Tag: พระโมคคัลลานะ

  • เจ้ากรรมนายเวร ของพระโมคคัลลานะ

    เจ้ากรรมนายเวร ของพระโมคคัลลานะ

    ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเรื่องเจ้ากรรมนายเวรในสมัยพุทธกาล เป็นเรื่องของพระโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้าย ซึ่งเป็นธรรมเสนาบดีของพระพุทธเจ้า พระโมคคัลลานะนั้นได้รับการยกย่องว่าเป็น เอตทัคคะในด้านมีฤทธิ์มาก นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ที่มีความสามารถในการก่อสร้างเป็นอย่างมาก โดยท่านได้รับมอบหมายจากพระพุทธองค์ให้เป็นผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้างวัด “บุพพาราม” ซึ่งนางวิสาขามหาอุบาสิกาบริจาคทรัพย์จำนวนมากถวายให้ ณ เมืองสาวัตถี แต่ใครจะทราบบ้างว่า ตัวท่านเองนั้นมีเจ้ากรรมนายเวรที่ท่านต้องรับผลของกรรมนั้นเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ มูลเหตุเรื่องกรรมเก่าของท่านเกิดขึ้นเมื่อ พระพุทธองค์มีรับสั่งให้พระโมคคัลลานะไปอบรมสั่งสอนนักบวชนอกศาสนาให้ลดความดื้อดึงและการยึดมั่นถือมั่นในลัทธิอันไร้ประโยชน์ที่พวกเขาเหล่านั้นให้ความนับถืออยู่เสีย เพราะว่าจะทำให้เสียเวลาและชีวิตเกิดความสูญเปล่าไปโดยใช่เหตุ จ้าวลัทธิเหล่านั้นก็อยากลองวิชากับพระโมคคัลลานะที่เดินทางมาโปรด จึงทำการปล่อยพญานาคมาทำร้ายหวังจะเอาชีวิต พระโมคคัลลานะได้ตั้งจิตภาวนาสวดมนต์แผ่ส่วนกุศลให้พญานาคเพื่อคลายความเกรี้ยวกราดลง และในที่สุดก็ทำให้พญานาคสงบจิตลงได้ นักบวชที่หลงผิดและเกรงในอำนาจของพระโมคคัลลานะบางกลุ่มก็สำนึกได้ และหันกลับมาฟังธรรมของพระพุทธองค์จนบรรลุเป็นพระโสดาบันหันมาบวชในพระพุทธศาสนา เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อ เศรษฐีผู้หนึ่งเป็นชาวเมืองราชคฤห์ แห่งแคว้นมคธ เกิดอยากจะเห็นพระอรหันต์ที่แท้จริง จึงต้องการทดสอบเพื่อค้นหาพระอรหันต์ที่แท้ จึงสั่งให้ช่างกลึงไม้จันทน์แดงทำเป็นบาตรแล้วแขวนไว้ในที่สูงเกินกว่าจะมีใครเอื้อมถึงได้ ผู้ใดที่เป็นอรหันต์จริงก็จงเหาะมาเอาบาตรนั้นไปแล้วตนจึงจะให้การยอมรับว่าพระอรหันต์นั้นมีอยู่จริง ในเมืองราชคฤห์นั้นเป็นเมืองใหญ่ที่มีความเจริญสูง มีจ้าวลัทธิหลายสำนักที่ต่างก็โอ้อวดตนเองว่าเป็นอรหันต์ แต่เมื่อให้ลองมาพิสูจน์ก็ไม่มีผู้ใดสามารถจะนำบาตรลงมาได้ หลายวันผ่านไปก็ไม่มีใครเหาะขึ้นไปเอาบาตรได้เสียทีจนผู้คนในเมืองต่างพากันเชื่อว่าในโลกนี้คงจะไม่มีพระอรหันต์อยู่จริงเป็นแน่แท้ ในขณะนั้นพระโมคคัลลานะ กับ พระปิณโฑลภารทวาชะ กำลังยืนห่มจีวรเพื่อที่จะเข้าไปบิณฑบาตในเมืองได้ยินชาวบ้านกล่าวถึงเรื่องการพิสูจน์การมีอยู่ของพระอรหันต์ว่ามีจริงหรือไม่ ทั้งสองท่านเห็นว่าควรจะประกาศให้ประชาชนรู้ว่า พระอรหันต์มีอยู่จริงเพื่อเป็นการลดทิฐิมานะของเหล่าชาวเมืองลง พระโมคคัลลานะแม้จะมีฤทธิ์มากกว่าใครแต่ก็เป็นผู้ใจกว้างเปิดโอกาสให้พระปิณโฑลภารทวาชะได้แสดงปาฏิหาริย์เหาะขึ้นไปนำบาตรลงมา ซึ่งพระปิณโฑลภารทวาชะก็สำแดงฤทธิ์ให้ชาวบ้านทั้งหลายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตารวมไปถึง เศรษฐีต้นตอของเรื่องด้วย ทำให้ชาวเมืองทั้งหมดได้ลดทิฐิมานะทั้งหลายลงพากันเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาโดยทั้งสิ้น การเปิดโอกาสให้พระผู้อ่อนพรรษากว่าอย่างพระปิณโฑลภารทวาชะ ให้เป็นผู้แสดงฤทธิ์แทนตนเองนั้นเป็นความต้องการของพระโมคคัลลานะโดยมีจุดประสงค์ต้องการยกย่องความรู้ความสามารถของพระพุทธสาวกอื่นๆให้ปรากฏบ้างนั่นเอง ด้วยเหตุที่พระปิณโฑลภารทวารชะ ได้เหาะขึ้นไปเอาบาตรนี่เองทำให้พระพุทธองค์ต้องทรงบัญญัติให้มีกฎ “ห้าม” พระอรหันต์แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้กับเหล่าคฤหัสถ์ทั้งหลายชมเป็นอันขาดเพราะเกรงว่า คนทั้งหลายจะเข้าใจผิดเรื่องการมีอิทธิวิธีหรือการแสดงปาฏิหาริย์ต่าง ๆนั้นหมายถึงการสำเร็จถึงความเป็นพระอรหันต์ ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้น อิทธิวิธีทั้งหลายไม่ว่าการเหาะเหินเดินอากาศ,…

