Tag: ขันธ์ห้า

  • อย่าประมาท สะสมบุญก่อนขันธ์ห้าจะแตกดับ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)

    อย่าประมาท สะสมบุญก่อนขันธ์ห้าจะแตกดับ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)

    “อย่าประมาทเพราะขันธ์ห้านี้ถึงแม้บุญกุศลมันจะตกแต่งให้ มันก็ไม่เที่ยง เพราะบุญกุศลที่ตกแต่งขันธ์ห้านั้นก็ไม่เที่ยงดังนั้นขันธ์ห้านี้จึงไม่เที่ยง ต้องให้ทำความรู้ ทำความเข้าใจอย่างนี้ ในระยะที่บุญกุศลยังรักษาขันธ์ห้านี้ให้มีกำลังวังชาอยู่แล้วก็ต้องรีบเร่งสั่งสมบุญกุศลให้เกิดมีในตนเสียให้เต็มที่ก่อนที่ขันธ์ห้ามันจะแตกดับทำลายไป หากผู้มีปัญญาย่อมหาอุบายเตือนใจของตนไม่ให้ประมาทอยู่อย่างนี้ เตือนใจว่า มัจจุราช คือ ความตาย นั่นน่ะเป็นภัยอันใหญ่ยิ่งต่อชีวิตนี้ เพราะใครๆ เกิดมาแล้วก็ไม่อยากตาย อยากมีอายุอยู่ยั่งยืนนานตลอดไป แต่เมื่อความตายมาถึงเข้าแล้วก็ย่อมเสียอกเสียใจ ย่อมสะดุ้งหวาดกลัวต่อความตายด้วย ทั้งไม่อยากตายด้วย นี่ล่ะที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า มรณมฺ ปิทกฺขํ ความตายก็เป็นทุกข์ เว้นเสียแต่ผู้รู้แจ้งในขันธ์ห้าตามเป็นจริง ท่านละความยึดมั่นถือมั่นด้วยอำนาจแห่งความรักความชังความหลงความเมาดังกล่าวมาแล้วนั้นได้เสียโดยประการทั้งปวง แต่เมื่อบุญกุศลที่ท่านบำเพ็ญมาแต่ชาติก่อนยังมีอยู่ท่านก็ยังไม่นิพพานก่อน อาศัยบุญเก่านั่นล่ะรักษาชีวิตนี้ไว้ ท่านก็ได้บำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นไป เมื่อบุญเก่าหมดลงเมื่อใดแล้วท่านก็ดับขันธ์เข้าสู่นิพพานไป นั่นแหละผู้ที่พ้นทุกข์พ้นภัยในสงสารนี่ล่ะปรากฏว่ามีแต่ผู้มาเกิดอาศัยขันธ์ห้าอันเป็นมนุษย์นี่ล่ะทั้งนั้นเลย ขันธ์ห้าเป็นเทวดาก็มีแต่ว่าส่วนใหญ่เป็นมนุษย์นี่แหละ ดังนั้นนะอย่าไปปล่อยให้ขันธ์ห้านี้มันทรุดโทรมแตกดับไปเสียเปล่าๆ เราได้ที่อยู่ที่อาศัยสร้างบุญสร้างบารมีแล้วเป็นอย่างดี อย่าใช้ขันธ์ห้านี้ไปทำบาป ผู้ใดอยู่ในเพศใดภูมิใดก็รักษาข้อวัตรปฏิบัติของตนอยู่ในเพศนั้นภูมินั้นให้ได้” โอวาทธรรมหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ขออนุโมทนาบุญกับญาติธรรมผู้ใฝ่ในบุญ ใฝ่ในกุศลทุกๆท่าน ทุกๆคน สาธุๆๆ

  • ธรรมชาติของขันธ์ห้า กับ จิต เขาแยกกันอยู่แล้ว

    ธรรมชาติของขันธ์ห้า กับ จิต เขาแยกกันอยู่แล้ว

    ธรรมชาติของขันธ์ห้า กับ จิต เขาแยกกันอยู่แล้ว โดยขันธ์นั้นเขาทำหน้าที่อยู่อย่างอิสระ ถ้าไม่มีจิตมาอาศัยขันธ์อยู่ อาการและสภาวะทั้งหมดของขันธ์ก็จะไม่มี ตัวจิตนั้นเขาไม่มีอาการ ไม่มีกิริยาและไม่มีสภาวะอะไรเลย เพราะตัวจิตเขาคือ “ผู้ไม่มี” และตัวจิตก็ไม่ใช่จิต เป็นอะไรที่เราไมเห็นหรือหมายอะไรเขาได้ จะไปกำหนดรู้อาการของเขา พึงกำหนดที่จิตว่าเขาคือผู้ไม่มี ที่เรากำลังเห็นว่าเขาทำงานบางครั้งเขารู้ บางครั้งเขาไม่รู้ บางครั้งก็มีสติทัน บางครั้งก็ลังเลสงสัย บางครั้งก็เข้าใจ บางครั้งก็ไม่เข้าใจ นั่นเราจงรู้เถิดว่าเรากำลังเห็นขันธ์ทำงานอยู่ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของๆ เรา ตั้งอยู่ในความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน เป็นเพียงธรรมชาติหนึ่งเรียกว่าขันธ์ห้า อย่าไปบังคับให้เขาให้เป็นอะไรได้ เพราะเขาคือธรรมชาติ เราต้องตั้งฐานของความไม่มีไว้ นั่นคือเราที่เรียกว่าจิต ฉะนั้นอย่าได้หวั่นไหวกับสิ่งที่มีทั้งหมด จงปล่อยให้เขาทำงานไปแบบปกติ เราจงอาศัยขันธ์ตัวสุดท้ายคือ วิญญาณขันธ์ แค่รู้อย่างเดียวแต่อย่าได้เข้าไปแทรกแซงหรือให้ความหมายกับสิ่งที่ถูกรู้ที่เป็นสภาวะและกริยาอาการทั้งหมด เหลือไว้แค่สักแต่ว่ารู้ เขาจะทำงานอย่างไรก็ช่าง เพราะสิ่งนั้นเป็นเพียงแค่มายามาหลอกเรา เป็นของชั่วคราวที่จะต้องเสื่อม และดับไปพร้อมกับรูปคือธาตุทั้งสี่อย่างแน่นอน นี่คือความจริง จงรู้จักอดีตของเขา ปัจจุบันของเขา และอนาคตของเขา จุดจบก็กลับไปสู่ความไม่มี เหมือนอดีตที่เขาเคยไม่มีมา แล้วเราจะไปแก้ไข หรือไปยึดมั่นถือมั่นให้เสียเวลาทำไม ไม่มีประโยชน์ ทั้งเสียเวลาเปล่า จะทำขันธ์มีภาระมากขึ้น เพิ่มทุกข์ให้กับขันธ์อีก…