ประวัติ พ่อท่านปลอด วัดนาเขลียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

พระอุปัชฌาย์ปลอด หรือที่ชาวบ้านเรียกขานว่า “พ่อท่านปลอด” วัดนาเขลียง ต.นาเขลียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช พ่อท่านปลอด ติสสโร เป็นพระเกจิชื่อดังที่มีความรู้ด้านวิทยาคม เป็นที่พึ่งพาของชาวบ้านเมื่อยามเดือดร้อน เป็นที่เคารพนับถือของชาวนครศรีธรรมราชเป็นอย่างมาก ท่านยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะปกครองอำเภอฉวาง, ช้างกลาง, ถ้ำพรรณรา, นาบอน และทุ่งใหญ่

 พ่อท่านปลอด วัดนาเขลียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

ชาตะกาล: พระอุปัชฌาย์ปลอด ถือกำเนิดในปีเถาะ ตรงกับ พ.ศ.๒๔๑๐ ที่บ้านเกาะใหญ่ ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ในปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โยมบิดาชื่อ เปรม โยมมารดาชื่อ เอียด มีพี่น้องทั้งหมด ๓ คน (๑) เป็นผู้หญิงชื่อ หนู (๒) หลวงพ่อปลอด (๓) พระผอม (วัดบ่อท่อ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา) เมื่อ อายุ ๒๐ ปี ได้ถูกเกณฑ์ทหารไปรบในยามศึกสงคราม ท่านกลัวจะถูกเกณฑ์ทหารจึงได้หลบหนีไปอาศัยอยู่กับญาติ ต่อมามีผู้แนะนำว่าถ้าต้องการให้พ้นผิดฐานหลบหนีทหารก็ให้บวชเสียสักพัก ท่านจึงได้ตัดสินใจบวชตั้งแต่บัดนั้น

อุปสมบท: หลวงพ่อปลอด ได้อุปสมบท ณ.วัดพังตรี ต.ระวะ อ.ระโนด จ.สงขลา มีพระอธิการเสน เจ้าอาวาสวัดพังตรี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์แก้ว วัดแจ้ง ต.ระวะ อ.ระโนด จ.สงขลา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เมื่ออุปสมบทแล้วได้อยู่จำพรรษา ณ. วัดแจ้ง กับพระอาจารย์แก้ว ซึ่งพระอาจารย์แก้ว ท่านเป็นพระที่มีความรู้ทางไสยศาสตร์ เวทย์มนต์คาถาต่างๆ เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านเป็นอันมาก หลวงพ่อปลอด จึงได้ศึกษาธรรมะ และไสยศาสตร์ต่างๆจากพระอาจารย์แก้วจนชำนาญ ได้จำพรรษากับพระอาจารย์แก้ว เป็นเวลาประมาณ ๑๕ ปี

 

ในสมัยนั้นชาวบ้านนิยมจัดการแข่งเรือขึ้นเป็นประเพณีนิยม วัดจึงเป็นสถานที่สำคัญคือเป็นส่วนกลางในการรวบรวมชาวบ้านและจัดหาเรือแข่งเพื่อไปแข่งกับวัดอื่นๆ วัดแจ้ง จึงเป็นวัดหนึ่งที่มีเรือแข่งแต่ก็ไม่เคยชนะวัดอื่นๆในละแวกนั้น หลวงพ่อปลอดจึงได้รับภาระในการจัดหาเรือมาเพื่อจะชิงชัยให้ได้ โดยต้องรอนแรมออกจากวัดแจ้งมาหาเรือในต่างจังหวัดซึ่งตอนนั้นน่าจะมีอายุประมาณ ๓๕ ปี โดยการเดินทางในครั้งนั้นหลวงพ่อปลอดได้เดินทางมาถึงปากพนัง พักที่วัดบางทองคำ และได้เรือไปแข่งแต่ก็ไม่ชนะตามเคย เลยต้องกลับมาปากพนังอีกครั้ง

