกับคนยากไร้ ทำบุญด้วยอาสนะ หมอนคู่และของเป็นคู่

ผู้หญิง

ท่านที่เกิดวันเสาร์

เป็นคนคิดมาก นิ่งๆ ไม่ชอบความวุ่นวาย มีโลกส่วนตัวสูง ตรงไปตรงมา ละเอียดรอบคอบในเรื่องการใช้ชีวิต เป็นคนคิดช้า สมองดี แต่บางครั้งไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคน รักใครรักจริง เกลียดใครเกลียดจริง ตอนเป็นเด็กอาจจะต้องลำบาก ต้องผ่านปัญหามาก่อนจึงค่อยสบาย

กรรมที่ติดตัว คือ กรรมจากการสูญเสีย คิดมากวิตกกังวล ต้องกำพร้าขาดคนอุปถัมภ์ ต้องทุกข์ใจอยู่บ่อยครั้ง ทำดีก็ไม่เกิดผล สังเกตุว่าตอนเด็กนั้นต้องพลัดพรากจากคนที่รัก นี่แหละคือกรรมเดิมเคยทำให้พ่อแม่และคนรัก ทำร้ายจิตใจเขา เอาเปรียบเขา ในปัจจุบันเลยต้องมาเป็นแบบนี้

การแก้ไขกรรมได้ด้วยการ : ทำบุญด้วยการถวายที่ดินให้วัด ปลูกต้นไม้และซื้อดิน ซื้อปุ๋ยถวายพระ ต้องหมั่นสร้างกุศล และหมั่นฝึกจิตสมาธิ

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

“แล้วทำอย่างไรจะหมดกรรม ?”

การที่จะหมดกรรม ก็คือ ไม่ทำกรรมชั่ว ทำกรรมดี และทำกรรมที่ดียิ่งขึ้น คือแม้แต่กรรมดีก็เปลี่ยนให้ดีขึ้น จากระดับหนึ่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง พูดเป็นภาษาพระว่า เปลี่ยนจากทำอกุศลกรรม เป็นทำกุศลกรรม และทำกุศลระดับสูงขึ้นไป จนถึงขั้นเป็นโลกุตตรกุศล

ถ้าใช้ภาษาสมัยใหม่ ก็พูดว่า พัฒนากรรมให้ดียิ่งขึ้น เราก็จะมีศีล มีจิตใจ มีปัญญา ดีขึ้น ๆ ในที่สุดก็จะพ้นกรรมพูดสั้น ๆ ว่า…

มืด

กรรมไม่หมดไปด้วยการชดใช้กรรม แต่หมดกรรมด้วย การพัฒนากรรม คือปรับปรุงตัวให้ทำกรรมที่ดียิ่งขึ้นๆ จนพ้นขั้นของกรรมไป ถึงขั้นทำ แต่ไม่เป็นกรรม คือ ทำด้วยปัญญาที่บริสุทธิ์ ไม่ถูกครอบงำหรือชักจูงด้วยโลภะ โทสะ โมหะ จึงจะเรียกว่า พ้นกรรม

โดย : สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

วิธีบูชา “องค์พญานาค” อย่างถูกต้อง ให้ชีวิตรุ่งเรือง ร่ำรวยเงินทอง

พญานาค หรือ นาค เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ และความอุดมสมบูรณ์ เรามักจะเห็นนาคในงานจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะสถานที่ที่สำคัญ ได้แก่ วัด อาคารที่สร้างขึ้นสำหรับสถาบันพระมหากษัตริย์ และศาสนสถานต่างๆ เช่น บันไดทางขึ้นโบสถ์ หลังคาโบสถ์ เป็นต้น

พญานาค

นอกจากนี้ผู้ที่ศรัทธาและมีความเชื่อมักจะนำรูปปั้นมาวางไว้ในสระน้ำหน้าบ้าน นำภาพวาดมาตกแต่งบ้าน แหวน กำไล หรือนำเหรียญมาบูชา

กำไลพญานาค

พญานาคราชนั้นสามารถประทานให้ลูกหลานได้ทุกอย่าง ยกเว้นแต่เรื่องของความรักที่ท่านไม่สามารถยุ่งกับเมืองมนุษย์ได้ ทุกอย่างนั้นขึ้นกับบารมีของแต่ละคนเอง ลูกหลานพญานาคราชนั้นส่วนใหญ่จะติดวิบากกรรมในเรื่องของความรัก รักสามเศร้า เสน่ห์หาเกินห้ามใจ

พญานาค

เพราะพญานาคนั้นถ้าได้รักใครรักจริง จะรักข้ามภพข้ามชาติ รักตามติดตรึงใจ แต่มักมีพญานาคองค์อื่นมาพัวพัน บางครั้งจึงทำให้สายพญานาคอาจดูลุคเป็นคนเจ้าชู้ เจ้าเสน่ห์ได้

การบูชาพญานาค สิ่งที่ควรถวายไม่วุ่นวายนัก เพียงถวายน้ำเปล่าอย่าได้ขาด รวมถึงดอกไม้หอม เช่น มะลิ หรือ ดาวเรือง เพราะองค์ท่านจะโปรดมาก จะมีบางองค์ที่ชอบดอกบัวหรือจำปา ต่างกันไป

บูชาพญานาค

ทุกวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ ให้นำรูปภาพหรือรูปปั้นพญานาคที่คุณเคารพบูชามาแช่นำ (ประพรมด้วยน้ำ) หรือทาด้วยน้ำมันจันทร์หอม สำหรับเครื่องสังเวย นิยมเป็นผลไม้ เช่น กล้วย มะพร้าว ส้ม เป็นต้น ห้ามถวายเนื้อสัตว์ เพราะ ท่านเป็นผู้รักษาศีล

ส่วนดอกไม้ให้บูชาด้วยดอกไม้สีขาวอย่างมะลิ และสวดมนต์ นั่งสมาธิอุทิศบุญถวายท่าน สวดพระคาถา แล้วอธิษฐานในสิ่งที่คุณปรารถนา ควรบูชาตามกำลังทรัพย์ของตน

