จับน้ำมันเถื่อนกลางทะเล ดีเซล 1.2 ล้านลิตร

1268
views

ผบ.ตร. – อธิบดีกรมศุลกากร แถลงร่วมกันจับกุมน้ำมันเถื่อนกลางทะเลกว่า 1 ล้านลิตร

สมุทรปราการ – (15 ต.ค.2564) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร ร่วมกันแถลงการจับกุม เรือบรรทุกน้ำมันที่จอดกลางร่องน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองสรรพสามิต ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยจากการตรวจสอบพบน้ำมันดีเซล สีเหลืองใส ประมาณ 1,000,000 ลิตร จากการสอบถามกัปตันเรือ ชี้แจงว่า ได้ไปรับน้ำมันดังกล่าวที่บริเวณหลังเกาะกูด ใกล้กับประเทศกัมพูชา ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และเข้าจับกุมดังกล่าว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำเรือดังกล่าวมาที่จอดทิ้งสมอที่จังหวัดสมุทรปราการ

โดยเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากสายลับว่า มีการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลผิดกฎหมายเข้ามา เพื่อจำหน่ายในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน จึงนำเรือตรวจการณ์พร้อมกำลังพลออกลาดตระเวน เมื่อไปถึงบริเวณปากร่องน้ำเจ้าพระยา พบเรือบรรทุกน้ำมันสีดำกำลังแล่นเข้ามาในร่องน้ำเจ้าพระยา จึงสั่งการให้หยุดและเข้าทำการตรวจสอบ พบนายนิมิตร์ เพชรรัตน์ เป็นกับตันเรือ พร้อมลูกเรืออีก 8 คน

ผลการตรวจสอบพบของเหลวใสสีเหลืองคล้ายน้ำมันดีเซลบรรทุกอยู่ในระวางเรือจำนวนหนึ่ง เมื่อตรวจสอบจากทะเบียนเรือพบว่า มีระวางเรือความจุ 1.2 ล้านลิตร เมื่อสอบถามถึงเอกสารการได้มาของสิ่งของดังกล่าว เอกสารทะเบียนเรือ และใบอนุญาตใช้เรือ ไม่สามารถนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ จึงควบคุมเรือเข้ามา และสั่งการให้ทิ้งสมอบริเวณปากคลองสรรพสามิต ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ศุลกากร และเจ้าหน้าที่สรรพาสามิตเพื่อร่วมทำการตรวจสอบ โดยตรวจเก็บตัวอย่างของเหลวคล้ายน้ำมันดีเซลที่บรรทุกในระวางเรือเพื่อทำการตรวจสอบหาสารมาร์คเกอร์ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นน้ำมันดีเซล และพบค่าสารมาร์คเกอร์ มีความเข้มข้น 31 ซึ่งสารมาร์คเกอร์ดังกล่าวใช้สำหรับเติมน้ำมันส่งออกไปต่างประเทศ และได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต เมื่อนำส่งออกไปแล้วจะไม่สามารถนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรได้อีก หากนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ถือเป็นการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ดังนี้

1. พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242 ข้อหา ผู้ใดนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการ ศุลกากร ฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือ ปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และ ให้ริบของนั้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

2. พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2560 มาตรา 204 (1) ข้อหา มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่ไม่เสียภาษี เพื่อจำหน่าย หรือ จำหน่ายโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือ ปรับตั้งห้าเท่าถึงสิบห้าเท่าของค่าภาษีที่ต้องเสีย หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

3. สำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 ถือเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลหาตัวผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด และทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดต่อไป เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบปริมาตรน้ำมันที่แน่นอน

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนี้ที่มีราคาสูง ทำให้เป็นโอกาศให้ผู้ที่จะลักลอบนำน้ำมันเถื่อนมาจำหน่าย การจับกุมอาจจะมีมากขึ้น โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นหน่วยในการสืบสวนสอบสวน หลังจากการทำงานระยะหนึ่งก็ก็ได้ข่าวเรื่องนี้ จึงมีการจัดกำลังเข้าไปทำการจับกุม โดยหลังจากนี้ไปก็เป็นเรื่องของการสอบสวนดำเนินคดี

ส่วนต้นทางและปลายทางอยู่ระหว่างการสอบสวนและตรวจสอบซึ่งก็ได้มาระดับหนึ่งแล้วแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เกรงจะกระทบการสวบสวน โดยต้องดูกฎหมายหลายฉบับ ตอนนี้ตั้งข้อหาเกี่ยวกับศุลกากรก่อน หลังจากสืบสวนจะเป็นกฎหมายการฟอกเงิน พรบ การค้าน้ำมัน แล้วก็ความผิดอื่น ๆ ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีทุกข้อหา และจะสาวไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่า น้ำมันดังกล่าวมาจากไหน ส่วนกัปตันเรือดังกล่าวให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และให้การที่เป็นประโยชน์ โดยรายละเอียดอยู่ระหว่างการสอบสวน

บทความต้นฉบับ

จับน้ำมันเถื่อนกลางทะเล กว่า 1 ล้านลิตร