ได้มีผู้แนะนำให้ไปหาเรือที่ฉวางซึ่งแถวนั้นมีป่าไม้มากโดยเจ้าอาวาสวัดบางทองคำในขณะนั้นได้ให้จดหมายไปถึงเจ้าอาวาสวัดกะเปียด อ.ฉวางด้วย ซึ่งมีพ่อท่านตุ้น เป็นเจ้าอาวาส โดยหลวงพ่อปลอดได้เดินทางไปทางภูเขาธง กับพักพวกอีกประมาณ ๕ คน แต่ที่กะเปียดไม่มีเรือ หลวงพ่อตุ้นได้แนะนำให้ไปหาที่บ้านนาเขลียง ท่านเลยไปพบกับหลวงพ่อบัว เจ้าอาวาสวัดนาเขลียง ได้เรือชื่อพยอมไป ๑ ลำ (เรือลำนี้ภายหลังท่านได้นำกลับมาที่วัดนาเขลียงหลัง จากมรณะภาพท่านเจ้าคุณพระธรรมปรีชาอุดม เจ้าอาวาสวัดตรณาราม อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ขอเอาไป ซึ่งท่านกับหลวงพ่อปลอดนั้นเป็นสหธรรมิกสนิทสนมกัน)

 

เมื่อได้เรือจากนาเขลียงไปแล้วโดยนำเรือไปทางคลองตาปีหน้าวัดออกไปทางบ้านดอนเลียบฝั่งไปถึงสงขลาเอาเรือพยอมไปแข่งแต่ก็ไม่ชนะอีก ต่อมาได้กลับมาที่นาเขลียงอีกครั้งหนึ่งจึงมีโอกาสได้สนิทสนมกับหลวงพ่อบัว ปทุมสุวรรณโณ เจ้าอาวาสวัดนาเขลียง หลวงพ่อบัว ท่านก็มีความรุ้ทางไสยศาสตร์ วิชาอาคม และความรู้ทางพืชยา สมุนไพร เป็นที่เคารพนับถือของคนในสมัยนั้นมากทีเดียว

หลวงพ่อปลอด จึงได้มาจำพรรษากับหลวงพ่อบัวตามคำชักชวนตลอดมา จนหลวงพ่อบัวมรณะภาพลงเมื่อปีพ.ศ.๒๔๕๑ ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจกันนิมนต์ให้หลวงพ่อปลอดเป็นเจ้าอาวาสวัดนาเขลียงตั้งแต่นั้นมา และได้รู้จักสนิทสนมกับขุนพิปูนเปรมประดิษฐ์ (ท่านนี้จะเป็นผู้อุปัฐากหลวงพ่อปลอด ตลอดมาโดยได้ถวายช้างให้กับหลวงพ่อปลอดเพื่อใช้เป็นพาหนะในยามมีกิจนิมนต์นอกวัด) และหลวงพ่อแดงหรือพระครูรังสรรค์อธิมุตต์ อดีตเจ้าคณะอำเภอฉวาง เจ้าอาวาสวัดหาดสูง

 

หลังจากที่ท่านได้เป็นเจ้าอวาสวัดนาเขลียงแล้วได้ดูแลก่อสร้างเสนาสนะต่างๆภายในวัดขึ้นมากมายแต่บางอย่างได้พังทะลายสูญหายไปกับอุทกภัยในปี ๒๕๓๑ ท่านได้สร้างโรงเรียนขึ้น ๑ หลัง เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ของเด็กในละแวกนั้น (ถูกน้ำพัดพา) สร้างกุฏิทรงไทยใหญ่โตเป็นที่๑ของ อ.ฉวางในสมัยนั้นโดยช่างออกแบบคือท่านปลัดคลิ้ง วัดจันทาราม อ.เมือง นครศรีฯ บัดนี้ทรุดโทรมมากแล้ว รวมถึงถูน้ำพัดพาตอนหน้าไปครึ่งหนึ่ง สร้างอุโบสถ ๑ หลัง ถูกน้ำพัดพาเช่นกันคงเหลือไว้แต่พระประธานให้เห็นอยู่จนถึงปัจจุบัน