ถึงแม้เรื่องการขอความรักให้สมหวัง อาจไม่ใช่ทางขององค์พญานาคราชโดยตรง ก็อย่าเพิ่งท้อไป ท่านยังประทานทรัพย์สินโชคลาภ ขจัดความอัปมงคลจากที่อยู่อาศัยให้ลูกหลานอยู่เสมอ ครั้งนี้จึงขอนำคาถาบูชาพญานาค ๙ ตระกูลมาฝากกัน

พญานาค

ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วกล่าว

“อะ มุ หะ กะ สุ ภุ นะ ยะ คะ”

คาถาบูชาพญานาคราช (เน้นขอโชคลาภ)

อะระหัง พุทโธ นะโมพุทธายะ นาคี นาคะ ลาโภ ลาภะ โภคา โภคะ นะมามิหัง ประสิทธิมัง นะโมพุทธายะ มะอะอุ

พญานาคราช

สุดท้าย..ขอฝากถึงผู้ที่มีศรัทธาและความเชื่อมั่นในพญานาค ควรบูชาตามกำลังทรัพย์ของตน เพื่อที่จะได้ไม่ลำบากเกินตัว วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การสวดมนต์ภาวนา

รักษาตนให้อยู่ในศีล หมั่นทำบุญ ให้ทานแก่คนยากไร้ แล้วอุทิศบุญกุศลแก่พญานาค การปฏิบัติตนดังกล่าวจะทำให้เกิดสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตคุณเองค่ะ

8 เครื่องรางของขลังที่เด็ดที่สุดในแต่ละด้าน อำนวยผลตามการอธิษฐาน

พระเครื่องรางของขลังในเมืองไทยเรา มีมากมายมหาศาล อาจมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ มีทุกแบบ ทุกชนิดให้สะสมบูชาตามจริตของแต่ละคน และด้วยคนไทยเราส่วนมากนับถือศาสนาพุธเป็นหลัก จึงมักแขวนพระกันเป็นนิสัยและปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก

แต่มีน้อยคนนักที่จะเข้าใจในอำนาจพระพุทธคุณของพระที่เรานับถือและแขวนบูชา พระเครื่องโดยทั่วไปย่อมดีเด่นด้วยกันบนพื้นฐานของความคงกะพัน แคล้วคลาด เมตตา หรือมหาอุด เกื้อหนุนชีวิตให้รุ่งเรืองก้าวหน้า และพระที่อำนวยผลตามการอธิษฐาน เท่าที่พบและสัมผัสมาแล้ว ดังต่อไปนี้

พญาครุฑ

1. พญาครุฑ เสริมอำนาจบารมี หน้าที่การงาน

เนื่องจากองค์พญาครุฑมีอำนาจและมีพลังเหนือทุกสิ่งอย่าง จึงถูกนำมาบูชาและยังใช้แทนตราสัญลักษณ์ต่างๆ ของแผ่นดิน เชื่อว่าใครบูชาพญาครุฑไป จะปกป้องคุ้มครอง หนุนส่งความเจริญก้าวหน้าเข้ามาในชีวิต ทั้งหน้าที่การงานต่างๆ การเงิน ชื่อเสียง เกียรติยศ เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง เสริมอำนาจ วาสนา บารมี เสริมดวง

หากข้าราชการผู้ใดให้ความเคารพนับถือในองค์พญาครุฑ และซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตนเอง ข้าราชการผู้นั้นจะมีความสุขความเจริญทั้งชีวิตและหน้าที่การงานสืบไป

ในตำราทางไสยเวทพุทธาคมมีทั้งการใช้ยันต์ครุฑให้ผลดีในทางคงกระพันชาตรี กันดวงแย่ แก้ดวงตก เปลี่ยนสิ่งอัปมงคลให้กลายเป็นมงคล จากยากจน กลายเป็นรวยขึ้น จากรวยขึ้นให้กลายเป็นมหาเศรษฐีกันทั่วหน้าแก่ผู้ที่บูชาเป็นประจำ

พระสังกัจจายน์

2. พระสังกัจจายน์ เสริมการเงิน โชคลาภ

พระสังกัจจายน์ มีพุทธลักษณะอ้วน พุงพลุ้ย มีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ เป็นหนึ่งในพระสาวกผู้ใหญ่ จัดอยู่ในเอตทัคคะ ลักษณะของพระสังกัจจายน์ โดดเด่นมองเห็นก็รู้ว่า เป็นพุทธสาวกองค์ไหน

เมื่อสรุปแล้วจะเห็นว่า พุทธสาวกจำนวน ๘๐ องค์ พระเอตทัคคะ ๔๑ องค์นั้น มีเพียงพระสังกัจจายน์ เท่านั้นที่สร้างอย่างโดดเด่น คติการสร้างพระสังกัจจายน์นิยมการสร้างมาก พระสังกัจจายน์จีน แบบมหายาน หินยาน

โดยเฉพาะแบบจีน พระสังกัจจายน์จีนนิยมสร้างมากกว่าในเมือง โดยมีคติความเชื่อที่ว่า “ผู้ใดบูชาพระสังกัจจายน์ ย่อมเป็นมหามงคลอุดมด้วย ลาภ ยศ ความเจริญรุ่งเรืองดีนักแล”

พระปิดตา

3. พระปิดตา มหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม

พระปิดตา เป็นพระที่เชื่อว่ามีพุทธคุณในเรื่องของเมตตา มหานิยม หากมีการปลุกเสกจากเกจิอาจารย์ดังๆ บางท่านก็สามารถช่วยป้องกัน แคล้วคลาดจากเรื่องร้ายๆ ได้

นอกจากนี้พระปิดตายังเป็นพระเครื่องสะท้อนถึงการสงบของจิตใจด้วยการ “ปิดตา” แง่ปริศนาธรรม การปิดตา หมายถึง ไม่รับรู้เรื่องวุ่นวายต่างๆ การสำรวมใจจากกิเลสและสิ่งยั่วยวนต่างๆ อย่างเวลาเวลาเราจะฝึกนั่งสมาธิ เพื่อความสงบของจิต เราก็ต้องหลับตา (ปิดตา)

