การบูชา เทวดาประจำตัว ให้ดวงดี ชีวิตมีแต่รุ่ง!!

3111
views
การบูชาเทวดาประจำตัว

เทวดาที่เราเข้าใจกันว่าเป็นเทวดาประจำตัวนั้นจริงๆแล้ว เทวดาเหล่านั้นท่านไม่ได้อยู่คอยติดตามตัวเราอย่างที่หลายคน ๆเข้าใจ

คนส่วนใหญ่พร้อมจะเชื่อว่าเหตุการณ์ที่ดีหรือร้ายนั้นเกิดขึ้นเพราะความบังเอิญหรือไม่ก็สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเทวดามาช่วยบันดาลให้เกิด ไม่ได้มองไปถึงเรื่องกฎแห่งกรรม

เทวดาประจำตัว

พอได้ดีมีความสุขก็เลือกที่จะเชื่อว่าเทวดาท่านดลบันดาลมาให้ ส่วนเรื่องร้าย ๆที่เกิดขึ้นก็มักจะโทษว่าเพราะเทวดาไม่ยอมมาดูแลปกป้องหรือว่าเป็นเหตุบังเอิญที่ทำให้โชคร้าย

เมื่อคิดกันอย่างนี้ก็เป็นการง่าย เพราะการเลือกที่จะเชื่ออย่างนั้นเป็นการง่ายที่จะไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบในผลการกระทำของตนเองเลย อะไร ๆก็อ้างว่าเป็นเหตุบังเอิญ, พรหมลิขิต, เทวดาบันดาล และอื่น ๆอีกมากมาย

ที่ทำให้หลายคนเชื่อว่าเรื่องการมีเทวดาประจำตัวนั้นเป็นเรื่องจริงในแบบที่ว่าท่านจะต้องคอยอยู่ติดตัวคอยดลเหตุการณ์ใด ๆที่ดีหรือร้ายให้เกิดขึ้นในแต่ละวัน

แต่ถ้าจะถามว่าเทวดาประจำตัวนั้นมีจริงหรือเปล่า ขอให้ลองตั้งข้อสังเกตดูก่อนสักหนึ่งดูว่า การเกิดเป็นเทวดานั้นจะต้องบำเพ็ญบุญกุศลคุณงามความดีมากมาย กว่าจะได้ไปบังเกิดในภพภูมิที่เป็นสุขอย่างนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการเกิดเป็นเทวดา

เทวดาประจำตัว

แล้วลองนึกภาพตามต่อไปอีกว่าถ้าจะให้เทวดาเหล่านั้นท่านต้องมาคอยตามดูแลเป็นองครักษ์คอยพิทักษ์ปกปักรักษาคนที่เป็นมนุษย์อยู่ตลอดเวลาก็คงจะเป็นไปไม่ได้

คิดตามหลักเหตุผล เพราะว่าเหล่าเทวดาท่านอุตส่าห์ได้สู้ทำบุญมามากๆ จนพ้นจากความเป็นมนุษย์มาแล้วแต่สุดท้ายต้องกลับมากลายเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวมนุษย์คนใดคนหนึ่งคอยคุ้มครองหรือกลายเป็นทั้งที่ผู้คอยมอบความสุขให้มนุษย์เสียอย่างนี้

ท่านเหล่านั้นจะทำบุญเพื่อเป็นเทวดากันไปทำไม ถ้าถามตัวเราเองเราก็คงไม่อยากจะเป็นเทวดาประจำตัวใครในลักษณะนี้เช่นกันใช่หรือไม่

แต่การมีอยู่ของเทวดาแล้วการลงมาช่วยเหลือมนุษย์นี่ก็มีความเป็นไปได้ การช่วยเหลือกันข้ามภพข้ามชาตินั้นก็เหมือนกับการที่เราเป็นมนุษย์อยู่แล้วไปช่วยสัตว์เดรัจฉานอย่างเช่น คนไปเก็บแมวหมาจรจัดมาเลี้ยง การช่วยช้างที่ตกบ่อให้ขึ้นมาจากหลุมหรือท่อระบายน้ำ

หรือการช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสัตว์หลายๆ ประเภทอย่างนี้เป็นต้น คือแม้จะอยู่ภพชาติเดียวกันแต่เป็นการช่วยเหลือต่างภูมิกัน คือเราเป็นมนุษย์มีภูมิสูงกว่าสัตว์เดรัจฉานลงไปช่วยมัน ซึ่งสัตว์เดรัจฉานเหล่านั้นอาจจะไม่รู้เลยก็ได้ว่านี่เป็นฝีมือของมนุษย์ที่มาคอยช่วยเหลือ

