10 สิ่งมหัศจรรย์ Unseen สุราษฎร์ธานี

2101
views
Unseen สุราษฎร์ธานี

จังหวัดสุราษฎร์ธานี มักจะเรียกกันด้วยชื่อสั้น ๆ ว่า สุราษฎร์ฯ ใช้อักษรย่อ สฎ เป็นจังหวัดในภาคใต้ตอนบน มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ และเป็นอันดับ 6 ของประเทศไทย และมีประชากรหนาแน่นอันดับ 59 ของประเทศ

นับเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีหลักฐานทั้งประวัติศาสตร์และโบราณคดีเก่าแก่ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวและอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง มาชม “10 สิ่งมหัศจรรย์ อันซีน สุราษฎร์ธานี”

บ่อน้ำผุด บ้านนํ้าดํา

อันดับ 10 “บ่อน้ำผุด บ้านนํ้าดํา”

เป็นแหล่งน้ำสะอาดใต้ดินที่ผุดออกมาจากช่องหินหลายตำแหน่ง ไหลมาขังรวมในแอ่งพรุมาตั้งแต่ไหนแต่ไร อาณาบริเวณโดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ แมลงปอ ผีเสื้อ พืชพันธุ์ของป่าพรุ อาทิ หลุมพี หวาย คล้าน้ำ เป็นต้น

ปัจจุบันได้จัดสรรงบมาพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ปิกนิก พักผ่อน เล่นน้ำ อันซีนแห่งใหม่ของบ้านน้ำดำ ตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ ซึ่งอาจจะยังไม่ได้รับความสะดวกเรื่องที่จอดรถยนต์พร้อมกันหลายๆคันและป้ายโลหะชี้บอกทิศทางชัดเจน

จึงโปรดช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดของสถานที่ ทิ้งขยะลงในถุงขยะที่กำหนดไว้ เพื่อจะได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ธรรมชาติไว้อย่างยั่งยืน และน่ารื่นรมย์แก่บรรดานักท่องเที่ยวต่างถิ่น

เนินทราย เหมืองแกะ

อันดับ 9 “เนินทราย เหมืองแกะ”

เกิดจากการร่องรอยทับถมของดินทรายจากกรรมวิธีดูดล้างแยกขี้ทรายตอนยุคเฟื่องฟูการทำเหมืองแร่ดีบุกบริเวณอำเภอบ้านนาสารในสมัยก่อนนู้น กลายเป็นเนินทรายสีเหลืองนวล เนื้อละเอียดนุ่มคล้ายหาดทรายริมทะเล ขนาดกว้าง-ยาวโดยประมาณ 500-600 เมตร สูงไม่ต่ำกว่าตึก 5-6 ชั้น

ใกล้ๆกันมีหลุมลึกขนาดใหญ่น้ำขังในแอ่งสีฟ้าเทอร์คอยซ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้มีการผุกร่อนชะล้างจากอิทธิพลของน้ำฝนลมฟ้าอากาศ ทำให้มองเป็นปฏิมากรรมสวยงามแปลกตา

โดยเฉพาะได้ขึ้นมาชมพระอาทิตย์พร้อมหมอกยามเช้าตรู่หรือบรรยากาศยามเย็น ซึ่งสภาพอากาศไม่ร้อนจนเกินไป สามารถมองเห็นทิวเขารอบเมืองบ้านนาสารสุดลูกหูลูกตาอย่างน่ารื่นรมย์ใจ

บัวผุดผืนป่า เขาสก

อันดับ 8 “บัวผุดผืนป่า เขาสก”

ดอกไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เชิดชูยกย่องจนรู้จักไปทั่วโลก แท้จริงแล้ว “ดอกบัวผุด” นั้นเป็นเพียงกาฝากชนิดหนึ่งถือกำเนิดอาศัยน้ำเลี้ยงแร่ธาตุจากพืชจำพวกเครือเขาน้ำหรือย่านไก่ต้มตามป่าเขาในธรรมชาติเท่านั้น

ลักษณะดอกเดี่ยวกลมๆคล้ายหัวกระหล่ำปลีขนาดใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 70-80 เซนติเมตร และในอินโดนีเซียเคยมีรายงานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ถึง 100 เซนติเมตร โดยน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ใช้เวลาถึง 9 เดือนกว่าจะบาน บานเพียงแค่ 5-7 วันก็เหี่ยวดำและเน่าไป

พบการกระจายพันธุ์แหล่งทางภาคใต้ของไทย พบตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และสุราษฎร์ธานี เช่นที่อุทยานแห่งชาติเขาสก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎ์ธานี, อุทยานแห่งชาติห้วยยาง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และป่าดิบในรัฐกลันตันและเประในประเทศมาเลเซีย

รองเท้านารีเหลืองตรัง เขาหัวใจ

อันดับ 7 “รองเท้านารีเหลืองตรัง เขาหัวใจ”