พระขุนแผน

4. พระขุนแผน เสริมความรัก

หรือเครื่องรางของขลังประเภทขุนแผนนั้นเป็นที่รู้จักของหลายคนและ คนที่ไม่รู้จักแต่อาจจะเคยได้ยินมา ว่าพระขุนแผนนั้น เป็นเครื่องรางของขลังที่ให้อิทธิคุณอำนาจทางด้านเสริมความรัก เมตตามหานิยม คนชื่นชมชมชอบเป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้าง เป็นที่ต้องตาต้องใจกับเพศตรงข้ามเจ้านายผู้ใหญ่ให้ความรักเอ็นดู พระขุนแผนเป็นพระเครื่องที่มีตำนานที่มาช้านาน

หลวงปู่ทวด

5. หลวงปู่ทวด แคล้วคลาดปลอดภัย

หากถามคนทั่วไปว่าพระองค์ใดให้คุณในด้านปกปักษ์รักษา แคล้วคลาดปลอดภัย จะตอบว่า ‘หลวงปู่ทวด’ แน่นอน หลวงปู่ทวด พระเกจิอาจารย์รูปสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้ที่ศรัทธาในหลวงปู่ทวดเชื่อกันว่าพระเครื่องที่สร้างเนื่องด้วยท่านจะมีอานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองผู้มีพระเครื่องหลวงปู่ทวดในครอบครอง

“แขวนพระหลวงปู่ทวดแล้วไม่ตายโหง” คือคำกล่าวของ พระครูวิสัยโสภณ “ทิม ธัมมธโร” เมื่อครั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดช้างให้ โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โดยท่านกล่าวไว้ตั้งแต่ปี 2497

บารมี หลวงปู่ทวด คุ้มครองทุกท่าน ให้ปลอดภัย ภาวนาคาถาหลวงปู่ทวด ขอให้โชคดี แคล้วคลาด ปลอดภัย ส่วนในเรื่องของปาฏิหารย์สำหรับผู้ที่ห้อยนั้นก็มีออกข่าวมาเรื่อยๆ เป็นระยะๆ

นะโม นครศรีธรรมราช

6. หัวนะโม หัวนอโม ติดตัวติดบ้านแล้วจะป้องกันคุณไสย เสนียดจัญไร

หัวนะโม ของดีจากแดนใต้ จ.นครศรีธรรมราช หัวนะโม หรือ หัวนอโม พกติดตัวหรือพกติดบ้านแล้วจะป้องกันคุณไสย เสนียดจัญไร

“หัวนะโม” พุทธคุณครอบจักรวาล เมตตามหานิยม โชคลาภและแคล้วคลาดอักขระนะโม จึงเป็นอักขระศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรทะเลใต้ นะโม อาจหมายถึง “ความนอบน้อม” หรืออาจหมายถึง “หัวใจ” ของพระคาถา

“หัวนะโม” ในอดีตนั้นสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันและขับไล่สิ่งอัปมงคล ลักษณะของเงินตรานะโม เป็นเม็ดกลมๆ เล็กๆ ถือเป็นเครื่องรางของขลังอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนครศรีธรรมราช

ท้าวเวสสุวรรณ

7. ท้าวเวสสุวรรณ เสริมอำนาจบารมี เสริมชื่อเสียงเกียรติยศ

เสริมดวงชะตาบารมี ตบะ เดช อำนาจ บารมี เงินทอง โชคลาภ คล่อง หมั่นทำบุญให้ทาน บูชา ท้าวเวสสุวรรณ แล้วจะเห็นผล ดีขึ้น จากการงานมีปัญหา กับเจ้านาย มีเพื่อนร่วมงานไม่ดี เอาเปรียบ ให้ร้าย ว่าลับหลัง เจอลูกค้าไม่ดี พูดจา ไม่ให้เกียรติ มี ศัตรู คิดร้าย มีคน แทงข้างหลัง ให้ร้าย ทำกิจการ มี คนคอยให้ร้าย อิจฉา บูชาท้าวเวสสุวรรณ แล้ว ชีวิตจะเปลี่ยน

ในตำราโบราณได้กล่าวไว้ว่าผู้ใดต้องการ ความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา สูงสุดทางมหาเศรษฐีมีทรัพย์ ลาภยศ สรรเสริญสุข ไหลมาไม่ขาดสาย และขจัด ภูตผีปีศาจ สิ่งอัปมงคลไม่กล้าเข้ามารบกวน และช่วยบันดาลโชคลาภโภคทรัพย์ให้แก่ผู้บูชา

นางกวัก

8. นางกวัก เสริมการค้าขาย กวักเงิน กวักทอง

นางกวัก กวักเงิน กวักทอง เป็นเครื่องรางที่คนไทยรู้จัก และนิยมบูชากันมากที่สุดก็ว่าได้ พวกพ่อค้าแม่ค้ามักมีไว้บูชาบนหิ้ง โดยหันหน้าออกไปทางหน้าร้าน และมักจะตั้งนางกวักอยู่ทางขวามือของประตูบ้านเพื่อให้มือนางกวักอยู่ใกล้ ประตูที่สุด และดลบันดาลให้การค้าขายเป็นไปด้วยดี หรือที่เรียกว่าทำมาค้าขึ้น

เคล็ดวิธีบูชา:บูชาด้วยผลไม้และอาหารคาวหวาน หรือใช้ดอกกุหลาบแดงหรือดอกมะลิบูชา จุดธูป 9 ดอก พร้อมด้วยเครื่องประดับสตรี เช่น กำไล ลูกปัด ผ้าแพรหลากสี และควรวางไว้ต่ำกว่าพระพุทธรูป และองค์เทพชั้นสูงต่างๆ หรือจะแยกหิ้งบูชาก็ได้

บูชาทุกๆ เช้า ก่อนจะเริ่มค้าขาย หรือดำเนินธุรกิจอะไรก็ตาม เพื่อความมีสิริมงคล มีโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา การค้าดีมีกำไรงาม คล่องตัวในการทำงานเมตตามหานิยม ทำอะไรก็สำเร็จไปทุกสิ่งทุกอย่าง

ธรรมทาน

…. รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมไปหามาบูชาหรือพกพากันดูนะคะ จะได้ชีวิตดี เสริมบารมี ร่ำรวยทั้งเสน่ห์และทรัพย์ แคล้วคลาดปลอดภัย และไฉไลรอบด้าน ต้องคิดดี พูดดี ทำดี หมั่นรักษาศีล หมั่นทำบุญทำทาน สร้างกุศล ขยันตั้งใจทำมาหากิน และใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท ไม่งั้นพกเครื่องรางของขลังไปก็ไม่ได้ผลนะ ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข เจริญรุ่งเรือง เฮงๆ กันถ้วนหน้ากันยาวๆเทอญ….

