ข้อควรปฏิบัติเพื่อเพิ่มพลังบุญบารมี

ข้อควรปฏิบัติในการดำรงชีวิตในแต่ละวันเพื่อเพิ่มพลังบุญ

๑. ตั้งใจรักษาศีล ด้วยการสมาทานศีล

๒. สวดมนต์ด้วยบทสวดต่างๆ อย่างน้อยที่สุดให้ได้ ๑ บทสวด วันละครั้งก่อนนอน โดยเฉพาะบทสวดระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ (อิติปิโส ฯ…..)

ทำสมาธิ

๓. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ ๑๕ นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)

๔. แผ่เมตตา อุทิศบุญ ให้แก่เทพเทวดา เจ้ากรรมนายเวร บุคคลที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ

๕. อธิษฐานขอให้ผลบุญนี้ ไปเป็นพลังเพื่อความสำเร็จต่าง ๆ ดังที่เราปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นทางโลก หรือทางธรรม หรือทั้งทางโลกและทางธรรม

๖. ทำทาน ให้ได้ในแต่ละวัน ทุก ๆ วัน ตามกำลัง เช่น ใส่บาตร ถวายสังฆทาน หรืออื่น ๆ ตามความเหมาะสม หากไม่สะดวก ไม่มีโอกาสที่จะทำได้ทุกวัน ก็ให้นึกถึงเรื่องการให้ทานไว้ทุกวัน โดยตั้งจิตเจตนาไว้อยู่เสมอว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วจะไปทำทาน

ผู้หญิง

เช่น สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ทุก ๆ วันอาทิตย์ ควรตั้งสัจจะไว้ ไม่ควรคิดว่า เอาไว้เมื่อมีความพร้อม มีเวลา มีโอกาสแล้วจึงจะไปทำ เพราะถ้าคิดอย่างนั้นแล้ว ส่วนมากจะหาโอกาสได้ยาก กิเลสมักหาข้ออ้างได้เสมอ

๗. การอธิษฐานต่าง ๆ ให้ตั้งจิตมุ่งมั่นแน่วแน่ ปักลงไปในเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้มั่นใจในพลังบุญของเรา มองเห็นภาพความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างชัดเจนแน่นอน ไม่ลังเลสงสัย (ให้คิดบวกเสมอ) เมื่อผลสำเร็จยังไม่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งท้อแท้ นั่นเป็นเพราะองค์ประกอบของเหตุปัจจัยที่ทำลงไปยังไม่สมบูรณ์เพียงพอ

เพราะในแต่ละคนก็มีไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน ให้ปฏิบัติต่อเนื่องต่อไป ช้าเร็วอย่างไรก็ต้องสำเร็จแน่นอน ยังไงก็ต้องได้เห็น บางทีความสำเร็จอาจมาโดยคาดไม่ถึงเสียด้วยซ้ำไป

เศร้า

และเมื่อสำเร็จแล้ว ก็ให้ทำต่อไป จะเป็นการเพิ่มพลังบุญของเราไปเรื่อยๆ หากยังต้องเวียน ว่าย ตายเกิด อยู่ในวัฏสังสารนี้ พลังบุญที่เราสะสมไว้นี้ ก็จะเป็นทุนรอนในภพชาติหน้าต่อไป

ในเรื่องนี้ทุกท่านได้รู้แล้วว่า วิธีการเพิ่มพลังบุยแบบเร่งด่วนนั้นทำอย่างไร ในบทต่อไปจะพูดถึงการไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอบุญหรือพึ่งบุญของท่านมาช่วยเราอีกทางหนึ่ง

จากหนังสือเรื่อง ปาฏิหาริย์แก้ “ดวงตก” โดย ชำนาญ การวิเศษ

วิธีเพิ่มพลังบุญให้ตัวเอง ทำได้ทุกเวลา ไม่ต้องไปวัดก็สะสมบุญได้ตลอดทั้งวัน

เทคนิคการตะล่อมจิตให้อยู่แต่ในบุญกุศลตลอดทั้งวัน โดยไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว และได้บุญมากกว่าการทำทาน “อยู่กับบุญ” ของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก จ.อยุธยา พระอริสงฆ์ที่ทุกคนกราบท่านได้ทั้งหัวใจ


