ชีวิตนี้ หากไม่รู้จักปล่อยวางมันลงบ้าง มันก็จะทุกข์อยู่อย่างนี้

คนเราทุกคนล้วนรักความสุขเกลียดความทุกข์กันทั้งนั้น สิ่งที่ทุกคนพยายามทำกันตลอดชีวิตก็คือการวิ่งหาความสุข พยายามหนีจากความทุกข์ เมื่อพบทุกข์ก็พยายามขจัดปัดเป่าออกไป หรือพยายามป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น

แท้จริงแล้ว..ความทุกข์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราหนีไม่พ้น เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ จึงเป็นเรื่องปกติที่ชีวิตของมนุษย์เราทุกคนจะต้องเจอกับความทุกข์

การปล่อยวาง

เมื่อเรารู้ความจริงตามกฎของธรรมชาติเช่นนี้แล้ว ผู้ที่ฉลาดก็จะต้องหาวิธีทำให้ชีวิตนี้มีความทุกข์น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ แต่จะไม่ให้ทุกข์เลยนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะพระพุทธเจ้าตรัสเตือนเราไว้แล้วว่า

“ทุกขา ชาติ ปุนัปปุนัง – การเกิดทุกคราว เป็นทุกข์ร่ำไป”

ทุกข์ที่คาดหวัง ทุกข์ที่อยากมีอยากได้ ทุกข์ที่เกิดจากกามกิเลสทั้งมวล เราต้องรู้จักประมาณตน อะไรที่มันนอกเหนือการควบคุมของเรา มันให้ทุกข์กับเราเสมอ

ให้กำลังใจตัวเอง

ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ทั้งรัก ทั้งชัง ทั้งคาดหวัง ทั้งคนชอบคนเกลียด ทั้งคนชื่นชอบ เยินยอ ดูหมิ่นดูแคลน เหล่านี้ กำลังสอนให้เรารู้จักวาง อย่าหลง อย่าเหลิง เพราะเป็นสิ่งภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้

เมื่อควบคุมไม่ได้ ใจเราต้องรู้จักวางให้เป็น อย่าแบก เพราะเปลี่ยนคนอื่นมันยาก เปลี่ยนตัวเองง่ายกว่า

ชีวิตนี้ หากไม่รู้จักวางมันลงบ้าง มันก็จะทุกข์อยู่อย่างนี้

แชร์เป็นธรรมทาน
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ การให้ธรรมทาน ชนะการให้ทั้งปวง

ป่วยไข้ ใช่ว่าเพราะกรรมเก่าในอดีต

ผู้หญิงคนหนึ่งอายุเพียงยี่สิบปีกว่า เป็นโรคปวดท้องเรื้อรัง ความดันโลหิตสูงเป็นประจำ หมอให้ยาเท่าไรก็ไม่หาย…จนหมอเกือบจะถอดใจแล้ว

วันหนึ่งหมอขอให้คนไข้เล่าชีวิตของเธอให้ฟัง เธอเล่าว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่เล็ก มีพี่สาวสองคนดูแล เวลาที่พูดถึงพี่สาวสองคนนี้เธอมีอาการโกรธมาก เพราะพี่สาวชอบใช้อำนาจกับเธอ บีบบังคับเธอ แถมไม่สนใจใยดีเธอเลย เธอจึงมีความน้อยเนื้อต่ำใจด้วย อาการแสดงออกของเธอทำให้หมอรู้ทันทีว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เธอเจ็บป่วย

ป่วยไข้

หมอจึงแนะนำว่าขอให้เธอให้อภัยพี่สาว เธอไม่พอใจที่หมอแนะนำแบบนี้ แทนที่หมอจะให้ยา กลับโยนภาระมาให้เธอ…นับแต่นั้นเธอก็ไม่มาหาหมออีกเลย หนึ่งปีต่อมา หมอได้รับจดหมายจากคนไข้คนนี้ เธอบอกว่าตอนนี้เธอหายแล้ว เพราะทำตามที่หมอแนะนำ คือ ให้อภัยพี่สาว

กรณีนี้ชี้ให้เห็นชัดว่า ความโกรธทำให้เจ็บป่วยได้โดยไม่จำต้องมีสาเหตุทางกาย คนที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้ อาจโทษว่าสาเหตุที่ปวดหัวปวดท้องเรื้อรังเป็นเพราะกรรมเก่าในอดีต ชาติที่แล้วอาจจะไปฆ่าสัตว์ ทุบหัวปลา บางคนอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ แต่ว่าหลายกรณีอาจไม่ใช่เช่นนั้น ไม่ใช่เพราะกรรมเก่าในอดีตแต่เป็นเพราะกรรมในปัจจุบัน