ก่อนใส่บาตรทุกเช้า ให้จุดธูปขอขมากรรมก่อน ชีวิตจะสมหวังสมปรารถนาทุกอย่าง

พระธรรมสิงหบุราจารย์ [ หลวงพ่อจรัญ ตธมฺโม ] อดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ท่านแนะนำว่า

ก่อนใส่บาตรให้จุดธูป ๓ ดอกกลางแจ้ง ขอขมากรรม โดยตั้งนะโม ๓ จบ แล้วกล่าวว่า “ข้าพเจ้าขอขมากรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร ศัตรูหมู่มาร หมู่พาลทุกภพทุกชาติ ขอให้อโหสิกรรมให้ขาดจากกัน”

หลวงพ่อจรัญ

แล้วหลังใส่บาตรเสร็จทุกครั้ง ให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วกล่าวว่า “กุศลที่ลูกได้ทำแล้วนั้น ขอถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ พระองค์ ขอให้ทุกพระองค์นำส่งบุญให้ข้าพเจ้ามีเดชปัญญาโภคะขอให้สมหวังสมปรารถนาทุกอย่าง

ขอให้มีบุญบารมีเต็มขั้น เกิดสภาวะธรรมตามบุญวาสนาที่ได้ทำมาจากทุกภพทุกชาติโดยเร็วด้วยเทอญ

การใส่บาตร

และขออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรทุกภพทุกชาติ ศัตรูหมู่มารหมู่พาล เช่น มนุษย์ หุ้นส่วน เพื่อน ทุกภพทุกชาติ (เอ่ยชื่อได้ก็ยิ่งดี) ขอให้อโหสิกรรม ขอให้ขาดจากกัน ณ เดี๋ยวนี้เทอญ”

ใส่บาตร

ถ้าทำบุญด้วยข้าวสารเป็นกระสอบ หรือถมทรายดิน ก็ตั้งจิตอธิษฐานว่า “ผลบุญนี้ขอให้ข้าพเจ้าร่ำรวยเหมือนเมล็ดข้าวสาร เม็ดทรายดิน เจ้ากรรม นายเวรตามเมล็ดข้าวสาร ตามเม็ดทรายดิน ขอให้ได้รับ และขอให้อโหสิกรรมหลุดขาดจากกัน ณ บัดนี้เทอญ”

กรณีที่ดวงตกมาก ขอให้แผ่บุญให้ตัวเองมากๆ บางท่านก็แผ่ให้ผู้อื่นจนลืมให้ตัวเอง ตัวเราเองต้องมีบุญบารมีแก่กล้าจริงๆ จึงจะช่วยและให้ผู้อื่นได้ ควรสวดอิติปิโสฯ เลยอายุ ๑ จบ

มีเวลาขอให้ไปปฏิบัติธรรมฝึกวิปัสสนาด้วย ทำให้เกิดผลเร็ว โทสะจะน้อย ลงควรแผ่เมตตาให้มากๆ วันละ ๑๐ ถึง ๓๐ ครั้ง

ใส่บาตร

การแผ่เมตตาที่จะได้ผลนั้น ท่านพระธรรมสิงหบุราจารย์แนะนำว่า ถ้าจะกรวดน้ำต้องกรวดน้ำลงดินทุกครั้ง วันละ ๑๐๐ ครั้ง เจ้ากรร มนายเวรจะหาย ๑๐๐ เท่า ๑๐๐ วิญญาณ หรือใช้สมาธิกำหนดอธิษฐานจิตด้วยความตั้งใจ ประกอบด้วยความมีสติสัมปชัญญะ

แผ่เมตตาออกจากลิ้นปี่ แล้วอุทิศส่วนกุศลจากจักระ ๖ หรือบริเวณตาที่สาม ที่กลางหน้าผากต่ำลงเล็กน้อย จะได้ผลมากกว่าเดิม อุทิศบุญใช้กับผู้ล่วงลับนำส่งบุญใช้กับผู้ยังมีชีวิตอยู่ ถวายบุญกุศลใช้กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แก้กรรมให้ตนเองได้ผลดีเร็วมากขึ้น

บิณฑบาต

วิบากกรรมของแต่ละคนล้วนต่างกันไป บางคนป่วยโดยไม่รู้สาเหตุ บางคนตกงานบ่อย บางคนลำบากมากหากินไม่คล่อง วิบากกรรมนี้ตามมาหลายภพหลายชาติ ซึ่งมีส่วนทำให้เราเกิดมาแตกต่างกัน แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง หนทางในการบรรเทาวิบากกรรมนั้นมี ซึ่งอาจทำได้หลายวิธีดังนี้

เวลาที่เราทำบุญหรือทำความดีทุกครั้ง นอกจากบุญที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เช่น การใส่บาตร การถือศีล แล้วการพูดคุยที่ช่วยให้ผู้อื่นสบายใจ

การสนทนาธรรมการให้ธรรมทาน ชี้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาชีวิตให้กับผู้หมดหวัง การทำความสะอาดห้องพระ การถวายน้ำเปล่าเพียง ๑ แก้วให้กับหิ้งพระพุทธ