อุปนิสัย: หลวงพ่อปลอดปกติจะเป็นคนใจเย็น แต่ถ้าหากมีอารมณ์โกรธแล้วจะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ต้องรอให้หายโกรธเองเสียก่อน มักจะพูดหยอกเล่นเป็นกันเอง กับลูกศิษย์เสมอ ชอบฉันหมากพลูผสมกับขมิ้นอ้อย เป็นประจำไม่ขาด ความรู้ทางเวทย์มนต์ คาถา ท่านได้ร่ำเรียนมาจากพระอาจารย์แก้ว ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เชื่อกันว่าท่านอยู่ยงคงกระพัน

 

เพราะลูกศิษย์สมัยก่อนเล่าว่าถึงเวลาปลงผมแต่ละทีมีดโกนทื่อหมด หากศิษย์โกนให้แต่ไม่พอใจท่านจะจับมีดมาโกนเองด้วยความโมโหแต่จะไม่มีแผลใดๆเกิดขึ้น อีกเรื่องคือโจรผู้ร้ายชุกชุม ชาวบ้านมีเงินทองมักจะนำมาฝากหลวงพ่อไว้เสมอ เขาเล่าว่าโจรเมื่อรู้ว่าหลวงพ่อมีเงินทองมาก จึงคิดจะเข้าไปปล้นแต่พอไปถึงกลับเห็นว่าหลวงพ่อนั่งอยู่โดยมีรูปร่างสูง ใหญ่เท่าเพดานกุฎิก็ขลาดกลัว วิ่งกลับไป, ปลุกเสกว่านยาให้คนกินเวลาแข่งเรือแต่ละที มีกำลังไม่เหน็ดเหนื่อย

เวลารับนิมนต์นอกวัดและบวชนาคแต่ละทีหลวงพ่อมักจะขี่ช้างไปเสมอซึ่งขุนพิปูนฯได้ถวายให้ชื่อว่า “พังตูม” ถือว่าช้างเป็นสัตว์ประจำตัวหลวงพ่อดังปรากฎจนถึงปัจจุบัน ถ้ามีการบนบานหลวงพ่อแล้วประสบความสำเร็จมักจะมีการแก้บน ด้วยการนำช้างจำลองมาถวายเสมอ

 

ในสมัยหลวงพ่อปลอด ชาวบ้านแถวนั้นมักจะได้ชมหนังตะลุง มโนราห์เสมอ เพราะถ้าหากหนังตะลุง มโนราห์คณะใดต้องเดินทางผ่านวัดโดยไม่แวะมาเคารพหรือแสดงถวายก่อนแล้ว จะเกิดเหตุขัดข้องให้ปวดท้องหรืออะไรสักอย่างจนต้องกลับมาแสดงในวัดก่อนทุกครั้ง

ศิษย์ของหลวงพ่อปลอด ที่มีชื่อเสียงจนถึงปัจจุบันก็มี เช่น พระธรรมวราลังการ(กล่อม) อดีตเจ้าอาวาสวัดบุปผาราม กรุงเทพฯ | พระครูธำรงค์วุฒิชัย (ยุ้ง) อดีตเจ้าอาวาสวัดกะเปียด นครศรีธรรมราช | หลวงพ่อพลอย อโนโม อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยโก พิปูน นครศรีธรรมราช

 