หมอแนะนำ

การย้ำคิดถึงการกระทำที่ไม่ดีของใครบางคน หรือจมอยู่กับความโกรธเมื่อถูกต่อว่าด่าทอหรือทำร้าย นั่นเป็นผลจากการวางจิตวางใจไม่ถูกต้อง…เมื่อมีคนพูดไม่ดีกับเราแล้วเราโกรธ สมุทัยหรือสาเหตุที่แท้จริงไม่ใช่เพราะคนคนนั้นด่าว่าเรา แต่เป็นเพราะใจของเราที่ไม่รู้จักปล่อยวาง หรือใจที่เป็นลบกับคำพูดเหล่านั้น อันนี้เป็นเรื่องของมโนกรรม เป็นเพราะวางใจไม่ถูก รวมทั้งไม่รู้จักปล่อยวางนี้ก็เป็นกรรมอย่างหนึ่ง กรรมชนิดนี้แหละที่ทำให้ผู้คนมากมายในปัจจุบันล้มป่วย และเพราะกรรมเช่นเดียวกัน ทำให้หายป่วย คือ ให้อภัยหรือปล่อยวาง

ป่วยไข้ ใช่ว่าเพราะกรรมเก่าในอดีต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDCP) ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยการวิจัยว่า ความเจ็บป่วยที่ทำให้คนอเมริกันไปโรงพยาบาล ประมาณ ๒ ใน ๓ เกิดจากความเครียด

นี่เป็นผลของกรรม ความเจ็บป่วยในปัจจุบัน อาตมาเชื่อว่าเป็นเพราะกรรมในปัจจุบันมากกว่ากรรมในอดีต ไม่เกี่ยวกับเจ้ากรรมนายเวรเท่าไร แต่ความเชื่อเรื่องเจ้ากรรมนายเวร พอเกิดขึ้น ก็ทำให้เราแก้ปัญหาผิดจุด เช่น ไปทำบุญ ตัดกรรม ข้อดีก็มี คือ ทำให้ใจสบาย

พระไพศาล วิสาโล

แต่ว่าทำให้เราไม่ได้แก้ปัญหาที่เกิดจากทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง เช่น เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น เจ้าอารมณ์ ขี้โกรธ หลายคนไม่ได้แก้ไขตรงนี้ แต่กลับไปวัดทำบุญ เพื่อหวังจะให้บุญนั้นช่วยลบล้างกรรมในอดีตที่คิดว่าทำให้ป่วย แต่ไม่ได้ปรับตัวปรับใจให้เป็นคนที่รู้จักปล่อยวาง ให้อภัยมากขึ้น หรือว่าปรับพฤติกรรมการบริโภคและใช้ชีวิต จึงไม่หายป่วยเสียที

กราบสาธุ ~ ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล

ไขข้อข้องใจ!! หลายคนทำอะไรต่ออะไรมากมายเพราะอยากได้ความสุข แต่ก็ไม่พบความสุขเสียที

หลายคนทำอะไรต่ออะไรมากมายเพราะอยากได้ความสุข แต่ก็ไม่พบความสุขเสียที ทั้งนี้ก็เพราะมีสิ่งหนึ่งที่เขามองข้ามไป นั่นคือ การดูแลรักษาใจของตน ซึ่งต้องอาศัยการหมั่นมองหมั่นสังเกตจิตใจของตนอยู่เสมอ เป็นเพราะละเลยจิตใจของตน ผู้คนจึงนอกจากหาความสุขไม่พบแล้ว ยังรู้สึกเหินห่างหมางเมินกับใจตน การอยู่คนเดียวจึงเป็นความทุกข์ทรมาน เกิดความรู้สึกเหงาเปล่าเปลี่ยว ทั้ง ๆ ที่มิตรที่ดีที่สุดนั้นพบได้ที่ใจตนเช่นกัน