ล้างห้องน้ำวัด

การร่วมอนุโมทนาการทำความดีของผู้อื่น โดยการใช้จิตน้อมไปทางบุญกุศล การกวาดใบไม้ ทำความสะอาดห้องน้ำ ทำสวน หรือของส่วนรวม การดูแลคนแก่ เด็ก การที่เรามีจิตใจดี หรือตั้งใจดี ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกุศลและเป็นบุญทั้งนั้นเลย

ไหว้พระ

** ให้ตั้งนะโม ๓ จบ ข้าพเจ้า (บอกชื่อตัว-นามสกุล) เกิดวันที่.. วันนี้ข้าพเจ้าขอตั้งจิตถึงบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลก รวมถึงองค์เทพองค์พรหมที่ปกปักรักษากายสังขารวิญญาณลูกอยู่วันนี้ ลูกตั้งจิตถวายบุญที่ทำเช่นใส่บาตรสวดมนต์ถือศีลให้ทานฯลฯ

ลูกขอถวายบุญกุศลนี้แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ นำส่งบุญให้ลูกเจริญขึ้น ทั้งการงานการเงิน และความรัก ให้ลูกมีเดชปัญญาโภคะ ความสมบูรณ์ทุกภพทุกชาติ และขออุทิศบุญกุศลนี้ ให้กับเจ้ากรรมนายเวรทุกภพทุกชาติ

รวมถึงวิญญาณที่ตามมาทุกผู้ทุกคน เช่น บริวาร ญาติมิตร คนรับใช้ บุตรธิดา สามี ทุกภพทุกชาติ ขอให้ได้รับมหากุศลนี้ รับแล้วขอให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ให้ขาดจากกัน ณ บัดนี้เทอญ

ขอให้ข้าพเจ้ามีบุญบารมีสูงขึ้นๆ เต็มขึ้น เพื่อช่วยสังคมให้สูงขึ้น และสร้างคนให้เป็นพระต่อไป และให้เกิดปัญญาทางธรรมสมบูรณ์พูนผลทุกอย่างด้วยบุญนี้เทอญ สาธุ

** การตั้งนะโม ๓ จบ เพื่อขอให้พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระประธาน เพราะพระบารมีของพระพุทธองค์สามารถเปิด ๓ ภพ โลกสวรรค์ มนุษย์ และนรก ไม่ว่าเจ้ากรรมนายเวรจะอยู่ภพภูมิใด แม้แต่นรกขุมสุดท้าย ขุมที่ ๑๘ ก็จะสามารถเปิดทางไปถึงได้

หากใจคนงาม โลกก็งาม

เจ้ากรรมนายเวรจะได้รับอย่างรวดเร็วและอโหสิกรรมให้เราหมด และให้กรวดน้ำลงดินด้วยทุกครั้ง แม่พระคงคา แม่พระธรณี จะได้เป็นทิพย์พยาน

ปัญญาทางโลกทุกคนมีอยู่แล้ว ได้จากพันธุกรรมพ่อแม่ แต่อย่าให้ขาดปัญญาทางธรรมนั่นก็คือจิตสัมผัสรู้ดีชั่ว และการหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า

ถ้าได้ปัญญาทางธรรม จะประสบแต่ความสำเร็จความสมบูรณ์พูนสุขทุกอย่าง เพราะว่าบุญ คือขุมทรัพย์ ลาภยศจะมาเอง และยังช่วยครอบครัวและคนอื่นได้อีกนะ

กรวดน้ำ

กรรมเวรแก้ไขได้ โดยการขอขมากรรม และส่งวิญญาณด้วยพระสะดุ้งมาร ขนาด ๓ นิ้ว ๕ นิ้ว เป็นการต่อชะตาชีวิต ถ้ากรรมใดได้รับอโหสิกรรม กรรมนั้นจะเบาบางลงทำให้ชีวิตจะดีขึ้น

โดยสังเกตจากเราว่ามีสิ่งที่ดีเข้ามามากขึ้นไหม ที่ป่วยก็จะหาย ที่จนก็จะเริ่มมี แสดงว่าเราเริ่มจะมีบุญมาช่วย หากกรรมยังมากอยู่ก็จะยังลำบากอยู่เช่นเดิม

เรียบเรียงที่มา san-sabai.com

เรื่องสั้น แม่ของฉันเรียกร้องจะเอาแต่เงิน เงิน และเงิน. เบื่อเหลือเกิน

แม่ที่ “เอาแต่เงิน” มีชายหนุ่มคนหนึ่ง.. เขาก็เป็นเศรษฐีด้วยลำแข้งของตัวเขาเอง เมื่อไม่กี่ปีก่อน มารดาของเขาสิ้นบุญที่บ้านนอก เขาก็ได้ไปร่วมงาน ทั้งๆที่เขาไม่ชอบแม่เลย

เพราะแม่ของเขานั้นเอาแต่ขอเงินอย่างเดียว เดือนไหนเขาไม่ได้ส่งเงินเข้าบ้าน แม่เขาก็จะโทรมาแล้วก็พูดเสียงดังแต่ว่า เขาพูดว่าเป็นแม่ที่ไม่เอาไหนจริงๆ ยิ่งรวยมากเท่าไหร่แม่เขาก็ยิ่งขอเงินมากขึ้นเท่านั้น

แม่

แต่เมื่อกลับถึงบ้านเขาก็ยังอดร้องไห้โฮไม่ได้ เพราะเขายังตะขิตตะขวงใจที่ต้องไปทำงานไกลๆ ไม่ได้อยู่ดูแลคุณแม่ แม้จะเป็นแม่ที่ “เอาแต่เงิน” เขาก็ยังอดรู้สึกติดค้างคุณแม่ไม่ได้…

หลังงานศพ ก่อนที่เขาจะกลับ พี่ใหญ่ของเขา ได้ยื่นซองเล็กๆซองหนึ่งให้เขา บอกว่าคุณแม่สั่งนักสั่งหนาว่า ต้องมอบให้เขา เขาเปิดซองออกอย่างระมัดระวัง ในนั้นมีสมุดเงินฝากธนาคารเล่มหนึ่งและจดหมายฉบับหนึ่ง สมุดเงินฝากเป็นชื่อของเขา มีเงินฝากเป็นหลายสิบล้านเยน

