“สติเป็นเครื่องตื่นอยู่ในโลก” ผู้มีสติอยู่ตลอดเวลาย่อมไม่ประสบความสับสน วุ่นวาย ยุ่งเหยิงในชีวิต

196
views
สติเป็นเครื่องตื่นอยู่ในโลก

ในทางพระพุทธศาสนามีพุทธศาสนสุภาษิตอยู่ประโยคหนึ่งว่า สติเป็นเครื่องตื่นอยู่ในโลก (สติ โลกสฺมิ ชาคโร) หมายถึง คนที่มีสติจะเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างตื่นรู้อยู่ตลอดเวลา

พระพุทธ

เมื่อคนเรามีสติ คือ ความไม่ประมาทเล้ว เราจะต้องเป็นบุคคลที่ตื่นตัวต่อการรับทราบความเป็นไปและความเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่เสมอ พร้อมที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่ทุกขณะ หากขาดสติแม้เพียงเสี้ยววินาที ความหายนะแก่ชีวิตและทรัพย์สินอาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นผู้ที่ปรารถนาความสุขความเจริญและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจึงจำต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงกล่าวว่า..ถ้าเมื่อใดบุคคลมีความรู้แจ้งในสภาพทุกข์ ความเปลี่ยนแปลง และความว่างจากตัวตน เขาย่อมสามารถละความโลภ ความโกรธ และความหลง ที่ล้วนเกิดจากความเห็นแก่ตัวได้

อย่างไรก็ตาม การจะละคลายความยึดมั่นถือมั่นอันเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย หากขาดสภาพธรรมะที่เรียกว่า “สติ” ความทุกข์ยากในโลกมนุษย์ที่เราเผชิญกันอยู่ทุกวันนี้ ล้วนเกิดจากภาวะขาดสติด้วยกันทั้งสิ้น

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงประทานพระบรมพุทโธวาทไว้ว่า “สติเป็นเครื่องตื่นอยู่ในโลก” เพราะฉะนั้นบุคคลใด ครอบครัวใด ชุมชนใด และสังคมใด ปรารถนาจะประสบสันติสุขอันไพบูลย์ บุคคลนั้น ครอบครัวนั้น ชุมชนนั้นและสังคมนั้น จำเป็นต้องสั่งสมภาวะแห่งการตื่นรู้ เพื่อจักได้รู้เท่าทันการคิด การพูด และการกระทำด้วย “สัมมาสติ” อันเป็นหนทางไปสู่ปัญญา นำมาซึ่งความหลุดพ้นจากห้วงทุกข์ได้อย่างแท้จริง

….ดังนั้นสติที่ได้รับการฝึกอบรมดีแล้ว ย่อมก่อให้เกิดปัญญา เราจึงมักเรียกรวมกันว่าสติปัญญา เป็นธรรมฝ่ายกุศลจิต ที่เป็นกำลังส่งเสริมให้เกิดหิริ คือ ความละอายใจต่อการกระทำความชั่วต่างๆ และโอตตัปปะคือความเกรงกลัวต่อบาป และผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันจะช่วยโลก คุ้มครองโลกให้สุขสงบโดยบริบูรณ์

📌