  • ประวัติ พระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกผู้เป็นเลิศในทางฤทธิ์

    ประวัติ พระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกผู้เป็นเลิศในทางฤทธิ์

    พระมหาโมคคัลลานะ มีชื่อเดิมว่า โกลิตะ เป็นบุตรพราหมณ์ท้ายบ้านผู้หนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากกรุงราชคฤห์ โกลิตมาณพเป็นเพื่อนสนิทกับอุปติสสมาณพ หรือ พระสารีบุตร ทั้งสองคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เป็นบุตรแห่งสกุลผู้มั่งคั่งเหมือนกัน เบื่อชีวิตการครองเรือนที่วุ่นวาย จึงพาบริวารไปขอบวชอยู่ในสำนักสัญชัยปริพพาชก เรียนลัทธิของสัญชัยได้หมด จนได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยสอนหมู่ศิษย์ต่อไป ทั้งสองมาณพยังไม่พอใจในคำสอนของสัญชัยปริพาชก เพราะไม่ใช่แนวทางที่ตนต้องการ จึงตกลงกันที่จะแสวงหาอาจารย์ที่สามารถชี้แนะแนวทางที่ดีกว่านี้ หากใครได้โมกขธรรม ก็ขอให้บอกแก่อีกฝ่ายหนึ่ง ได้ดวงตาเห็นธรรมและอุปสมบทเป็นภิกษุ เมื่ออุปติสสมาณพได้ไปพบพระอัสสชิในกรุงราชคฤห์ ได้ฟัง “พระคาถาเย ธัมมา” จากพระอัสสชิ ทำให้ได้ดวงตาเห็นธรรม คือ บรรลุโสดาบัน อุปติสสมาณพได้นำคำสอนของพระอัสสชิไปแจ้งให้โกลิตมาณพทราบ โกลิตมาณพก็ได้ดวงตาเห็นธรรมเช่นดียวกัน ทั้งสองมาณพได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่วัดเวฬุวนาราม และได้ทูลขออุปสมบทต่อพระพุทธเจ้า พระองค์ก็ได้ทรงอนุญาตให้อุปสมบทเป็นภิกษุ โกลิตมาณพซึ่งอุปสมบทเป็นพระมหาโมคคัลลานะ บำเพ็ญความเพียงได้ 7 วัน ก็สำเร็จพระอรหันต์ ส่วนอุปติสสมาณพ ซึ่งอุปสมบทเป็นพระสารีบุตร อุปสมบทได้กึ่งเดือน จึงสำเร็จพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงอุบายแก้ง่วงแก่พระโมคคัลลานะ พระมหาโมคคัลลานะเมื่ออุปสมบทแล้วไปทำความเพียรอยู่ที่บ้านกัลลวาลมุตตคาม ถูกนิวรณ์ คือ ถีนมิทธะ ได้แก่ ความหดหู่ซึมเซาเข้าครอบงำ มีอาการนั่งโงกง่วง พระบรมศาสดาได้เสด็จไปสอนอุบายสำหรับระงับความโงกง่วงแก่พระมหาโมคคัลลานะ พระมหาโมคคัลลานะสามารถกำจัดถีนมิทธะ ความหดหู่ซึมเซาได้ พิจารณาธรรมทั้งปวงด้วยปัญญา สำเร็จเป็นพระอรหันต์…