….ตื่นเช้ามา ขณะล้างหน้าหรือดื่มน้ำให้ว่า “พุทธัง สรณัง คัจฉามิ, ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ, สังฆัง สรณัง คัจฉามิ”

ก่อนจะกินข้าวก็ให้นึกถวายข้าวพระพุทธ (นับเป็นอนุสติอย่างหนึ่ง) ออกจากบ้านเห็นคนอื่นเขาทำความดี เช่นว่า ใส่บาตรพระ

จูงคนแก่ข้ามถนน บอกข่าวงานบุญต่าง ๆ ก็ให้นึกอนุโมทนากับเขา

ขายดอกไม้สดและแห้ง

เดินผ่านไปเห็นดอกไม้ที่ใส่กระจาดวางขายอยู่หรือดอกบัวในสระข้างทางก็ให้นึกอธิฐานถวายเป็นเครื่องบูชาพระรัตนตรัยโดยว่า “พุทธัสสะ ธัมมัสสะ สังฆัสสะ ปูเชมิ”

และต้องไม่ลืมอุทิศบุญให้แม่ค้าขายดอกไม้หรือรุกขเทวดาที่ดูแลสระบัวนั้นด้วย

อัคคีไฟฟ้า

ตอนเย็นนั่งรถกลับบ้านเห็นไฟข้างทางก็ให้นึกน้อมบูชาพระรัตนตรัยโดยว่า “โอม อัคคีไฟฟ้า พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา”

(เป็นการบูชาระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย ก่อเกิดอานิสงส์แห่งบุญในดวงจิต)

ดูแลมารดาในยามแก่เฒ่า

เวลาไปที่ไหนเห็นข่าวคนตาย คนเจ็บ คนป่วย คนที่กำลังมีความทุกข์ก็ดี ผ่านจุดที่คนตายบ่อย ๆ เห็นศาลเจ้า ศาลพระภูมิก็ดี ให้ระลึกถึง

พระพุทธเจ้า บารมีรวมของครูบาอาจารย์ แล้วแผ่บุญไป (เป็นการเจริญเมตตา ฝึกให้จิตมีพรหมวิหาร เป็นการบำเพ็ญบุญ)

ก่อนนอนก็นั่งสมาธิ เอนตัวนอนลงก็ให้นึกคำบริกรรมภาวนาไตรสรณคมน์นี้จนหลับ… ตื่นขึ้นมาก็บริกรรมภาวนาต่ออีกตลอดวัน

นี่คือตัวอย่าง…ของเทคนิคการตะล่อมจิตให้อยู่แต่ในบุญกุศลตลอดทั้งวัน โดยไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว และได้บุญมากกว่าการทำทาน…

เป็นการทำให้ดวงจิตของเราเกิดแสงแห่งบุญทุกขณะลมหายใจเข้าออก สะสมบุญได้ตลอดทั้งวัน

ที่มา : board.palungjit

วิธีเติมเพิ่มพลังบุญ ช่วยหนุนนำความสุข บันดาลให้ชีวิตมีแต่ความเจริญ

วิธีเติมเพิ่มพลังบุญ “การทำความดี” ถือเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผลบุญหนุนนำให้ชีวิตเจอแต่เรื่องดีๆ มีความสุขทางใจ และบางครั้งที่ชีวิตถึงจุดอับ การทำบุญก็ช่วยเสริมสิริมงคลให้กับตัวผู้ทำได้อย่างไม่น่าเชื่อ

๑.ถือศีล ๘ จะช่วยเสริมดวงและแก้เคราะห์ได้เช่นเดียวกับการถือศีล ๕ แต่การถือศีล ๘ นั้นปฏิบัติได้ยากยิ่ง ถ้ากำลังใจไม่ถึงจริงๆ จะทำได้กี่วันก็เลือก ส่วนใหญ่เราจะถือศีล๘ ก็เมื่อเราไปปฏิบัติธรรม แต่เมื่อปฏิบัติได้สำเร็จจะได้กุศลแรงนักกรรมไม่ดีจะชะลอตัว ปฏิบัติแล้วยังช่วยเสริมดวงอำนาจบารมีได้อีกด้วยส่วนใหญ่คนที่ถือศีล ๘ เป็นประจำเมื่อมีโอกาสเมื่อจะทำอะไรก็ทำมาค้าขึ้นมากกว่าปกติครับ แต่ถ้าท่านถือศีล ๘ ได้ทุกวันก็ขออนุโมทนาบุญ

