“โรคไข้หูดับ” ความเสี่ยงที่อันตรายแม้รอดชีวิตก็ยังพิการ

937
views
“โรคไข้หูดับ” ความเสี่ยงที่อันตราย

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนที่กินเลี้ยงหรือทำอาหารกินเองในครอบครัว ช่วงเทศกาลปีใหม่ ขอให้หลีกเลี่ยงการกินหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้หูดับส่งผลให้เกิดอาการร้ายแรงถึงขั้นพิการ ทำให้หูหนวกถาวรหรือเสียชีวิตได้ มักจะพบผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิง

หู

โรคไข้หูดับ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และอยู่ในเลือดของหมูที่กำลังป่วย โรคนี้ติดต่อได้ 2 ทาง คือ

1. เกิดจากการบริโภคเนื้อและเลือดหมูที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ
2. การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ ทั้งเนื้อหมู เครื่องใน และเลือดหมูที่เป็นโรค โดยติดต่อสู่คนทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา ที่มีเชื้ออยู่ หลังรับประทานหรือสัมผัส 3-5 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะ จนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ขอให้รีบพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการกินหมูดิบและสัมผัสเนื้อหมูให้ทราบ เพราะหากมาพบแพทย์และวินิจฉัยได้เร็ว จะช่วยลดอัตราการเกิดหูหนวกและการเสียชีวิตได้

อาการของโรคไข้หูดับ

1. ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ
2. ปวดเมื่อยตามตัว และตามข้อ
3. มีไข้ขึ้นสูง
4. เกิดอาการชัก
5. เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
6. พิการ เช่น หูหนวก กล้ามเนื้ออ่อนแรง
7. เสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะช็อก (Streptococcal Toxic Shock Syndrome)

วิธีการป้องกัน

1. ควรบริโภคอาหารที่สุก ทำสดใหม่ โดยเฉพาะเนื้อหมู ควรผ่านการปรุงสุกที่ความร้อนอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียส ในเวลา 10 นาทีเป็นอย่างต่ำ หากกินอาหารปิ้งย่าง เช่น หมูกะทะ กุ้งกะทะ ขอให้ปิ้งให้สุกก่อนเสมอ และแยกอุปกรณ์ที่ใช้หยิบเนื้อหมูสุกและดิบ และควรเลือกซื้อเนื้อหมูจากตลาดสดหรือห้างสรรพสินค้า ซึ่งจะผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากโรงฆ่าสัตว์ ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ

2. ผู้ที่สัมผัสกับหมูที่ติดโรค โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้าบู๊ทยาง สวมถุงมือ รวมถึงสวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง กลุ่มเสี่ยงมีอาการป่วยรุนแรงถ้าติดเชื้อ ได้แก่ ผู้ติดสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ไต มะเร็ง หัวใจ ผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น เนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำ

ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422