เทวดาประจำตัว

เหล่าเทวดาก็เช่นเดียวกัน ท่านเหล่านั้นอยู่ในภพภูมิที่ทั้งแตกต่างและอยู่สูงกว่าอาจจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับมนุษย์ได้ เทวดาท่านก็มีสังคมของท่านคือมีทั้งเพื่อน มีสามี,ภรรยา มีเจ้านาย มีบริวารที่มีความรักผูกพันกันเหล่าญาติหรือคนรู้จักของท่านอาจจะจุติมาเกิดในโลกมนุษย์

เมื่อเป็นเช่นนั้นท่านก็ยังมีกิเลสมีความห่วงหาอาทรเหมือนกับคนเรา อาจคอยดูแลสอดส่องทุกข์สุขโดยการรับรู้ด้วยความเป็นทิพย์เพราะท่านมีหูทิพย์,ตาทิพย์หรือความรู้สึกอันเป็นทิพย์ก็จะรู้ขึ้นเองว่าเกิดเรื่องร้ายแรงหรือมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นกับญาติมิตร

เทวดาท่านมีแต่กายทิพย์ไม่มีกายเนื้ออย่างคนเรา การให้ความช่วยเหลือของท่านส่วนใหญ่จะเป็นการ “ดลจิตดลใจ” หรือโน้มน้าวให้ญาติมิตรเหล่านั้นให้เปลี่ยนจิตที่เป็นอกุศลกำลังจะตกไปอยู่ในอบายภูมิให้กลับกลายเป็นจิตกุศลและมีความสุขขึ้นได้

เช่น หากญาติมิตรที่กำลังโกรธจัดเพราะเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ท่านก็แผ่เมตตาส่งบุญกุศลลงมาดลจิตใจให้สงบเยือกเย็นลง

เทวดาประจำตัว

ที่เวลาเราที่กำลังโกรธใครหรือกำลังร้อนใจอะไรอยู่กับสิ่งนั้นมาก ๆจู่ ๆก็รู้สึกเยือกเย็นลงได้อย่างน่าประหลาดเช่นเมื่อได้ก้าวเข้าไปสู่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆอย่างเช่นในวัดวาอารามใหญ่ๆพอเข้าไปแล้ว รู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นสว่างไสว

ทำให้จิตที่กำลังขุ่นข้องหมองใจนั้นก็กลับสงบเยือกเย็นลงเป็นลำดับ ซึ่งเป็นเพราะเทวดาที่อยู่ในบริเวณที่แห่งนั้นได้แผ่เมตตาลงมาให้ทำให้รู้สึกสงบเย็นลง

การดลใจของเหล่าเทวดาก็ยังมีหลายระดับขึ้นอยู่กับฤทธิ์ของเทวดาเองและก็กิเลสที่อยู่ในตัวคนๆ นั้นด้วยหากเป็นคนมีกิเลสหนาโทสะมากๆ ถูกความมืดในจิตครอบงำเสียเต็มแน่นทำให้เห็นผิดได้อย่างรุนแรงอย่างนี้เทวดาก็ไม่อาจดลใจช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน

ความเชื่อเรื่องการบูชาเทวดานั้นก็มีสาเหตุมาจาก “ความทุกข์” ที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์ ธรรมชาติเมื่อคนเราตกอยู่ในความกลัว ความทุกข์ยาก หรือช่วงที่กำลังได้รับความยากลำบากในการผ่านอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทั้งหลาย

มันนำมาซึ่งความเครียดและไม่แน่ใจว่า สิ่งที่กำลังจะทำต่อไปนั้นจะเกิดผลดีกับชีวิตหรือไม่ จึงเป็นเหตุให้มีการ “บูชาเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์” ทั้งหลายขึ้นมาเพื่อหาที่พึ่งทางใจและหาแรงสนับสนุนให้ผ่านพ้นวิกฤตหรือแม้กระทั่งผลักดันให้ประสบความสำเร็จ

เทวดาประจำตัว

การบูชาเหล่าเทพเทวดาในปัจจุบันมีความเข้าใจผิดที่มีความคลาดเคลื่อนอย่างรุนแรง ในที่นี้ขออนุญาตยกตัวอย่างการบูชาที่เข้าใจผิดกันอย่างมากซึ่งในที่นี้ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวแต่อย่างใดเพียงแต่ต้องการยกตัวอย่างที่ชัดเจนให้เห็นชัดเจนขึ้น

เมื่อหลายปีก่อนมีการบูชาเทวดาที่ชื่อ “จตุคามรามเทพ” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากดังระดับที่คนทั้งประเทศรู้จักกันไปทั่ว แต่ละแห่งแห่แหนกันให้เช่าบูชาจนแทบผลิตไม่ทันกับตามความต้องการ

พร้อมกับการตั้งชื่อรุ่นเป็นแบบต่างๆ เช่น รุ่นโคตรรวย โคตรเศรษฐี และชื่อรุ่นอื่น ๆอีกมากมาย ซึ่งในข้อนี้ ผมอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่า ตกลง คนที่เช่าไปบูชาหรือคนให้เช่ากันแน่ที่จะรวยเป็นโคตรเศรษฐี

เพราะถ้าหากเชื่อกันว่า เทวดาจะสามารถบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้และเทวดามีความสามารถเก่งกาจขนาดนี้ มนุษย์คงไม่ต้องทำมาหากินให้เหนื่อยแค่ไปเช่าเทวดามาบูชาแล้วก็นอนรอความสำเร็จที่จะได้รับมาอย่างนี้ก็คงจะมีคนนอนรอความร่ำรวยและความสำเร็จกันเต็มบ้านเต็มเมือง

เทวดาประจำตัว

ดังนั้นก่อนที่จะบูชาเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ก็ตามขอให้พึงระลึกเรื่องหนึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญก่อนครับ เรื่องสำคัญที่ว่านี้ก็คือเรื่อง “กรรม”

พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้และมีบันทึกในพระไตรปิฎกที่ปรากฏอยู่ในจูฬกรรมวิภังคสูตรในมัชฌิมนิกาย พระสุตตันตปิฎกมีใจความว่า

“สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนกำเนิด มีกรรมเป็นเครื่องติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์เลวและประณีตแตกต่างกัน”

จากใจความนี้จะเห็นได้ว่า ถ้าใครทำกรรมอันใดไว้ไม่ว่าดีหรือชั่วย่อมได้รับผลของกรรมนั้น ๆเช่นเดียวกับการที่เราหว่านพืชแบบใดลงไปในดินก็ย่อมได้รับผลของพืชชนิดนั้นไม่มีวันเป็นอื่นไปได้ กรรมจึงเป็นตัวกำหนดความเป็นไปของทุกอย่าง

กรวดน้ำ

การบูชาเทวดาจะทำอย่างไร

การบูชาเทวดาก็เหมือนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ที่เราต้องทำการ “ปฏิบัติบูชา” ด้วยการสร้างคุณงามความดีให้มากๆ ภายหลังการทำบุญใดๆ แล้วก็ต้องทำการเชื่อมบุญไปให้ท่านโดยเมื่อขณะที่กรวดน้ำให้ตั้งจิตอธิษฐานอุทิศบุญให้ท่านด้วยประโยคอุทิศบุญที่ว่า

“อิทัง สัพพะเทวานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา” ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข

เมื่อทำการเชื่อมบุญให้เทวดาได้รับบุญนั้นไปแล้วเทวดาก็จะมีความรู้จักกับผู้ที่ทำบุญอุทิศไปให้ เวลาที่เราเกิดเรื่องราวเดือดร้อนในทางใดก็ตาม

ท่านก็จะมาช่วยเราได้อย่างแน่นอน และถ้าอยากจะพิสูจน์ว่าจะพบกับประสบการณ์ของการอวยพรให้คุณของเทวดาเหล่านั้น เราต้องทำเหตุให้ถูกตรงกับผลด้วย

กรวดน้ำให้เทวดาประจำตัว

ในที่นี้หมายถึงการพัฒนาจิตให้มีคุณธรรมเช่นเดียวกับเทวดา อาทิ เรายังต้องคงความมีศีลธรรม มีความประพฤติละอายชั่วกลัวบาป (หิริโอตตัปปะ) มีกายวาจาใจเป็นอุโบสถศีลอยู่เป็นปกติทุกขณะ มีสภาวะของจิตที่ดีใสสะอาด ผู้ที่ได้ประพฤติได้ถูกตรงตามนี้แล้ว

การพบเห็นเทวดาประจำตัวหรือเทวดาในที่อื่นใด ย่อมเกิดขึ้นได้และท่านก็จะอำนวยพรให้ประสบความสุขความสำเร็จได้เช่นกัน

ขอบุญรักษา : ธ.ธรรมรักษ์

📌