ถือศีล

๒.ถือศีล ๕ การถือศีล ๕เป็นประจำนี้ จะช่วยเสริมดวงชะตาและจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในความดีงาม การทำดีและไม่เบียดเบียนใครถือเป็นการทำบุญกุศลที่ได้อานิสงส์ เป็นผลให้เกิดความโชคดีและแก้เคราะห์ลดกรรมได้ ศีลทำให้สวยหรือหล่อ ศีลทำให้รวยและการถือศีล
๕ มิได้ขาดเป็นใบเบิกทางไปสู่ความเป็นพระอริยเจ้าหรือการเป็นจะพระโสดาบันก็ต้องมีศีล ๕ เช่นกัน แค่คิดจะถือแค่ศีล๕ ก็มีเรื่องดีๆ มารอเราอยู่แล้ว

๓.กินเจ ก็เพื่อลดละการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ ซึ่งได้อานิสงส์ผลบุญสูงและเราควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ถ้าอธิษฐานไว้ว่า ๑๐ วันก็ทำให้ครบ ๑๐ วัน วันเกินได้แต่อย่าให้ขาดอาจตั้งจิตว่าจะทำทุกวันพระ หรือปฏิบัติในทุกวันเกิดของตัวเองในแต่ละสัปดาห์เป็นต้น

๔.ไหว้พระและถวายดอกไม้ ธูปเทียน รวมทั้งการปิดทองคำเปลว และเครื่องหอมผลบุญนี้จะทำให้ชีวิตรุ่งเรือง มีความเจริญก้าวหน้า อันนี้คงไม่ต้องอธิบายมากได้ผลบุญเห็นๆ กันอยู่แล้ว ถ้าทำเป็นประจำด้วยจิตปรารถนาที่จะทำจริงเมื่อสิ้นอายุขัยจากมนุษย์ไป มีสิทธิ์ได้เป็นเทวดา นางฟ้า แน่นอน

๕.ถวายน้ำมันตะเกียง เพื่อความรุ่งโรจน์โชติช่วงของชีวิตเช่นเดียวกับความสว่างของแสงตะเกียง ทำให้พ้นจากความมืดมิดทั้งการดำเนินชีวิตรวมทั้งปัญหา และความคิดที่สว่างไสวไม่อับจนหนทางอันนี้มีอานิสงค์ทันตาเห็นเลยครับ ถ้าเราได้ไปเติมน้ำมันในตะเกียงที่น้ำมันหมดแล้วหรือเหลือน้อยแล้ว อาจจะลองไปตามวัดต่างๆ ถ้าเห็นน้ำมันตะเกียงอันไหนใกล้จะหมดแล้วจงเติมน้ำมันในตะเกียงนั้นเยอะเป็นพิเศษเพื่อที่คนข้างหลังจะได้นำธูปเทียนมาจุดต่อได้อีกมากมายหลายคน

ถวายสังฆทาน

๖.ถวายสังฆทาน เป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาโดยถวายสิ่งของจำเป็นแด่พระสงฆ์ อานิสงส์ผลบุญจะส่งให้ชีวิตหมดเคราะห์หมดโศกจะทำสิ่งใดก็ราบรื่นไม่ติดขัด พบแต่ความสำเร็จสมปรารถนารวมทั้งมีความเป็นอยู่อุดมสมบูรณ์ไม่ขัดสน ถ้ามีโอกาสขอให้ทำทุกเดือนการถวายสังฆทานนี่บุญหนุนส่งมาก

๗.ไหว้พระ ไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆจะทำให้พบกับความสุขความเจริญ เกิดความสุขใจว่ามีที่พึ่งพิงยึดเหนี่ยวจิตใจนำมาซึ่งกำลังใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไปและรู้สึกเสมอว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองเป็นสิริมงคลแก่ตนเองถึงแม้เราจะมองไม่เห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มองเห็นเราท่านจะคอยช่วยเหลือในเราที่เราดวงไม่ค่อยดี หรือหางออกไม่ได้ท่านจะมาช่วยเหลือเราเสมอ แต่ท่านก็สามารถช่วยได้ไม่เกินบุญบารมีของเรา

