รวบ “ไอ้หัวมัน” หัวโจกในทีมยิงถล่มบ้านเด็กหญิง14 ตร.เร่งล่า “ไอ้หมูเถื่อน”

7556
views
ไอ้หัวมัน

นครศรีธรรมราช – นายวัฒนา “ไอ้หัวมัน” หัวโจกยิงถล่มบ้านเด็กหญิงวัย 14 ปี ตำรวจเร่งล่า “ไอ้หมูเถื่อน” รายสุดท้าย

….. ตามอีก 1 “ไอ้หัวมัน” สมาชิกในทีมยิงถล่มบ้านคู่อริที่เมืองคอน ทำให้เด็กหญิง 14 ปีถูกยิงตาย โดยถูก จนท.ล้อมกดดันจนมอบตัวหวิดจับตาย สารภาพเสียใจไม่รู้ว่ายิงพลาดไปถูกเด็ก

กรณี 5 คนร้าย ใช้อาวุธปืน 4 กระบอกบุกยิงถล่มบ้านในพื้นที่หมู่ 11 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อหมายสังหารนายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 40 ปี เจ้าของบ้านแต่ไม่อยู่บ้าน ทำให้พลาดกระสุนเจาะศีรษะ ด.ญ.ศศิประภา ยี่สุ่นแซม อายุ 14 ปีเสียชีวิต และเฉียดหน้าท้อง ด.ช.ภัทรพงศ์ บุหงอ อายุ 4 ขวบเจ็บเล็กน้อย เมื่อค่ำวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 5 รายในเวลาต่อมา

ไอ้หัวมัน

ทางตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้สนธิกำลังตำรวจสืบสวน สภ.เมือง, ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช, ตำรวจสืบสวนภาค 8 และตำรวจกองปราบปราม ระดมตำรวจติดตามไล่ล่าจับกุมคนร้ายมาได้ก่อนหน้านี้ 3 ราย คือ นายอนุศักดิ์ หรือแปะเท่งหรือเท่ แดงเดช อายุ 27 ปี นายวัชระ หรือบังและห์ วรรณมาศ อายุ 26 ปี และนายขุนพลหรือเมย์ เงินเลี่ยม อายุ 25 ปี

และยังหลบหนีอีก 2 ราย คือ นายวัฒนา อนันทขาล หรือหัวมัน อายุ 28 ปี และนายวิศณุ นาคคง หรือเถื่อน อายุ 27 ปี อยู่ระหว่างการติดตามไล่ล่า โดยสาเหตุมาจากเรื่องที่นายอนุศักดิ์หรือเท่หรือแปะเท่ง แค้นที่ถูกนายวิชัย เจ้าของบ้านเตะหน้าเพราะไปเทน้ำหวานที่นายวิชัยกำลังนั่งกินอยู่ไปให้หมากิน ทำให้นายอนุศักดิ์ แค้นไปชวนพวกรวม 5 คนยิงถล่มดังกล่าว

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 15 พ.ย. พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้สืบทราบว่านายวัฒนา 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ ยังคงกบดานหลบซ่อนตัวในป่าแห่งหนึ่งภายในหมู่บ้าน หมู่ 8 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

โดยจะมีพรรคพวกสมุนและญาติๆ คอยส่งข้าวส่งน้ำให้ตลอดเวลา จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจ นปพ.จำนวนหนึ่ง ร่วมกับตำรวจสืบสวนสภ.เมืองและตำรวจสืบสวนภาค8 ตำรวจกองปราบปราม นำกำลังไปปิดล้อมบริเวณป่าละเมาะดังกล่าวอยู่นานเกือบ 1 ชั่วโมง

ไอ้หัวมัน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อให้ญาติเข้าไปเจรจาให้นายวัฒนาหรือหัวมันเข้ามอบตัวกับจนท.จะดีกว่า ในที่สุดนายวัฒนาหรือหัวมัน ยอมมอบตัวและยอมมอบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอกพร้อมกระสุน 9 มม.จำนวน 16 นัด ให้ญาติถือออกมาก่อนแล้วนายวัฒนาหรือหัวมัน

