จริงหรือ? “รถยนต์ติดเทอร์โบ” แล้วประหยัดน้ำมัน

1312
views
Turbocharger

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า รถยนต์ในปัจจุบัน มักจะเป็นรถที่ติดตั้งระบบอัดอากาศที่เรียกว่า “เทอร์โบ” โดยที่ค่ายรถยนต์ต่างๆก็มักจะมีการโฆษณาว่า เมื่อมีเทอร์โบแล้วจะทำให้รถยนต์ทั้งแรง! ทั้งประหยัด! มากขึ้น แต่จะจริงเท็จประการใด

Turbocharger

ทำความรู้จัก “เทอร์โบ” เทอร์โบ มีชื่อเต็มว่า “เทอร์โบชาร์จเจอร์ (Turbocharger)” มีหน้าที่คืออัดอากาศเข้าไปยังห้องเผาไหม้ให้มากกว่าเดิม ก็จะทำให้เชื้อเพลิงฉีดมากขึ้นตามไปด้วย จนทำให้การจุดระเบิดในห้องเผาไหม้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ โดย “การทำงานของเทอร์โบ” ไม่ได้มีความซับซ้อนมากมายนัก

เพราะส่วนประกอบหลัก จะประกอบด้วย สองใบพัด ที่ยึดติดบนแกนเดียวกัน คือ “คอมเพรสเซอร์” หรือใบพัดที่อยู่ฝั่งไอดี และ “เทอร์ไบน์” ใบพัดที่ถูกติดตั้งไว้ที่ฝั่งไอเสีย โดยอาศัยแรงจากไอเสียที่คายออกมาจากห้องเผาไหม้มา “หมุนทอร์ไบน์” และเมื่อ เทอร์ไบน์หมุน ใบพัด ฝั่ง “คอมเพรสเซอร์” ก็จะหมุนด้วยความเร็วเท่ากัน

Turbocharger

โดยการหมุนของคอมเพรสเซอร์สร้างแรงอัดอากาศให้มีแรงดันสูง และพร้อมที่จะไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้เพื่อจุดระเบิด และเมื่อหัวฉีดจ่ายน้ำมันในอัตราส่วนที่พอดี “การจุดระเบิดก็จะสมบูรณ์และรุนแรงกว่าเครื่องยนต์รุ่นเดียวกัน ที่ไม่มีการติดตั้งเทอร์โบ”

และด้วยเหตุผลดังกล่าวนั้น เมื่อเทอร์โบทำให้รถได้กำลังมากกว่าปกติ ก็เป็นที่มาของการที่ “เทอร์โบสามารถเพิ่มแรงม้าและประหยัดได้จริง” นั่นเอง

Turbocharger

อย่างไรก็ตาม นอกจากคุณสมบัติของเทอร์โบทั้งหมดนี่แล้ว ในปัจจุบันค่ายผู้ผลิตรถยนต์หลายรายไม่ได้เพียงแค่ติด “เทอร์โบ” เข้าไปเท่านั้น แต่ ยังมีการลดปริมาตรกระบอกสูบลง ส่งผลให้สามารถรีดกำลังจากเครื่องยนต์ที่ความจุน้อย ได้เทียบเท่ากับเครื่องยนต์ใหญ่ๆกว่าได้ ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือเกิดการประหยัดมากขึ้นอีกด้วย…

| อ่านจากต้นฉบับ

 
ถมนคร เครื่องถมเมืองนคร