บริเวณเทือกเขารูปหัวใจที่มองเห็นขณะเดินข้ามสะพานแขวนคลองพะแสง บ้านเขาเทพพิทักษ์(เขาพัง) อำเภอบ้านตาขุนนั้น มีพันธุ์สัตว์ป่าและพืชแปลกหายากซ่อนอยู่จำนวนมากเช่นกัน อาทิ รองเท้านารีเหลืองตรัง ที่ขึ้นอยู่บนยอดเขาหินปูนริมขอบหน้าผาในสภาพธรรมชาติ

ซึ่งต้องเดินฝ่าป่าดิบชื้น ปีนไต่ขึ้นเขาแง่งหินแหลมคมสู่ยอดสูงสุด แล้วมองลงมาเห็นวิวพาโนรามาของเขื่อนรัชชประภา(เขื่อนเชี่ยวหลาน)แบบเบิร์ดอายวิว สามารถติดต่อนัดล่วงหน้ากับชาวบ้านแถวนั้นให้ช่วยหาคนนำทางพาขึ้นชมได้อย่างปลอดภัย จะแบบวันเดย์ทริปหรือแค้มป์ปิ้งค้างคืนกันก็ได้

รอยพระพุทธบาท คลองพนม

อันดับ 6 “รอยพระพุทธบาท คลองพนม”

น่าจะเกิดจากปรากฎการณ์ธรรมชาติของหินงอกบริเวณเพิงถ้ำยาวเขาพรุชิงในเขตอุทยานแห่งชาติคลองพนม อำเภอพนม ซึ่งคงต้องใช้เวลาก่อตัวกันหลายล้านปี

อาจเริ่มตั้งแต่ยุคสร้างโลกกันเลยทีเดียว มีการทยอยแข็งตัวของน้ำผสมแร่ธาตุแคลเซียมที่ถูกละลายไหลลงมาจากภูเขาหินปูนลูกนี้ หยดลงมาเกาะทีละน้อยๆ

นานวันเข้าจนกลายเป็นก้อนหินปูนคล้ายกลีบดอกบัว และส่วนด้านบนสุดราบเรียบเว้นช่องว่างไว้ลักษณะคล้าย “รอยประทับพระพุทธบาทเบื้องขวา” ดูขลังช่างงดงามน่ามหัศจรรย์

แท่งหินปริศนา ควนพุนพิน

อันดับ 5 “แท่งหินปริศนา ควนพุนพิน”

หลักฐานชิ้นเด่นสันนิษฐานว่าเป็น “เบ้าหลอมลูกปัดโบราณ”หรือ”ครกใช้ตำบางอย่าง”ในยุคที่เกิดแหล่งที่อยู่อาศัยชุมชนหลักขึ้นในละแวกนี้ ซึ่งเคยติดต่อค้าขายทางเรือจนมั่งคั่งเจริญรุ่งเรืองกันในอดีต

ลักษณะเป็นหลุมเล็กๆเรียงแถวอยู่บนก้อนหินแข็งธรรมชาติ สำรวจพบเพียง 2-3 ก้อนวางกระจัดกระจายอยู่ใต้ต้นยางพาราของสวนกรรมสิทธิ์เอกชน ตรงบริเวณเนินเขาหลังสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน

ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เคยเรียกว่า “ควนพุนพิน” ซึ่งมีชัยภูมิทำเลที่ตั้งเนินเขาสูงใกล้กับจุดบรรจบกลายเป็น “แม่น้ำสองสี” ของคลองพุมดวงกับแม่น้ำตาปี ติดต่อสัญจรไปมาระหว่างกันสะดวกยิ่งนัก

ทุเรียนพื้นเมือง คลองแสง

อันดับ 4 “ทุเรียนพื้นเมือง คลองแสง”

เฉพาะต้นทุเรียนบ้านพันธุ์นี้อายุเกิน 100 ปี รสชาติดั้งเดิมแสนอร่อย หวานมันกำลังดี เนื้อเหลืองเยอะจนหุ้มเมล็ดมิด แถมเจ้าของสวนแถวนี้ยังใจดี ทั้งฉีกทุเรียนมาให้ชิมก่อนจะซื้อกลับบ้าน

ทุเรียนพื้นเมือง คลองแสง

ทั้งยังแบ่งที่บนขนำให้นอนเล่นอย่างกับอยู่บ้านตัวเอง ว่างๆก็ชวนกันมาจิ เดินข้ามคลองพะแสงไปทางฝั่งภูเขารูปหัวใจ จนสุดสะพานแขวนเขาเทพพิทักษ์(เขาพัง) ตำบลบ้านตาขุน คอยฟังข่าวเมื่อถึงฤดูกาลชุกชุมเลือกเอาที่สบายใจล่ะกัน

ประเพณีชักพระบก เสวียด

อันดับ 3 “ประเพณีชักพระบก เสวียด”

