เคล็ดวิชาสร้างบุญจากบูรพาจารย์ สร้างบุญแบบฉลาด และได้บุญมาก

การสร้างบุญเป็นอานิสงส์หลักที่จะช่วยลดกรรมไม่ดีต่างๆ ลงได้ ดังนั้นจึงควรรู้หลักการสร้างบุญที่ถูกต้อง เพื่อจะได้หนุนให้ชีวิตของท่านมีแต่ความสุข ความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป โดยเคล็ดวิชาสร้างบุญจากบูรพาจารย์ สร้างบุญแบบไหน ทำอย่างไรให้ได้บุญมาก บุญใดจะดลบันดาลให้ทุกท่านดี สุข รุ่งเรือง ร่ำรวยทันตาเห็น

ขอเมตตายกอมตะธรรมของ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” ครูบาอาจารย์ที่เคารพรักยิ่งมาเป็นบทแรกที่จะพูดถึงกัน เพราะพอพูดถึงเรื่องบุญนั้นหลายท่านก็บอกว่ารู้แล้วๆ ซึ่งเป็นเรื่องดี

แต่จะขออนุญาตอธิบายบอกให้เข้าใจกันสำหรับท่านที่ยังไม่ค่อยเข้าใจถึงแก่นแท้และผลของบุญดีนัก จิตที่ดีนั้นทำให้เข้าใจการสร้างบุญอย่างถูกต้องได้ง่าย คนเรานั้นมีจิต อยู่ ๓ ประเภท ซึ่งก็คือ

อานาปานสติ

จิตของผู้มีบุญนำ

จิตของผู้มีบุญแต่บาปบัง

จิตของผู้มีบาปนำ

เรารู้อยู่แล้วว่า ชีวิตเราจะไปทางไหนนั้นอยู่ที่กรรมทั้งสิ้น ทั้งกรรมเก่าที่ข้ามภพข้ามชาติและกรรมใหม่ในปัจจุบัน จึงอยากจะบอกว่า จิตนั้นสำคัญที่สุดในการที่เราจะสร้างกรรม ไม่ว่ากรรมดีหรือกรรมชั่ว

กอดตัวเองในวันที่รู้สึกแย่

๑. คนที่มีจิตของผู้มีบุญนำ ในแต่ละวันจะหาโอกาสสร้างบุญไปตลอดเวลา มีจิตที่มีกำลังมาก เมื่อกรรมไม่ดีมาส่งผลยังยิ้มออกทำใจได้ เข้าใจสภาวะของกรรมที่มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่กังวลใจมีความเพียรในการทำดี แม้จะวิกฤตมากมายก็คิดบวก มองโลกในแง่ดี จิตไม่ตก ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต

ถึงแม้จะยากจนในชาตินี้เพราะกรรมเก่า ก็เพียรสู้พยายามผลักดันตัวเองจากมืดไปสู่สว่างได้ หรือแม้จะยังยากจนก็มีความสุขได้ตามอัตภาพของตน ไม่เดือดร้อนมาก ไม่ทุรนทุราย มีพอกินพออยู่ตามกำลังบุญของตน ครูบาอาจารย์ทั้งหมท่านมีจิตแบบนี้ทั้งนั้น รวมถึงคนรวยบางคนที่มีความสุข มีจิตใจดี ไม่ละโมบ โทสัน

๒. จิตของผู้มีบุญแต่บาปบัง มักจะมีชีวิตลุ่มดอนๆ เหมือนกราฟ เวลาดีก็ดีใจหายเพราะบุญหนุนนำ แต่เวลาตกต่ำก็ลงแบบสุดๆ

ถ้าจิตมีฝ่ายบุญมากหรือมีทุนรอนบุญอยู่ก็สามารถพลิกชีวิตกลับมาได้ ด้วยจิตที่เป็นบุญก่อให้เกิดปัญญาหาทางออกได้ แต่ถ้าจิตมีกำลังบาปมากว่าในช่วงเวลาใด ชีวิตก็ลงไปเรื่อยๆ จนกรรมไม่ดีนั้นหมดเวลาการส่งผล บุญที่ทำมาก็ช่วยผลักดันให้กลับมาดีอีกได้

คนทั่วไปมักมีจิตแบบนี้ จึงต้องไม่ประมาทมี ”สติ” อยู่ตลอดเวลา เวลาตกก็อย่าจิตตก หยุดกรรมไม่ดีก่อนอย่าสร้างบาปกรรมซ้ำเติมตนเอง ให้คิดถูกทางหมั่นสร้างบุญเพิ่มไม่ว่าบุญเล็กบุญน้อย ก็เร่งมือทำ วันหนึ่งจะเลื่อนลำดับขึ้นไปเป็นจิตของผู้มีบุญนำได้

ทะเล

๓. จิตของผู้มีบาปนำ ประเภทนี้ก็บอกอยู่แล้วว่าวันๆ มักจะคิดแต่เรื่องไม่ดี เอาเปรียบผู้อื่น มีกิเลสความอยากได้อยากมีเป็นอาหารของจิต ดังนั้นจิตจึงเร่าร้อน ทุรนทุรายตลอดชีวิต เท่านั้นยังไม่พอคนรอบๆข้างก็รับรู้ได้ เมื่อไปเข้าใกล้ใคร คนๆ นั้นก็เดือดร้อนหรือไม่สบายใจไปด้วย