มรณกาล: พระอุปัชฌาย์ปลอด ติสฺสโร ได้มรณภาพด้วยโรคลมปัจจุบัน ด้วยเหตุแห่งมีหนังตะลุง (หนังดำวิน) มาแสดงในวัดตะเกียงเกิดดับ หลวงพ่อเลยนำตะเกียงมาซ่อม จนทำให้เกิดลมจับหน้ามืดหมดสติและถึงแก่มรณภาพในคืนนั่น ณ วัดนาเขลียง ในเดือน ๖ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปีเถาะ ตรงกับ พ.ศ.๒๔๘๒ รวมอายุได้ ๗๒ ปี
เก็บสรีระไว้ ๑ ปี และได้ปลงศพในวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง ตรงกับวันอาทิตย์ ที่๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๓

พระอุปัชฌาย์ปลอด ติสฺสโร ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนาเขลียง ตั้งแต่ปี๒๔๕๑-๒๔๘๒ รวมแล้วเป็นเวลา ๓๑ ปี

ประวัติหลวงพ่อปลอด ติสฺสโร วัดนาเขลียง ฉวาง นครศรีธรรมราช

พระอุปัชฌาย์ปลอด วัดนาเขลียง เบญจภาคีเหรียญเมืองนครฯ เป็น ๑ ใน ๕ เหรียญพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าของนครศรีธรรมราชที่ได้รับความนิยมสูง”

หลวงพ่อปลอด ติสฺสโร พ่อท่านปลอด วัดนาเขลียง ประวัติพ่อท่านปลอด ซึ่งท่านเป็นพระที่มีความรู้ทางไสยศาสตร์ หลวงพ่อปลอด เป็นที่พึ่งพาของชาวบ้านเมื่อยามเดือนร้อน เป็นที่เคารพนับถือของชาวนครศรีธรรมราชเป็นอย่างมาก

เพราะชื่อเสียงของท่านกระฉ่อนไปทั้งสี่ทิศกินตำแหน่ง เจ้าคณะปกคลุ่มอำเภอฉวาง ,ช้างกลาง ,ถ้ำพรรณรา ,นาบอน และ ทุ่งใหญ่

ประวัติหลวงพ่อปลอด วัดนาเขลียง

หลวงพ่อปลอด ติสฺสโร วัดนาเขลียง

หลวงพ่อปลอด ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๐ ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ณ บ้านเกาะใหญ่ อ.เมือง จ.สงขลา บิดาชื่อ เปรม มารดาชื่อ เอียด (สมัยนั้นยังไม่มีนามสกุลใช้) มีพี่น้องรวมกัน ๓ คน คือ นางหนู หลวงพ่อปลอดและนายผอมหรือพระผอม (บวชอยู่ ณ วัดบ่อท่อ อ.ระโนด จ.สงขลา)

เมื่อยังเยาว์”หลวงพ่อปลอด”ได้เล่าเรียนหนังสือที่บ้านพ่อตาขุน(พ่อเฒ่าบ้าน ในสมัยนั้น) เมื่ออายุได้ ๒๐ ปี ได้ถูกเกณฑ์ทหารไปรบที่เมืองไทรบุรี เจ้าเมืองแขกเป็นกบฏ พ่อท่านปลอด กลัวจะถูกเกณฑ์ทหารจึงได้หลบขึ้นไปอาศัยกับญาติที่บนภูเขาในท้องที่ ต.เกาะใหญ่

ภายหลังเมื่อต้องการที่จะพ้นความผิด จึงได้ตกลงที่จะบวช ในที่สุดก็ได้บวชเมื่ออายุ ๒๐ ปีนั่นเอง ณ วัดพังตรี มีหลวงพ่อเสน เจ้าอาวาสวัดพังตรีเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อแก้ว เจ้าอาวาสวัดแจ้ง ต.ระวะ อ.ระโนด เป็นพระกรรมวาจาจารย์

พ่อท่านปลอด บวชแล้วได้จำพรรษาอยู่ที่วัดแจ้งกับหลวงพ่อแก้วเป็นเวลาถึง ๑๕ พรรษา ซึ่งหลวงพ่อแก้วเป็นพระที่มีความรู้ทางไสยศาสตร์ เวทย์มนต์ คาถาอาคมต่าง ๆเป็นที่เคารพนับถือของชาว ต.ระวะ ตลอดจนตำบลใกล้เคียงเป็นอันมาก หลวงพ่อปลอดจึงได้ศึกษาธรรมะและวิชาทางไสยศาสตร์ ตลอดจนวิชาการต่าง ๆ จากอาจารย์แก้วจนชำนาญ