เงินฝาก

ในจดหมายเขียนว่า…

“ลูกชายในบรรดาลูกๆของแม่ คนที่ทำให้แม่กังวลมากที่สุดคือลูก ตั้งแต่เล็กลูกไม่ขยันเรียนหนังสือสุรุ่ยสุร่าย แถมใจกว้างกับเพื่อนฝูง พอลูกจะขอมาสู้ในเมืองหลวง แม่ก็กังวลเพียงว่าลูกจะตกระกำเป็นไอ้จรจัด

ดังนั้น แม่จึงบังคับให้ลูกส่งเงินกลับมาให้แม่ทุกเดือน เพื่อจะได้กระตุ้นให้ลูกไปหาเงินให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยลูกเก็บเงินอีกทางหนึ่ง เงินที่ลูกให้แม่ แม่ไม่ได้ใช้แม้แต่แดงเดียว พี่ชายของลูกดูแลแม่ดีอยู่แล้วตอนนี้ลูกเอาไปใช้ให้คุ้มเถิด”

ชาย

พออ่านจบ เขาทรุดลงบนพื้น ทรุดอยู่เช่นนั้นเป็นนานๆๆๆ…

…ถ้ายังมีพ่อแม่อยู่ ก็แค่ทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุดอย่าทำอะไรที่จะรู้สึกเสียใจภายหลังก็พอ…

ธรรมทาน

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : เรื่องดีๆ มีข้อคิด
#๑แชร์ = ๑ธรรมทาน แชร์ไปได้บุญ สร้างกุศลความดี

#ถ้าข้อมูลนี่เป็นประโยชน์และสามารถช่วยใครได้อีกหลายๆคน อย่าเก็บไว้อ่านคนเดียวน๊า!! อย่าลืมส่งให้คนที่คุณรัก ได้อ่านด้วยนะคะ

ที่สุดแห่งพระคาถาศักดิ์สิทธิ์! พระคาถา “มงกุฎพระพุทธเจ้า”

เปิดบทสวดที่ คนไทยใช้สวดกันมาแต่โบราณ มีชื่อว่า คาถา “มงกุฎพระพุทธเจ้า” หรือที่่รู้จักกันในชื่อ “คาถาอิติปิโสเรือนเตี้ย” ไว้สวดก่อนนอน หรือตอนเช้าก่อนออกจากบ้านเวลาเดินทางก็ดี สวดแล้วให้แคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกันศัตรูที่คิดร้ายต่อเรา เป็นเมตตามหานิยม สวดบ่อยๆเค้าว่าดี

คาถา “มงกุฎพระพุทธเจ้า” อันเป็นคาถาเสกหญ้าให้ม้ากิน ที่หลวงปู่เอี่ยมถวายแก่ ร.๕ เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป

สุดยอด!คาถา“มงกุฎพระพุทธเจ้า” พระมหากษัตริย์ไทยใช้แต่โบราณมา สยบสัตว์ร้าย ป้องกันศัสตรา

(นะโมฯ ๓ จบ)

มีตัวคาถาว่า ” อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ

 พระพุทธเจ้า

คำแปล คาถามงกุฏพระพุทธเจ้า

อิ ติปิโส วิเสเส อิ แม้เพราะเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงวิเศษ

อิ เสเส พุทธะนาเม อิ เพราะวิเศษ ควรนอบน้อมพระพุทธเจ้า

อิ เมนา พุทธะตังโส อิ เพราะนอบน้อมพระพุทธเจ้า เราจะเข้าถึงพระองค์

อิ โสตัง พุทธะปิติ อิ เพราะเราเข้าถึงพระองค์ ก็จะปิติในพระพุทธเจ้า

 พระพุทธเจ้า

อุปเท่ห์ในการใช้พระคาถา

ภาวนาทุกวันมิตกนรก เสกน้ำล้างหน้าทุกวันกันโรคภัยไข้เจ็บคุณไสยทั้งมวล ถ้าจะให้มีตบะเดชะให้ภาวนาทุกวัน เกิดสง่าราศีเป็นที่เมตตาแก่คนทั้งหลาย ให้ภาวนาแล้วแผ่เมตตาให้คนทั้งปวง ใครคิดร้ายก็ต้องมีอันเป็นไป ถ้าปรารถนาสิ่งใด ให้ภาวนาคาถานี้ ๑๘ คาบ เป็นไปได้ดังใจนึก

ถ้าจะให้เป็นมหาจังงัง ให้ภาวนาคาถานี้ ๘ คาบเป็นมหาจังงังแล ถ้าจะให้เป็นมหาละลวยให้ภาวนา ๙ คาบ

ถ้าช้างม้าวัวควายสัตว์ที่ดุร้ายทั้งหลาย ให้เสกหญ้าเสกของให้มันกิน กลับใจอ่อนรักเราแล ถ้าภูตพรายมันเข้าอยู่คน เสกข้าวให้มันกินออกแล

ถ้าปรารถนาจะให้เสียงเพราะ ให้เสกสีผึ้งสีปากเสกหมากกินไป เทศนาสวดร้องเป็นที่พอใจคนทั้งหลาย ให้เสกแป้งผัดหน้า เสกมงกุฎรัดเกล้า เป็นสง่าราศีใครเห็นใครรักทุกคน

คาถาเสริมดวง

อนึ่งให้เอาใบลานหรือกระดาษว่าวมาลงคาถานี้ ทำเป็นมงคลเสกด้วยตัวเอง สารพัดกันศาสตราอาวุธทั้งหลาย เป็นวิเศษนัก

อนึ่งพระคาถานี้ใช้สำหรับภาวนาสักการะซึ่งพระบรมธาตุ พระพุทธปฏิมา พระเจดีย์สิ้นทั้งปวง แต่โบราณมากำหนดเอาพระคาถานี้ใช้อัญเชิญพระบรมธาตุเสด็จโดยปาฏิหาริย์แล

