นี่คือ หลักจิตวิทยาที่มิจฉาชีพใช้หลอกจนตกเป็นเหยื่อได้

จิตวิทยาที่มิจฉาชีพใช้ในการหลอกเหยื่อ

มิจฉาชีพนั้นมีการใช้วิธีการหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ จนทำให้เหยื่อเกิดความเสียหายทั้งในโลกออนไลน์ และออฟไลน์ โดยมิจฉาชีพจะใช้จิตวิทยา 2 ข้อ ในการหลอกลวงเหยื่อ ดังนี้

1. การอ้างอำนาจ โดยมิจฉาชีพจะอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมไปถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่เฉพาะ เพราะตำแหน่งที่กล่าวมานั้นมีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับจากสังคม มิจฉาชีพจึงเลือกตำแหน่งเหล่านี้มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และสร้างความหวาดกลัวหากฟังโดยขาดการไตร่ตรองให้ดี

2. สร้างความกดดัน หรือการตอบแทนด้วยรางวัล โดยมิจฉาชีพจะเล่นกับความรู้สึกของผู้ที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อ เช่น การหลอกให้เหยื่อโอนเงินเพื่อจัดการปัญหาบางอย่าง หรือการหลอกเหยื่อว่าได้รับรางวัลที่แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน โดยจะจำกัดเวลาในการตัดสินใจ เพื่อบังคับให้โอนเงิน โดยที่เหยื่อไม่รู้ตัว

และนี่คือ หลักจิตวิทยาที่มิจฉาชีพนั้นใช้จนเหยื่อรู้สึกหวาดกลัวจนตกเป็นเหยื่อได้ สิ่งสำคัญที่จะทำให้เรารอดจากการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพคือ การมีสติรู้ตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมใด ๆ หรือเวลาที่ต้องคุยกับคนแปลกหน้าทั้งในโลกออนไลน์ หรือออฟไลน์ก็ตาม

ที่มา : ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

เตือนภัย มุกใหม่มิจฉาชีพหลอกซื้อบ้าน-ที่ดิน ก่อนล่อเจ้าของที่ทำผิดสัญญา เสียเงินค่าปรับ

เตือนภัย มุกใหม่มิจฉาชีพ หลอกทำสัญญาซื้อขายบ้าน-ที่ดิน วางมัดจำเป็นเงินค่าปรับสูง ก่อนหลอกล่อให้ทำผิดสัญญาจะซื้อจะขาย เพื่อเรียกเงินค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา โดยโทรขอยกเลิกไปโอนที่ดิน แต่เจ้าตัวโผล่ไปสร้างหลักฐานจาก CCTV ใช้เอาผิดคนขายเข้าข่ายผิดสัญญา แนะตรวจสอบประวัติก่อน

จากกรณีกรมที่ดินส่งหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เตือนภัยผู้ขายบ้านและที่ดิน หลังพบมิจฉาชีพขอซื้อบ้านหรือที่ดินโดยวางมัดจำเป็นจำนวนเงินสูง สุดท้ายหาวิธีทำให้ผู้ขายเข้าข่ายผิดสัญญา

วันนี้ (6 ก.ค.2566) กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ PCT5 เตือนกลวิธีมิจฉาชีพ ทำทีขอซื้อที่ก่อนหลอกล่อให้ทำผิดสัญญาซื้อขาย เพื่อเรียกเงินค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา

เริ่มต้นมิจฉาชีพจะทำการขอซื้อบ้านหรือที่ดิน โดยจะวางมัดจำเป็นจำนวนที่สูง โดยระบุวันโอนขายที่ดินกันไว้ แต่ก่อนถึงวันโอนที่ดิน มิจฉาชีพจะโทรศัพท์มาแจ้งผู้จะขายว่า ขอยกเลิกการซื้อขายและยอมให้ยึดเงินมัดจำ เมื่อผู้จะขายส่วนใหญ่จะหลงเชื่อ และไม่ไปสำนักงานที่ดินเพื่อโอนที่ดินตามสัญญา

มิจฉาชีพจะไปสำนักงานที่ดินและนั่งรอตั้งแต่เช้า เพื่อให้กล้องวงจรปิดบันทึกภาพ หรือให้บุคคลทั่วไป และพนักงานที่ดินเห็นเป็นพยาน ส่งผลให้ผู้จะขายเข้าข่ายผิดสัญญาจะซื้อจะขาย และมิจฉาชีพจะเรียกค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนตรวจสอบประวัติเบื้องต้นของผู้ที่มาขอซื้อบ้าน หรือที่ดินของเรา เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ

ภาพประกบ
อ่านข่าวต้นฉบับ