เหตุที่เป็นอย่างนี้เพราะไม่เชื่อเรื่องกรรม ไม่เชื่อเรื่องเวร ไม่เชื่อว่าคำสอนของพระพุทธองค์นั้นดี ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาบอกว่า อาจจะมาจากการเกิดเป็นสัตว์ชั้นต่ำหลายๆชาติติดกัน ยังติดนิสัยของสัตว์เหล่านั้น ทางแก้ไขนั้น ด้วยบุญเท่านั้น อาจจะต้องมีผู้นำทางให้พบแสงสว่างของชีวิต เลื่อนภพภูมิของจิต

อภัย

ใครที่เป็นแบบนี้คงทราบแล้วว่าต้องแก้ไขด้วยบุญเท่านั้น ความร้อนความทุกข์ยากถึงจะหมดไปได้ อาจจะต้องใช้เวลาบ้างต้องอดทน เพราะเราทำกรรมไม่ดีมาเยอะ จะให้พลิกกลับมาในเร็ววันคงยาก หลุมที่ถูกขุดจนลึกต้องใช้เวลาถมให้เต็มขึ้นมา

ใครที่มีคนรอบข้างเป็นแบบนี้ต้องช่วยเขา ค่อยๆ บอกทาง ค่อยๆ แนะนำไป อย่าใจร้อนที่จะเปลี่ยนเขา เราเป็นผู้ชีทางสว่าง แต่กรรมใครทำคนนั้นก็ต้องรับไปเท่านั้น

เพราะ..ชีวิตทำทั้งบุญและบาป จึงสุขๆ ดิบๆ สุขก็ไม่สุด แต่ทุกข์กลับถึงที่สุด

ทำบุญมาก ยิ่งมีความสุขมาก ทำบาปมาก ยิ่งให้ทุกข์มาก ทำทั้งบุญและบาป ชีวิตจึงสุขๆ ดิบๆสุขก็ไม่สุด แต่ทุกข์กลับถึงที่สุด

หากไม่อยากทุกข์ อยากชดใช้กรรมในอดีตให้หมดสิ้น ต้องหมั่นสร้างบุญเรื่อยๆ ในทุกๆวัน บุญง่ายๆ ที่เราเริ่มทำได้ทันทีคือ

“การคิดดี พูดดี ทำดี รักษาศีล กตัญญูต่อคุณของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ มีสัจจะวาจา”

การใส่บาตร

เพราะผลย่อมเกิดจากเหตุ มีเหตุจึงมีผลเดิมทีข้าพเจ้าเป็นคนรักษาศีลตามอารมณ์ ยึดสัจจะวาจานานๆ ครั้ง แต่พอเรามี “สติ” มากขึ้นจึงปณิธานว่าอยากตั้งมั่นว่าจะรักษาศีลให้ได้ทุกวัน และมีสัจจะวาจา พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เคารพตัวเอง

เชื่อหรือไม่ว่า ฝึกกายใจให้สัมพันธ์กันอยู่สักพัก ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตเจริญขึ้นมาก ความอัศจรรย์ใจบังเกิดหลายครั้ง คิดหวังอะไรก็สมความปรารถนา อยากทำบุญอะไรก็ได้ทำเพียงแค่เราคิด อยากทำอยากช่วย ชีวิตเจริญก้าวหน้าทั้งในหน้าที่การงาน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

ครอบครัวจากต่างคนต่างไปก็หันมาพูดคุยและมีความสุขอีกครั้งคิดหวังสิ่งใด ก็ทำสำเร็จ แม้นมีอุปสรรคก็ฝ่าฟันไปได้ ด้วยแรงบุญ ใจที่ตั้งมั่นในคุณงามความดี บุญบารมีที่ทำย่อมส่งผลให้ตัวเราทันที ไม่ต้องรอ ไม่ต้องพลัดวัน คนไหนทำ คนนั้นย่อมได้ทันที

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

แต่กว่าสำเร็จก็ต้องผ่านการฝึกตน บังคับตน ข่มใจตน ความยากมันอยู่ตรงนี้ หลวงพ่อจรัญ ท่านจึงบอกว่า

“สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสนากรรมฐานเป็นยากิน”

ทำสองสิ่งนี่ได้ ควบคู่กับการรักษาศีล มีสัจจะวาจา ชีวิตจะยิ่งกว่าเจริญ คนมีบุญมากไปไหนใครๆ ก็รัก เทวดาช่วยเหลือ ไม่ตกทุกข์ยากลำบากนาน ใครๆ ก็อยากช่วยเหลือ

กรวดน้ำ

อยากเห็นผลเร็วสิ่งที่ต้องทำคือแผ่เมตตาทุกครั้ง เหมือนกับเรายิ่งฝึกปฏิบัติมากก็เหมือนเราให้มาก ยิ่งให้มากก็ยิ่งได้รับกลับมาก…เช่นกัน

คนเราอยากร่ำรวย อยากสวยอยากหล่อ ไปไหนมีแต่คนรัก เป็นคนมีเสน่ห์ น่าเคารพยำเกรง แต่เราไปมองแต่ผลปลายทางของคนอื่น เราไม่เคยมองเหตุเบื้องต้นที่เขาค่อยๆ สร้าง ที่เขาสะสมมานานอยากได้ต้องเริ่มสร้างบุญ อย่ารอคอยวาสนา

ทุกๆอย่างต้องลงมือทำทั้งนั้นถึงจะได้

โอวาทธรรม พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)