เดินออกจากป่าละเมาะเข้ามอบตัวกับตำรวจ ก่อนคุมตัวไปให้ พล.ต.ต.สนธิชัย ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช สอบสวนปากคำในเบื้องต้นก่อน นำตัวไปที่ บก.ภ.นครศรีธรรมราช เพื่อ พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบช.ภ.8 มาสอบสวนปากคำผู้ต้องหา ก่อนจะแถลงการจับกุม

ต่อมาเวลา 09.00 น. นายวัฒนา หรือหัวมัน ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า คืนเกิดเหตุตนและพวกรวม 4 คนได้นั่งเสพยาเสพติดชนิดซอแลมในหมู่บ้านจนเมามาย และมีนายอนุศักดิ์ มาชวนให้ตนไปบ้านพักของนายวิชัย ยี่สุ่นแซม เพื่อคุยเจรจาตกลงกันหลังเกิดเหตุการณ์ นายวิชัยกระโดดเตะหน้านายอนุศักดิ์หรือเท่ ในเย็นวันเกิดเหตุ โดยพวกตนทั้ง 4 ได้พากันนั่งรถยนต์เก๋งสี่ขาว ยี่ห้อโตโยต้ายาริส ไปที่บ้านนายวิชัย

โดยมีนายวัชระหรือบังและห์ ขี่รถจยย.นำทางไปชี้เป้าบ้านของนายวิชัย โดยพาอาวุธปืนไปจำนวน 4 กระบอก มีอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก อาวุธปืนสั้น 9 มม.จำนวน 3 กระบอกเพื่อจะไปยิงบ้านของนายวิชัย เพื่อข่มขู่เท่านั้น และต้องการให้นายวิชัยขอโทษนายอนุศักดิ์ และจะให้นายอนุศักดิ์ เตะหน้านายวิชัยกลับ เพื่อล้างแค้นเท่านั้น

ไอ้หัวมัน

นายวัฒนา กล่าวว่า ปรากฏว่าเมื่อตนและพวกไปถึงบ้านนายวิชัย ตะโกนเรียกนายวิชัยไม่มีใครเปิดประตูออกมาทำให้พวกตนโมโห ใช้อาวุธปืนทั้ง 4 กระบอกยิงถล่มใส่บ้านพักของนายวิชัยหลายสิบนัดจนพรุนเพื่อข่มขู่ แต่ไม่นึกว่าการยิงถล่มบ้านของนายวิชัยในคืนนั้น จะพลาดไปถูก ด.ญ.วัย 14 ปีเสียชีวิต และด.ช.วัย 4 ขวบเจ็บเล็กน้อยดังกล่าว

ตนต้องขอโทษและขอแสดงความเสียใจต่อญาติๆ ของเด็กๆ ด้วยจริงๆ ตนรู้สึกผิดมากที่ยิงพลาดไปถูกเด็กจนตายและเจ็บ ตนไม่รู้จริงๆ และขอยอมรับผิดพร้อมจะติดต่อให้เพื่อนร่วมแก๊งที่เหลืออีก 1 คน คือนายวิศณุหรือเถื่อน นาคคง ที่ยังหลบอยู่มามอบตัวกับตำรวจให้ได้โดยเร็วต่อไป

ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สำหรับประวัตินายวัฒนา หรือหัวมัน ผู้ต้องหารายนี้ มีประวัติเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดหลายคดีและมีคดีพยายามฆ่าในปี 2561 ซึ่งผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการหลบหนีการประกันตัวคดีพยายามฆ่าและไม่ไปฟังคำพิพากษาจนถูกศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชออกหมายจับ จนมาก่อคดีโหดดังกล่าว ส่วนผู้ต้องหาที่ยังเหลืออีก 1 คน คือ นายวิศณุ ทางตำรวจกำลังเร่งไล่ล่าเต็มที่คาดได้ตัวเร็วๆ นี้.

ดูต้นฉบับ

📌
SHARE