เป็นการส่งเสริม รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่มีมากว่า 300 ปี ซึ่งชาวบ้านร่วมสืบสานประเพณีสรงน้ำพระ ชักพระบกโบราณในวันวิสาขบูชา ณ วัดประตูใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลเสวียด อำเภอท่าฉาง

เป็นประเพณีท้องถิ่นที่ชาวบ้านสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และเชื่อกันว่าเป็นประเพณีเก่าแก่มีเพียงแห่งเดียวในโลก ซึ่งจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 โดยเริ่มด้วยพิธีสรงน้ำพระ อัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นเรือพระบก ก่อนที่ชาวบ้านจะร่วมกันชักพระ ผ่านทุ่งนาจากวัดประตูใหญ่ไปยังวัดท่าเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร

ระหว่างทางมีการรำกลองยาว การละเล่นพื้นบ้าน ปาโคลนใส่กันอย่างครึกครื้นสนุกสนาน หลังจากชักเรือพระบกไปถึงวัดท่าแล้วจะมีพิธีสมโภชเป็นเวลา 1 คืน ก่อนที่จะชักพระบกกลับมายังวัดประตูใหญ่ในวันรุ่งขึ้น จึงถือเป็นสิริมงคล ความรักสามัคคีของชุมชนที่ยังคงอนุรักษ์ไว้สืบต่อไปเป็นประจำกันทุกปี อย่าพลาด!!

ป่าต้นน้ำ บ้านน้ําราด

อันดับ 2 “ป่าต้นน้ำ บ้านน้ําราด”

ช่องทางน้ำแร่ไหลออกจากใต้โพรงหินปูน ไม่ต่ำกว่าสองช่องสองสายน้ำผุดแห่งป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด ตำบลบ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม รกครึ้มห้อมล้อมด้วยพืชพันธุ์ธรรมชาติแสนพิสุทธิ์ ซึ่งต้องยึดถือกฎระเบียบการปฏิบัติเข้าเยี่ยมชมที่นี่อย่างเคร่งครัด

อนุโลมให้ลงว่ายเล่นน้ำในโซนใสคริสตอลตรงใจกลาง ที่มองเห็นท้องพื้นเม็ดทรายขาวจั๊ว กะด้วยสายตาประมาณการเส้นขอบกั้นรอบแอ่งราวไม่เกิน 100 เมตร ส่วนน้ำใสราวกระจกที่ขังอยู่ลึกแค่ครึ่งเมตรระดับเกือบเท่ากันหมด หากได้พกหน้ากากดำน้ำหรือแว่นตาว่ายน้ำไปด้วย

แล้วก้มมองภาพใต้น้ำที่สะท้อนแสงสว่างจากเบื้องบน จะเห็นฝูงปลาน้ำจืดแปลกตาคู่น้ำสีฟ้าเทอร์คอยซ์งดงามจับจิตเหมือนได้ร่วมแหวกว่ายอยู่ในตู้เลี้ยงปลา อาจติดต่อเช่าเรือไฟเบอร์พายเล่นตรงโซนนอกที่กั้นขวางทางน้ำไว้ ก่อนจะไหลกลายเป็นน้ำตกธารทอง และคลองมะเลาะปลายน้ำต่อไป

ภาพเขียนสีเพิงผา เขานกยาง

อันดับ 1 “ภาพเขียนสีเพิงผา เขานกยาง”

แหล่งโบราณคดีอายุ 5,000-3,000 ปีก่อนยุคประวัติศาสตร์ รับรองโดยนักวิชาการวัฒนธรรมกลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช ซึ่งเพิ่งค้นพบบริเวณเพิงผาหินปูนเขานกยาง ตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติคลองพนม บ้านสองพี่น้อง หมู่ที่ 8 ตำบลคลองศก อำเภอพนม

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาจากการบอกเล่าของชาวบ้าน เชื่อกันว่าบริเวณแถบนี้ในสมัยก่อนอยู่ติดผืนน้ำใช้เรือเป็นพาหนะ เดินเท้าสัญจรติดต่อระหว่างกัน ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และหาของป่า มักตั้งถิ่นพำนักตามถ้ำหรือเพิงผา จากหลักฐานการพบศิลปะภาพเขียนด้วยสีแดงและสีส้มจำนวน 4 กลุ่ม รูปเรขาคณิต สัตว์ คน เกือกม้า จุดต่างๆ ทั้งระบายสีทึบหรือโครงร่างจากชนกลุ่มนี้

เทียบอายุราว “สมัยหินใหม่” เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลจากการสำรวจแหล่งโบราณคดีพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ถ้ำผีหัวโต อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าอาจมีอายุใกล้เคียงกับ “ศิลปะถ้ำ”ภาพวาดบริเวณผาแต้มอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี…

โดย : ม๋อจิ้ว@สุราษฎร์ธานี / On My Ways by mor J E W

📌