20 อาชีพสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้ทุกวัน ลงทุนไม่เยอะ ก็สามารถสร้างตัวได้

493
views

ลงทุนขายอะไรดี ? สวัสดีเพื่อนๆ วันนี้เราไปเรียนรู้วิธีการสร้างตัวจากอาชีพที่ลงทุนไม่เยอะก็สร้างตัวได้ให้กับเราได้ทุกวัน มีตัวอย่างอาชีพอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

1. ขายน้ำ ลงทุนขายน้ำ เป็นสิ่งที่ขายแล้วได้กำไรมากยิ่งอากาศร้อนๆแบบบ้านเรายิ่งขายดี มีความต้องการสูง เลือกขายในที่ที่เป็นแหล่งชุมชน ใกล้ๆโรงเรียน ออฟฟิศ หรือตามแหล่งที่คนเดิน ผ่านไปมาพลุกพล่าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือจะตั้งเป็นน้ำรสชาติต่างๆ ยังไงๆลูกค้าก็ต้องการน้ำดื่มอยู่แล้ว

2. ข้าวไข่เจียว ข้าวไข่เจียวฟูกรอบ มาถึงร้านข้าวไข่เจียวลงทุนไม่ยาก โต๊ะ 1 ตัว เตาแก๊ส จานโฟม ช้อนส้อมพลาสติก วัตถุดิบสำหรับผสมไข่เจียว เช่น หมูสับ, ปูอัด, หมูยอ, ผัก, ไก่สับ ฯลฯ ซึ่งเราอาจไม่ต้องมีเครื่องเคียงมากนักในช่วงแรกที่ทำธุรกิจ แต่ที่ต้องมีและเป็นพระเอกของธุรกิจนี้เลยก็คือ ข้าวและไข่ไก่

ยกตัวอย่างต้นทุน ข้าวสารราคาถังละประมาณ 450 บาท ไข่เบอร์ 2-3 แผงละประมาณ 95 บาท ได้ไข่ไก่ 30 ใบ ต้นทุนเบ็ดเสร็จพร้อมเปิดร้านประมาณ 2,000 บาท หากเราขายข้าวไข่เจียวจานละ 20-25 บาท แค่ 100 จานก็ได้เงิน 2,500 บาท อาจจะเพิ่มเครื่องให้หลากหลาย หรือเพิ่มน้ำจิ้มรสเด็ดที่หลากหลายมากกว่าซอสพริก ซอสมะเขือเทศ ไม่ว่าจะเป็น น้ำจิ้มแจ่ว, น้ำจิ้มซีฟู้ด ที่เข้ากับรสชาติของไข่เจียว เพื่อสร้างเสน่ห์ให้กับร้านไข่เจียวของเราก็ได้นะ

3. ขายแซนวิช การรับประทานอาหารเช้าในชั่วโมงเร่งด่วน แซนวิชจะเป็นตัวตอบโจทย์ที่ดีที่สุด คุณแค่ฝึกทำแซนวิชไส้ต่างๆให้ได้หลายๆไส้ ทำให้ดูน่ากิน แล้วตั้งราคาไว้ให้สูงกว่าต้นทุนสัก 5-10 บาท ราคาก็แล้วแต่ไส้ที่เลือกซื้อ หรือคุณจะหาค่าถัวเฉลี่ยของราคาต้นทุนกับกำไรออกมาเป็นราคาเดียวกันเลยก็ได้ ให้มีราคาขายไม่เกินชิ้นละ 15-25 บาท การขายแซนวิชไม่จำเป็นต้องตั้งร้าน คุณสามารถนำมาทำแผงลอยเคลื่อนที่คล้องคอตัวเองเดินขายยังได้