เคล็ดในการสวดคาถา “มงกุฎพระพุทธเจ้า”

หลักในการว่าคาถาให้มีความศักดิ์สิทธิ์นั้น มีพื้นฐานจาก ” จิต ” เป็นสำคัญ หากจิตมีสมาธิสูง ตั้งมั่นคาถาก็ยิ่งทรงความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นระหว่างที่ว่าคาถาให้ จับลมหายใจสบายพร้อม ๆ กับการภาวนาคาถาบทนี้ เป็นขั้นที่ ๑ ระดับสูงกว่านี้

พระพุทธเจ้า

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ท่านใช้คาถาบทนี้โดยมีนิมิต กำกับคาถา โดยทรงพุทธนิมิต ไว้ดังนี้ โดยตั้งกำลังใจว่า “ขอกราบอาธารณาบารมีพระพุทธเจ้าเสด็จประทับเหนือเศียรเกล้าของข้าพเจ้าเพื่อ…….ปกปักรักษาคุ้มครองข้าพเจ้าด้วยเทอญ…

” อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ ” เมื่อว่าคาถาจบ คาบที่ ๑ ก็กำหนดอาราธณาพุทธนิมิตอยู่เบื้องหน้าของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตนี้เอาไว้

” อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิอิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ ” ว่าคาถาจบที่ ๒ ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์หนึ่ง อยู่เบื้องขวาของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตทั้งหมดเอาไว้

” อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ ” ว่าคาถาจบที่ ๓ ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์ อยู่ด้านหลังของศีรษะเรา และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

” อิติปิโสวิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ ” ว่าคาถาจบที่ ๔ ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์ อยู่ด้านซ้าย และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

พระพุทธเจ้า ปางนาคปรก

” อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ ” ว่าคาถาจบที่ ๕ ก็กำหนด พุทธนิมิตอีกพระองค์อยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

” อิงติปิโสวิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ ” ว่าคาถาจบที่ ๖ ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์ อยู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

” อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนาพุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ ” ว่าคาถาจบที่ ๗ ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์ อยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

” อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนาพุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ ” ว่าคาถาจบที่ ๘ ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์ อยู่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของศีรษะของเรา และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้ทั้ง ๘ พระองค์เรียงวนรอบศีรษะของเรา

พระพุทธเจ้า

” อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ “ว่าคาถาจบที่ ๙ กำหนดพุทธนิมิตพระพุทธเจ้าองค์ใหญ่เสด็จประทับกึ่งกลางศีรษะเป็นยอดมงกุฎเปล่งประกายพรึก ทุกๆพระองค์เป็น มงกุฎเพชรพระพุทธเจ้าทั้งเก้าพระองค์บนเศียรเกล้าของเรา

เมื่อทำได้แล้วจะเข้าใจได้ทันทีว่าคาถานี้ทำไมจึงมีชื่อว่า คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า และ ให้ทรงมงกุฎพระพุทธเจ้า นี้เอาไว้ตลอดเวลาเป็นการทรงอารมณ์ในพุทธานุสตกรรมฐาน

หมั่นทำความดี สร้างบุญบารมี บุญและความดีที่เราทำก็จะคุ้มครองเราตลอดไป วันนี้ได้นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ

“ควรเลิกทำเพื่อคนอื่น” จนทำให้ตัวเองไม่มีความสุข

โลกนี้ไม่มีใครที่ได้รับแต่ความรักหรอก แม้เราจะดีจะเก่งแค่ไหน ก็อาจยังคงมีคนหมั่นไส้เราได้อยู่ดี ดังนั้น การเอาใจทุกคน การตามใจทุกคนจึงไม่ใช่คำตอบว่า เราจะไม่ถูกเกลียดจากใคร

เวลาที่เราบ่นว่า งานเยอะจังเลย อาจจะมีคนบอกมาว่า นั่นสิ ทำไม่ทันแล้ว แต่ก็อาจจะมีบางคนที่บอกว่า เลิกบ่นเสียที เอาเวลาไปทำงานดีกว่า หรือแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่าง อากาศร้อนจัง บางคนอาจจะตอบว่า ใช่ ร้อนจริงด้วย

งาน

แต่อีกคนอาจจะพูดว่า ยิ่งพูดก็ยิ่งร้อน เลิกพูดได้ไหม หรือบางคนที่อยู่กับอากาศร้อนๆ มาตลอด อาจจะพูดว่า ก็ไม่เห็นร้อนขนาดนั้นเสียหน่อย

เรื่องนี้แสดงให้เราเห็นว่า แม้เป็นเรื่องการแสดงความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้มีความถูกต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง เรายังคิดเห็นไม่เหมือนกันได้ คนที่คิดไม่เหมือนเราจะเกลียดเรางั้นหรือ แล้วเราจะเกลียดคนที่คิดไม่เหมือนเราไหม?

ดังนั้น การที่จะเอาใจทุกคนเพราะไม่อยากถูกเกลียดนั้น เป็นไม่ได้ได้ ความคิดเราอาจจะไม่ถูกใจใครคนอื่น แต่นั่นหมายความว่า เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยความตั้งใจและความคิดของตัวเองต่างหาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หากไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

กอดตัวเองในวันที่รู้สึกแย่

แต่เราไม่ได้หมายความว่าให้เลิกสนใจคนอื่นไปเลย การที่จะวางตัวไม่ให้เกลียด โดยไม่ต้องเอาใจทุกคนนั้น สามารถทำได้ โดยการ เลือกฟังเฉพาะสิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อตัวเรา หากคนนี้ทำงานเก่ง ช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จได้ ก็หาทางคุยกับเขาเรื่องงาน ขอคำแนะนำต่างๆ แต่เรื่องส่วนตัวก็ไม่จำเป็นก็ได้

ความสุข

แต่ถ้าหากมองแล้วว่า คนๆ นี้มีข้อเสียมากกว่าข้อดี ข้อเสียทำให้เราเป็นทุกข์ แล้วข้อดีนั้นไม่ได้จำเป็นสำหรับเราก็หาทางอยู่ห่างไว้ดีกว่า