เมื่อใดก็ตามที่พบว่าความสุขหาได้ที่ใจ และมิตรที่ประเสริฐที่สุดก็คือใจของตน เมื่อนั้นเราก็มีความสุขได้ในทุกหนแห่ง เจออะไรก็ไม่ทุกข์ มีเท่าไรก็ไม่รู้สึกยากไร้ อยู่คนเดียวก็ไม่รู้สึกอ้างว้าง ใครจะมองเราอย่างไรใจก็ไม่หวั่นไหว สูญเสียเท่าใดใจก็ไม่เสียศูนย์ ภาวะเช่นนี้ย่อมประเสริฐกว่าชีวิตที่ร่ำรวยมั่งคั่ง มียศศักดิ์อัครฐาน ชื่อเสียงขจรไกล แต่ข้างในกลับไร้สุข ไม่รู้สึกพอในสิ่งที่ได้มา หวั่นไหวเพราะกลัวสูญเสีย และหงอยเหงาอ้างว้างเพราะไร้เพื่อนแท้

ความสุข

น้อยคนตระหนักว่า มีความสุขอีกชนิดหนึ่งที่ประเสริฐกว่า ขณะที่ความสุขประเภทแรกต้องอาศัยการเสพ ความสุขประเภทหลังเกิดจากการกระทำ เช่น การทำความดี เอื้อเฟื้อผู้อื่น หรือเกื้อกูลส่วนรวม รวมทั้งการทำสิ่งยากให้สำเร็จด้วยความเพียรของตน ความสุขประเภทนี้เป็นความสุขทางใจ ทำให้จิตใจเกิดปีติ แช่มชื่นเบิกบานหรือเกิดความภาคภูมิใจ ระลึกนึกถึงเมื่อใด ก็มีความสุขเมื่อนั้น แม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายปีก็ตาม

ความปีติ แช่มชื่นเบิกบาน หรือความภาคภูมิใจ แม้ไม่หวือหวาเท่ากับความสนุกตื่นเต้นจากการเสพ แต่ประณีต ลุ่มลึกและช่วยเติมเต็มจิตใจ ทำให้สัมผัสได้ถึงคุณค่าและความหมายของชีวิต อีกทั้งยังเป็นสะพานไปสู่ความสงบเย็นในจิตใจ อันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้คนโหยหาในส่วนลึกของจิตใจ

 พระไพศาล วิสาโล

การได้ครอบครองโภคทรัพย์แม้ให้ความสุขใจแก่เราอย่างรวดเร็ว แต่ก็จางหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน อีกทั้งยังตามมาด้วยความทุกข์ เพราะมันกลายเป็นภาระที่ต้องแบก สิ่งที่ยั่งยืนคงทนกว่าคือความสุขจากการทำความดี รวมทั้งความสงบที่เกิดจากการฝึกจิต ความสุขดังกล่าวไม่เพียงหล่อเลี้ยงใจให้เบิกบาน มีพลังในการทำงาน ยังช่วยให้เราเผชิญกับความผันผวนปรวนแปรในชีวิตโดยไม่จมดิ่งในทุกข์

นอกจากเติมอาหารให้กาย หาทรัพย์มาใส่บ้านแล้ว การเติมสุขให้ใจด้วยการทำความดี ช่วยให้ผู้อื่นมีความสุขและฝึกจิตอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่มิอาจละเลยได้

หากหวังความสุขจากทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง เกียรติยศ ความสำเร็จ ก็ไม่มีวันพบสุขอย่างแท้จริง แม้แวดล้อมด้วยบริษัทบริวารที่สนองและปรนเปรอทุกสิ่งสรรพ อยู่ในคฤหาสน์อันโอฬาร หรือสถานที่อันงามวิจิตร ก็ยากที่จะพึงพอใจในชีวิตได้ เพราะสุขที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ข้างนอก แต่อยู่ในใจเราต่างหาก

แชร์เป็นธรรมทาน

ใจที่มองเป็น เห็นถูก มีเมตตา เข้าใจความจริงของชีวิต และรู้จักปล่อยวาง คือใจที่เปี่ยมสุข สุขจึงมิใช่สิ่งที่ต้องดิ้นรนแสวงหาจากที่ใด หากวางใจให้เป็น ก็พบสุขได้ทันที ดังนั้นแทนที่จะมองออกไปนอกตัว ควรหันกลับมาที่ใจของตน ปรับจิตรักษาใจให้ดี ก็จะพบความสุข ดังพระพุทธองค์ได้ตรัสว่า “จิตที่ฝึกไว้ดีแล้วนำสุขมาให้”

ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล