หอยแครง ให้โปรตีน บำรุงเลือด กินแล้วผิวดีขึ้น

911
views

หอยแครง เป็นสัตว์เศรษฐกิจในประเทศไทย โดยเนื้อใช้รับประทานเป็นอาหารที่ให้โปรตีน นิยมนำไปปรุงด้วยการเผาหรือลวก ส่วนเปลือกใช้ทำเครื่องประดับของชำร่วย หรือ บดผสมลงในอาหารไก่ และยังทำเป็นปูน รวมถึงทำเป็นวัสดุสังเคราะห์ทดแทนกระดูกมนุษย์ได้ด้วย

ในตำราแพทย์แผนไทยหอยแครงจัดอยู่ ในพิกัดเนาวหอย คือเปลือกหอย 9 เพื่อการปรุงยา โดยเอามาเผาไฟให้สุกดีจะได้ปูนหอย ใช้บรรเทากรดในกระเพาะอาหาร ขับลมในลำไส้ ช่วยรักษาอาการจุกเสียดแน่นท้อง ทำให้มีลมผายและลมเรอ ล้างลำไส้ ช่วยแก้กระษัย ขับนิ่ว ขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ บำรุงกระดูก และร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ในตำรับเพื่อรักษากระษัยปู คือปวดท้องน้อยเป็นกำลัง

หอยแครง อาหารทะเลที่นิยมนำมายำ ลวก ต้ม หรือเผา แล้วรับประทานเป็นอาหาร ซึ่งหลายคนมีความเชื่อว่า การกินหอยแครงไม่ว่าเมนูไหนๆ ก็มากล้นด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรง .

– ป้องกันโรคโลหิตจาง หอยแครงอุดมด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัส ซึ่งช่วยบำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง หอยแครงจึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่ขาดธาตุเหล็ก คนที่มีภาวะเป็นโรคโลหิตจาง เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับสาวๆ ในช่วงที่มีประจำเดือน

– ป้องกันสิว หอยแครงอุดมด้วยสังกะสี หรือ Zinc จำนวนมาก ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดสิว ทำให้ผู้ที่เป็นสิวหายได้เร็วขึ้น ปัญหาสิวจะหมดไปเมื่อเรารับประทานอาหารที่มีสังกะสีอย่างเพียงพอ

– ลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยขับลม ลดอาการท้องป่อง อาการจุกเสียด แน่นท้อง บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส เสริมคอลลาเจนในชั้นผิว เนื่องจากหอยแครงมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงนั่นเอง .

สรุปคือ หอยแครง เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถช่วยบำรุงเลือดได้จริง เพิ่มความเปล่งปลั่งสดใสให้ใบหน้า ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยก่อนวัย จากผลวิจัย พบว่า หอยแครงมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง การกินหอยแครง จึงช่วยป้องกันและรักษาภาวะโลหิตจางได้นั่นเอง นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสมอง บำรุงกระดูกและฟัน บำรุงผิวพรรณ ช่วยขับลม และช่วยขับปัสสาวะอีกด้วย

ข้อควรระวัง

• หอยแครง อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อน ควรปรุงสุกก่อนรับประทาน
• หอยแครง มีคอเลสเตอรอลสูง ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง ควรจำกัดการบริโภค

ที่มาข้อมูล : th.wikipedia,rama.mahidol,mokenseafood

  ถมนคร เครื่องถมเมืองนคร