เครดิตจาก : หนังสือ เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข เขียนโดย โกะโด โทคิโอะ

เตรียมท้องไว้เลย! นี่คือ เคล็บลับ!! วิธีกิน “บุฟเฟ่ต์” กินยังไงก็ไม่อ้วน

มาดูเคล็บลับ!!วิธีกินบุฟเฟ่ต์อย่างมีเทคนิค กินบุฟเฟต์ยังไงไม่ให้บวมสำหรับสาว ๆ สายกินที่ห่วงสวย ดังต่อไปนี้

บุฟเฟ่ต์

๑.เลือกชนิดบุฟเฟ่ต์

เพราะบุฟเฟ่ต์ ไม่ได้มีแต่ ปิ้งย่าง เท่านั้น แต่ยังมีชาบูบุฟเฟต์, บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น, บุฟเฟ่ต์สเต็ก-สลัด, บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติตามโรงแรม ซึ่งเรารู้ดีอยู่แล้วว่าชนิดไหนกินแล้วอ้วนง่ายที่สุด แต่ใช่ว่าทุกชนิดจะกินแล้วไม่อ้วน หากกินเกินความพอดีก็ทำให้อ้วนได้เช่นกัน

๒.อย่าคิดแต่จะกินให้คุ้ม

หลายคนก้าวขาเข้าร้านบุปเฟ่ต์ คำเดียวที่วนอยู่ในหัว คือ กินให้คุ้ม กินให้คุ้ม กินให้คุ้ม เผลอแปปเดียวอาหารเต็มโต๊ะกองเป็นภูเขา ลองเปลี่ยนวิธีคิดมาเป็นการ ตักทีละน้อยๆ เลือกกินหลายๆ อย่าง เปลี่ยนมาสัมผัสรสชาติของอาหารแต่ละชนิดทีละน้อยๆ อยากได้เพิ่มก็เดินไปตักใหม่ ซึ่งการลุกตักบ่อยๆ อาจทำให้เกิดความขี้เกียจและกินน้อยลงได้

บุฟเฟ่ต์

๓.เลือกกินหน่อย อย่าเน้นแต่ไขมัน

บุฟเฟ่ต์ มีวัตถุดิบให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัว หมู ไก่ ปลา หมึก กุ้ง ผัก ข้าวสวย ข้าวผัด ยำ ส้มตำ และอื่นๆ ลองเน้นกินผัก กินปลาให้เยอะ เนื้อติดมันให้น้อย เอาแค่รู้รสชาติความอร่อยก็พอแล้ว เลี่ยงกินไขมันจากสัตว์เพราะเป็นตัวการทำให้อ้วนเลยก็ว่าได้

๔. เลี่ยงน้ำหวาน น้ำอัดลม

เชื่อว่าหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าน้ำอัดลมมีปริมาณน้ำตาลมากแค่ไหน ปกติแล้วต่อวันร่างกายต้องการน้ำตาลเพียงแค่ไม่เกิน ๔ ช้อนชา แต่ในน้ำอัดลม ๑ กระป๋อง (๓๒๕ มิลลิลิตร) มีประมาณน้ำตาลมากกว่า ๖ ช้อนชา หรือบางแบรนด์อาจสูงถึง ๑๒ ช้อนชา ซึ่งแน่นอนว่าเกินความจำเป็นที่ร่างกายต้องการ หากดื่มเข้าไปน้ำตาลที่เกินก็จะทำให้เราอ้วน

บุฟเฟ่ต์

๕.อย่ารีบกินเหมือนกลัวของจะหมด

การกินบุฟเฟ่ต์ คือ การกินอาหารหลายอย่าง หลายชนิด เรามักจะเข้าใจผิดว่าการไปร้านบุฟเฟ่ต์ เป็นการกินอาหารให้ได้ปริมาณมากที่สุด ยิ่งกินเร็วเท่าไหร่สิ่งที่ยัดลงไปเราจะไม่รู้ตัวเลยว่ามันควรพอแล้วหรือยัง รู้ตัวอีกทีจุกอยู่ที่คอหอยแล้ว ลองเปลี่ยนมากินช้าๆ สัมผัสรสชาติไปเรื่อยๆ มันจะทำให้เรารู้ตัวว่าควรจะทานมากน้อยแค่ไหน

๖.อย่ากินให้บ่อยนัก

หากใช้ชีวิตกินบุฟเฟ่ต์สัปดาห์ละ ๒ – ๓ ครั้ง ก็คงต้องยอมรับชะตากรรมตัวเองว่าจะต้องอ้วนเป็นหมูแน่นอน เปลี่ยนมาเป็นซักเดือนละ ๑ – ๒ ครั้ง ให้หายอยากก็พอแล้ว ไม่เปลืองเงินด้วย

บุฟเฟ่ต์

๗.กินเท่าไหน เอาออกเท่านั้น

ไม่ใช่เพียงบุฟเฟ่ต์อย่างเดียวที่ทำให้อ้วน ปริมาณอาหารที่กินเข้าไปต้องสัมพันธ์กับความต้องการของร่างกาย ผู้หญิงต้องการพลังงานต่อวันอยู่ที่ ๑,๕๐๐ – ๒,๐๐๐ แคลอรี่ ผู้ชายต้องการพลังงานอยู่ที่ ๒,๐๐๐ – ๒,๕๐๐ แคลอรี่ หากขาดสติกินเข้าไปจนเกินความต้องการก็อ้วนได้เช่นกัน

แล้วอย่าลืมว่า กินแล้วต้องออกกำลังกายด้วย อย่างน้อยที่สุดสัปดาห์ละ ๓ ครั้ง ครั้งละ ๓๐ นาที ก็ยังพอช่วยได้บ้าง ถึงใครๆ จะพูดว่าคุณเป็นมนุษย์บุฟเฟ่ต์เลิฟเวอร์ ที่อ้วนเป็นหมู อย่างน้อยๆ ก็เป็นหมูที่สุขภาพแข็งแรงแหล่ะน่า