จุดสิ้นสุดของรักแท้ รักแท้ มีจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด

2180
views
จุดสิ้นสุดของรักแท้

ถ้าให้นึกถึงเรื่องรักในพุทธกาล นอกจากเรื่องของพระโพธิสัตว์กับพระนางพิมพาแล้ว เรื่องรักที่ลึกซึ้งที่สุดก็ต้องเป็นเรื่องของพระมหากัสสปะ กับ พระภัททกาปิลานีเถรี ท่านทั้งสองเคยใช้ชีวิตร่วมเป็นสามีภรรยากันมาหลายต่อหลายชาติ นับเวลาเป็นแสนๆ กัป

พระโพธิสัตว์กับพระนางพิมพา

ในชาดกมีเล่าถึงชาติที่ทั้งคู่เกิดมาเป็นพระราชาและพระชายา ทำกุศลใหญ่ ถวายทานและสร้างกุฏิที่อยู่อาศัยและยังอุปัฏฐากให้กับพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ รูป กระทั่งทุกพระองค์ปรินิพพาน หรือในสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสีที่ทั้งคู่เกิดเป็น เอกสาฎกพราหมณ์ สองสามีภรรยาพราหมณ์ที่มีผ้านุ่งเพียงผืนเดียว สลับกันนุ่งออกไปทำธุระ

กระทั่งวันหนึ่งพราหมณ์สามีนุ่งผ้าออกไปจากบ้าน ได้ฟังธรรมและเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยบังเอิญ จนเกิดศรัทธาอยากถวายผ้านุ่งนั้นแด่พระองค์ พราหมณ์ถอดผ้าออกมาเตรียมถวายแล้วใส่กลับไปด้วยความลังเลอยู่ ๓ รอบ กระทั่งตัดใจจากความตระหนี่ได้แล้วจึงถอดถวายในความตั้งใจครั้งที่ ๔ เมื่อกลับมาบ้าน ภรรยารู้เรื่องนี้เข้าก็อนุโมทนาด้วยความชื่นชมศรัทธา

ด้วยความสัมพันธ์ที่มีมาตลอดแสนกัป จะเรียกว่าความรักของทั้งสองเป็นรักแท้ ก็พูดได้อย่างไม่อายปาก

และในชาติสุดท้าย ในสมัยของพระพุทธเจ้าของเรา ทั้งสองจุติจากพรหมโลกลงมาเกิดเป็นปิปผลิมาณพกับนางภัททา สองสามีภรรยาเศรษฐีอาศัยในบ้านใหญ่โต มีสระน้ำใหญ่ พื้นที่ทำไร่ทำการงานอันไพศาล เต็มไปด้วยคนงาน ช้าง รถ ม้า ฯลฯ

จุดสิ้นสุดของรักแท้

วันหนึ่ง ปิปผลิมาณพออกไปตรวจดูการงาน เห็นนกกาจิกกินไส้เดือนในไร่ก็ถามคนงานว่าอย่างนี้บาปตกอยู่กับใคร คนงานก็ตอบว่าตกอยู่กับเจ้าของพื้นที่ ปิปผลิมาณพก็เกิดสังเวชใจ ว่าสมบัติที่อยู่อาศัยมากมายขนาดนี้ก็ไม่ช่วยในบาปที่เกิดขึ้น จึงคิดว่าจะออกบวชแล้วมอบสมบัติทั้งหมดแก่นางภัททา

ฝ่ายนางภัททาตรวจดูการทำงานอยู่ในโรงผ้า เห็นนกกามาจิกกินหนอน ก็ถามคนงานว่าแบบนี้บาปตกอยู่กับใคร คนงานก็ตอบว่าตกอยู่กับเจ้าของพื้นที่คือนายท่านนั่นเอง นางภัททาก็สังเวชใจขึ้นมาในทำนองเดียวกับสามี และคิดว่าจะยกสมบัติทั้งหมดให้สามีและออกบวช

ครั้นกลับถึงเรือน ทั้งสองก็พูดคุยกันเรื่องยกสมบัติให้อีกฝ่ายแล้วจะบวช พอเห็นว่าคิดตรงกันจึงชักชวนกันออกบวช ทั้งสองปลงผมให้กันและกัน ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นผ้ากาสาวะและเดินออกจากเรือนไปตามลำพังสองคน ไม่กลับมาอีกเลย

จุดสิ้นสุดของรักแท้

พอเดินทางกันมาสักพักทั้งสองก็เกิดความคิดตรงกันว่า แม้จะบวชแล้วหากแต่สองคนยังอยู่ด้วยกันอยู่ ถ้าคนเห็นอย่างนี้จะตำหนิติเตียนได้ ว่าบวชแล้วแต่ยังอยู่ในอำนาจตัณหา ตัดขาดจากสามีภรรยาไม่ได้ เมื่อถึงทางสามแพร่ง ทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะแยกทางกันที่นี่ โดยปิปผลิมาณพแยกไปทางขวา นางภัททาแยกไปทางซ้าย

เป็นการแยกจากกันอย่างสิ้นเชิงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในรอบแสนกัป ครั้งนั้นแผ่นดินถึงกับสั่นสะเทือนให้กับการสละในกันและกันของทั้งคู่

พระมหากัสสปเถระ

ต่อมาปิปผลมาณพได้บวชในสำนักพระพุทธเจ้า ได้ชื่อว่าพระมหากัสสปเถระ ส่วนนางภัททาได้บวชในสำนักภิกษุณีของพระนางปชาบดีโคตมีเถรี ล้วนบรรลุเป็นพระอรหันต์ สิ้นสุดความรักความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันมาอย่างยาวนานแสนกัปด้วยมรรคผลนิพพาน

ความรักเป็นปัจจัยชักนำไปในทางเจริญได้ หากแต่สุดท้ายแม้ความรักที่อาจลึกซึ้งก็ไม่ควรจะยึดถือเป็นของเรา การเกื้อหนุนให้คู่ของเรามีชีวิตที่ดี ไปถึงจุดสิ้นสุดที่แท้จริงของชีวิตคือพระนิพพาน ก็อาจเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางของรักแท้

จุดสิ้นสุดของรักแท้

เหมือนพระเถระเถรีทั้งสอง ที่รักกันเกื้อกูลกันจนไปถึงสุดทางที่จะส่งกันและกันไปถึงได้

– ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ย.พ.ส.) ๑๔ กุมภาพันธ์

📌