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขายคือเช้า และเย็น สำหรับต้นทุนที่สำคัญคือขนมปังและวัตถุดิบประกอบต่าง ๆ เช่น หมูหยอง แฮม ผัก ไข่ดาว ฯลฯ เบ็ดเสร็จต้นทุนอยู่ประมาณ 2,000 บาทครับ แต่ละวันถ้าขายได้ 100 ชิ้นก็ถือว่าเท่าตัว แต่หากทำตลาดดี ๆ ขายส่งตามโรงเรียนขายส่งตามออฟฟิศ หรือมีออร์เดอร์ประจำ แค่ 100 ชิ้นถือว่าง่ายมากเผลออาจขายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 500 ชิ้นทีเดียว รายได้ก็ลองคูณดูว่าจะมากขึ้นแค่ไหนนะ

4. ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ต้องตั้งงบกับตัวเองก่อนเลยว่าให้ซื้อของสำหรับข ยให้อยู่ในวงเงิน 3,000 บาทเท่านั้น พอไปเดินตลาดแล้วก็ควรคำนวณให้ดี เพราะสิ่งที่เราต้องซื้อหลักๆก็คือ เนื้อหมู ไม่เสียบหมู ถุง และข้าวเหนียว ในการขายครั้งแรกเพื่อให้เราได้ลองตลาด หากขายดีมีกำไรก็สามารถขยายเงินทุนได้จากกำไรที่ได้รับเพิ่ม แต่ก็ควรเก็บกำไรไว้บ้าง ขายแต่พอดีก็พอ

5. ขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ แค่คุณหัดทำน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ ให้อร่อยตามแบบฉบับของร้านคุณเอง หาสูตรเฉพาะตัวให้เจอ ราคาต้นทุนก็ไม่น่าจะเกิน 2,000 บาท พวกอุปกรณ์การทำก็ใช้ของที่มีอยู่ในครัวอยู่แล้วไปก่อนก็ได้ เมื่อขายดีค่อยขยับขยายเอาทีหลัง สิ่งสำคัญเลยคือป้ายหน้าร้าน เอาให้เด่นสะดุดตา ขายได้ทั้งตอนเช้าและตอนกลางคืน ศึกษาทำเล และกลุ่มลูกค้าให้ดีเท่านั้น

6. ขายผัดมาม่าและเส้นต่างๆ สามารถขายได้ในราคาห่อละ 10-15 บาท และจะให้ดีควรมีวัตถุดิบให้ลูกค้าเลือกผสมเพิ่มเติมจะทำให้ขายง่ายขึ้นเพิ่มทางเลือกให้มากขึ้น เช่น ลูกชิ้น หมูสับ ไข่ ผัก แฮม ฯลฯ โดยรวมต้นทุนใช้ไม่มาก แค่ 1,000 บาทก็เอาอยู่แล้ว ต้นทุนต่ำแต่ต้องใช้ฝีมือในการผัดอย่างชำนาญการ ต้องผัดออกมาให้อร่อย สิ่งสำคัญคืออย่า ทำให้อืด

ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการขายว่าจะทำอย่างไรให้คนติดใจ เมนูนี้ไม่ต้องพูดมากไม่ต้องโฆษณาเยอะ แค่ทำอร่อยๆ คนก็ติดใจแน่นอน ดีไม่ดีในกรณีลูกค้าเยอะอาจต้องมีการเพิ่มสาขาตัวเอง รายได้วันละ 2,000-3,000 น่าจะได้สบาย ๆ ครับ

7. ของทอดทานเล่น อาหารทานเล่นมีหลายอย่าง เช่น เฟรนฟราย ไก่ทอด ข้าวโพดทอด ลูกชิ้นทอด ขนมปังทอด เป็นต้น ถ้าเราสามารถทำเมนูทานเล่นให้อร่อย มีรสชาติที่ติดปาก ลูกค้าขาประจำก็จะเยอะตามไป คนที่ทำธุรกิจนี้จริง ๆ จัง ๆ ขายได้ไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 ต่อวัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทำเล ส่วนต้นทุนนั้นไม่เกิน 3,000 เพราะเดี๋ยวนี้มีแบบสำเร็จรูปให้เราไปซื้อมาทอดขาย เราเลือกได้ว่างบที่มีอยู่จะซื้อวัตถุดิบมาเริ่มต้นขายได้เท่าไหร่ครับ

