พ่อพาลูกสาว 2 คนกำพร้าแม่ เดินเท้าพันกว่าโล จากสตูลมาระยอง หางานทำเลี้ยงลูก

3037
views

วันที่ 24 ธันวาคม พ่อหอบลูกสาว 2 คน เดินจากสตูลมาระยองระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร ใช้วิธีเดินเท้าบ้างโบกรถบ้าง ค่ำไหน นอนนั้นไม่มีที่นอนก็อาศัยนอนวัด หวังมาระยอง เพื่อหางานทำหาเงินเลี้ยงลูก ให้อยู่รอด กู้ภัยปลวกแดงเข้าช่วยเหลือ หางาน ที่พัก และประสานงานให้เด็กทั้ง 2 คน ได้เข้าเรียนเรียบร้อยแล้ว พ่อเผยอยากใช้ความสามารถในการร้องเพลงเข้าประกวด เพื่อชิงทุนการศึกษาให้ลูก

ด้านนายสราวุฒิ พุ่มมะริน อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยปลวกแดง ผู้ช่วยให้พ่อสู้ชีวิตได้ทำงาน ให้ข้อมูลว่า วันที่พบพ่อลูกนั้น มีวินมอเตอร์ไซค์ที่ห้าง CK ซึ่งเป็นลูกข่ายของกู้ภัยปลวกแดง แจ้งมาว่าได้มี พ่อลูก เดินทางมาหางานทำโดยมากับลูกสาว 2 คน ตอนนี้ยังไม่มีที่พัก ยังไม่มีที่ทำงาน จึงช่วยเหลือเขาเบื้องต้นไปรับมาพักที่ แคมป์คนงานก่อสร้าง และได้ให้เขามาทำงานก่อสร้างด้วย

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังแคมป์ที่พักคนงาน ซึ่งอยู่ห่างออกไปจนถึงเขตรอยต่อ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เมื่อไปถึงพบเป็นแค้มป์คนงานสร้างมุงด้วยสังกะสี กั้นเป็นห้องๆ และได้ไปพบกับ นายนรภัทร สมาธิ อายุ 46 ปี ส่วนลูกสาวคนโตชื่อ น้อง โอเกะ อายุ 12 ปี น้องคนเล็กชื่อน้องมิวสิค อายุ 10 ปี ผู้สื่อข่าวได้สอบถามพ่อสู้ชีวิตที่หอบลูกเดินเท้ามาไกลกว่าพันกิโลว่า ไปมายังไง

นายนรภัทร ให้ข้อมูลว่า แรกเริ่มก็ทำงานเป็นชาวประมงออกเรือไปจับปลา กับ ทำอาชีพ ร้องเพลงตามร้านอาหาร แต่ระยะหลังมางานไม่มีเลยกลัวว่าลูกจะไม่มีกิน จึงตัดสินใจพาลูกมาระยอง เพราะคิดว่าที่ระยองคงมีงานให้ทำ

ผู้สื่อข่าวสอบถามตอนอยู่สตูล อยู่กับใครแม่เด็กไปไหน นายนรภัทร ตอบอาศัยอยู่กับญาติ แต่เค้าไม่อยากให้อยู่ อยู่ไปก็อึดอัด ก็เลยพาลูกไปตายเอาดาบหน้า ส่วนแม่เด็กได้เลิกรากันไปนานหลายปีแล้ว ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อ แล้วเดินทางมายังไง จากสตูลถึงระยองเพราะระยะทางมันไกลกว่าพันกิโล นายนรภัทร ตอบว่าใช้วิธีเดินเท้าบ้าง โบกรถบ้าง ถ้ามืดตรงไหนก็นอนตรงนั้น ส่วนใหญ่จะอาศัยข้าววัดกินประทังชีวิต

นายนรภัทร ยังเผยว่า ขณะที่อยู่สตูลอาศัยอยู่กับญาติ แต่เขาไม่อยากให้อยู่ อยู่ไปก็อึดอัด จึงพาลูกไปตายเอาดาบหน้า ตัดสินใจมาที่ระยอง โดยใช้วิธีการเดินเท้า โบกรถบ้าง มืดตรงไหนก็นอนตรงนั้น ส่วนใหญ่จะอาศัยข้าววัดกินประทังชีวิต ส่วนแม่เด็กได้เลิกรากันไปนานหลายปีแล้ว

นายนรภัทร ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าตอนนี้สบายใจขึ้นเยอะที่กู้ภับปลวกแดงได้ช่วยเหลือจนเข้าที่เข้าทางแล้ว ส่วนอนาคตถ้าเป็นไปได้ก็อยากใช้ความสามารถตนเอง เข้าประกวดร้องเพลงเพื่อหาทุนการศึกษาให้ลูกได้เล่าเรียนต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสเลยต้องทำงานก่อสร้างไปก่อน ก็ต้องขอขอบคุณกู้ภัยปลวกแดงนะครับ ที่ได้เข้าช่วยเหลือเคสนี้ อย่างน้อยก็ยังให้เขาได้ตั้งหลักและมีชีวิตสู้ต่อไป

ชอบคุณข้อมูลต้นฉบับ – ข่าวเวิร์คพอยท์23

📌