แล้วพ่อท่านปลอดได้ออกจากวัดแจ้งเมื่ออายุประมาณ ๓๕ ปี เดินทางมายัง อำเภอปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราช พักอยู่ที่วัดบางทองคำ ซึ่งขณะนั้นมีหลวงพ่อนาคเป็นเจ้าอาวาส เพื่อต้องการนำเรือไปแข่งกับเรือของวัดเนินหนองหงษ์ จ.สงขลา ได้นำเรือไป ๑ ลำ แต่ก็แข่งไม่ชนะ พ่อท่านปลอดเลยเดินทาง กลับไปยัง อ.ปากพนัง อีก ภายหลังต้องการไปหาเรือที่ อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

หลวงพ่อปลอด ติสฺสโร วัดนาเขลียง

หลวงพ่อปลอดจึงได้เดินทางไปยังวัดกะเบียดกับพวกอีก ๕ คน แต่วัดกะเบียดไม่มีเรือ เลยได้ไปพบกับหลวงพ่อบัว เจ้าอาวาสวัดนาเขลียง ได้เรือชื่อพยอมไป ๑ ลำ พาออกเดินทางไปตามคลองแม่น้ำตาปี ออกบ้านดอน จ.สุราษฏร์ธานี เลียบฝั่งไปถึงสงขลา เอาเรือไปแข่งกับวัดเนินหนองหงส์แต่ก็ไม่ชนะอีก

แล้วต่อมาภายหลัง พ่อท่านปลอด ได้เดินทางกลับไปอยู่ วัดนาเขลียงอีกครั้งหนึ่ง ได้รู้จักกับ หมื่นณรงค์ จงจิตร (หรือขุนพิปูนเปรมประดิษฐ์) กำนันตำบลพิปูนและพ่อท่านแดง (พระครูรังสรรค์ อธิมุตต์)เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เมื่ออายุประมาณ ๓๗ ปี ต่อมาประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๑ หลวงพ่อบัว(เจ้าอาวาสในขณะนั้น)ได้มรณภาพลง ชาวบ้านบ้านนาเขลียงจึงได้นิมนต์ หลวงพ่อปลอดให้เป็นเจ้าอาวาสวัดนาเขลียง นับแต่นั้นมา

ประวัติความเป็นมา : บ้านนาเขลียง เมื่อประมาณ ๓๐๐ ปีมาแล้ว มีผู้คนอพยพเพื่อหนีภัยสงคราม และต้องการหาที่ทำกินที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งได้มาพบกับแหล่งๆหนึ่งซึ่งเป็นที่ราบกว้างใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้นาๆชนิด และที่พบมากที่สุดคือต้นเขลียง ชาวบ้านจึงได้เรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านนาเขลียง” เป็นที่ราบสูงสลับเนินดิน ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำตาปีทางทิศตะวันตก มีฝนตกชุกตลอดปี

ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวน ทำนา ทิศเหนือ ติดต่อ ต.กะทูน อ.พิปูน , ทิศใต้ ติดต่อ ต.ไม้เรียง อ.ฉวาง, ทิศตะวันออก ติดต่อ ต.นาแว อ.ฉวาง , ทิศตะวันตก ติดต่อ ต.กะเปียด อ.ฉวาง เป็นที่ราบสูงสลับเนินดิน ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำตาปีทางทิศตะวันตก มีฝนตกชุกตลอดปี ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวน ทำนา โดยภูมิปัญญาบรรพชนรวมกันทำคันนบกั้นน้ำ ผันเข้าสู่แปลงนาเรียกว่า “คันนบคลองเภา” ใช้สืบต่อกันมา