8. ขายเฉาก๊วยนมสด เลือกจุดขายที่มีคนเยอะๆ รถเดลิเวอรี่จอดง่ายยิ่งดี เอาลงขาย ผ่านเดลิเวอรี่เลยก็ได้ หากทำได้อร่อยจริง ลูกค้าย่อมกลับมาแน่นอน เพราะความสดชื่นของเฉาก๊วยเย็นๆ สามารถช่วยดับร้อนให้ผ่อนคลายกันได้ เฉาก๊วยนมสดลงทุนไม่มากแต่ใช้ฝีมือล้วนๆ

9. ขายน้ำแข็งใส ประเทศเรามันเป็นประเทศเมืองร้อน น้ำแข็งใสหวานๆเย็นนี่เป็นอะไรที่ช่วยคลายร้อนได้มาก เจาะกลุ่มได้ตั้งแต่วัยเด็ ก จนถึงวัยผู้ใหญ่เลย กลุ่มการตลาดใหญ่มาก เพียงคุณมีน้ำหวานหลากสีให้ได้เลือก แม้ว่าสีแดงจะขายดีที่สุดก็ตาม แต่ก็ต้องมีตัวเลือกอื่นให้ลูกค้าได้เปลี่ยนรสชาติกันบ้าง ส่วนท็อปปิ้งก็เลือกมาหลายๆอย่า ง อันไหนที่เก็บไว้ได้ไม่นานก็ไม่ต้องลงทุนซื้อเยอะ เอาเป็นซื้อน้อยๆแต่ซื้อบ่อยๆไปก่อน ที่สำคัญต้องสะอาด และแพ็คเกจได้มาตรฐานก็พอ

10. ขายสลัด เดี๋ยวนี้สายเฮลตี้กำลังมา โดยเฉพาะคุณผู้หญิงทั้งหลาย เราเพียงเลือกซื้อผักและผลไม้ นำมาทำความสะอาด จัดวางให้น่ารับประทาน หรืออาจจะประหยัดต้นทุน มากขึ้น ด้วยการเริ่มต้นปลูกผักออแกนิคเอง ผักพวกนี้โตเร็ว ปลูกไม่ยากเพียงคุณใส่ใจกับมัน รับรองว่าผลผลิตออกมางามอย่างแน่นอน หากปลูกได้มากๆก็ทำเป็น สวนออแกนิคปลูกผักออแกนิคขายไปด้วยก็ยังไหว

11. ขายไก่ทอด ไก่ทอดใหม่ๆหอมกรอบอร่อย กินกับข้าวเหนียวนุ่มๆ ใครๆก็ติดใจ ขายง่ายซื้อง่ายกันเลยทีเดียว หลักสำคัญของไก่ทอดนั้นอยู่ที่รสชาติ และรสสัมผัสของแป้งที่ใช้ทอด ประกอบกับน้ำจิ้มรสเด็ดตามแบบฉบับเราเองด้วยแล้ว จะทำให้ร้านของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากคนได้รับประทานเข้าไปแล้วชอบ รับรองว่าต้องกลับมาซื้ ออีกแน่นนอน หรือจะเอาไก่ไม่มีกระดูกไปคลุกกับผงปรุงรสต่างๆ เช่น รสชีส รสบาบิคิวหรือรสพิซซ่า ก็กลา ยเป็นของกินเล่น ที่อร่อยและอิ่มท้องได้ด้วย