ทำบุญปล่อยสัตว์

๘.ทำบุญปล่อยสัตว์ เป็นการไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น ถือว่าได้บุญแรงจะต้องทำด้วยความตั้งใจจริง เช่น การไปซื้อสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่าไปปล่อยหรือไถ่ชีวิตวัวกระบือถวายวัดจะได้บุญแรงขึ้นไปอีกถ้าได้ไถ่ชีวิตวัวกระบือที่กำลังตั้งท้องอยู่ถือว่าได้ช่วยถึง ๒ ชีวิตในคราวเดียวกันเพื่อมอบให้ชาวนานำไปใช้ประโยชน์ต่อไป หรือซื้อปลาในตลาดที่จะถูกฆ่าไปปล่อยน้ำยามมีเคราะห์ภัยก็จะแคล้วคลาด เพราะแรงบุญที่ได้ทำให้เค้าแคล้วคลาดผลบุญนี้ยังผลให้หมดทุกข์ หมดภัย และพบความสุขความเจริญในชีวิตครับ ลองทำดู

๙.ทำบุญให้ทาน เป็นการรู้จักเสียสละทรัพย์ของตนเองและแบ่งปันให้ผู้อื่นซึ่งผลบุญจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องมีจิตใจยินดีในการทำบุญให้ทานด้วย ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงพุทธศาสนาหรือให้ทานแด่ผู้ยากไร้ เป็นการทำบุญที่มาจากจิตใจอันไม่ยึดติดมีความไม่โลภผลบุญจึงหนุนนำให้มีแต่ความราบรื่น ยามมีเรื่องติดขัดก็จะมีผู้มาช่วยเหลือค้ำจุนล้วนแล้วแต่เป็นบุญส่งเสริมให้ชีวิตมีโชค มีทรัพย์ และมากด้วยบารมีเมื่อมีโอกาสทำทานให้ทำเพราะจิตที่อยากทำจริงๆ จะได้บุญมากกว่าการทำไปตามประเพณี

๑๐.ทำบุญซื้อโลงศพ ซื้อโลงศพบริจาคให้แด่ศพอนาถาไร้ญาติจะได้อานิสงส์แรงยิ่งนัก การทำบุญเช่นนี้จะช่วยเสริมดวงชะตาให้แข็งแกร่งสามารถต้านเคราะห์ภัยหนักต่างๆ และผ่อนหนักเป็นเบาได้

พิมพ์หนังสือธรรมะแจกเป็นธรรมทาน

๑๑.พิมพ์หนังสือธรรมะแจกเป็นธรรมทาน อาจจะจัดพิมพ์เองหรือร่วมบริจาคสมทบทุนการพิมพ์กับผู้อื่นก็ได้ เป็นการเสริมดวงให้มีวาสนาบารมีเพื่อให้ปัญญาสว่าง หมดทุกข์ หมดโศก ไม่มีเคราะห์ร้ายมากล้ำกราย

๑๒.บริจาคค่าน้ำ ค่าไฟ จะช่วยให้ชีวิตราบรื่น หมดทุกข์ หมดโศกประสบแต่ความโชคดี ถ้าในเรื่องการทำธุรกิจก็อาจจะทำให้เราได้เห็นช่องทางการแสวงหาน่านน้ำใหม่ๆทำให้คิดอะไรได้ปลอดโปร่งยิ่งขึ้น

๑๓.ซื้อข้าวสารถวายวัดหรือเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าตามสถานสงเคราะห์เป็นการสั่งสมบุญกุศลเพื่อให้ชีวิตมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และเพียบพร้อมด้วยบารมี

การตักบาตร

๑๔.การตักบาตรร่วมขันกับผู้อื่นหรือทำบุญร่วมกับผู้อื่นไม่ว่าจะทำบุญด้วยการบริจาคทรัพย์ หรือโดยทางอื่น จะส่งผลให้ได้เนื้อคู่ที่ดี ดวงชะตาแข็งแกร่ง เกื้อกูลซึ่งกันและกันและจะได้แต่เพื่อนที่ดีในชาตินี้

ขอบคุณข้อมูล เรียบเรียง