หลวงพ่อปลอด ติสสโร

หลวงพ่อปลอด ติสสโร วัดนาเขลียง มรณภาพด้วยโรคลมปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ. 2482 รวมอายุได้ 72 ปี

วัดนาเขลียง ในสมัยที่หลวงพ่อปลอดเป็นเจ้าอาวาสเป็นยุคที่ชุมชนเจริญ รุ่งเรืองมาก “หลวงพ่อปลอด” ท่าน เป็นพระที่มีความรู้ทางไสยศาสตร์ เวทย์มนต์ คาถาอาคมต่าง ๆ เป็นที่เคารพนับถือของชาวนครศรีธรรมราชเป็นอย่างมากเพราะ “พระอุปัชฌาย์ปลอด วัดนาเขลียง” ชื่อเสียงของท่านกระฉ่อนไปทั้งสี่ทิศกับตำแหน่ง เจ้าคณะปกกลุ่มอำเภอฉวาง ,ช้างกลาง ,ถ้ำพรรณรา ,นาบอน และ ทุ่งใหญ่

ซึ่งในสมัยสงครามเอเชียบูรพา พระเครื่องวัตถุมงคลที่รับจากมือ”พ่อท่านปลอด” ไม่ว่าจะเป็นเครื่องราง ผ้ายันต์ ตะกรุด และเหรียญพ่อท่านปลอด รุ่นแรก ที่สร้างขึ้นมาในปี ๒๔๘๒ จัดเป็นสุดยอดปราถนาของประชาชนทุกชนชั้น สามารถปกป้องคุ้มครอง ผู้ที่พกพาพระเครื่องหลวงพ่อปลอด วัดนาเขลียง ให้แคล้วคลาดอันตรายต่างๆ จนถึงประสบการณ์ด้านคงกระพันมหาอุดที่ให้พบเจอกันบ่อยๆ

….บ้านนาเขลียงได้ประสบภัยเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๑ ทำให้วัดที่เคยเจริญรุ่งเรืองในอดีต กลายเป็นเหมือนวัดร้าง สิ่งปลูกสร้างภายในวัดโดนน้ำซัด เหลือความปาฎิหาริย์ “พระประธาน” ยังคงตั้งตระหง่าน แต่ตัวโบสถ์รอบข้างพังทลาย บ้านเรือนของชาวบ้านก็หายไปกับสายน้ำ ชาวบ้านบางรายที่ดินกลายเป็นลำคลอง

วัดเพ็ญญาติ

หลวงปู่กล่อม วัดเพ็ญญาติ จ.นครศรีธรรมราช

ตอนเป็นสามเณรเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อปลอด วัดนาเขลียง จังหวัดนครศรีธรรมราช สังขารไม่เน่าไม่เปื่อย ก่อนวันมรณะภาพท่านได้สังเสียลูกศิษย์ ว่าร่างของท่านให้นำไปบรรจุที่วัดเพ็ญญาติ จ.นครศรีธรรมราช อันเป็นบ้านเกิดของท่าน และสั่งห้ามมิให้เผา

ท่านสามารถรู้เหตุการณ์ได้ล่วงหน้า นามเดิมชื่อว่า พระธรรมวราลังการ วัดบุพผาราม กทม. หากเพื่อนสมาชิกมีโอกาสไปวัดเพ็ญญาติ ลองไปกราบของพรท่านนะครับ พระปฎิบัติดีและปฎิบัติชอบ มีโอกาสกราบไหว้จะเป็นบุญ ฉายาของท่าน คือ มีเหรียญท่าน พระไม่กัด สาเหตุพระท่านเมตตาสูงมาก ได้รับการยกย่องจากพระเถระหลายท่าน.

ขอบพระคุณเจ้าของภาพ ณ โอกาสนี้ด้วยเพื่อเผยแพร่คุณงามความดีของท่านต่อไป.

เรียบเรียง – tumsrivichai.com