12. ขายข้าวโพดต้ม บางคนคิดไม่ถึงว่าข้าวโพดต้มจะขายดีได้อย่างไร นี่คือเมนูบ้าน ๆ แต่รายได้ไม่บ้าน ๆ นะครับ ต้นทุนข้าวโพดดิบกิโลกรัมละ 8-10 บาท ติดต่อกับสวนข้าวโพดได้ยิ่งดีครับ ซื้อมาสัก 100 กิโลกรัมก็ประมาณ 1,000 บาท ได้ข้าวโพดประมาณ 200 ฝัก (น้ำหนักเฉลี่ย 2 ฝัก/กก.) ไม่ต้องกังวลเรื่องหม้อต้มหากยังไม่มีทุนมากก็ใช้หม้อธรรมดาไปก่อน ต้นทุนที่เหลือคือค่าแก๊ส ราคาขาย ตั้งแต่ ฝักละ 15-20 บาท ถ้ามี 200 ฝัก ก็ขายได้ 1,500-2,000 บาท แต่แม่ค้าข้าวโพดต้มส่วนใหญ่จะขายได้วันละมากกว่า 5,000 บาท คิดดูว่ากำไรดีแค่ไหน และวิธีการก็ไม่ยุ่งยาก สินค้าขายตัวเองได้ และคนที่นิยมก็ยังมีมากอีกด้วย จะลองเพิ่มน้ำตาล เพิ่มมะพร้าว หรือท็อปปิ้งอื่น ๆ ก็ได้ตามชอบครับ

13. ขายข้าวแกง ทำรสชาติให้อร่อยในแบบฉบับของตัวเอง เป็นเอกลักษณ์ของร้านไปเลย แต่ก่อนจะลงมือทำต้องทำการสำรวจตลาดก่อนนะ ว่าพื้นที่ไหนชอบรับประทานอะไร ค่าครองชีพเท่าไหร่ ต้องตั้งราคาให้เหมาะสม หากร้านคุณอร่อยแต่แพงเว่อร์ ก็อาจไม่ตอบโจทย์กับตลาดลูกค้าส่วนใหญ่ก็ได้

14. ขายส้มตำ ต้นทุนไม่เกิน 2,000 บาทหากทำพอดีตัว ส้มตำเป็นอาหารที่รับประทานกันทุกพื้นที่ ส่วนมากจะเป็นช่วงเวลาเที่ยงถึงเย็น เราเน้นอร่อยรสชาตินัวๆ ไม่เป็นพิษต่อ กระเพาะอาหาร สะอาดไม่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ตำไทย ตำปลาร้าแยกครกกัน ล้างครกให้บ่อย ล้างทุกครั้งที่จะตำเมนูใหม่จะดีมาก เหลือทุนอีกประมาณพันนึง ก็อาจลงทุนซื้อไก่มาย่างไว้ทานคู่กับส้มตำก็ได้ หมักให้อร่อยๆล่ะ เป็นเอกลักษณ์ของร้านไปเลยรับรองขายดีชัวร์ๆ

15. ขายก๋วยเตี๋ยว อันนี้ลงทุน มากหน่อย แต่ก็พยายามอย่า ให้เกินงบนัก เพียงคุณทำน้ำซุปให้อร่อย และทำพวกเนื้อสัตว์ให้นุ่ม เนื้อสดต้องไม่แข็ง เนื้อเปื่อยต้องละลายในปาก ถ้าคุณทำอร่อยจริงลูกค้ากลับมาอุดหนุนซ้ำแน่นอน แต่ราคาต้องตั้งให้เหมาะสมกับค่าครองชีพในพื้นที่นั้นๆด้วย

16. ขายข้าวกล่อง เริ่มต้นคุณต้องมองหาตลาดเพื่อจะขายสินค้าก่อน หรือทำการโปรโมทตามสถานที่ต่างๆว่าทางเรามีข้าวกล่องเป็นสินค้ามาเสนอขาย เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าและเป็นการดูจำนวณลูกค้าคร่าวๆ หรือทำออกมาขายต ามแหล่งชุมชน ทำเดลิเวอรี่ด้วยก็ได้

17. ขายขนมจีนน้ำยา ขนมจีนน้ำยา นั้นสามารถทำขายได้ทั้งวันทั้งคืน ราคาต้นทุนการทำขนมจีนน้ำยา 1-2 หม้อ พร้อมผักสด ผักดอง ก็ไม่น่าจะเกิน 3,000 บาท เพียงคุณหาทำเลดีดีในการวางขาย อาจจะเป็นสถานที่ที่มีคนชุมนุมอยู่มาก หน้าโรงงาน หน้าโรงพยาบาล เพราะสถานที่พวกนี้เปิด 24 ชม. คุณสามารถขายได้ตั้งแต่เช้าจนถึงเวลากลางคืนได้เลย

18. ขายกล้วยทอด มันทอด เผือกทอด คุณต้องทำแป้งให้มีรสชาติกรอบอร่อย ไม่อมน้ำมัน นอกนั้นก็ลงทุนซื้อวัตถุดิบมาเพียงไม่กี่บาท งบ 3,000 บาทนี่ถือว่ามากเลยล่ะ แล้วคุณก็วางขายในที่ๆมีผู้คนพลุกพล่าน ด้วยอาหารพวกนี้เป็นอาหารว่างที่ทำให้อิ่มท้องได้ และการกินอาหารทอดชนิดแป้งนั้น จะกระตุ้นความอยากอาหารชนิดนี้อีก เพราะฉะนั้นรับรองว่าลูกค้าเวียนกลับมาซื้ อแน่นอน

19. ขายขนมปังนมสด อันนี้ก็ทำคล้ายๆร้านน้ำเต้าหู้ คือ เอาป้ายที่เด่นชัด และหาสูตรเฉพาะของทางร้านให้เจอ การลงทุนก็มีเพียงขน มปัง รสชาติที่จะทาบนหน้าขนมปังต่างๆ อาจจะเป็นแยม สังขยา ช็อคโกแลต นูเทลล่า ก็หาสูตรมาทำกันไป และที่ข ดไม่ได้ก็คือ นมสด ราคาต้นทุนไม่มากเลย เครื่องมืออุปกรณ์ก็ใช้ที่มีในครัวไปก่อน เมื่อข ายได้กำไรก็ค่อยหาซื้อให้เป็นกิจลักษณะทีหลัง

20. ร้านโจ๊ก ใช้ทุนไม่สูงอย่างที่คิดต้นทุนสำคัญคือข้าวสำหรับทำโจ๊ก ไข่ หมู เริ่มต้นง่าย ๆ ก่อนได้ครับไม่ต้องมีวัตถุมากนัก ส่วนพวกเครื่องปรุงเดี๋ยวนี้ก็มีที่ทำสำเร็จรูปเป็นซองเราไปซื้อมาได้เลย แค่ตั้งโต๊ะ หม้อโจ๊กขนาดใหญ่ 1 ใบ เปิดร้านแบบง่าย ๆ ไม่ต้องนั่งทานให้ซื้อกลับบ้านอย่างเดียวต้นทุนรวม 3,000 เอาอยู่แน่นอน ขายโจ๊กถุงละ 30-35 บาท ขายสัก 100 ถุงก็ได้เท่าทุน และยิ่งเปิดร้านนาน ๆ มีลูกค้าประจำแล้วคำนวณได้เลยว่าแต่ละวันจะขายได้ประมาณเท่าไหร่ ธุรกิจนี้ยังไงก็กำไร

ออกไอเดียว่า เตรียมไข่หลากหลายรูปแบบให้ลูกค้าเลือกก็เป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจครับ เช่น ไข่ลวก ไข่สุก หรือไข่เค็ม ได้ตามสไตล์ที่เราต้องการสร้างคาแรคเตอร์ให้ร้านได้เลยล่ะ

สิ่งสำคัญที่คุณต้องมีในการลงทุน คือ การตลาด และฐานลูกค้า หาจุดเด่นของร้านตัวเองให้เจอ ลงทุนไม่มากแต่ถ้าใส่ไอเดียลงไปก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้น และยังกลายเป็นเอกลักษณ์ของร้านที่ไม่ซ้ำใคร แม้จะขายอาหารประเภทเดียวกันก็ตาม

📌